แสงแดดกระทบหน้าต่างในยามเช้าไนร่าพลิกตัวออกจากผ้าห่มผืนหนา เธอค่อยๆ ลุกเก็บที่นอนอย่างเป็ระเบียบก่อนจะเดินไปยังหน้าต่าง เสียงนกกระจิบที่ดังเด็ดลอดมาจากข้างนอก เธอเอื้อมมือเปิดผ้าม่าน ภาพนกสองตัวเกาะบนสายไฟฟ้าสีดำสนิท คล้ายคู่รักที่กำลังมีความสุขโดยไม่สนใจสายตานกอีกกลุ่มที่เกาะบนต้นมะม่วงข้างกัน
“อยู่คนเดียวไม่เป็รึไงทำไมต้องอยู่เป็คู่ด้วย” เธอบ่น ให้เ้าสองตัวนั้น ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำเฉกเช่นปกติทุกวัน
หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเธอเดินลงมาที่ห้องครัว ภาพแม่ที่กำลังทำอาหารในตอนเช้า พ่อที่กำลังวุ่นวายในสวนและเสียงผู้ประกาศข่าวที่ดังมาจากโทรทัศน์ ภาพเหล่านี้มักฉายซ้ำั้แ่เด็กจนโตในทุกๆเช้า
“หิวละสิ เมื่อคืนไม่ยอมกินข้าว” แม่หันมาบ่นลูกสาว
“หิวมากๆ ค่ะ เช้านี้หนูจะกินสองจานเลย” ไนร่าพูดเสร็จแล้วก็ยิ้มให้แม่
“กินให้เยอะๆ เลยจ้ะลูก”แม่หัวเราะให้กับความใสซื่อของลูกสาว
“อ้าวทำไมวันนี้ตื่นแต่เช้าจัง?”น้องสาวหันหน้าไปถามพี่ชายที่แต่งตัวหล่อ กำลังเดินลงมาจากบันได
“พี่ตื่นเช้าทุกวันแหละ”
“พี่ตื่นสายจะตาย” ไนร่าหัวเราะไม่หยุดก่อนจะตักข้าวใส่จาน
“ขี้โม้วันนี้จะไปไหนคะ? แต่งตัวหล่อเชียว”
“พี่จะไปธุระกับเพื่อนเรารีบกินข้าวเลยเดี๋ยวพี่แวะไปส่ง”
“ดีจังพี่ชายใครใจดีที่สุดเลย” เธอหันไปส่งยิ้มให้พี่ชาย
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จไนร่าเดินไปสวัสดีพ่อและแม่ที่กำลังวุ่นๆในสวนดอกไม้ ก่อนจะเดินขึ้นรถ
เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนเธอบอกลาพี่ชายก่อนจะก้าวขาลงจากรถ เสียงประตูรถปิดลง เธอกำลังยืนที่หน้าประตู มองไปยังนักเรียนที่กำลังเดินอย่างมากหน้าหลายตาก่อนจะถอนหายใจเสียงดังและก้มหน้าเดินไปโต๊ะประจำ
เธอ ปัดเศษใบไม้ที่หล่นมาบนโต๊ะ วางกระเป๋าและหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ปูนเก่าๆตัวเดิม เธอล้วงมือถือมือออกมาจากกระเป๋ากระโปรง เพื่อเปิดเครื่อง ทั้งเสียงข้อความเสียงแจ้งเตือนต่างๆ ดังไม่ขาดสาย เธอค่อยๆ เลื่อนดูข้อความต่างๆ ของเพื่อน สายตาของเธอหยุดที่แชตของสกายเธอครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเลือกที่จะเลื่อนมือไปที่ตัวอักษรที่ขึ้นว่าบล็อก เธอไม่ลังเลอีกต่อไปกดยืนยันและเก็บมือถือไว้ที่เดิม
“ไนร่ากินข้าวยัง?” เสียงหวานที่เพิ่งเดินมาถึงเธอวางถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งลง ถ้าเดาไม่ผิดก็คงซื้อมาจากหน้าโรงเรียนนั่นเอง
“กินแล้ว” เธอตอบ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“หวานซื้อมาเผื่อหรือป่าว” กัสมองไปที่หวาน
“ไนร่ากินข้าวมั้ย”
“ไนร่า”
“เรียกซะดังเลยนะกัส”ไนร่าที่นั่งเหม่อก่อนหน้าตอบไปด้วยสีหน้าที่ใ
“เอ๊ะ!ไนร่าเป็อะไรรึป่าวดูแปลกๆ อีกแล้วนะ?”สองสาวที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนจึงรีบถาม
“เป็!” เธอทำหน้าเศร้า
“ชั้นเลิกกับพี่สกายแล้วนะ”
“เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆงอนอะไรกันหรอ?” หวานปลอบเพื่อนด้วยเสียงที่อ่อนลง
“ใช่ๆ เดี๋ยวพี่เค้ามาง้อก็คืนดีกันแล้ว ไม่ต้องคิดมาก” กัสพูดแทรกขึ้นมา
