“นายมีะุอีกไหม? ะุหมดแล้ว..!” ลีโอนีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระชั้น
ณัฐธัญรีบชำเลืองดูระบบทันทีะุขนาด .44 กล่องละ 25 แต้ม บรรจุ 50 นัด เขากดซื้อมาหนึ่งกล่องแล้วยื่นให้เธอรับมาเปิดกล่องและบรรจุะุทีละนัดอย่างช่ำชองจนเต็มแปดนัด และเพิ่มอีกหนึ่งนัดในรังเพลิงจากนั้นเปิดประตูออกไปยิงใหม่เพื่อชะลอรถของอีกฝ่าย
ทว่าทันใดนั้นเธอสังเกตว่ามีรถสามคันขับฉีกออกจากกลุ่ม ค่อย ๆ เร่งเครื่องชิดแนวป่ามากขึ้น เธอรู้โดยสัญชาตญาณทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรแต่แล้วเสียงะุพุ่งผ่านกระจกดังเปรี้ยง เธอรีบหันไปดู ะุนั้นทะลุจากกระจกข้างฝั่งคนขับไปที่กระจกหน้ารถเกิดเป็รูร้าวบนกระจก
ณัฐธัญตัวแข็งทื่อบริเวณหูด้านขวารู้สึกร้อนผ่าว เขาค่อย ๆ เอามือไปแตะที่หู ััเหมือนมีของเหลวอุ่นๆ พอดูที่มือก็พบว่ามีเืติดอยู่ะุเมื่อครู่เฉี่ยวหูของเขาจนเืออก
คราวนี้เขาตัวสั่นสะท้านลมหายใจถี่รัว สติเริ่มเลือนราง ลีโอนีรู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดี รีบหันกายมาใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเขา กล่าวว่า “ใจเย็นไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองตาฉัน นายไม่เป็ไร มันแค่ถากไป ตั้งสติแล้วมองตาฉัน”
ณัฐธัญพยายามฝืนสูดลมหายใจเข้าไปสุดปอดจ้องมองั์ตาของเธอ ะุเมื่อครู่ทำให้เขากลัวจับใจจริง ๆ เป็ครั้งแรกที่เขาเฉียดความตายถึงขนาดนี้ความกลัวเข้าครอบงำจนร่างกายสั่นไม่หยุด หากะุเมื่อครู่เบี่ยงซ้ายอีกเล็กน้อยคงเจาะกะโหลกของเขาพอดิบพอดี
“ไม่ต้องกลัวนายค่อย ๆ ขับรถไป ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง” ลีโอนีพยายามพูดปลอบประโลมเธอมองกระจกข้างและเห็นว่ามีรถจิ๊บคันหนึ่งล้ำหน้ามา ระยะห่างเหลือแค่ห้าสิบเมตร เธอหรี่ตาลงแววตาประกายเย็นเยียบ ณัฐธัญเห็นแล้วขนลุก เขาเพิ่งเคยเห็นเธอทำหน้าแบบนี้เป็ครั้งแรก
“นายลดกระจกลงแล้วเอาหัวหลบ”ลีโอนีพูดเบา ๆ ณัฐธัญทำตามทันทีเวลานี้เขาไม่กล้าไม่เชื่อฟังเธอ แล้วก็ได้ยินเสียงเตือนว่า “หูอื้อหน่อยนะ”
ปัง! ปัง!
พอสิ้นคำเสียงปืนดังกึกก้อง สะท้านแก้วหูของณัฐธัญจนอื้ออึง ตามมาด้วยเสียงวิ้งยาว ๆ
ะุนัดแรกพลาดโดนที่กรอบหน้าต่างแต่นัดที่สองพุ่งเจาะกะโหลกระหว่างคิ้วของคนที่กำลังเล็งปืนอยู่พอดี
โรล์ฟสะดุ้งใเผลอก้มหลบโดยไม่รู้ตัว เขารู้ว่าอีกฝ่ายมีปืน แต่ไม่ได้ระวังอะไรพิเศษเพราะเห็นว่าเป็เพียงปืนพกและคนยิงก็มีแค่คนเดียว ทว่าเขากลับคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายยิงแค่สองนัดก็ปลิดชีพคนของเขาได้แล้วทั้งที่ระยะอยู่ห่างเกือบห้าสิบเมตร และรถกำลังวิ่ง..!
