ตอนที่7 เต่านิรันดร์
เขาสังเกตว่าอาหารของศิษย์สายในมีอาหารคาวสองรายการและข้าวสวย
ส่วนอาหารเ้าสำนักเหมันต์มีอาหารคาวห้ารายการและข้าวสวย
อาหารของผู้าุโทั้งหกคนมีอาหารคาวสี่รายการและข้าวสวย
“รายการอาหารใช้ได้แต่จำนวนแตกต่างกันซึ่งเป็ธรรมดาของตำแหน่งสูงต่ำ”หลิวเย่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
เมื่อคนปรุงรสชาติอาหารเริ่มใส่ผงปรุงรส์พลันเกิดกลิ่นหอมจนทำให้คนโรงครัวและศิษย์ที่มาช่วยงาน
ต่างกลืนน้ำลายพร้อมๆกันและมีเสียงท้องร้องเป็เสียงดังประหลาดในโรงครัว“อึ๊ก! โคร้กคร้าก!อึ๊ก! โคร้กคร้าก!”
หลิวเย่เหลือบมองเห็นแล้วนึกสงสารพวกเขาจึงประกาศเสียงดังก้องว่า
“หากข้าตรวจสอบแล้วพบว่าใบเค่อชุ่ยและใบเว่ยเป็พืชชนิดเดียวกันต่อไปพวกเ้าก็ปลูกและนำมาปรุงอาหารของตนเอง
ได้”
“ขอบคุณขอรับผู้าุโ”
เสียงคนโรงครัวต่างกล่าวขอบคุณหลิวเย่อย่างตื่นเต้นยินดีที่พวกเขาจะได้มีอาหารรสชาติอร่อยทานในทุกมื้อ
หลิวเย่ตั้งใจว่าทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว
หากเ้าสำนักไม่ได้สั่งงานอะไรเขาเป็พิเศษ
หลิวเย่จะบินตรงไปเมืองหยงกันเพื่อพิสูจน์ว่าใบเค่อชุ่ยและใบเว่ยเป็พืชชนิดเดียวกันหรือไม่?
หากเป็พืชชนิดเดียวกันจริงเขาจะได้นำมาให้คนโรงครัวปลูกและสอนวิธีทำส่วนผสมผงปรุงรส์ต่อไป
แต่หากไม่ใช่พืชชนิดเดียวกันเขาค่อยหาวิธีจัดการหนทางอื่นที่เหมาะสมต่อไป
ตอนเย็นหลังจากคัดเลือกศิษย์สายนอกเสร็จเรียบร้อยเวลายามโหย่ว(เวลา 17.00-18.59 น.)
หลิวเย่โหวพั้งจื่อและคนโรงครัวถือถาดอาหารนำไปให้เ้าสำนักและผู้าุโทั้งห้าคนทานที่โถงทานอาหารที่เดิม
“กลิ่นหอมเช่นนี้คงจะมีรสชาติอาหารที่ดีขึ้นใช่ไหมเสี่ยวเย่?”
เ้าสำนักตาเป็ประกายเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารจากผงปรุงรส์และกล่าวกับหลิวเย่อย่างเป็กันเอง
“หากพวกเราได้ทานอาหารเช่นนี้ทุกวันจะดียิ่งนักนะขอรับ”ผู้าุโซูกล่าวสนับสนุนเ้าสำนักเหมันต์
“ใช่ๆกลิ่นหอมช่างกระตุ้นกระเพาะอาหารของข้าเสียจริง” ผู้าุโเชาหัวเราะเบาๆอย่างพอใจ
“ทานเยอะแล้วท้องอืดอย่ามาถามหายาจากข้าเล่า”ผู้าุโเพ่ยบ่นพึมพำอย่างล้อเลียน
“เอาล่ะลงมือได้แล้ว” จ้าวตงพยักหน้าเห็นด้วยและส่งสัญญาณให้ทุกคนลงมือทานอาหารเย็น
ส่วนผู้าุโอีกสามคนต่างมีสีหน้าพอใจกับกลิ่นและรสชาติอาหารที่ดีกว่าเดิม
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลิวเย่กล่าวกับเ้าสำนักเหมันต์ถึงแผนการของตนเองว่า
“เรียนท่านเ้าสำนักข้าขออนุญาตเดินทางไปเมืองหยงกันเพื่อตรวจสอบว่าใบเค่อชุ่ยและใบเว่ยที่ใช้เป็ส่วนผสมสำคัญ
ในผงปรุง์นี้เป็พืชชนิดเดียวกันหรือไม่?”
