ท่ามกลางลานกว้างที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า บริเวณนั้นเต็มไปด้วยนักเรียนชั้นปีหนึ่งและปีสองอีกหลายสิบคน เสียงลมหายใจ เสียงฝีเท้า และเสียงกระทบของพลังธาตุที่แตกตัวเป็นประกายบางเบา ล้วนหลอมรวมกันเป็นจังหวะเร่งเร้าแห่งความพยายาม
ทุกสายตาล้วนมุ่งมั่น ทุกคนกำลังตั้งใจฝึกฝนวิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิที่เพิ่งได้รับมอบหมาย
แม้จะรู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่ยากเกินจะเอื้อมถึงสำหรับผู้เริ่มต้น
“ขอแค่เข้าใจได้เพียงครึ่งของขั้นแรกก็ยังดี”
“อย่างน้อยก็ให้ต้นกล้าก่อรูปขึ้นมาได้ก่อน!”
อีกคนกัดฟันหลับตา เพ่งสมาธิอย่างสุดกำลัง
พลังธาตุพฤกษาหลายสายพยายามรวมตัวกันเหนือฝ่ามือของเหล่านักเรียน บางคนสามารถทำให้เถาวัลย์เล็กๆงอกเงยขึ้นมาได้ชั่วครู่ ก่อนจะสลายไปกลางอากาศ บางคนทำได้เพียงกระตุ้นพลังให้ไหวกระเพื่อมโดยไร้รูปทรง
บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความอุตสาหะและความตึงเครียด ทว่าท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น หวงเยี่ยกลับยืนถือสมุดสำเนาอยู่เงียบๆ ริมฝีปากของเขาขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง เป็นความมั่นใจบางอย่างที่กำลังก่อตัว
สายตาของเขาไล่อ่านบรรทัดสุดท้ายของขั้นแรกอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงเล็กน้อย
“นี่ระบบ.. วิชาขับเคลื่อนพลังกับวิชาการต่อสู้ ทั้งสองมันถูกแยกออกกันใช่ไหมนะ?”
ระบบกลืนกินมังกรรับรู้ถึงความต้องการของโฮสต์อย่างชัดเจน เสียงหัวเราะหวานดังขึ้นภายในห้วงจิต
【คิกคิก แน่นอนคะโฮสต์!】
【ในเมื่อโฮสต์ต้องการเช่นนั้น งั้นระบบกลืนกินมังกรคนสวยผู้นี้ก็จะจัดให้เลย】
สิ้นเสียงนั้น โทนของระบบก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง เสียงแจ้งเตือนดังสะท้อนชัดเจน
【ตรวจพบวิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ หุ่นจิตพฤกษาโบราณ ในการเรียนรู้ครั้งแรกแน่นอนว่าไม่เสียแต้มวิญญาณ โฮสต์จะร่ำเรียนมันเลยหรือไม่?】
ข้อความนั้นปรากฏชัดเจนภายในสติของหวงเยี่ย ทว่าคิ้วของชายหนุ่มก็ต้องขมวดเล็กน้อย
“แล้วมันจะบรรลุโดยสมบูรณ์แบบได้เลยหรือเปล่า?”
“เพราะจากที่ดูแล้ว สมุดสำเนานี้มีเพียงแค่ขั้นหนึ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้เท่านั้น ซึ่งมันก็ย่อมต้องมีขั้นถัดๆไปอีกใช่ไหมละ?”
