เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง **จบแล้ว**

    ตอนที่ 43 แขก

    ตอนที่ 43 แขก

     

    จางฉุ้ยเหลียนมองไปยังกับข้าวทั้ง 8อย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นเธอก็หมุนตัวกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งเธอหยิบไข่ไก่ออกมา ตั้งกระทะและเทน้ำมันลงไป เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่แล้วเธอก็ตอกไข่ลงไปในกระทะทั้งหมด 6 ฟอง 

     

    จากนั้นเธอก็หันไปหยิบถ้วย เธอตักน้ำตาลเติมน้ำส้มสายชูลงไปและคนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมันมาราดลงไปบนไข่แค่นี้ไข่ดาวราดซอสเปรี้ยวหวานก็เป็นอันเสร็จ

     

    เธอเดินเข้าไปตักกิมจิผักกาดขาวจากในห้องมาจากนั้นก็หั่นหมูสามชั้น เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว จางฉุ้ยเหลียนก็ตั้งกระทะเทน้ำมันลงไปเล็กน้อยเธอใส่หมูสามชั้นลงไปเป็นอันดับแรก เมื่อหมูเริ่มสุกเธอก็ใส่กิมจิผักกาดขาวลงไปเมื่อผัดจนสุกแล้วเธอก็ตักใส่จานจากนั้นเธอก็ถืออาหารทั้งสองอย่างที่เธอทำเดินเข้าไปในบ้าน

     

    เมื่อจางฉุ้ยเหลียนเดินถืออาหารทั้งสองจานเข้ามาวางบนโต๊ะ เกาจื้อกั๋วก็ชำเลืองตามองไปจางฉุ้ยเหลียนแวปหนึ่งจากนั้นเขาก็ถามออกมาอย่างยิ้ม ๆ ว่า “นี่ลูกสาวของนายอย่างนั้นหรือ ? ”

     

    เซี่ยจวินพยักหน้า “อ้อ ใช่แล้วล่ะตอนนั้นที่เราอุ้มเธอกลับมาที่บ้าน นายยังมาเล่นกับเธอตั้งหลายครั้ง!”

     

    “แม่หนู มานั่งกินข้าวด้วยกันสิ กับข้าวเยอะแยะขนาดนี้เธอยังจะทำมาเพิ่มอีกตั้ง 2 จาน คิดว่าเราเป็นราชารึไง!” เกาจื้อกั๋วหัวเราะออกมาเสียงดัง

     

    จางฉุ้ยเหลียนจึงตอบกลับไปว่า“คุณลุงไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ หนูสมควรทำอยู่แล้ว!”

     

    หลังจากที่เดินเข้ามาในบ้าน จางฉุ้ยเหลียนก็ได้รู้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่ากัวเจี้ยนจวินเขาเป็นลูกน้องเก่าของเกาจื้อกั๋ว เขากลับมาเยี่ยมญาติที่นี่พอดีเขาก็เลยแวะมาเยี่ยมหัวหน้าเก่าของเขาเสียหน่อย

     

    เกาจื้อกั๋วเป็นคนใจร้อน เมื่อถึงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เขาก็รีบขับรถมาหาเซี่ยจวินที่บ้านเพราะเขาคิดถึงเซี่ยจวินเป็นอย่างมากเขาใช้เวลาขับรถมาที่บ้านของเซี่ยจวินเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นและเมื่อเขามาถึงบ้านของเซี่ยจวินได้ไม่นานกัวเจี้ยนจวินที่รู้ว่าหัวหน้าเก่าของเขามาที่นี่ เขาจึงตามมาอย่างช่วยไม่ได้

     

    “นายนี่มันจริง ๆ เลยบ้านของเด็กคนนี้อยู่ตั้งในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโน่น พ่อกับแม่คงจะร้อนใจไม่น้อย!” ตงลี่หวาชำเลืองตามองไปทางกัวเจี้ยนจวินที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยท่าทางมาดขรึม

     

    “ไม่ร้อนใจหรอก แล้วก็ไม่ได้ร้อนใจสักนิดเลยด้วย!” เกาจื้อกั๋วยิ้มจนตาหยีจากนั้นเขายื่นตะเกียบออกไปคีบไข่ดาวของจางฉุ้ยเหลียนเข้าปาก

    “อื้อ ฝีมือการทำอาหารไม่เลวเลยนะอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะนี้เธอเป็นคนทำทั้งหมดเลยหรือ ? เหล่าเซี่ยนายได้กินอาหารรสชาติดีแบบนี้ทุกวัน นายต้องมีความสุขมากแน่ ๆ เลย!” 