คนขับชะลอความเร็วเลี้ยวหลบเข้าด้านหลังของรถบ้านพอโรล์ฟเห็นดังนั้นก็ะโว่า “แกจะขับหลบทำไม ขับไปข้างหน้า..!”
“แต่ว่า...”คนขับพยายามจะพูดอธิบาย แต่แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกสามนัด ะุสองนัดแรกพุ่งชนกระจกกันะุจนร้าวแล้วนัดที่สามยิงเข้าจุดเดิม ส่งผลให้ะุทะลุเข้ากลางหน้าผากของคนขับทันที
คนขับเสียชีวิตคาที่รถเสียหลักอย่างรุนแรง โรล์ฟหน้าซีดเผือด แต่ยังประคองสติได้ เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูฝั่งคนขับและถีบร่างคนขับออกแล้วเลี้ยวหลบเข้าด้านหลังของรถบ้านทันที เพราะหากไม่ทำแบบนั้น ศพต่อไปอาจเป็เขาแทน
เขารีบะโสั่งการทางวิทยุสื่อสาร“ฝั่งขวาไม่ต้องประกบแล้ว รักษาระยะไว้ประมาณเจ็ดสิบห้าเมตร กุนแบร์รีบยิงล้อมันสักทีสิวะ..!”
ชายฉกรรจ์ร่างหมีสูงสองร้อยเิเหลั่งเหงื่อพรากพวกเขาพยายามแล้ว แต่ล้อของอีกฝ่ายไม่ะเืเลย “หัวหน้าครับดูเหมือนล้ออีกฝ่ายจะกันะุ พวกเรายิงไม่เข้าเลย”
โรล์ฟเริ่มหงุดหงิดตอนแรกเขาคิดว่าเอารถมาแปดคันแล้วเื่จะง่ายดาย แต่เพิ่งไล่ล่าได้ไม่เท่าไรเขาเสียไปสองคนแล้ว..!
“ไม่ต้องยิงล้อแล้วกลุ่มหนึ่งยิงอัดประตูหน้ารถ อย่าให้โอกาสมันออกมายิงสวน อีกกลุ่มยิงเครื่องยนต์หน้ารถหยุดมันให้ได้..!”
พอได้รับคำสั่งลูกน้องทุกคนก็กราดยิงไปที่ประตูรถและเครื่องยนต์ โดนบ้างไม่โดนบ้าง ไม่ปล่อยโอกาสให้ลีโอนีโผล่ออกไปยิงได้อีกเธอนั่งหลบอยู่ตรงเบาะกลาง ณัฐธัญเองก็พยายามเบี่ยงตัวมาตรงกลางให้ได้มากที่สุด
แม้ว่าจะเปลี่ยนล้อให้เหมาะกับผิวทะเลทรายแต่ความแรงของเครื่องนั้นต่างกัน อีกทั้งรถบ้านยังหนักและต้านลมมากกว่าทำให้วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ได้เพียง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รถจิ๊บของอีกฝ่ายเหมือนกับถูกปรับแต่งโดยเฉพาะความเร็วพุ่งทะยานที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จวบจนตอนนี้ก็ผ่านมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วแต้มความสุขยังค้างอยู่ที่หนึ่งร้อยเก้าสิบห้า ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ตอนแรกณัฐธัญสงสัยแต่พอคิดไปคิดมาก็พอเข้าใจ โดนไล่ยิงอยู่แบบนี้ใครมันจะไปมีความสุข..!
ทว่าหากสถานการณ์ยังเป็เช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานคงได้กลายเป็ศพกลางทะเลทรายรถบ้านของเขาหนักเกินไป และเครื่องยนต์ของเขาก็แค่ 250แรงม้า ไม่เพียงพอเร่งให้ทะลุ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหาก้าความเร็วระดับนั้น จำเป็ต้องต้องอัปเกรดเครื่องถึง 850 แรงม้า
แต่การอัปเกรดแรงม้าต้องแลกด้วยหนึ่งแต้มความสุขถ้าจะเพิ่มอีกหกร้อยแรงม้า ก็ต้องใช้หกร้อยแต้ม..!
