เพราะงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตที่มาเชื่อมสัมพันธ์ที่เมืองของนางทำให้สามีที่ทำงานอยู่ในกรมธรรมการ ต้องคอยดูแลต้อนรับไม่ห่าง ใน่หลายวันมานี้นางจึงต้องมาฝากท้องที่ห้องอาหารของเรือนบิดา มารดาสามีแต่ที่แต่งต่างไปคือวันนี้ครอบครัวน้องสามีก็ได้มาฝากท้องที่เรือนใหญ่ด้วยเช่นกัน
ใน่แรกที่เห็นครอบครัวน้องสามีก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้เพราะกลัวว่ามารดาสามีจะเอาแต่พูดถึงเื่ที่นางยังไม่ตั้งครรภ์ผิดกับน้องสะใภ้ที่ภายในปีก็ตั้งครรภ์ถึงสองครั้งผิดกับนางที่แต่งงานนานกว่าถึงสองปี แต่นอกจากไม่เอ่ยถึงแล้วมารดาสามียังทำราวนางไม่อยู่ในห้อง จนอดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ จึงได้แต่มองต่ำไร้ทิศทาง ก่อนสายตาจะเหลือบไปปะทะบางอย่างที่อยู่ใต้ชุดที่น้องชายสวม
ตรงนั้น..มันไม่ใช่ตำแหน่งของเ้านั่นหรือ? ขนาดใหญ่เช่นนี้เห็นทีจะใหญ่กว่าแท่งหยกของข้าเสียอีก
หญิงสาวอดที่จะแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความกระหายไม่ได้ความรู้เสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วตัวจนร่องแคบขมิบตอด น้ำเยิ้มออกมาอย่างไม่อาจต้านจนนางต้องนั่งเบียดท่อนขาเข้าหากัน อดกลั้นไปตลอดมื้ออาหาร
พลันความคิดที่ว่าอยากจะปรึกษาน้องสามีเื่มีครรภ์ก็แล่นเข้ามาในหัว จนอดรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งร่างไม่ได้
ถึงจบมื้ออาหารนางก็ยังอดคิดถึงแท่งเนื้ออุ่นตุงอยู่ใต้ชุดน้องชายของสามีจนเมื่อกลับถึงเรือนตัวเองนางที่เยิ้มไปทั้งร่องต้องรีบพุ่งตัวไปห้องอาบน้ำเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกทรมานที่กักเก็บมานานออกไป
ตกค่ำหลังจบมื้อเย็นแสนน่าเบื่อฮูหยินน้อยมู่ที่เบื่อยากจะทนจึงออกจากเรือนไปเดินเล่นในสวนโดยไร้บ่าวติดตาม
จวนของสามีนั้นเป็จวนขนาดใหญ่พวกเขาทั้งครอบครัวล้วนอาศัยอยู่ในรั้วเดียวกันเพียงแต่แบ่งแยกฝั่งและกั้นอาณาเขตชัดเจน ผู้คนจึงไม่พลุกพล่านอย่างจวนใหญ่หลายที่
ร่างบอบบางในชุดนอนเดินไปตามเส้นทางเงียบสงบในสวน ดวงตากลมมองกิ่งหลิวที่ไหวไปตามแรงลมด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย ก่อนจะเดินไปเรื่อย อย่างปลดปล่อยอารมณ์
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เห็นกำแพงเรือนของน้องสามีและน้องสะใภ้แล้วหญิงสาวมองไปทางเรือนที่มีแสงไฟลิบๆ นั้นอย่างริษยา ในใจนึกคิดไปต่างๆนานาว่าหานางได้ตั้งครรภ์มันจะดีสักแค่ไหน ก่อนจะถอนหายใจแรงออกมาอีกทีและหมุนตัวเตรียมกลับเรือน
ทว่ายังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวออกไปก็ต้องชะงักเสียก่อนเมื่อนางได้ยินเสียงคำรามทุ้มดังแว่วลอยมาตามสายลม ใบหน้าฉงนหันมองไปรอบทิศทางพลางเดินออกไปตามทิศที่คิดว่าเป็ต้นเสียง คิ้วเรียวขมวดแน่นเป็ปมเมื่อยิ่งนางเข้าไปใกล้ เสียงครางทุ้มนั้นก็ยิ่งเด่นชัด จนนางมั่นใจว่าไม่ใช่เสียงร้องแห่งความเ็ป
แต่เป็เสียงของความเสียวซ่านจนแอบสงสัยว่าผู้ใดกัน ที่กำหนัดจนต้องมาแอบปลดปล่อยข้างกำแพงในที่โล่งแจ้งเช่นนี้
หญิงสาวหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยความลังเลว่าจะเดินเข้าไปดูสักนิดให้เห็นว่าเป็ผู้ใดหรือจะปล่อยไป กลับเรือนไม่ต้องสนแต่เพราะเสียงกระเส่าที่ดังลอยตามลมมาไม่หยุดนั่นเท้าทั้งสองข้างจึงพากันเดินออกไป ไม่สนใจเสียงร้องห้ามในใจของนาง
หญิงสาวเดินด้อมๆมองๆ จนเข้ามาในเขตเรือนน้องชายสามีั์ตากลมเต็มไปด้วยความอยากรู้มองไปทางพุ่มไม้หนาปลูกเรียงรายข้างกำแพงก่อนจะก้าวขาเดินเข้าไปด้วยน้ำหนักเท้าที่คิดว่าเบาที่สุด
แต่เพียงนางเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดราชการสีเขียวเช่นเดียวกับสามี ก็เบิกตาโพลงด้วยความใเพราะรู้ได้ในทันทีว่านั่นคือน้องชายสามี มู่เหวินอู๋ ที่ทำงานเป็ขุนนางขั้นหกเช่นพี่ชายของเขา
น้องสามีเ้านี่รีบร้อนเกินไปหรือไม่ขนาดชุดขุนนางก็ไม่ยอมถอดออกให้เรียบร้อยพลันภาพท่อนเนื้อดันชุดราชการที่นางเห็นเมื่อเช้าก็แล่นปราดเข้ามาในหัวจนอดคิดทะลึ่งออกมาไม่ได้
เห็นทีพี่สะใภ้ผู้ใจดีเช่นข้าต้องรีบเข้าไปช่วยเ้าให้คลายความอึดอัดนั้นแล้ว
หญิงสาวอมยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมกับที่ร่างของนางเดินเข้าไปอย่างมั่นใจมองแผ่นหลังหนากว้าง
“ซี้ดดอืมม อร้า..”
ด้านเหวินอู๋ที่กำลังสุขสมจากมือของตัวเองก็เร่งสาวท่อนลำนั้นด้วยความเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าด้านหลังเขา กำลังมีร่างบอบบางในชุดนอนสีขาวของพี่สะใภ้กำลังเดินเข้ามาและจะถึงตัวเขาในไม่ช้า
“อร้าซี้ดด อืม อร้า..” เขาคำรามต่ำในลำคอ พลางแหงนหน้า มองท้องฟ้าได้ จันทราหมู่ดาวพลางกัดกรามแน่นจนเส้นเอ็นปู้ชัดขึ้นมาตามสันกรามและลำคอก่อนจะปล่อยชุดทำงานที่ใช้มือข้างหนึ่งจับเอาไว้ลงแล้วเตรียมดึงกางเกงตัวในขึ้นมาสวม
ทว่ากลับมือขาวเรียวเล็กยื่นมาจากทางด้านหลังคว้ามือของเขาเอาไว้เสียก่อน
อ่ะ เอ้ยย!!
เหวินอู๋สูงเกือบแปดฉือสะดุ้งใอย่างแรงร่างของเขาเซถลาเข้าหากำแพงด้วยความใ ดวงตาเรียวคล้ายพี่ชายมองร่างพี่สะใภ้ที่ยืดตัวตรงมองเขาด้วยรอยยิ้มอย่างที่พบเจอกันในทุกครั้ง
“พะพะพี่สะใภ้ นี่ นี่ท่านมาทำอะไรแถวนี้”
ชายหนุ่มเอ่ยถามไปพลางกวาดตามองรอบไปพลางอย่างกังวล ก่อนจะก้าวถอยหลังเรื่อยๆเมื่อใบหน้าพี่สะใภ้ที่ยื่นเข้ามาใกล้ทุกที
“ข้าเพียงออกมาชมจันทร์แต่ไม่คิดว่าจะพบ น้องสามีออกมาทำเื่..เช่นนี้ ที่นี่..”น้ำเสียงหวานเอ่ยเย้าออกมาเสียงยาน พลางกวาดตามองไล่ลงมาหยุดตรงแก่นกายใหญ่ที่นางยังเห็นมันดันเนื้อผ้าตุงออกมาอย่างชัดเจน พร้อมก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงมองท่าทางตระหนกของเขาด้วยรอยยิ้ม
อึกก
เหวินอู๋กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากหลบสายตาล้อเลียนของพี่สะใภ้สาวที่ยื่นเข้ามาหาเรื่อย ๆ
ไม่คิดว่าค่ำขนาดนี้นางจะยังออกมาเดินเล่นจนพบเจอเขาเช่นนี้มือทั้งสองข้างกุมกันแน่นจะรู้สึกถึงเหงื่อที่ชิ้นออกมาพร้อมกับที่ในหัวพยายามคิดหาเหตุผลที่จะเอามาบอกกับนาง
“เออพี่สะใภ้ท่าน ท่าน.”
“เ้าอยากให้ข้าช่วยหรือไม่”
“ห๊า?”
“ข้าถามว่าเ้าอยากให้ข้าช่วยหรือไม่”ลั่งชิงไม่เพียงพูดเปล่า นางยังเดินเข้าไปหาคนที่ประหลาดใจมองนางค้างก่อนจะวางประกบมือลงไปที่แท่งเนื้อตุงดันชุดราชการออกมา
“...”
“อย่างไรเ้าอยากให้ข้าช่วยหรือไม่”