     

    เซี่ยจวินเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะเสียงดังจากนั้นเขาก็เอ่ยปากชมจางฉุ้ยเหลียนด้วยความภาคภูมิใจว่า “เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้วลูกสาวของฉันทั้งสวย ทั้งกตัญญูรู้คุณ อีกทั้งยังมีความสามารถมากอีกด้วย  ต้องเป็นเด็กหนึ่งในร้อยคนเลยล่ะที่จะเป็นเหมือนหล่อนได้”

     

    เกาจื้อกั๋วแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปถามจางฉุ้ยเหลียนว่า “แม่หนู ตอนนี้หนูแต่งงานออกเรือนแล้วรึยังล่ะ ?ถ้ายัง ลุงแนะนำให้เอาไหม!”

     

    จางฉุ้ยเหลียนเขินจนหน้าแดงขึ้นมาทันทีความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใดตั้งแต่ที่เธอได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในครั้งนี้ เธอก็ได้เจอกับคนที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนหลายคน และก็เรื่องที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนอีกหลายเรื่อง

     

    “เธอยังไม่ไม่ได้แต่งงานหรอก !ตอนนี้เสี่ยวเหลียนก็ยังเรียนอยู่อีกอย่างวิทยาลัยของเธอก็ไม่อนุญาตให้นักศึกษามีคนรักหรือว่าแต่งงานด้วย!” เมื่อสองสามีภรรยาตระกูลเซี่ยได้ยินคำพูดของเกาจื้อกั๋วพวกเขาต่างก็หันมามองหน้ากันและรีบหันไปมองกัวเจี้ยนจวินทันที

     

    เกาจื้อกั๋วขมวดคิ้ว และถามออกไปว่า“ยังเรียนอยู่อย่างนั้นหรือ ? ”

     

    เซี่ยจวินที่ดื่มหนักจนหน้าแดงก็ได้พูดชื่นชมจางฉุ้ยเหลียนต่อว่า: “ใช่ เดิมทีแล้วเสี่ยวเหลียนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงแต่ก็น่าเสียดายที่หนังสือแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยของเธอหายไปเสียก่อนเธอจึงไปเรียนที่วิทยาลัยครูในเมืองเล็ก ๆ แทน และเธอก็เพิ่งจะเข้ายังเรียนได้ไม่ถึงครึ่งปีเลยด้วยซ้ำ!”

     

    เกาจื้อกั๋วพยักหน้าเป็นการเห็นด้วย“น่าเสียดายจริง ๆ !”

     

    เซี่ยจวินเดาได้ว่าเกาจื้อกั๋วจะพูดอะไรต่อเขาจึงรีบพูดขึ้นมาด้วยความรีบร้อนว่า “น่าเสียดายอะไร ? มันต้องพูดว่าน่าดีใจต่างหากล่ะอะไรที่สูญเสียไปแล้วมันอาจจะไม่ใช่เรื่องไม่ที่ดีเสมอไปก็ได้อีกอย่างท่านอธิการบดีวิทยาลัยครูของจางฉุ้ยเหลียนก็ให้ความสำคัญและสนับสนุนเธออีกด้วยผ่านไปแค่ครึ่งปีเธอก็ได้เขียนบทความตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ประจำมณฑลแล้ว ”

     

    เมื่อพูดจบเขาก็หมุนตัวไปหยิบหนังสือพิมพ์ออกมาฉบับหนึ่งที่จางฉุ้ยเหลียนเอากลับมาให้เขาอ่านจากในตู้บนหัวเตียงจากนั้นก็เปิดให้เกาจื้อกั๋วอ่านด้วยความภาคภูมิใจ “นายลองอ่านดูสินี่เป็นบทความที่เธอเขียน นามปากกาเป็นชื่อเดียวกัน ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปพวกเขาจะตีพิมพ์นิยายเรื่องสั้นของเธอลงในหนังสือพิมพ์ประจำมณฑลทุกวัน! ”

     