“ไม่ เลิกกันจริงๆ”ไนร่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำเอาเพื่อนทั้งสองที่กำลังเคี้ยวหมูปิ้งถึงกับหยุด น้ำใสๆ เริ่มทยอยไหลมาที่แก้มก่อนไนร่าจะหยิบมาเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดและพยายามควบคุมตัวเองให้หยุดร้องไห้
เสียงเด็กผู้ชายที่กำลังะโเรียกเพื่อนให้มาเล่นฟุตบอลที่กลางสนามเสียงเด็กนักเรียนผู้หญิงที่คุยกันอยู่บริเวณรอบๆ ต่างก็เพิ่มความดังขึ้นเมื่อทั้งสามตกอยู่ในความเงียบ
ไนร่าค่อยๆ เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนฟังเพื่อนทั้งสองก็ต่างแสดงความคิดเห็นที่ไม่พอใจและอยากไปต่อว่าสกาย เธอจึงได้พยายามห้าม ต่างคนต่างอยู่น่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้
“ทำไมถึงนิสัยเสียแบบนี้ชั้นไม่ชอบเลยจริงๆ” กัสเริ่มเสียงดังแสดงความไม่พอใจ
“ไม่เป็ไรนะไนร่าพวกเราอยู่ข้างๆ เธอ”
“ไม่เป็ไรแล้วดีขึ้นมาบ้างแล้ว”
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นนักเรียนทุกคนต่างก็แยกย้ายเข้าชั้นเรียนของตนเอง ระหว่างวันเป็ไปอย่างเชื่องช้าเหมือนกับที่ใครบางคนเคยบอกไว้ว่า ยิ่งเราอยากให้เวลาเดินเร็วมากเท่าไหร่ เวลามันก็กลับช้าลงช้าลงทุกที
“ไนร่า วันนี้มีประชุมเื่ไปค่าย เธอโอเคหรือป่าว” หวานพูดด้วยความเป็ห่วงความรู้สึกเพื่อน
“ใช่ ไม่ต้องไปก็ได้นะเดี๋ยวพวกเราเอาข่าวมาบอก”
“ไม่เป็ไรหรอก ไม่เจอวันนี้วันหน้าก็เจออยู่ดี”
คาบสุดท้ายก่อนถึงเวลาเลิกเรียนห้องชุมนุมจิตอาสา
วันนี้มีพี่นิสิตจากมหาวิทยาลัยประมาณห้าคนมาเข้าร่วมประชุมไนร่าและเพื่อนเดินไปนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่าง สมาชิกต่างก็เริ่มทยอยเข้ามาในห้อง ไม่นานสกายและกลุ่มเพื่อนก็เดินเข้ามาในห้องและเลือกนั่งข้างหลังสุดไนร่ารีบหันหน้าออกไปหน้าต่างเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขา
เมื่อสมาชิกทุกคนมาครบพี่นิสิตหญิงก็กล่าวทักทายน้องๆและเริ่มอธิบายกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์นี้ โดยให้ทุกคนเตรียมอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวให้พร้อมเพราะจะมีการนอนค้างที่หมู่บ้านหนึ่งคืน เสียงนักเรียนเฮฮาขึ้นเมื่อรู้ว่าตนเองจะได้ไปออกค่ายและมีการค้างแรม
“เจอกันเช้าวันเสาร์นะจ้ะเด็กๆ” พี่นิสิตหญิงผมยาวพูดก่อนจะส่งไมค์ให้พี่โฟกัสพูดต่อ
เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นไม่นานทุกคนก็ต่างแยกย้ายออกจากห้องชุมนุม
“ไนร่า” เสียงสกายเรียกไนร่าที่กำลังเดินออกจากห้อง
เธอแกล้งไม่ได้ยินและเดินไปกับเพื่อน พูดคุยกันอย่างมีความสุขเพื่อกลบเกลื่อนความทุกข์ที่อยู่ในใจ
“ไนร่า ฟังพี่ก่อน” เขาวิ่งมาหยุดที่ตรงหน้าเธอ
“พี่ขอคุยด้วยได้มั้ย?”
“ไนร่าไม่มีเื่อะไรจะคุยกับพี่แล้วค่ะ”
เธอรีบเดินให้เร็วที่สุด ปล่อยเขาให้เขายืนมองเธอเดินจากไปไนร่าโบกมือให้เพื่อนๆ ที่ป้ายรถเมล์ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้านเธอเดินตรงดิ่งขึ้นไปที่ห้องของตัวเองวางกระเป๋าและทิ้งตัวลงเตียงนุ่มๆ ในสภาพที่อิดโรยทั้งร่างกายและจิตใจการฝืนความรู้สึกของตัวเองมันช่างเหนื่อยเหลือเกิน ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นโผล่เข้ามาในหัว เธอไม่เข้าใจว่าเขา้าอะไรกับเธออีก หรือว่าที่ผ่านมาเขายังทำร้ายเธอไม่พอแค่นี้เธอก็แตกสลายไม่มีชิ้นดีแล้ว ยิ่งเจอหน้ายิ่งทำให้เธอลืมเขาไม่ได้ พอแล้วนะสกาย มันเจ็บเกินไปแล้ว หยุดทำร้ายกันได้แล้ว