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความรอบคอบ และไม่ได้หลงระเริงไปกับความสะดวกสบายของระบบ
ระบบตอบกลับโดยไม่ชักช้า
【ใช่แล้วคะโฮสต์ วิชาระดับจักรพรรดินั้นแตกต่างไปจากวิชาระดับราชาอย่างมาก】
【ก่อนหน้านี้โฮสต์ได้รับวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชามา และสามารถเปิดใช้งานมันได้โดยสมบูรณ์ ทว่ามันจะแตกต่างไปจากวิชาการต่อสู้ที่มีระดับขั้นแบ่งแยกย่อยอย่างชัดเจน】
【วิชาขับเคลื่อนพลังคือพื้นฐาน เป็นรากแก่นแห่งการไหลเวียน】
【ส่วนวิชาการต่อสู้คือรูปแบบการแสดงออก มันจึงมีลำดับขั้น มีโครงสร้าง และมีขอบเขตที่ต้องก้าวข้ามทีละระดับ】
【เพราะงั้นด้วยการช่วยเหลือของระบบผู้นี้ โฮสต์คงสามารถใช้หลักการเดียวกัน ในการสร้างหุ่นจิตพฤกษาโบราณได้ออกมาอย่างแน่นอน】
【และโฮสต์สามารถใช้พื้นฐานของวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชาที่มีอยู่ หล่อหลอมโครงสร้างขั้นแรกให้สมบูรณ์แบบได้ทันที】
เมื่อได้ยินคำอธิบายจากระบบอย่างชัดเจน หวงเยี่ยก็ตระหนักถึงกฎเกณฑ์และข้อจำกัดทั้งหมดในพริบตา ความลังเลเมื่อครู่สลายหายไปดุจหมอกยามรุ่งอรุณ เขาไม่ได้ปล่อยให้เวลาหลุดลอยไปโดยเปล่าประโยชน์ หากตัดสินใจแน่วแน่ภายในใจ
“ร่ำเรียนมันในทันที!”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ความรู้สึกบางอย่างได้ไหลผ่านจิตใจอย่างนุ่มลึก ราวกระแสน้ำใสที่ซึมซับลงสู่ผืนดินโดยไร้เสียง
กระแสน้ำแห่งข้อมูลอันเป็นระเบียบหลั่งไหลเข้าสู่สติสัมปชัญญะ โครงสร้างของวิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิถูกแยกวิเคราะห์ออกเป็นชั้นๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นค่อยๆแกะเปลือกความลี้ลับออกทีละส่วน
แปรเปลี่ยนเป็นแผนผังพลังที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด จังหวะการหายใจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรแลกเปลี่ยนพลัง ลมหายใจเข้าเปรียบดังการเปิดรับธาตุพฤกษาจากสภาพแวดล้อม ลมหายใจออกคือการหล่อหลอมและขัดเกลาให้กลายเป็นแก่นแห่งการควบคุม
กลไกการเปิดรับพลังปรากฏราวประตูที่ถูกไขออกทีละบาน แต่ละบานมีรหัส มีเงื่อนไข มีจุดสมดุลที่ต้องรักษา
เส้นทางการไหลเวียนถูกขีดเส้นอย่างชัดเจนในห้วงจิต เสมือนแผนผังที่เขียนขึ้นด้วยแสงสว่าง
ทุกจุดเชื่อมต่อ ทุกทางแยก ทุกส่วนโค้ง ล้วนเผยตัวอย่างโปร่งใส ไม่มีสิ่งใดคลุมเครือ ไม่มีเงามืดบดบัง
หวงเยี่ยสัมผัสได้ถึงแก่นกลางของขั้นแรกอย่างชัดแจ้ง
มันไม่ใช่เพียงการสร้างรูปทรง หากคือการทำให้เจตจำนงฝังรากลงในโครงสร้างพลัง
พ่อบ้านชราซึ่งยืนเฝ้าสังเกตอยู่ไม่ไกล เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดมิได้
“หึหึ.. อยากรู้จริงๆ ว่าหวงเยี่ยผู้ถูกเรียกว่าเจ้าชายน้อยคนนี้ จะสามารถศึกษาขั้นแรกในวิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิได้กี่วันหรือกี่...”
คำพูดยังมิทันจบลงดี
อยู่ดีๆหวงเยี่ยก็ลืมตาตื่นขึ้น และกางฝ่ามือออกไปยังเบื้องหน้าอย่างช้าๆ
ในชั่วขณะนั้นเอง เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราถูกเปิดใช้งานโดยไม่ลังเล
บรรยากาศรอบลานฝึกสั่นไหวเบาๆ ราวกับผืนดินกำลังตอบรับคำสั่ง
“ครืนนนนนนนนนน!”