    อย่าว่าแต่แววตาตกใจของกัวเจี้ยนจวินเลยแม้แต่เกาจื้อกั๋วก็หันไปมองจางฉุ้ยเหลียนด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความชื่นชมอยู่ไม่น้อยจากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็พากันพยักหน้า และพูดว่า “ไม่เลวเลยจริง ๆ ไม่เลวเลย! ”

     

    เซี่ยจวินอยากจะให้เพื่อนของเขาช่วยหาผู้ชายดี ๆให้กับจางฉุ้ยเหลียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาดูถูกกัวเจี้ยนจวินแต่อย่างใดเซี่ยจวินรู้ว่าเกาจื้อกั๋วต้องการที่จะแนะนำกัวเจี้ยนจวินให้กับลูกสาวของเขาเพราะพวกเขาทั้งสองคนสนิทกันมาก ไม่ต้องพูดอะไรแค่มองตาก็รู้ใจแล้ว

     

    เซี่ยจวินจึงยิ้มและพูดออกไปว่า“ฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้านายมีคนดี ๆ ที่รู้จักก็ช่วยแนะนำไว้ให้หน่อยแล้วกันนะ!”

     

    จางฉุ้ยเหลียนทนฟังต่อไปไม่ได้อีกแล้วเธอรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก เธอจึงพูดออกไปว่า “พ่อคะ พอเถอะค่ะ หยุดพูดได้แล้ว! รีบดื่มเหล้าเข้าไปเลย! ”

     

    เกาจื้อกั๋วหัวเราะ ฮ่า ฮ่า ออกมาเซี่ยจวินเองก็โบกมือไปมาด้วยรอยยิ้ม และพูดว่า “ไม่พูดก็ได้ ไม่พูดก็ได้!”

     

    ในตอนนั้นเองกัวเจี้ยนจวินก็ได้เอ่ยปากถามขึ้นว่า“ทำไมเธอถึงคิดอยากจะตีพิมพ์บทความลงหนังสือพิมพ์ล่ะ ?อธิการบดีเป็นคนหาสำนักพิมพ์ให้เธอ หรือว่าเธอเป็นคนหาเอง ? ”

     

    จางฉุ้ยเหลียนอธิบายค่าต้นฉบับที่เธอเคยได้รับออกไปคร่าวๆ ถึงแม้ว่าในเวลานี้เธอจะยังรู้สึกเกร็ง ๆ อยู่ไม่น้อยแต่เธอก็ยังเล่าเรื่องราวได้อย่างราบรื่นและไม่มีความเขินอายแต่อย่างใดนั่นจึงทำให้กัวเจี้ยนจวินคิดไม่ถึงเลยว่าจางฉุ้ยเหลียนจะมีความสามารถมากขนาดนี้ตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มไปจนจบมื้ออาหาร

     

    หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วพวกเขาก็ช่วยกันเก็บจาน จากนั้นไม่นานก็มีกับแกล้มยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน รวมทั้งลูกแพร์แช่แข็งและลูกพลับแช่แข็งที่ละลายเรียบร้อยแล้ว

     

    กัวเจี้ยนจวินนั่งต่ออีกสักพักเมื่อเขาดื่มชาจนหมดแก้ว เขาก็ลุกขึ้นและขอตัวกลับทันที เกาจื้อกั๋วพยักหน้าจากนั้นเขาก็พูดออกไปว่า “บ้านนายก็ใกล้แค่นี้เอง จะรีบกลับทำไมล่ะเดี๋ยวฉันจะอยู่ดื่มเหล้าและพูดคุยกับเซี่ยจวินต่ออีกสักพักแล้วกันนายกลับไปก่อนได้เลย”

     

    เมื่อตงลี่หวาได้ยินดังนั้นเธอก็เอ่ยปากพูดออกไปทันทีว่า “ได้ที่ไหนกัน พ่อหนุ่ม เธอจะเดินกลับอย่างนั้นหรือบ้านเรามีรถจักรยาน เธอยืมจักรยานเราไปก่อนก็ได้นะ”

     

    กัวเจี้ยนจวินครุ่นคิดสักพักจากนั้นก็ยิ้มและพูดกับตงลี่หวาว่า “ก็ได้ครับ ไว้ผมมีโอกาส ผมจะเอามาคืนให้คุณป้าทีหลังนะครับ!”