“หือใบเค่อชุ่ยที่เหมือนใบเว่ยมีที่เมืองหยงกันงั้นเหรอพั้งจื่อ?”จ้าวตงหันหน้าไปถามโหวพั้งจื่อที่นั่งอยู่อีกด้าน
“ขอรับ พวกข้าหลายคนเคยเห็นในป่าทางตอนใต้”พั้งจื่ออธิบายเพิ่มเติมกับเ้าสำนัก
“ก็ดีเหมือนกันหากเป็พืชชนิดเดียวกันจะได้ใช้ทดแทนกันได้”จ้าวตงพยักหน้าเข้าใจความหมายของหลิวเย่
เพราะว่าหากสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทุกมื้อย่อมทำให้ความอยากอาหารและเกิดสุนทรีย์ขณะทานอาหาร
เมื่อหลิวเย่เห็นว่าเ้าสำนักเห็นด้วยกับตนเองแล้วจึงเสนอแผนการขั้นต่อไปว่า
“ข้าขอบังอาจเสนอความคิดเห็นบางอย่างเกี่ยวกับใบเค่อชุ่ยได้ไหมขอรับ?”
“ว่ามา”จ้าวตงพยักหน้าอนุญาต
“หากเป็พืชชนิดเดียวกันจริงข้าคิดว่าพวกเรานำมาปรุงเป็ผงปรุงรส์ไว้จำหน่ายเพื่อหารายได้ให้กับสำนักเพิ่มขึ้นดี
ไหมขอรับ?”หลิวเย่พูดแผนงานที่ตนวางแผนไว้กับเ้าสำนักโดยตรง
“ข้าเห็นด้วยเ้าค่ะ”ผู้าุโเพ่ยพูดสนับสนุนความคิดของหลิวเย่ทันทีเพราะยาสมุนไพรขายได้จำนวนน้อย
หากมีสินค้าอื่นที่สามารถสร้างรายได้ให้กับสำนักย่อมหมายถึงงบประมาณแต่ละยอดเขาที่จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
“พวกข้าก็เห็นด้วยขอรับ”ผู้าุโเผิงพูดสนับสนุนหลิวเย่อีกคน
“ข้าเข้าใจเช่นนั้นหากเ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็พืชชนิดเดียวกันจริงให้ชาวบ้านปลูกและพวกเรารับซื้อเพื่อสร้างรายได้
ให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่งจะดีกว่า”
จ้าวตงพูดสนับสนุนและกล่าวถึงการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างมีเหตุผล
“ดีขอรับ”“ดีเ้าค่ะ” ผู้าุโทุกคนกล่าวสนับสนุนความคิดเสนอแนะของเ้าสำนักเหมันต์กันถ้วนหน้า
หลิวเย่ตัดสินใจใช้โอกาสที่เ้าสำนักเริ่มเอ็นดูตนเองเสนอขอเื่สำคัญที่เขาวางแผนไว้ว่า
“เอ่อข้ามีอีกเื่ที่จะเรียนปรึกษาท่านเ้าสำนักขอรับ”
“หืมยังมีอะไรอีก?”จ้าวตงขมวดคิ้วแปลกใจที่หลิวเย่มีเื่มากมายแค่วันเดียวที่ได้ทำงาน
“เอ่อ ข้าอยากไปดูแลที่หอตำราด้วยขอรับ”หลิวเย่พูดความในใจออกมาพลางคาดหวังให้ผลลัพธ์ออกมาด้วยดี
