"องค์หญิง ท่านหนีไม่พ้นหรอก รีบกลับไปยังราชวงศ์เทียนหยวนพร้อมกับกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
น้ำเสียงอันหนักแน่นดั่งระฆังของแม่ทัพหวังอวิ๋นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือหุบเขาต้องห้ามมาร ตัวเขาที่มีตบะบารมีในครึ่งก้าวขอบเขตสามตำหนักสามารถเดินเหินในหุบเขาต้องห้ามมารได้อย่างราบรื่นราวกับเดินบนพื้นราบ เขาไม่สนใจเลยว่าเสียงของตนเองจะดึงดูดให้สัตว์ิญญาเข้ามาล้อมโจมตี
ครืน!
แม่ทัพหวังอวิ๋นใช้ััิญญาพุ่งเป้าไปที่กู่เฟิงและหลินชิงชิง คลื่นเสียงที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้าใส่กู่เฟิง กดทับจนมุมปากของเขามีเืซึมออกมาและได้รับาเ็ภายใน!
ความแข็งแกร่งของกู่เฟิงและหวังอวิ๋นแตกต่างกันมากเกินไป แม้จะอยู่ห่างไกลกันมาก แต่เพียงแค่เสียงตวาดเสียงเดียว ก็ทำให้กู่เฟิงได้รับาเ็ภายในแล้ว
"บัดซบ" กู่เฟิงใช้ลิ้นเลียคราบเืที่มุมปากอย่างแเี ไม่ยอมให้หลินชิงชิงพบว่าเขาได้รับาเ็
"เสียงเรียกรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ที่นั่นน่าจะมีทางรอด!" กู่เฟิงกำเจดีย์สีทองขนาดเล็กเอาไว้แน่น เขาจับมือหลินชิงชิงและเร่งความเร็วสูงสุดออกมา พุ่งทะยานไปยังทิศทางที่เสียงเรียกขานส่งมา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าสังหารจากศัตรูที่แข็งแกร่งครึ่งก้าวขอบเขตสามตำหนัก เขาไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย เขาได้ฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้กับแหล่งที่มาของเสียงเรียกขานนั้น
เขาและหลินชิงชิงหลบหนีลงมาทางใต้ตลอดทาง ยอดเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้าก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา ยอดเขาแห่งนี้มีรูปร่างคล้ายกับง้าวเสี้ยวพระจันทร์ ยอดเขามีความแหลมคมไร้ที่เปรียบ ราวกับดาบเทพที่เทพ์ปักทะลุฟ้า หากออกแรงเพียงนิดเดียวก็สามารถผ่าท้องฟ้าเหนือหุบเขาต้องห้ามมารออกเป็สองซีกได้
และสถานที่ที่ส่งเสียงเรียกขานออกมานั้น ก็คือยอดเขาแห่งนี้นี่เอง
ตึง ตึง! โฮก!
ในชั่วขณะนั้นเอง กิ้งก่าโบราณรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามาสังหารจากทางด้านซ้าย ขัดจังหวะการก้าวเดินของกู่เฟิง กิ้งก่าโบราณตัวนี้มีความแข็งแกร่งในระดับขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด มันมองกู่เฟิงที่มีเืลมพลุ่งพล่านเป็ดั่งอาหารอันโอชะ
ศัตรูที่แข็งแกร่งกำลังจะตามมาทัน กู่เฟิงกลับต้องมาถูกกิ้งก่าโบราณดักซุ่มโจมตีในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สถานการณ์จึงยิ่งทวีความเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
"ไอ้สารเลว ไสหัวไปให้พ้น!" กู่เฟิงทั้งร้อนรนและโกรธเกรี้ยว เขารีบถ่ายเทพลังิญญาอันแข็งแกร่งเข้าไปในเจดีย์สีทองขนาดเล็ก ลำแสงสีทองพุ่งทะยานออกไป กระแทกเข้ากับร่างกายของกิ้งก่าโบราณอย่างจัง จนมันกระเด็นปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด เืสาดกระเซ็นไปตลอดทาง
หลังจากที่กู่เฟิงขับไล่กิ้งก่าโบราณถอยไปได้แล้ว เขาก็รีบดึงหลินชิงชิงให้วิ่งหนีต่อไป น่าเสียดายที่เขาต้องเสียเวลาไปกับการลงมือโจมตีกิ้งก่าโบราณ จึงพลาด่เวลาที่ดีที่สุดในการหลบหนีไป
ในตอนที่เขาอยู่ห่างจากยอดเขาไม่ไกลนัก ชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะก็ร่อนลงมาจากฟากฟ้าและร่อนลงตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ หันตัวกลับมา ใช้สายตาที่เย็นเยียบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปที่กู่เฟิง
"มีตบะบารมีเพียงขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น แต่กลับสามารถสังหารสัตว์ิญญาระดับขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นได้ ก็นับว่าน่าสนใจไม่เลว"
"ไอ้หนู เ้าหนีตายมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อสิ่งใดกัน?" แม่ทัพหวังอวิ๋นชี้ไปยังยอดเขาที่ตั้งตระหง่านทะลุหมู่เมฆขาวเื้ั พลางเอ่ยถามเค้นกู่เฟิง
แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ราวกับแรงกดดันจาก์ที่กดทับลงบนร่างของกู่เฟิง กดทับจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ทว่ากู่เฟิงกลับไม่ถูกแรงกดดันของเขากดทับจนล้มลง เขาใช้สายตาที่ปราศจากความหวาดกลัวจ้องเขม็งไปยังหวังอวิ๋น ภายในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเืสีแดงฉานแห่งความโกรธแค้น
"นี่เป็เื่ของข้า ไม่เกี่ยวกับเ้า" กู่เฟิงไม่มีทางบอกความลับของบิดามารดาให้ศัตรูฟังอย่างแน่นอน
"หึ ๆ ไม่พูดก็ช่างเถิด" แม่ทัพหวังอวิ๋นเองก็ไม่ได้เอ่ยถามเค้นต่อ เขาเพียงแค่ถามไปอย่างนั้นเอง
ผู้ฝึกตนระดับกู่เฟิงในสายตาของเขา ก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ามดปลวกสักเท่าใดนัก ยากที่จะทำให้เขารู้สึกสนใจได้ ดังนั้น เขาจึงไม่ได้สืบสาวราวเื่นี้ให้ลึกลงไป พูดให้ถึงที่สุดแล้ว ก็เป็เพราะกู่เฟิงอ่อนแอจนเกินไป อ่อนแอจนเขาคร้านที่จะใส่ใจ
"องค์หญิง ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้กระหม่อมพาท่านกลับราชสำนัก ท่านจะยอมเดินกลับไปเองดี ๆ หรือจะให้กระหม่อมต้องลงมือ?" แม่ทัพหวังอวิ๋นหันไปมองหลินชิงชิงและเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าไม่มีทางกลับไปเด็ดขาด หากเ้าบังคับข้า ข้าก็จะตายให้เ้าดูตรงนี้!" หลินชิงชิงเป็คนหัวรั้นมาแต่ไหนแต่ไร พูดคำไหนคำนั้น หากแม่ทัพหวังอวิ๋นบังคับนางจริง ๆ นางก็อาจจะทำเื่บ้าบิ่นเช่นนี้ออกมาได้จริง ๆ
"องค์หญิง ท่านรู้หรือไม่ว่าการที่ราชครูยื่นมือเข้าช่วยปกป้องท่านให้หนีออกจากราชวงศ์เทียนหยวนได้ สร้างความกริ้วให้แก่หลินหวังจนถูกหลินหวังคุมขังเอาไว้ในคุกใต้ดินแล้ว?"
"หากท่านตายอยู่ข้างนอกนี่ โทสะที่ฝ่าาระบายลงมา เกรงว่าราชครูคงไม่อาจแบกรับเอาไว้ได้" แม่ทัพหวังอวิ๋นแสยะยิ้มเ็า
"เ้า!!!" เมื่อหลินชิงชิงได้ยินคำพูดของแม่ทัพหวังอวิ๋น หัวใจของนางก็ว้าวุ่นขึ้นมาในทันที
ราชครูเป็อาจารย์ผู้มีพระคุณของนาง ปฏิบัติต่อนนางดั่งบุตรสาวแท้ ๆ หากราชครูต้องมาเดือดร้อนเพราะตัวนาง นางคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
"กระหม่อมว่า ท่านยอมตามพวกเรากลับไปแต่โดยดีเถิด จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว และพวกเราเองก็จะกลับไปได้ราบรื่นด้วย" หยางจวิ้นที่เพิ่งลงมือจัดการกับสัตว์ิญญาระดับขอบเขติญญาก่อกำเนิดเสร็จสิ้นก็รีบตามมาสมทบ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
หลังจากที่เขาพูดจบ สายตาก็กวาดผ่านร่างของกู่เฟิงไปอย่างแเี เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับเจดีย์สีทองขนาดเล็กที่กู่เฟิงกำเอาไว้ในมือ ภายในใจก็พลุ่งพล่านไปด้วยความละโมบที่ยากจะระงับเอาไว้ได้
กู่เฟิงมีตบะบารมีเพียงขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นเท่านั้น แต่อาศัยเจดีย์ชิ้นนี้ก็สามารถสังหารวัวทมิฬเขาเหล็กในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นได้ หากเขาได้มันมา ไม่แน่ว่ามันอาจจะช่วยให้เขาสังหารศัตรูข้ามระดับขอบเขต และกลายเป็ไพ่ตายของเขาได้!