     

    ในสายตาของตงลี่หวากัวเจี้ยนจวินก็เหมือนกับลูกเขยคนหนึ่ง หล่อนยิ้มและพูดด้วยความเอ็นดูว่า “ได้ป้าไม่รีบหรอก เธอรีบไปเถอะ พ่อกับแม่ของเธอคงเป็นห่วงแย่แล้ว! ”

     

    หลังจากที่กัวเจี้ยนจวินกลับไปแล้ว ตงลี่หวาก็อดที่จะเดินมาจูงมือจางฉุ้ยเหลียนให้ตามหลอนเข้าไปในห้องไม่ได้หล่อนปิดประตูลงจากนั้นจึงเริ่มถามถึงเรื่องของกัวเจี้ยนจวินกับจางฉุ้ยเหลียนออกไปอย่างไม่ปิดบังในทันที

     

    เกาจื้อกั๋วนอนอยู่บนเตียงตรงข้ามเซี่ยจวินเขาหัวเราะพร้อมกับชี้ไปทางตงลี่หวาที่อยู่ในห้องและพูดขึ้นว่า  “พี่สะใภ้ยังรู้สึกสนใจเลย”

     

    ตงลี่หวาหลุดหัวเราะออกมาทันที“นายเป็นคนพาเขาเข้ามาในบ้าน ฉันรู้ว่านายต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ ๆไม่อย่างนั้นนายก็คงจะไม่พาเขามาที่บ้านเราในวันฉลองปีใหม่แบบนี้หรอก ! ”

     

    เกาจื้อกั๋วส่ายหน้า : “มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอก !”

     

    เซี่ยจวินเองก็คล้อยตาม “ใช่ ๆเขาไม่ได้เป็นพ่อสื่อหรอก แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่เคยพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลยด้วย ! ”

     

    เกาจื้อกั๋วยิ้มพร้อมกับพูดอธิบายออกมาว่า :“ที่ฉันพาเขามาที่นี่ ก็เพราะว่าฉันสนใจเขาจริง ๆ เด็กคนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว ต่อไปเขาจะต้องมีอนาคตที่ดีแน่ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือบุคลิกที่ดูอบอุ่นของเขา พวกพี่วางใจได้เลยที่ฉันมาส่งเขาที่นี่ก็เพราะว่าฉันอยากจะมาเยี่ยมพวกพี่ทั้งสองคนเท่านั้นเองพอเข้ามาแล้วเจอลูกสาวของพวกพี่ ฉันก็เลยเกิดความคิดนี้ขึ้นมาแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูวาสนาของเด็กทั้งสองคนด้วย เจอหน้ากันรู้จักกันหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาแล้วล่ะ ว่าจะสานกันต่อหรือไม่ ! ”

     

    เมื่อตงลี่หวาได้ฟังหล่อนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่หล่อนก็ยังไม่วายขมวดคิ้วและถามออกไปว่า “ฟังจากที่นายพูดมาบุคลิกของเด็กคนนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว แล้วฐานะทางบ้านล่ะเป็นยังไง ? บ้านของพ่อหนุ่มคนนี้ก็ห่างจากบ้านของเราไม่ไกลแต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเลยล่ะ ! ”

     

    เกาจื้อกั๋วนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยจากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ และพูดว่า “เรื่องนี้ฉันไม่รู้หรอกนะแต่ฉันได้ยินมาว่าเขาเพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เขาเป็นลูกคนสุดท้องพี่ชายทั้งสามคนของเขาก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้วส่วนพี่สาวอีกสองคนก็แต่งงานแล้วเช่นกันแต่เขาก็ดูกดดันอยู่ไม่น้อยที่ยังไม่ได้แต่งงานแล้วอีกอย่างเขาก็หาคนรักยากเพราะเขาอยู่ในกรมทหาร! ”

     

    ตงลี่หวากลับไม่คิดอย่างนั้น  “มีทั้งพี่ชายและพี่สาว มีลูกเยอะแบบนี้ฐานะทางครอบครัวจะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน แล้วอีกอย่างคุณสมบัติของจางฉุ้ยเหลียนก็ดีถึงอย่างไรเราก็ต้องหาคนที่คู่ควรให้กับลูกสาวของเรา !”