จ้าวตงและผู้าุโทุกคนต่างมองสบตากันอย่างไม่เข้าใจความคิดของหลิวเย่
“เ้าไม่ชอบใจที่ได้รับหน้าที่ดูแลโรงครัวงั้นหรือ?” จ้าวตงถามหลิวเย่อย่างแปลกใจ
“โอ๊ะ! ไม่ใช่แบบนั้นขอรับข้าแค่อยากรับผิดชอบหอตำราเพิ่มอีกงานน่ะขอรับ”
หลิวเย่รีบโบกมือปฏิเสธเสียงดังและชี้แจงเพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว
“ฮะฮ่าฮ่า”ปรากฏว่าเกิดเสียงหัวเราะจากเ้าสำนักและผู้าุโทุกคน
แม้แต่โหวพั้งจื่อก็หัวเราะเบาๆอย่างอดไม่ได้
หลิวเย่เหลือบมองทุกคนอย่างไม่เข้าใจกับท่าทีของพวกเขา
“ได้ๆ ข้าอนุญาตเ้าแปลกคนเสียจริง ไม่มีใครที่เป็ผู้าุโแล้วจะสนใจสถานที่เล็กๆแบบนั้น”
จ้าวตงส่ายหน้าเบาๆอย่างขบขันในความคิดของหลิวเย่
ทำให้หลิวเย่ฉงนใจว่าพวกเขาไม่สนใจการเรียนรู้หรืออย่างไร?
เพราะในความรู้สึกของหลิวเย่นั้นหอตำราเปรียบเสมือนขุมสมบัติทางความคิดที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
ด้วยความสงสัยกับท่าทีของทุกคนทำให้หลิวเย่ถามออกมาโดยตรงว่า
“แล้วที่นี่เรียนรู้ศิลปะกันอย่างไรขอรับ?”
ผู้าุโซูที่หายจากอาการหัวเราะแล้วเป็คนตอบหลิวเย่แทนเ้าสำนักอย่างอารมณ์ดีว่า“เรียนรู้กันที่นี่”
เขาชี้นิ้วจิ้มตรงเข้าตำแหน่งหัวใจตนเอง
“อ๋อเข้าใจแล้วขอรับ” ท่าทางของผู้าุโซูทำให้หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจในทันที
นั่นแสดงว่าที่นี่ถ่ายทอดความรู้ผ่านทางจิติญญาเป็หลัก
แต่หลิวเย่มองว่ายังเป็ข้อด้อยบางประเด็นเพราะหากเื่ที่ไม่ถ่ายทอดก็จะสูญหายไปได้
เวลานี้ผู้าุโซูที่รับผิดชอบคัดเลือกศิษย์สายนอกได้สรุปรายงานการคัดเลือกกับเ้าสำนักเหมันต์
“เรียนท่านเ้าสำนักการคัดเลือกศิษย์สายนอกปีนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว มีผู้สมัครรวม 5,000 คนค่าสมัครเก็บได้ 125,000 หลัน
มีศิษย์สายนอกที่ผ่านการคัดเลือกรวม 520 คนแข็งแกร่งขอบเขตแกน์ 10 คน ขอบเขตแกนทองคำ 30 คน
ขอบเขตแกนเสมือน 360 คนขอบเขตสร้างฐานราก 120 คนท่านเ้าสำนักจะมอบหมายให้ศิษย์สายนอกเหล่านี้ไปประจำ
ที่ยอดเขาใดบ้างขอรับ?”
