แม็คของส้ม [จบแล้ว]

    ตอนพิเศษ 7 : [END]

              ตอนพิเศษ 7

     

            โซฟาตัวใหญ่ตั้งเด่นหราที่มองยังไงก็ไม่ควรจะมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ในห้องทำงานขนาดกลางนี้กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่...แต่ก็ยังไม่ค่อยดีนัก

            ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าขาข้างนึงของมันเริ่มรับน้ำหนักและแรงกดทับไม่ไหว

            ยิ่งโดนแรงขย่มมันก็ยิ่งทำท่าเหมือนจะหักเข้าไปทุกทีแต่คนที่กำลังขยับอย่างไม่ออมแรงกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด

            เสียงเอี๊ยดอาดที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้น...

            ดังขึ้นอีก....

            ดังขึ้นเรื่อยๆ...

            จนในที่สุด...

            ปัง!โครม!

            “...”

            “....”

            “ฮึก!แง้~~~ พ่อขาาาาา!!!”

            เสียงร้องไห้จากร่างเล็กที่หล่นจากโซฟามาอยู่บนพื้นทำให้คนที่เข้าห้องน้ำอยู่รีบออกเปิดประตูออกมาทันที!

            “สายซอ!ลูก!”

            หัวใจคนเป็นพ่อตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นลูกน้อยนั่งร้องไห้อยู่ข้างโซฟาที่ขาหักไปข้างนึงมือเล็กข้างซ้ายจับอยู่ที่ข้อศอกของแขนอีกข้าง ทำให้เขาเดาได้ว่าตอนหล่นลงมาแม่หนูน้อยของเขาคงเอาแขนลงก่อนเป็นแน่

            ร่างสูงที่ดูภูมิฐานมากขึ้นตามกาลเวลาก้าวเท้ายาวๆเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวลูกสาว ทรุดตัวนั่งลงคุกเข่าแล้วรับร่างป้อมเข้าอ้อมอก

            “พ่อขา...ฮึก! หนู...อึก! หนู” สะอื้นกับอกพ่อ น้ำตาร่วงเผาะไม่ขาดสาย ดวงตาสีน้ำเข้มที่พ่อมองทีไรก็ใจอ่อนเริ่มแดงอย่างน่าสงสาร

            “โอ๋ลูกสายซอคนเก่ง เพี้ยง!” บอกแล้วเป่าลงที่แขน “ลูกพ่อคนเก่งเจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หายเนอะ”

            “หนูเจ็บตรงนี้ด้วยค่ะ”พูดเสียงอ่อน นิ้วน้อยๆ ที่ยาวไม่ถึงครึ่งความยาวนิ้วพ่อชี้ลงที่ก้นตัวเอง

            “เจ็บนิดเดียวเนอะ!ไหน ตรงไหนอีก พ่อเป่าให้หมดเลย”

            “อึก!ตรงนี้ แล้ว อึก! ก็ตรงนี้” หนูน้อยจิ้มลงที่ข้อศอกและก้นตัวเองอีกรอบร่างสูงเบาใจที่อย่างน้อยหัวลูกสาวเขาก็ไม่ได้โหม่งพื้นให้พ่อใจเสีย

            “เพี้ยง!เพี้ยง! หายเจ็บนะคะเด็กดี”

            “พ่อขา...”ใบหน้าเล็กเรียกพ่อซ้ำๆ ซุกหน้าเข้ากับซอกคอแกร่งของพ่อที่พอได้ยินลูกเรียกก็ใจอ่อน

            เขาอุ้มลูกไว้ด้วยแขนข้างเดียวยืดตัวขึ้น โยกตัวเล็กน้อยกล่อมลูกเหมือนตอนเป็นเด็กแบเบาะสายซอของเขาอายุสองขวบครึ่งแล้ว

            และยังเป็นเด็กที่ขอบกระโดดกระเด้งบนโซฟาเป็นชีวิตจิตใจ!โซฟาที่บ้านไม่เท่าไหร่ แต่ตัวที่พึ่งหักไปนี่เห็นเป็นไม่ได้ โดดใส่ทุกที!

            จะว่าไปบางทีก็สงสัย

            ...หรือลูกเข้ามาอยู่ในท้องเมียตอนที่พวกเขาสองคนกำลังใช้งานโซฟา?

            อืม...น่าคิด...