     

    เซี่ยวจวินกลอกตาไปมาอย่างจนปัญญา“กว่าลูกสาวของเธอจะเรียนจบก็อีกตั้งหลายปี เธอจะรีบร้อนไปทำไมกัน!ถึงจะคบหากันแล้ว แต่คนที่ยังไม่แต่งงานกันก็ไม่สามารถอยู่ร่วมบ้านกันได้ ”

     

    เกาจื้อกั๋วพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน อีกอย่างฉุ้ยเหลียนก็เป็นคนมีการศึกษาย่อมต้องได้งานดี ๆ ทำอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเจี้ยนจวินจะเป็นทหารแต่มันก็ไม่ได้เป็นงานที่ดีมากนัก”

     

    พอดูตรงจุดนี้แล้วทั้งสองคนก็คงจะไร้ซึ่งวาสนาต่อกัน ตงลี่หวาได้แต่ทอดถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ  น่าเสียดายเด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ

     

    ส่วนทางด้านกัวเจี้ยนจวิน เขาก็สะพายกระเป๋าทหารปั่นจักรยานกลับมาถึงบ้านเมื่อแม่ของเขาที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นเขาเดินเข้ามาในบ้านหล่อนก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจในทันทีว่า “เจี้ยนจวิน ? ทำไมลูกถึงปั่นจักรยานกลับมาล่ะ? ไอ้หยา ลูกปั่นมาไกลแค่ไหนเนี่ย!”

     

    กัวเจี้ยนจวินจอดรถจักรยาน จากนั้นก็เดินคลี่ยิ้มตรงเข้าไปจูงมือแม่ของเขาเดินเข้าไปในบ้านเขาเดินไปพลางและพูดอธิบายไปพลาง ถึงที่มาของจักรยานคันนี้

     

    เมื่อเดินเข้ามาในบ้านเขาก็ต้องรู้สึกตกตะลึงกับกลุ่มคนมากกว่า20 ชีวิต เขาไม่ได้เห็นความคึกครื้นและมีชีวิตชีวาแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ เหล่าพี่สะใภ้ต่างก็ยกอาหารมาเสิร์ฟให้กับกัวเจี้ยนจวินแต่เขาก็พูดปฏิเสธออกไปว่า “ผมเพิ่งจะกินข้าวที่บ้านของเพื่อนเก่าของหัวหน้าทหารของผมเมื่อกี้นี้เองครับผมก็เลยยืมจักรยานของเขาปั่นกลับมาที่บ้าน!”

     

    เมื่อได้พูดอธิบายกับทุกคนแล้วทุกคนต่างก็ไม่ได้เข้ามาจู้จี้กับเขาอีก

     

    “ร้านซ่อมรถอย่างนั้นหรือ ? นายหมายถึงบ้านตระกูลเซี่ยรึเปล่า? ใช่เถ้าแก่ที่ขาไม่ดีคนนั้นไหม ? ” พี่ชายคนที่สองของกัวเจี้ยนจวินพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา

     

    “ก็มีร้านซ่อมรถอยู่ร้านเดียวในเมืองก็ต้องเป็นบ้านของเขานั่นแหละ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเคยเป็นทหารด้วย!” เมื่อรู้ว่าเป็นบ้านของใครผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นต่างก็ประทับใจ

     

    “ใช่แล้วล่ะ เถ้าแก่คนนั้นที่มีลูกไม่ได้เขารับเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่งเป็นลูกบุญธรรม!” คนที่กำลังพูดอยู่นี้ก็คือพี่สะใภ้สามของกัวเจี้ยนจวินนั่นเองความสนใจของผู้หญิงย่อมไม่เหมือนกับผู้ชาย

     

    “อื้อ มีเด็กสาวอยู่ที่บ้านของพวกเขาด้วยคนหนึ่งผมได้ยินเขาพูดกับหัวหน้าเก่าของผมว่า ตอนที่เขาอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับมาหัวหน้าของผมยังไปเล่นกับลูกสาวของพวกเขาหลายครั้ง น่าจะไม่ผิดคนนะครับอาหารในวันนี้ก็เป็นฝีมือของเธอ เธอทำอาหารคนเดียวตั้ง 10 อย่างอย่างกับอาหารที่ยกเสิร์ฟจากร้านอาหารอย่างไรอย่างนั้น!” กัวเจี้ยนจวินคิดถึงท่าทางใจกว้างของจางฉุ้ยเหลียนขึ้นมาเธอเป็นคนที่มีความสามารถ อีกทั้งยังทำอาหารเก่ง ถ้าเขาได้เธอมาเป็นภรรยาเขาจะต้องมีความสุขมากแน่ ๆ

