ระหว่างเสวยพระยาหารฮ่องเต้สั่งให้นางไปยืนอยู่เยื้องไปข้างหน้าพระองค์เล็กน้อยทรงสังเกตว่านางคอยชำเลืองมองพระองค์อยู่บ่อยครั้งผิดวิสัยนางกำนัลผู้น้อยทั่วไปที่มักจะไม่กล้าเงยหน้ามอง
หลังเสวยเสร็จทรงเอ่ยถามชื่อนางนางกำนัลตัวน้อยสะดุ้งเพราะกำลังคิดว่าฮ่องเต้คิดจะทำสิ่งใดกับนางกันแน่นางรู้ว่าพระองค์มองนางด้วยสายตาที่แตกต่างจากการมองข้าราชบริพารผู้อื่นแต่ยามนี้นางยังปลีกตัวหนีไม่ได้
“หม่อมฉันชื่อไป๋เพ่ยเจิน เพคะ”
“อืมเ้าไปดูน้ำอาบให้ข้าทีว่าอุ่นพอดีหรือยัง”
“เพคะ”นางเดินเข้าไปในห้องบรรทม ด้านข้างถูกแบ่งเป็ห้องอาบน้ำ ไอร้อนกรุ่นกระจายขึ้นนางแตะปลายนิ้วเข้ากับน้ำแล้วค่อยๆ จุ่มลงไปทั้งมือเมื่อเห็นว่าไม่ร้อนจนเกินไปก็เดินกลับไปกราบทูล
“คนอื่นออกไปรอข้างนอกให้ไป๋เพ่ยเจินอยู่ปรนนิบัติเจิ้นคนเดียวก็พอ”
เมื่อคนอื่นออกไปหมดแล้วหงซือซือได้แต่หันรีหันขวางนางไม่เคยรู้ว่านางกำนัลที่ต้องปรนนิบัติอ่องเต้ในห้องอาบน้ำต้องทำสิ่งใดบ้าง?
“จะยืนอยู่อีกนานไหม? มาถอดเสื้อผ้าให้เจิ้นที”นางจำใจต้องเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปยังร่างที่ยืนกางแขนอยู่หน้าอ่างอาบน้ำช่วยถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกออก
“ถอดให้หมด”สายตาคมกริบตวัดมองนางและก้มลงมองเสื้อและกางเกง ตัวในที่เหลือ หงซือซือยืนตะลึงทำตาปริบๆก่อนที่จะเบี่ยงเบนสายตาไปที่อื่นแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อกับกางเกงของฮ่องเต้ออกร่างเปลือยกำยำสูงใหญ่ของิเฟยหลงทำให้ หงซือซือเผลอมองแล้วตะลึงอยู่ครู่ นางไม่คิดเลยว่าพระองค์จะมีพระวรกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเช่นนี้นางเผลอมองด้านหลังเมื่อเห็นรอยแผลเป็หลายรอยคล้ายถูกอาวุธทำร้ายจนาเ็ก็นึกสงสัยในฐานะองค์ชายและกลายเป็ผู้ครองราชบัลลังก์เหตุใดเขาจึงมีาแมากมายจะว่าไปก็ไม่เคยได้ยินว่าเขารบทัพจับศึกมาก่อน?