“นายเร็วกว่านี้ได้ไหมถ้าช้าอยู่แบบนี้ พวกมันล้อมเราได้แน่” ลีโอนีกล่าวเสียงเร่งเร้า เธอพยายามยิงตอบโต้แต่อีกฝ่ายแทบไม่ปล่อยโอกาสให้เธอชะโงกหน้า จึงทำได้เพียงยื่นแขนออกไปยิงโดยไม่เล็งขู่ขวัญให้พวกมันไม่กล้าขนาบแซง
ณัฐธัญเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแต่แล้วเขาพลันเกิดความคิดแวบหนึ่ง ‘ถ้าการเพิ่มแต้ม“ความสุข” มันเป็แบบเดียวกับสารโดปามีนในสมอง แสดงว่ากระตุ้นความรู้สึกแบบนั้นก็คงได้เหมือนกัน’
เขาตัดสินใจลองถ้าไม่ลองก็ตาย จึงรวบรวมความกล้า เอื้อมมือซ้ายจับเข้าที่แก้มก้นของลีโอนีอย่างเต็มแรงลีโอนีสะดุ้งโหยง หันไปมองตาขวาง ะโว่า “ทำบ้าอะไรของนาย นี่ไม่ใช่เวลา...”
ยังพูดไม่ทันจบณัฐธัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ถ้าไม่อยากโดนตามทันก็อยู่เฉย ๆ”
ลีโอนีกำลังจะแย้งแต่เห็นเขาทำหน้าเคร่งขรึม ดวงตามองตรงไปข้างหน้า หากไม่ติดว่ามือของเขากำลังลูบบั้นท้ายของเธออยู่จะดูดีไม่น้อย เธอได้แต่กัดฟันแล้วตั้งสมาธิกับการยิงปืนต่อ
+10 เ้าของ
......
แน่นอนว่าณัฐธัญเดาถูกต้องตอนนี้แต้มความสุขของเขาพุ่งพรวดเป็นาทีละสิบแต้ม เขาคำนวณว่าต้องลูบ 31 นาทีจึงจะได้ครบห้าร้อยแต้ม ซึ่งมันยาวนานเกินไปเขาจึงตัดสินใจอีกครั้ง เลื่อนมือขึ้นมาที่ทรวงอกของเธอ
+15 เ้าของ
......
คราวนี้ลีโอนีขมวดคิ้วเธอคิดว่าณัฐธัญกลัวจนเสียสติไปแล้ว จึงหันไปจะเรียกสติ อย่างไรก็ตามใบหน้าของเขายังคงเคร่งเครียด ั์ตาสงบนิ่งไร้วี่แววความกลัวมือที่จับพวงมาลัยอยู่ก็ไม่สั่นแล้ว อย่างกับเป็คนละคนกับก่อนหน้านี้
ณัฐธัญทั้งบีบทั้งนวด ทั้งคลึง ทั้งดึงยอด ูเาทั้งลูกเคลื่อนไหวไปตามแรงมือ ลีโอนีหายใจหอบเธอเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่ามีเปลวไฟสุมอยู่ในอก
แล้วณัฐธัญก็สังเกตว่าแต้มนั้นเยอะผิดปกติจึงใช้อีกมือเอื้อมไปกดดูสถานะที่หน้าจอ
+15 เ้าของ
+15ลีโอนี
......
ณัฐธัญประหลาดใจหันขวับไปมองลีโอนีทันที พบว่าตอนนี้เธอหน้าแดงก่ำ หายใจถี่รัว ั์ตาฉ่ำวาวมือของเธอเริ่มจับปืนไม่อยู่ แม้ว่าเธอพยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง แต่ต่อให้เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาก่อนถ้าไม่โง่บัดซบหรือบื้อจนกระบือเรียกพ่อ อย่างไรก็ต้องดูออก
ตอนนี้เขาได้แต้มความสุขมา120 แต้มแล้ว ยังขาดอีก 185 แต้มแต่เขารู้ดีว่าไม่มีเวลารอถึงขนาดนั้น จึงรีบเปลี่ยน 310แต้มมาเป็แรงม้าก่อน
เมื่อกดปุ่มเพิ่มแรงม้าใต้ฝากระโปรงรถก็เรืองแสงสีฟ้าวาบ แสงลอดออกมาตามซอกของกระโปรงรถเสียงเครื่องคำรามดังกว่าเดิม เข็มวัดความเร็วค่อย ๆ เคลื่อนจากเก้าสิบ... หนึ่งร้อย...แล้วหยุดที่กึ่งกลางระหว่างหนึ่งร้อยกับหนึ่งร้อยสิบ แต่ยังไม่พอ
รถบ้านเริ่มสั่นไหวไปทั้งคันแล้วระบบก็แจ้งเตือนทางหน้าจอ ‘เครื่องยนต์ของคุณไม่รองรับแรงม้าเกินห้าร้อยกรุณาอัปเกรดเครื่องยนต์ มิฉะนั้นมีความเสี่ยงสูงที่เครื่องยนต์พัง’
ณัฐธัญเห็นแล้วร้องสบถในใจเขาเพิ่งทุ่มแต้มเกือบทั้งหมดไปกับแรงม้า แล้วจะเอาแต้มที่ไหนมาอัปเกรด..?