     

    “หน้าตาของเธอก็ดีมากด้วย เธอแต่งงานรึยังล่ะ ? ”นี่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดของผู้เป็นแม่ ดวงตาของหล่อนลุกวาวขึ้นมาทันทีพร้อมทั้งพูดว่า “ไอ้หยา ที่หัวหน้าเก่าของลูกตั้งใจพาลูกไปที่บ้านของพวกเขาคงจะอยากให้ลูก ๆ ได้เจอกันนั่นแหละ ? ”

     

    พี่สะใภ้สามก็เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยอย่างตื่นเต้น“ฉันว่าใช่แน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะให้นายยืมจักรยานมาทำไมล่ะ!”

     

    กัวเจี้ยนจวินขมวดคิ้วจากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย“ไม่หรอกครับ ผมเพิ่งลงจากรถไฟวันนี้เอง แล้วก็ตรงไปที่บ้านของหัวหน้าเก่าทันทีเลยผมและพวกเขาก็ไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วย อีกอย่างเด็กสาวคนนั้นก็ยังเรียนอยู่และพวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อนให้เธอแต่งงานด้วยครับ!”

     

    แม่ของกัวเจี้ยนจวินขมวดคิ้วทันที“เธอยังเรียนอยู่อย่างนั้นหรือ ? โตขนาดนั้นแล้วจะเรียนไปทำไมกันไม่มีประโยชน์อะไรเลย!”

     

    เมื่อได้ยิมคำพูดของภรรยา พ่อของกัวเจี้ยนจวินก็พูดตำหนิออกไปว่า“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ จบแล้วก็จะได้มีงานมีการดี ๆ ทำดีกว่าเป็นแม่บ้านอยู่แต่บ้านไม่ใช่หรือ ? ”

     

    แม่ของกัวเจี้ยนจวินส่ายหน้า “ไม่ได้สิ คนที่จะมาเป็นภรรยาของเสี่ยวจวินก็ต้องเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนั้นก็คงจะออกไปทำงานข้างนอกบ้านทั้งวันอีกอย่างเสี่ยวจวินก็ไม่อยู่บ้าน แล้วอย่างนี้จะอยู่กันได้นานอย่างนั้นหรือ!”

     

    เมื่อกัวเจี้ยนจวินได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันทีเขายิ้มและทำเป็นไม่สนใจเรื่องนี้อีก

     

    แต่แม่ของกัวเจี้ยนจวินยังคงคิดไม่ตกกับเรื่องนี้หล่อนจึงเดินออกไปจากบ้านอย่างเงียบ ๆหล่อนเดินไปที่บ้านตระกูลหลี่ที่อยู่ข้างบ้าน หล่อนเดินไปหาภรรยาหลี่ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหล่อนจากนั้นหล่อนก็ถามออกไปว่า “ตอนนี้ลูกคนที่สี่ของฉันกลับมาที่บ้านแต่เขาก็อยู่ได้แค่ 2 วัน เธอเห็นลูกสาวบ้านไหนที่เหมาะสมกับลูกของฉันบ้างไหมฉันจะได้ถือโอกาสตอนที่เขาอยู่บ้าน พาสาว ๆ เหล่านั้นมาพบเขาที่บ้านเสียเลยตอนนี้ลูกชายของฉันก็อายุ 25 ปีแล้ว คงรอไม่ได้แล้วล่ะ!”

     

    ภรรยาตระกูลหลี่ครุ่นคิดอยู่สักพักจากนั้นก็คลี่ยิ้มและพูดว่า “ได้ เดี๋ยวฉันโทรไปถามให้เธอเองแล้วคืนนี้ฉันก็จะไปปรึกษาหารือกับเธอด้วย!”

     

    อีกด้านหนึ่งจางฉุ้ยเหลียนก็ได้แต่นั่งอยู่ในห้องนอนของตัวเองด้วยความร้อนใจ

     

    กู้จื้อเฉิงนะกู้จื้อเฉิง เรื่องราวต่าง ๆตอนนี้มันก็กำลังเบี่ยงเบนไปจากลู่ทางของมันแล้วนะฉันควรจะทำยังไงดี ?

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808