ฮ่องเต้หย่อนร่างลงในอ่างใหญ่แล้วก็หันไปบอกนางกำนัลที่ได้รับอนุญาตเข้าในห้องอาบน้ำเพียงคนเดียว“มาถูหลังให้เจิ้นที”นางเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปหามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นผ้าผืนเล็กที่ถูกพับไว้ในถาดด้านหลังก็หยิบขึ้นมาจุ่มผ้าในน้ำอุ่นก่อนจะบิดเล็กน้อยแล้วค่อยถูไปตามหลังคอ “นวดให้ด้วยก็ดี”
หงซือซือหายใจไม่ทั่วท้องแม้ว่านางจะอยู่กับจอมยุทธ์และผู้ถูกว่าจ้างที่เป็ผู้ชายล้วนๆแต่ก็มิเคยเห็นพวกเขาอยู่สภาพเปลือยเปล่าการมายืนดูิเฟยหลงที่ลุกขึ้นจากอ่างน้ำทำให้นางถึงกับหน้าร้อนฉ่า
“มาเช็ดตัวให้เจิ้น”ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย หงซือซือแอบฮึดฮัดอยู่ในใจนางเคยเป็คุณหนูที่มีแต่คนคอยรุมล้อมดูแลปรนนิบัติรับใช้ ต้องมาเช็ดตัวให้ผู้ชายเนื้อตัวโล่งโจ้งั้แ่หัวจรดเท้าเช่นนี้แทบจะหลับหูหลับตาเช็ดให้เสร็จๆไป แต่ก็คงคอยระวังตัวว่าฮ่องเต้จะทรงกริ้ว ทำงานกับฮ่องเต้ก็เหมือนขี่หลังเสือถ้าคิดจะลงก็ต้องระวังเสือจะขบกัดเอาไม่ใช่แค่เช็ดตัวแต่นางยังคงคอยหยิบเสื้อผ้ามาสวมให้เขาเสียด้วย
‘พี่สามเ้าคนเื่มากอย่าให้ข้าหาโอกาสแกล้งได้เทียว’
ฮ่องเต้นั่งที่ริมเตียงบรรทมขันทีาุโเข้ามายืนรอรับคำสั่งอยู่ใกล้ๆ“อู๋กงกงเ้าไปเพิ่มเตียงเล็กอีกเตียงหนึ่งในห้องนั้นคืนนี้ให้ไป๋เพ่ยเจินนอนเฝ้าที่นี่กับพวกนางอีกสองคน”
อู๋กงกงเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ค้อมศีรษะรับคำสั่งแต่โดยดีเขาคงไม่กล้าประมาทนางกำนัลตัวน้อยผู้นี้อีกนางเพิ่งมาแค่ครึ่งวันก็ได้รับอนุญาตให้นอนในห้องข้างห้องบรรทมแล้วนับว่าก้าวหน้ารวดเร็วยิ่ง
“พะยะค่ะ”ขันทีาุโรู้หน้าที่ยิ่งเขารีบเดินออกไปสั่งการอย่างรวดเร็ว หงซือซือถึงกับชะงักเพราะนางย่อมหมดโอกาสจะกลับไปนอนที่ตำหนักฮองเฮาอุตส่าห์คิดว่าจะกลับไปเล่าข่าวดีให้กับไป๋เพ่ยเจินได้ฟังที่อู๋กงกงเก่งไปกว่านั้นก็คือการสั่งให้คนไปขนเอาข้าวของของไป๋เพ่ยเจินมาไว้ที่เรือนนอนนางกำนัลที่รับใช้ในเรือนของฮ่องเต้ที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ไป๋เพ่ยเจินเ้ากลับไปอาบน้ำที่เรือนกับพวกนี้ก่อนแล้วรีบกลับมารับใช้ฮ่องเต้นอนที่ห้องเล็กนั่น”ขันทีผู้ใหญ่หันไปทางนางกำนัลที่ดูจะาุโกว่าผู้ใดที่ยืนอยู่ใกล้ๆ“หม่าหลันฮวาเ้าพานางไปด้วยแล้วดูนางให้เรียบร้อยสอนนางด้วยว่ากฎของตำหนักเป่าฉีมีว่าอย่างไร?”