“มากกว่าปีที่ผ่านมา20 คนสินะ”
จ้าวตงพยักหน้าอย่างพอใจและกล่าวเปรียบเทียบกับจำนวนคัดเลือกในปีที่ผ่านมา
“เวลานี้เรามีศิษย์สายในประจำแต่ละยอดเขาเท่าไหร่?” จ้าวตงสบตาผู้าุโหลงและถามโดยตรง
“ยอดเขาโต้วเซินของผู้าุโซูมี 40 คน ยอดเขาหวู่ฉีของผู้าุโเชา มี 40 คน ยอดเขาจื่ออู๋ของผู้าุโเพ่ย มี40 คน
ยอดเขากวนหลี่ของข้ามี 110 คนแต่อยู่จริงเหลือแค่ 10 อีก 100 คนไปทำหน้าที่บริหารแต่ละหัวเมืองยอดเขาอี้ปันของผู้
าุโเผิง มี 40 และยอดเขากวนเหลียวของท่านเ้าสำนักมี 30 คนขอรับ”
ผู้าุโหลงตอบจำนวนตามจริงของแต่ละยอดเขา
“เช่นนั้นกระจายศิษย์สายนอกที่ได้ใหม่นี้ไปแต่ละยอดเขาให้ทั่วถึงทั้งหมดโดยแบ่งแยกตามขอบเขตความแข็งแกร่ง
สำหรับขอบเขตสร้างฐานรากให้ผู้าุโหลิวมากหน่อย จะได้ไปช่วยงานที่โรงครัว”
หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับการบริหารจัดการของเ้าสำนักเหมันต์ที่มีความยุติธรรมและไม่เห็นแก่ตัว
เมื่อเ้าสำนักเหมันต์จัดสรรศิษย์สายนอกที่คัดเลือกใหม่ของปีนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผู้าุโเผิงเอ่ยชมหลิวเย่และจ้องมองเขาด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“ผู้าุโหลิวนี่ไม่ธรรมดาจริงสร้างบ้านพักงดงามยิ่งนัก”
หลิวเย่สะดุ้งเล็กน้อยที่มีคนจับผิดตนเองแต่เขาไม่กังวลเพราะเขาเขียนคำสั่งแรงส์ให้ทำงานและพรางตัวเป็อย่างดี
ที่สำคัญคือพวกแรงส์ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็หุ่นยนต์
ดังนั้นไม่มีใครสามารถตรวจจับได้อย่างง่ายดายเมื่อแรงส์ทำงานเสร็จ
เนื่องจากพวกมันไม่มีพลังปราณหรือพลังชีวิต
หลังทำงานเสร็จแล้วพวกแรงส์จะกลายร่างเป็เหมือนก้อนหินที่อยู่ท่ามกลางก้อนหินอีกหลายก้อนในละแวกนั้น
“เช่นนั้นข้าจะไปเยี่ยมชมเสียหน่อยดูสิว่างดงามเหมือนที่เ้าพูดมาหรือไม่?”
จ้าวตงรับลูกผู้าุโเผิงอย่างรวดเร็ว
หลิวเย่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างฉุนเฉียวผู้าุโเผิงเล็กน้อยเพราะทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะไปเมืองหยงกัน
เพื่อพิสูจน์ว่าใบเว่ยและใบเค่อชุ่ยเป็พืชชนิดเดียวกันหรือไม่?