ทันใดนั้นรากไม้สีม่วงเข้มนับสิบเส้นก็ผุดขึ้นจากพื้นลานด้วยเสียงแตกของหิน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตโบราณตื่นจากหลับใหล รากเหล่านั้นมิได้งอกเงยอย่างไร้ทิศทาง หากถักทอกันด้วยความแม่นยำ รวดเร็ว และมั่นคง
เสี้ยววินาทีถัดมา รูปลักษณ์ของหุ่นจิตพฤกษาโบราณก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ลำตัวแข็งแกร่งจากเปลือกไม้สีเข้ม แขนขาหนาทึบ รากเส้นเล็กๆ พันรัดกันเป็นเส้นเอ็น พลังธาตุพฤกษาไหลเวียนภายในราวเลือดสีม่วงเรืองรอง
พ่อบ้านชะงักค้าง
นักเรียนที่กำลังฝึกฝนต่างหยุดการเคลื่อนไหวทันที
“นะ.. น.. นั่นมัน…”
เสียงกระซิบดังขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
ทว่าภาพตรงหน้ามิได้หยุดเพียงเท่านั้น รากไม้อีกนับสิบเส้นพุ่งขึ้นจากพื้นในตำแหน่งที่แตกต่างกัน แผ่ซ่านออกเป็นวงกว้าง จากนั้นก็สรรสร้างโครงร่างใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่ง อีกสอง อีกสาม
ในพริบตาเดียว หุ่นจิตพฤกษาโบราณอีกสี่ตัวก็ปรากฏเคียงข้างตัวแรก
ห้าตัว
ทั้งหมดก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ พวกมันไม่ใช่เพียงยืนตระหง่านเฉยๆ แถมยังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว แขนขาขยับไปมา ท่วงท่ามั่นคงราวนักล่ามังกรผู้ช่ำชอง พลังธาตุพฤกษาไหลเวียนอย่างราบรื่น ไม่มีการสั่นคลอน ไม่มีอาการกระเพื่อมผิดจังหวะ
ภาพนั้นทำให้ลานฝึกตกอยู่ในความเงียบงัน ขณะที่ตัวของพ่อบ้านก็อ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว
“หุ่นจิตพฤกษาโบราณห้าตัว?!”
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือหนัก
“ดะ.. เดี๋ยวก่อน นี่ท่านบรรลุขั้นแรกของวิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิแล้วเรอะ?!”
คำถามดังขึ้นอย่างไม่อาจยับยั้ง
แต่เมื่อสายตาของเขากวาดมองการเคลื่อนไหวของหุ่นทั้งห้า ความตกตะลึงยิ่งทวีคูณ
หุ่นทั้งห้าเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่ได้แสดงอาการติดขัดหรือกระตุก การควบคุมเป็นไปอย่างพร้อมเพรียง ทว่ามีรายละเอียดเฉพาะตัว แต่ละตัวสามารถปรับจังหวะ แขนหนึ่งยกขึ้นป้องกัน อีกตัวก้าวถอย อีกตัวหมุนตัวราวเตรียมโจมตี
มันไม่ใช่เพียงการสร้าง ทว่าทั้งหมดมันคือการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่ใช่สิ.. การที่สร้างขึ้นมาได้ถึงห้าตัวและพวกมันก็เคลื่อนไหวกันได้อย่างอิสระ มันหมายความว่าท่านเข้าใจขั้นแรกเหนือไปอีกขั้นแล้ว!”
นักเรียนรอบข้างต่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าซีดเผือด
“อะไรนะ พวกเรายังสร้างได้ไม่ถึงครึ่งโครงร่างด้วยซ้ำ!”
“เขาเพิ่งอ่านสมุดเมื่อครู่นี้เองไม่ใช่หรือ?”
“ร้ายกาจเกินไป! นี่สวรรค์แทบมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเขาเลยมั้ง?”
ลานฝึกที่เคยเต็มไปด้วยเสียงพยายาม กลับเงียบงันดุจเวลาหยุดนิ่ง
หุ่นจิตพฤกษาโบราณทั้งห้ายืนตระหง่าน เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง เหมือนกองกำลังที่ถูกฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
และในใจของผู้ที่มองเห็นภาพนั้น ทั้งหมดต่างรับรู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมาอีก
ขั้นแรกของวิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ มันได้ถูกก้าวข้ามไปแล้วอย่างเหนือความคาดหมาย