“เ้าค่ะกงกง” หม่าหลันฮวานำไป๋เพ่ยเจินไปเรือนพักหงซือซือรู้สึกสบายใจที่นางได้นอนในห้องนอนนั้นเพียงผู้เดียว
“เ้าจะกลัวหรือไม่? ห้องนี้เ้าคงต้องนอนเพียงลำพังเสียแล้วล่ะนะเพราะจู่ๆ เ้าก็ดาวโชคหล่นทับแบบนี้ ใครจะคาดคิดว่าคนที่กวาดลานอยู่ดีๆจะได้เข้ามารับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้”
หงซือซือมองดูสีหน้าของหม่าหลันฮวาเมื่อเห็นว่านางมิได้ทำหน้าตาหมั่นไส้หรืออิจฉาตนก็ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้น“ข้าขอบคุณที่พี่หลันฮวาให้การช่วยเหลือดูแลข้าหากมีสิ่งใดจะสั่งสอนโปรดได้ชี้แนะข้าด้วยเถิด ตอนที่ข้าอยู่รับใช้ที่ตำหนักฮองเฮาก็ทำแค่คอยดูแลน้ำอาบและลำเลียงอาหารเท่านั้นมิได้รู้ว่าต้องปรนนิบัติฮ่องเต้อย่างไร?”
นางกำนัลเก่าแก่เห็นว่าผู้มาใหม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนก็รู้สึกพอใจจึงพยักหน้าแล้วบอกให้นางรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนพานางกลับไปห้องบรรทมฮ่องเต้อีกครั้ง พวกนางต้องเปลี่ยนเวรกับขันทีอีกกลุ่มหนึ่งเพราะฮ่องเต้ค่อนข้างเข้มงวดจึงไม่อนุญาตให้คนรับใช้หน้าใหม่เข้ามาเหยียบย่างที่ตำหนักจนกว่าจะสืบประวัติของนางกำนัลและขันทีผู้นั้นอย่างขาวสะอาด
ยามจื่อแล้วหงซือซือที่ยืนเฝ้าฮ่องเต้อยู่ส่วนนอกห้องบรรทมเริ่มสัปหงกจนหม่าหลันฮวาต้องคอยสะกิด“เพ่ยเจิน เงยหน้าขึ้นอดทนไว้อย่าหลับเด็ดขาด ตำหนักนี้เข้มงวดนักหากอู๋กงกงเห็นเข้าเดี๋ยวโดนลงโทษเอาหรอก”
“ทำไมฮ่องเต้ทรงอยู่ดึกนักเล่า?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันปกติอาจจะมีเสด็จตำหนักอื่นๆ ไปค้างแรมกับพระสนมบ้างหรือไม่ก็ทรงงานอยู่ห้องพระอักษรจนดึกดื่นน้อยครั้งที่จะทรงนั่งอ่านตำราอยู่ที่นี่ น่าแปลกจริง”
“พระสนมไม่ได้มาค้างที่ตำหนักนี้บ้างหรือ?”
“ฮ่องเต้มิเคยทรงอนุญาตให้ผู้ใดมาค้างที่ตำหนักเป่าฉี”
“แม้แต่ฮองเฮาหรือ?”
“ใช่! แม้แต่ฮองเฮาก็มิเคย”
หงซือซือรู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง‘เอ๊ะ! นี่ข้าจะดีใจทำไมกัน?พี่สามมีภรรยาเป็ร้อยเขาจะนอนกับผู้ใดก็เื่ของเขา’นางใคร่ครวญสักครู่ก็นึกถึงคืนที่นั่งดื่มสุรากับเขาจนเมามายในห้องพักโรงเตี๊ยมยุทธภพเขาเคยโอดครวญเื่สตรีรอบข้างที่ไม่อาจจะวางใจได้ เห็นทีเขาคงระวังตัวจากพวกนางมากพอสมควรช่างเป็เื่น่าสงสารนักที่ต้องหวาดระแวงแม้กับคนที่ต้องร่วมเตียง นางมองลอดฉากไม้ฉลุมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังวางตำราแล้วเดินออกจากเก้าอี้ที่ประทับอยู่นานไปยังเตียงบรรทมเขานั่งใกล้ หัวเตียงมือก็ล้วงเอาของสิ่งหนึ่งจากใต้หมอนออกมาดูหงซือซือเพ่งมองดีๆ พลันใขึ้นมาวูบ ‘นั่นมันป้ายประจำตัวข้านี่นาลืมไปเลยว่ามอบของสิ่งนี้ให้เขาไป’
*************