หากให้คนโรงครัวไปนำมาให้ตนเองดูคงใช้เวลาหลายวัน
เนื่องจากคนโรงครัวแข็งแกร่งแค่ขอบเขตแกนเสมือนเท่านั้น
ส่วนโหวพั้งจื่อก็แข็งแกร่งขอบเขตแกนทองคำแต่เขาได้มอบหมายงานสำคัญให้ทำแทนตนเอง
โรงครัวมีปัญหาจุกจิกมากมายซึ่งเขาไม่ชอบใจที่จะทำหน้าที่ตรงนี้เท่าใดนัก
ดังนั้นจึงจำเป็ต้องให้โหวพั้งจื่อเป็ผู้ช่วยหลัก
หลิวเย่ตอบรับคำพูดของเ้าสำนักอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนักแต่อดกลั้นไว้และตอบกลับด้วยสีหน้าสดชื่นว่า
“ยินดีต้อนรับท่านเ้าสำนักขอรับ”
“ผู้าุโเผิงท่านมีสุรารสเลิศไม่ใช่หรือ?”ผู้าุโซูเอ่ยหยอกล้อผู้าุโเผิงอย่างรู้เท่าทัน
“ใช่ๆคราวก่อนท่านบอกว่าจะนำสุรารสเลิศที่หมักเองมาให้พวกข้าชิมอย่างไรเล่า?”
ผู้าุโเชาพูดสนับสนุนขึ้นทันที
“เช่นนั้นวันนี้พวกเราไปผ่อนคลายที่บ้านพักของผู้าุโหลิวกัน”
ผู้าุโหลงพูดพลางผายมือเชิญเ้าสำนักเดินนำหน้าทุกคน
หลิวเย่เหล่ตาหันไปสั่งงานโหวพั้งจื่อทันทีว่า“เ้าไปเตรียมกับแกล้มสัก 3-4 อย่างและนำจอกเหล้าไปด้วย”
“ขอรับผู้าุโหลิว”โหวพั้งจื่อรับอย่างยินดีเพราะเขามีโอกาสได้ลิ้มรสสุราชั้นเลิศของผู้าุโเผิงเช่นกัน
หลิวเย่มองเห็นท่าทีชื่นชอบสุราของทุกคนแล้ว
ทำให้เขานิ่งเงียบที่จะพูดถึงเหล้านมม้านมแพะรสชาติ์ของตนเอง
เพราะหากพวกเขาติดใจนั่นจะทำให้เขาต้องวุ่นวายในการต้อนรับและเหล้าอาจจะหมดลงในเวลาอันสั้น
ในขณะที่เขาไม่สามารถวาร์ปกลับไปยังโลกโบราณได้เลย
ดังนั้นหลิวเย่จึงนิ่งเฉยอย่างสิ้นเชิง
..........
ครู่หนึ่งทุกคนบินมาถึงยอดเขาของหลิวเย่ยอดเขาซือหวู่
บนยอดเขามีเนินเขาขนาดกว้าง12 หมู่ (ประมาณ 5 ไร่)
ในเวลานี้บนเนินเขาปรากฏคฤหาสน์หลังงามสีขาวสะอาดตา
เป็แบบชั้นเดียวมีอาคารหลักตรงกลางและอาคารที่พักทางด้านซ้ายขวาและด้านหลังแบ่งสัดส่วนสวยงามลงตัว
เมื่อเดินเข้าไปในอาคารหลักซึ่งเป็ห้องโถงกว้างใหญ่
มีโต๊ะกลมใหญ่ที่แกะสลักจากหินบนยอดเขาและเก้าอี้หัวโล้นอีก8 ตัววางเรียงรายล้อมรอบโต๊ะหิน
ด้านหนึ่งมีเก้าอี้ที่มีพนักพิงและท้าวแขนอีก10 ตัวตั้งวางอย่างเป็ระเบียบทั้งสองด้านซ้ายขวาจากประตูบานใหญ่
มีตั่งนั่งขนาดใหญ่ตั้งวางด้านทิศเหนือสุดซึ่งยกสูงจากพื้นเล็กน้อย
พื้นห้องโถงปูจากไม้ที่ถูกเฉือนเรียบเนียนและขัดมันอย่างดี
ทำให้บ้านพักของหลิวเย่ส่งกลิ่นอายเหมือนกับโลกโบราณ
จ้าวตงที่กวาดสายตามองรอบๆบ้านพักของหลิวเย่ตาเป็ประกายด้วยความพึงพอใจและถามหลิวเย่ว่า
“เ้าทำบ้านพักตามแบบเดิมของบ้านเ้าหรือ?”