เขามองไปที่ลีโอนีอีกครั้งกัดฟันกล่าวว่า “นี่ ช่วยฉันหน่อยได้ไหม คราวนี้ขอยิ่งกว่านี้”
ลีโอนีมองตาขวางคราวนี้เธอโกรธจริง ๆ ขบกัดฟันพลางกล่าวว่า “ตอนนี้มันใช่เวลาไหม..?”
ณัฐธัญทำเป็มองไม่เห็นบอกว่า “ถ้าอยากรอดก็ต้องทำ นี่ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็พลังพิเศษของฉัน หากหนีรอดแล้วฉันจะอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง”
ลีโอนียังจ้องตาเขาไม่กะพริบราวกับกำลังจับโกหก ณัฐธัญก็จ้องตาเธอกลับด้วยแววตาจริงจัง หลังจากผ่านไปไม่นานลีโอนีก็ถอนหายใจ กล่าวอย่างรำคาญใจว่า “บอกมาจะให้ทำอะไร”
ณัฐธัญไม่พูดพร่ำทำเพลงปลดเข็มขัดลง ลีโอนีพอคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่พอเห็นของจริงก็ยังใคนเรามันพกของที่ใหญ่ขนาดนั้นได้ด้วยหรือ..?
เธอกำลังจะเอื้อมมือไปจับแต่ณัฐธัญก็จับข้อมือเธอไว้ พร้อมกับเอ่ยว่า “ไม่ใช่มือ ปาก”
ลีโอนีขมวดคิ้วชำเลืองมองเขาอย่างขุ่นข้องใจ เขาใช้นิ้วเกาแก้ม พูดด้วยรอยยิ้มเจื่อนว่า“มันจำเป็จริง ๆ”
ลีโอนีกัดฟันกล่าวว่า“ถ้าฉันรู้ว่าสิ่งที่นายพูดมันเป็แค่เื่เพ้อเจ้อเหลวไหล ฉันจะยิงหัวนายแล้วไปสู้ตายกับพวกมัน”
ณัฐธัญหลั่งเหงื่อเย็นเยียบดูจากนิสัยห้าวหาญเด็ดขาดของเธอ เขารู้ว่าเธอพูดจริงทำจริงแน่ได้แต่หวังว่าแต้มความสุขมันจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้
ลีโอนีก้มศีรษะลงส่งต่อความร้อนรุ่มให้อีกฝ่าย ณัฐธัญรู้สึกแช่มชื่นไปทั้งกายใจ จากมือที่ััเขาเขินเนินไศลเลื้อยลามไปจนถึงตะโพก ปลายนิ้วแหวกมุดรุกล้ำ ลีโอนีถึงกับหยุดชะงัก ร่างสะท้านคราหนึ่งค่อยกระทำการต่อไป
ต่างฝ่ายต่างปลุกเร้าจนไฟราคะสุมทรวงมิอาจดับลงโดยง่าย ต้องประกอบกิจให้บรรลุถึงขั้นสุด
+30 เ้าของ
+30ลีโอนี
......
ณัฐธัญยังจ้องมองระบบไม่วางตาจิตประสาทแยกออกจากกัน ทางหนึ่งสังเกตตัวเลขความสุข อีกทางหนึ่งรับส่งความสุขสมที่แท้จริง
ห้านาทีผ่านไปอารมณ์โลดโผนถึงขีดสุด ณัฐธัญใช้อีกมือกดศีรษะของลีโอนีลงโดยไม่รู้ตัว บรรลุเสร็จสมอารมณ์หมาย
+500 เ้าของ
+500 ลีโอนี
ความสุขหฤหรรษ์ไต่เต้าขึ้นสู่จุดสุดยอดเป็ระลอกให้ความรู้สึกราวกับลอยล่องไปถึงทิพยสถาน ณัฐธัญรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายก้มมองดูใบหน้าของลีโอนา ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เขาเสียวสันหลังแววตาดุดันแฝงจิตสังหารของเธอแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ประหนึ่งตั๊กแตนตำข้าวตัวเมียที่พร้อมประหัตปะาตัวผู้
เธอกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า“ไหนล่ะ พลังอะไรนั่นของนาย...”