            “พ่ออย่าบอกแม่นะสัญญาก่อนนะคะ”

            เสียงใสๆกับนิ้วก้อยเล็กๆ ยื่นมาตรงหน้า ทำให้เขาหลุดจากภวังค์

            เหลือบไปมองโซฟาแล้วคิดในใจ

            โถ่ลูก...หลักฐานชัดขนาดนี้จะให้พ่อบอกแม่ยังไง...

            คนตัวโตไม่ยอมเกี่ยวนิ้วแต่กำมือเล็กนั่นไว้ภายใต้มือใหญ่

            “เมื่อกี้ตอนพ่อเข้าห้องน้ำสายซอทำอะไรคะ”

            “หนู...อึก!”

            “ว่าไงคะ”

            “สายซอกระโดดดึ๋งๆบนนั่นค่ะ” บอกพร้อมกับบิดข้อมือให้หลุดจากมือพ่อแล้วชี้ไปที่โซฟาตัวนั้น“แต่พ่อกับแม่บอกว่าห้ามเล่นบนนั้นอีก...”

            “ไม่เชื่อที่พ่อกับแม่บอกเลยตกลงมาใช่ไหม”

            “ค่ะแต่...แต่ว่า อึก! หนูชอบค่ะ...” หนูน้อยพูดเสียงอ่อยแล้วหลบสายตาคมของพ่อนิ้วเล็กกำชายกระโปรงสีหวานแล้วดึงทึ้งเพราะกลัวโดนพ่อดุ

            “พ่ออย่าบอกแม่นะคะ”จบประโยคนั่นนิ้วก้อยข้างขวาก็ถูกยื่นมาอีกครั้ง แต่พ่อก็ยังไม่ยอมอยู่ดี

            “ไม่ค่ะ”

            “อึก!พ่อขา...” น้ำตาที่แห้งไปก็ไหลลงมาอีกรอบ

            เจ้าของร่างป้อมกลัวแม่มากกว่าพ่อเป็นไหนๆก็แม่ชอบดุนี่หน่า... ส่วนพ่อตามใจมากกว่า พ่อไม่ค่อยดุ ให้กินน้ำหวานตามที่เธอขอแถมยังซื้อของเล่นให้เยอะด้วย

            ถึงจะยังเด็กแต่เธอรู้ถ้าพูดเพราะๆ แล้วกอดพ่อ มองตาพ่อแล้วกระพริบตาปริบๆ พ่อจะยอมเธอทุกครั้ง

            “ลูก...”

            “แม่จะดุสายซอ”

            คนเป็นพ่อหยุดคิดก่อนตอบก็จริงอย่างที่ลูกบอก เมียเขาจะต้องดุลูกสาวแน่ๆ

            “แต่สายซอทำผิดใช่ไหมคะ”

            “ค่ะพ่อ...”

            “ถ้าหนูบอกความจริงแม่แม่จะดุแต่ไม่โกรธ แต่ถ้าเราโกหกแม่จะโกรธนะ”

            “หนูไม่อยากให้แม่โกรธค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปหาแม่ไปบอกแม่ก่อนดีไหม” แค่ได้ยินคำว่าไปหาแม่ เธอก็กอดพ่อแน่น ยังไม่พร้อมที่จะเจอแม่นี่หน่า

            “ฮึก!”ยังสะอื้นอยู่แน่ไม่ยอมตอบเอาแต่ซุกตัวอยู่กับไหล่พ่อจนเสื้อที่พ่อใส่เปื้อนน้ำตาเป็นวงกว้าง

            “เดี๋ยวพ่อพาไป”

            “ห้ามทิ้งสายซอนะคะ”

            “พ่อจะอุ้มหนูไว้ตลอดเลย”

            “งั้นไปหาแม่ก็ได้ค่ะสายซอจะบอกแม่ว่าทำผิด”

            คนได้ฟังแบบนั้นก็ดีใจที่ลูกเข้าใจสิ่งที่เขาบอกอยากสอนลูกให้พูดความจริงไม่โกหกพ่อแม่

            ร่างสูงจูบแก้มใสที่เย็นชืดของลูกสาวทั้งสองข้างใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาออกจากแก้มแล้วอุ้มลูกออกจากห้องทำงานเพื่อไปหาเมียและแม่ของลูก

            แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูร่างบางของคนที่กำลังจะได้หาก็ผลักประตูเข้ามาสะก่อน...