“ใช่ขอรับ”หลิวเย่รับคำอย่างสบายใจเพราะโลกโบราณก็เป็เหมือนบ้านหลังที่สองของตนเองเช่นกัน
“อืมสวยงามจริงๆทั้งภายนอกและภายใน” จ้าวตงกล่าวชื่นชมอย่างจริงใจ
บ้านพักของหลิวเย่ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเหมือนผู้าุโคนอื่นๆหรือเ้าสำนักเหมันต์
แต่มีลักษณะที่กะทัดรัดแต่มีประโยชน์ใช้สอยเต็มที่และน่าอยู่อาศัยมาก
ครู่หนึ่งโหวพั้งจื่อนำกับแกล้มและอุปกรณ์สำหรับดื่มเหล้ามา
การสังสรรค์เสมือนรับน้องใหม่จึงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็กันเอง
จนกระทั่งสุราชั้นเลิศของผู้าุโเผิงหมดลง ทุกคนจึงแยกย้ายกลับที่พักบนยอดเขาแต่ละคน
หลิวเย่สนใจสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังยอดเขาของเ้าสำนักไปอีกราว100 ลี้
นั่นคือป่าชายน้ำทะเลถูจ่ายที่หลินจางเคยเล่าให้เขาฟังเื่สัตว์ประหลาดดุร้ายของสถานที่แห่งนั้น
เขาตัดสินใจบินไปทดสอบป่าชายน้ำและทะเลถูจ่ายทันที
……….
ครู่หนึ่งหลิวเย่บินมาถึงป่าชายน้ำ
เขาใช้ัั์ตรวจสอบป่าที่มีอาณาเขตยาวเหยียดขนานไปกับทะเลถูจ่ายที่กว้างใหญ่ไพศาล
ป่าชายน้ำมีลักษณะเหมือนป่าโกงกางของประเทศเขตร้อนในโลกเดิมของหลิวเย่
ซึ่งรากไม้สูงยาวเหนือพ้นน้ำทะเลที่ได้กลายเป็เหมือนปราการและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำนวน
มากมาย
“โอ๊ะ! พลังปราณแข็งแกร่งน่ากลัวจริง”หลิวเย่ตัวสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว
เมื่อัั์ของเขาที่สำรวจลึกลงไปในทะเลถูจ่ายพบกับพลังปราณอันแข็งแกร่งสะท้อนกลับมา
“เห็นท่าจะจริงอย่างที่หลินจางว่าไว้มันเป็สัตว์ประหลาดอะไรกันแน่?”หลิวเย่ขมวดคิ้วสงสัยระคนหวาดกลัว
แต่ทันใดนั้นเขาเกิดความรู้สึกร้อนรุ่มทั่วตัวและมีบางสิ่งจากมิติพื้นที่ที่้าออกมาภายนอก
หลิวเย่ใช้พลังจิตสำรวจภายในมิติพื้นที่แล้วพบว่าเป็ไข่โบราณที่มีการสั่นไหวเบาๆคล้ายตื่นเต้นดีใจ
เขาจึงหยิบไข่โบราณเปลือกสีน้ำตาลออกมา
พลันไข่ใบนั้นเมื่อออกมาจากมิติพื้นที่
มันพุ่งตัวเข้าสู่ทะเลถูจ่ายในทันใด“วื้ด ฟิ้ว”
“อ๊ะ! เ้าจะไปไหนกัน?”หลิวเย่ตื่นใที่พบว่าไข่ลอยจมหายเข้าไปในทะเลถูจ่ายอย่างไร้ร่องรอย
ครู่หนึ่งพลันเกิดน้ำวนขึ้นในทะเลถูจ่ายโดยมีจุดศูนย์กลางของน้ำวนอยู่ขอบชายป่าซึ่งใกล้กับตำแหน่งของหลิวเย่