"เ้าไปก่อน ข้าจะถ่วงเวลาพวกเขาไว้ให้เอง" ในขณะที่จิตใจของหลินชิงชิงกำลังสับสนวุ่นวายอยู่นั้น กู่เฟิงก็ก้าวออกมายืนขวางหน้านางอย่างเด็ดเดี่ยว ขวางกั้นระหว่างนางและหวังอวิ๋นรวมถึงหยางจวิ้นเอาไว้
ตบะบารมีของเขาด้อยกว่าหวังอวิ๋นและหยางจวิ้นอย่างแท้จริง แต่... เขาก็ไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาวที่กลัวความตาย เขาไม่มีทางยอมให้หลินชิงชิงถูกจับตัวกลับไป เพื่อบังคับให้แต่งงานกับไอ้เดรัจฉานแห่งสำนักจันทร์โลหิตเด็ดขาด
หลินชิงชิงมองดูแผ่นหลังของกู่เฟิงที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าโดยไม่เกรงกลัวต่อความตาย ขอบตาของนางก็พลันเปียกชื้นขึ้นมาในทันที
ส่วนแม่ทัพหวังอวิ๋นและหยางจวิ้นทั้งสองคน ราวกับได้ยินเื่ตลกที่น่าขันที่สุดในโลก พวกเขาต่างพากันะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"คนอย่างเ้าก็ยังจะเพ้อฝันว่าจะขวางพวกเราได้อีกงั้นหรือ?" แม่ทัพหวังอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะเยาะ เขารู้สึกว่ากู่เฟิงเป็คนที่โง่เขลาเบาปัญญาที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา
"ท่านแม่ทัพ มดปลวกเช่นนี้สมควรถูกบดขยี้อย่างรุนแรง โปรดดูเถิดว่าข้าจะทรมานมันให้ตายได้อย่างไร" หยางจวิ้นฉวยโอกาสนี้เตรียมจะลงมือจัดการกับกู่เฟิงเพื่อฉวยโอกาสแย่งชิงเจดีย์สีทองขนาดเล็กของกู่เฟิงมาเป็ของตน
"เ้าถอยไป ให้ข้าจัดการเอง" สิ่งที่ทำให้หยางจวิ้นต้องประหลาดใจก็คือ แม่ทัพหวังอวิ๋นกลับกดตัวเขาที่กำลังเตรียมพร้อมจะลงมือเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปหากู่เฟิงด้วยตนเอง
"หวังอวิ๋น เ้าอย่าให้มันมากเกินไปนัก หากเ้ากล้าทำร้ายเขา ต่อให้ข้าตาย ข้าก็จะไม่ปล่อยเ้าไปแน่นอน!" หลินชิงชิงเอ่ยข่มขู่หวังอวิ๋น นางรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวในความแข็งแกร่งของหวังอวิ๋นเป็อย่างดี
หากหยางจวิ้นเป็ผู้ลงมือ กู่เฟิงยังพอมีโอกาสรอดอยู่บ้าง แต่หากหวังอวิ๋นเป็ผู้ลงมือ... เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถสังหารกู่เฟิงได้อย่างง่ายดาย!
"องค์หญิง กระหม่อมเห็นว่าเขาก็เป็คนมีความกล้าหาญอยู่บ้าง มิสู้มาลองเดิมพันกับกระหม่อมสักคราเป็อย่างไร" หวังอวิ๋นมองหลินชิงชิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ พร้อมกับเอ่ยคำพูดนี้ออกมา
ฐานะของหลินชิงชิงพิเศษเป็อย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เป็องค์หญิงแห่งราชวงศ์เทียนหยวน ในอนาคตนางยังต้องแต่งงานเข้าไปในสำนักจันทร์โลหิต และกลายเป็ภรรยาของนายน้อยแห่งสำนักจันทร์โลหิตอีกด้วย หากเขาทำเื่ที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ก็อาจเป็การชักนำภัยมาสู่ตนเองได้ง่าย ๆ
"เดิมพันเื่ใด?" หลินชิงชิงราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ นางรีบเอ่ยถามเค้นในทันที
"เดิมพันว่าเขาจะสามารถรับการโจมตีของกระหม่อมได้สามกระบวนท่าหรือไม่?"
"หากสามารถรับได้ กระหม่อมก็จะล่าถอยกลับไป"
"แต่หากรับไม่ได้ องค์หญิงก็ต้องยอมกลับไปกับกระหม่อมแต่โดยดี"
หวังอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากลับดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาด ทำเอาหลินชิงชิงถึงกับตกตะลึง สีหน้าแห่งความหวังมลายหายไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา
กู่เฟิงแทบจะไม่มีความเป็ไปได้เลยที่จะรับกระบวนท่าของหวังอวิ๋นได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรับมือกับสามกระบวนท่าของหวังอวิ๋นอย่างต่อเนื่อง! หากตอบตกลงไป ก็มีแต่จะทำให้กู่เฟิงต้องตายเปล่าเท่านั้น!
ทว่าในชั่วขณะที่หลินชิงชิงเตรียมจะปฏิเสธนั้นเอง น้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวก็พลันดังกึกก้องขึ้นมา
"ข้าตกลง!"