ณัฐธัญไม่กล้ารอช้าครั้งนี้เขาได้มา 1,300 แต้ม ในใจลิงโลดยินดีแสดงว่าสิ่งที่เขาสันนิษฐานนั้นถูกต้องเพียงแต่ไม่คิดว่าตอนสุดท้ายมันจะะเิแต้มความสุขมากถึงขนาดนี้ เพื่อแสดงศักยภาพว่าตัวเองไม่ได้พูดลอยๆ เขายกมือขึ้นมาต่อหน้าลีโอนีกดเลือกซื้อลูกะเิลูกละ 25 แต้ม ทันใดนั้น ภาพโฮโลแกรมสีฟ้าก็ฉายซ้อนทับกันตรงช่องว่างระหว่างนิ้ว
ลีโอนีมองดูด้วยความสงสัยใคร่รู้แต่แล้วเธอก็เบิกตากว้าง เพราะภาพโฮโลแกรมนั้นได้กลายเป็ของจริง ะเิลูกเกลี้ยงM67 จำนวนสี่ลูกปรากฏที่ซอกนิ้วทั้งสี่ประหนึ่งมายากล
“ใช้เป็หรือเปล่า?”เขาถามเสียงราบเรียบ อันที่จริงเขาไม่รู้วิธีใช้แม้แต่น้อย แต่เขาสังเกตเห็นความช่ำชองในการใช้ปืนของเธอคาดว่าน่าจะใช้ของแบบนี้เป็
ลีโอนีพยักหน้าั์ตายังฉายแววใไม่หาย เธอเริ่มเชื่อแล้วว่าณัฐธัญมีพลังพิเศษจริง ๆ ไม่สิ ต่อให้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ส่วนณัฐธัญอัปเกรดระบบเครื่องทันทีการยกระดับความทนทานต้องใช้แต้มความสุขสองแต้มต่อความทนทานหนึ่งหน่วย หากจะดันขึ้นไปให้ถึง850 แรงม้า เขาต้องเพิ่มค่าทนทานอีก 350 แรงม้า เท่ากับต้องใช้ 700 แต้ม
ตอนนี้เขามีแต้มความสุขเหลือเฟือจึงอัปเกรดความทนทานพร้อมกับแลกเปลี่ยนแรงม้าพร้อมกัน ซึ่งค่าทนทานนี้ไม่ใช่แค่เครื่องยนต์เท่านั้นยังรวมไปถึงระบบส่งกำลัง เพลาขับ ระบบคลัตช์ และดิฟเฟอเรนเชียลด้วย
ใต้ฝากระโปรงและใต้ท้องรถเรืองแสงสีฟ้าสว่างจ้าจนแสงลอดขึ้นมาสะท้อนกระจกข้าง ทันใดนั้น รถบ้านคล้ายวิ่งได้ลื่นไหลกว่าเดิม อาการสั่นไหวหายไปเสียงเครื่องยนต์ทุ้มนุ่มนวล ไม่ดังเหมือนก่อน เข็มหน้าปัดทะยานชี้ที่เลขหนึ่งร้อยยี่สิบเริ่มเว้นระยะห่างจากขบวนรถจิ๊บ
ลีโอนีจับเวลาแล้วโยนะเิลูกหนึ่งออกไปทางซ้ายะเิลอยมาตรงหน้ากระจกหน้ารถอย่างแม่นยำ ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงะเิดังกึกก้องเศษกระจกและสะเก็ดะเิกระจายไปทั่วทิศทาง ทั้งคนขับและคนนั่งข้างคนขับดับทันทีส่วนคนที่นั่งเบาะหลังาเ็สาหัส
กุนแบร์หน้าถอดสีรีบะโ “ระวัง! มีะเิ! ถอยไปด้านหลังเร็ว..!” แล้วรีบคว้าวิทยุสื่อสารแจ้งว่า “หัวหน้าครับ พวกมันมีะเิด้วย”
โรล์ฟเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึมเขาไล่ล่ามาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่ได้อะไรกลับมา แถมยังเสียคนไปสี่คนและรถอีกหนึ่งคันสายตาเ็าของเขาจ้องมองรถบ้านตรงหน้าที่กำลังทิ้งห่างออกไป ราวกับจะจดจำให้ฝังลึกลงไปในใจแล้วเขาค่อยมองไปยังท้องฟ้าทางทิศใต้ เมฆดำที่อยู่บนท้องฟ้าเริ่มแผ่ขยายมาหาราวกับพายุฝนกำลังก่อตัว ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ต้องตามแล้ว ถอยก่อนยังไงพวกมันก็ต้องไปโซนแปด ค่อยไปเจอพวกมันที่นั่น”
ขบวนรถจิ๊บทหารเลี้ยวรถกลับบางคันรีบแยกไปช่วยคนเจ็บออกมาอย่างทุลักทุเล
ทั้งณัฐธัญและลีโอนีพอเห็นดังนั้นก็ถอนใจโล่งอกพร้อมกันอลิเซียกับมาน็องขลุกตัวเงียบอยู่ใต้โต๊ะทานข้าวมานาน พอเสียงภายนอกเงียบลงก็ถามว่า“พวกเขาไปแล้วหรือคะ..?”