            คนมาใหม่กวาดสายตามองรอบห้องจ้องที่โซฟาตัวใหญ่แล้วมองหน้ายัยหนูที่หลับตาปี๋ทันทีเพราะไม่กล้าสบตาแม่

            “สายซอ!ลูก!” อุทานเสียงดังแล้วหันไปมองหน้าสามี

            “พี่แม็ค!ลูกเป็นอะไร!”

            “ตกโซฟาเจ็บตัวนิดหน่อย พี่ดูแล้วไม่เป็นอะไรมาก”ตอบไปพรางตบหลังลูกน้อยที่รัดคอพ่อแน่นจนแทบหายใจไม่ออกตอนได้ยินเสียงแม่

            “สายซอ!แม่บอกหนูแล้วใช่ไหมว่าอย่าเล่นบนนี้ ขามันไม่ดีเห็นไหมลูก”

            “...” ร่างเล็กไม่ตอบแต่มุดเข้าหาพ่อมากขึ้นไปอีก

            “น้องครับลูกตกใจนะ”

            “เงยหน้ามองแม่ค่ะ”ลูกสาวช้อนตามองแม่ช้าๆ ดวงตาที่ถอดแบบกันออกมาจ้องสบกัน

            “แม่ขา...หนูขอโทษสายซอจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ”

            “มาหาแม่ค่ะ”ถึงจะกล้าตอบแม่แต่เธอไม่กล้าให้แม่อุ้ม

            “หนูอยากให้พ่ออุ้ม”

            “...”

            “สายซอทำผิดสายซอจะไม่ทำแล้วค่ะ หนูจะเชื่อพ่อกับแม่ทุกอย่าง”

            ได้ยินแบบนั้นคนเป็นแม่ก็อ่อนใจร่างบางถอนหายใจเดินเข้าไปหาสองคนที่กอดกันอยู่แล้วโอบแขนผ่านแผ่นหลังแข็งแรงไปกอดลูกสาวขยับให้ใบหน้าของเธอกับลูกอยู่ใกล้กัน กดจมูกลงที่หน้าผากเล็กสองครั้งจนลูกยอมสบตา

            “แม่จะดุสายซอ”ริมฝีปากเล็กเอ่ยบอก

            “ใช่แม่จะดุ แต่หนูขอโทษแล้ว หนูไม่ดื้อแม่ก็ไม่ดุค่ะ”

            “แม่ขา...”

            “มาให้แม่อุ้มหน่อยมา”

            “ค่ะ”ในที่สุดก็ยอมปล่อยกอดพ่อไปหาแม่ ซุกลงที่อกอุ่นๆ ที่ยังเต่งตึงของแม่จนคนเป็นพ่ออิจฉา

            “คนเก่งของแม่เจ็บมากไหม”

            “เจ็บค่ะแต่พ่อเป่าให้ สายซอไม่เจ็บแล้ว หนูเก่งค่ะ”

            “ฮ่าๆๆๆ” พ่อกับแม่หัวเราะพร้อมกัน

            “ค่ะเก่งมาก!” ตอบแล้วจูบลงกลุ่มผมนุ่มบนศีรษะที่ขนาดเท่าฝ่ามือเธออีกที

            เมื่อคุยกันรู้เรื่องคนเป็นพ่อกับแม่ก็เปลี่ยนเรื่องให้ลูกเลิกซึมคุยเล่นอีกสักพักก็ถึงเวลากลับบ้าน คนตัวเล็กที่อารมณ์ดีวิ่งนำออกไปก่อนร่างบางเดินตามมา คนตัวโตเดินปิดท้ายก่อนจะเร่งฝีเท้าตามไปเดินข้างเมีย

            “น้อง...พี่จะซื้อโซฟาใหม่ คราวนี้เอาแบบรับประกันสักสิบปี เอาให้แข็งแรง ทนแรงกระแทกทนต่อแรงโยก ขย่มยังไงก็ไม่ทรุดดีไหม” คำพูดไม่เท่าไหร่แต่เธอเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขานี่สิ!

            “หื่นมากไปแล้วนะคะ!”

            “พี่หมายถึงเอาไว้ให้ลูกเราเล่น”

            “หรอ!งั้นก็ห้ามผิดจุดประสงค์นะ!”

            “พี่หมายถึงลูกคนต่อไปไงครับพี่อยาก ‘ยิงลูก’ บนโซฟา”

            “ที่พึ่งพังไปนั่นก็ยังไม่เข็ดใช่ไหมพี่แม็ค!!”

             .......................................................................

            ตอนนี้เป็นตอนจบแล้วนะคะ

            ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาเน้อ 

            ฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยค่า ^^