ลีโอนีทิ้งตัวพิงเบาะอย่างอ่อนล้าร่างกายรู้สึกหมดแรง “ไปแล้ว...” เธอตอบ ก่อนจะแอบชำเลืองมองณัฐธัญไม่ทราบว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ณัฐธัญก็แทบหมดแรงเขายังไม่กล้าคลายใจเต็มร้อย กลัวว่าอีกฝ่ายจะย้อนกลับมา จึงเหยียบคันเร่งไว้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสืบไป
สามชั่วโมงผ่านไปท้องฟ้าเริ่มมืดลง ไม่รู้ว่าเพราะใกล้ค่ำแล้ว หรือว่าเป็เมฆครึ้มที่บดบังเหนือศีรษะเมฆดำทะมึนขนาดย่อมที่อยู่ใจกลางทะเลทรายตอนกลางวัน บัดนี้แผ่ขยายจนกินพื้นที่เกือบทั้งทะเลทรายอลิเซียมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าที่มืดครึ้มแล้วรู้สึกใจคอไม่ดี ราวกับมีบางอย่างอยู่ที่จุดศูนย์กลาง...บางอย่างที่กำลังจะตื่น
ณัฐธัญจอดรถบนผืนทรายใกล้แนวชายป่าเขากำลังจะลงไปตรวจสอบสภาพรถ แต่แล้วเสียงของอลิเซียก็ดังขึ้น “คุณนาธานคะ... พวกเราไปจอดรถในป่าได้ไหมคะอยู่บนทรายแล้วฉันรู้สึกไม่สบายใจเลย”
เขาชะงักไปแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายังคงอึมครึม แผ่เงาทมิฬไปทั่วผืนทราย ราวกับเป็การประกาศอาณาเขตความอึดอัดแทรกซึมเข้ามาในทรวงอก เขาจึงขับรถเข้าไปในป่าตามที่อลิเซียบอก พ้นจากผืนทรายมาสู่ผืนดิน
เมื่อเขาพบพื้นที่เหมาะสมสำหรับจอดรถแล้วก็ลงจากรถเพื่อตรวจสอบสภาพรถทั้งภายในและภายนอกบริเวณเครื่องยนต์และด้านข้างเต็มไปด้วยรูะุ กระจกหน้าต่างแตกไม่เหลือชิ้นดี เฟอร์นิเจอร์ในรถก็มีรูเต็มไปหมดโชคดีที่อีกฝ่ายออมมือ กลัวทำให้ผู้หญิงในรถโดนลูกหลง เพราะหากตั้งใจจะทำลายกันจริงๆ ล่ะก็ คงได้ตายยกคัน
เขายืนครุ่นคิดจริงอยู่ที่พวกเธอสามคนนั้นสวยมาก ถึงจะหายากแต่ก็ใช่ว่าหาไม่ได้ ทำไมถึงยึดติดกับพวกเธอนัก?แสดงว่าพวกเธอต้องไม่ใช่ทาสธรรมดา แต่มีสถานะพิเศษบางอย่าง
ระหว่างที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดเสียงฝีเท้าดังแว่วเข้ามา ลีโอนีเดินมาหาเขา สายตาจริงจัง
“เรายังมีเื่ต้องคุยกัน”เธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำ
ณัฐธัญถอนหายใจยาวคิดว่าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป แต่ในอีกแง่หนึ่ง... เขาคิดว่าก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยจะได้พูดกันอย่างตรงไปตรงมา จะได้ช่วยกันหาวิธีอยู่รอดในโลกที่ดูจะโหดร้ายนี้