ผ่านไปหนึ่งเค่อ (1 เค่อ = 15 นาที )
มู่หว่านหลินยืนมองนายน้อยเฉินกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และไม่นานนายน้อยเฉินก็กินอาหารทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง
‘มันเกลี้ยงจริงๆ’
พ่อครัวได้แต่ยืนมองนายน้อยกินอาหารจนหมดเกลี้ยงทุกจาน ตัวเขาก็อยากลองชิมดูบ้าง ว่ามันจะอร่อยขนาดไหนกันถึงทำให้นายน้อยกินได้ และยังกินหมดอีกด้วย
แม่นางน้อยผู้นี้ช่างน่าทึ่งมาก
มู่หว่านหลินได้ยินเสียงเรอของเขาด้วย สงสัยจะกินอิ่มมาก แต่นั้นคือสิ่งที่นางอยากจะเห็นเพราะมันยิ่งตอกย้ำให้นางมั่นใจว่าเงินรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงทองจะเป็ของนาง
“เ้าน่ะชื่ออะไร ”เฉินฮ่าวิวางตะเกียบลงแล้วเงยหน้าขึ้นมามองมู่หว่านหลิน เขามองสำรวจนางอีกครั้ง
‘ไม่น่าเชื่อเลยว่ายายแห้งผมซาลาเปานี่จะทำอาหารได้ถูกปากข้า’
“ข้าชื่อ มู่หว่านหลินเ้าค่ะ”
“เ้าสนใจมาเป็แม่ครัวส่วนตัวให้ข้าหรือไม่” เฉินฮ่าวิไม่อ้อมค้อมที่เขาเดินทางไปทั่วแคว้นเพราะจะหาพ่อครัวแม่ครัวส่วนตัวแทนคนเดิมที่เสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งปีก่อน
“ไม่เ้าค่ะ” มู่หว่านหลินปฎิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
“เ้าจะไม่คิดสักนิดเลยหรือ ข้าให้เ้าเดือนละสิบตำลึงทอง ว่าอย่างไรเ้าสนใจหรือไม่”
“ไม่เ้าค่ะ”
“เอ๊ะ ! ยายแห้งผมซาลาเปา ข้าคุณชายอุตส่าห์ใจดีให้เ้ามาเป็แม่ครัวส่วนตัวเ้ายังกล้าปฎิเสธหรือ ข้าเพิ่มให้เป็เดือนละยี่สิบตำลึงทอง"
“ไม่เ้าค่ะ”
“ยายแห้งขี้เหร่ เ้ากล้าปฎิเสธข้าหรือ”
ปริ๊ดเลย…งานนี้นางปริ๊ดแตกทันที
“นี่ท่านคุณชายก้างปลา ข้าไม่ได้อยากเป็แม่ครัวส่วนตัวของท่านนี่เ้าคะ” มู่หว่านหลินเห็นว่าคุณชายผมแห้งตรงหน้าช่างกล้ามาว่านางผอมแห้งกว่าเขา ก็เผลอตัวด่าเขากลับไป
หลงจู๊กับพ่อครัวพากันกลั้นขำที่เห็นนายน้อยทะเลาะกับเด็กสาวอย่างไม่มีใครยอมใคร
“เ้าเรียกใครคุณชายก้างปลา”
“แล้วท่านเรียกใครว่ายายแห้งซาลาเปาเล่า ยังมาว่าข้าขี้เหร่อีก ”
“ชิ หรือไม่จริง ยายแห้ง ผมซาลาเปา"
“ท่านกินอาหารที่ข้าทำจนหมดเกลี้ยงทุกจานเช่นนี้ ท่านก็ควรจะทำตามที่ท่านได้ติดประกาศไว้นะเ้าคะ” มู่หว่านหลินี้เีจะทะเลาะกับเขานางจึงทวงเงินรางวัลเพื่อจะกลับลงไปหาพ่อกับแม่และพี่ชายของนาง
พอได้ยินนางทวงเงินรางวัลเขาก็หันไปหาผู้ติดตามก่อนจะรับถุงใส่เงินมาแล้ววางลงบนโต๊ะ
“นี่เงินหนึ่งร้อยตำลึงทองเป็ของเ้าแล้ว รับไปเสีย"
“ขอบคุณเ้าค่ะ” มู่หว่านหลินหยิบถุงที่ใส่เงินมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็เงินก้อนสิบตำลึงทองจำนวนสิบก้อนอยู่ด้านใน นางหยิบถุงเงินใส่ไว้ในถุงเสื้อ แล้วค่อยเอาไปให้ท่านแม่เก็บไว้
“เ้าไม่สนใจจะเป็แม่ครัวส่วนตัวให้ข้าจริงๆหรือ” เฉินฮ่าวิยังคงตามตื้อนาง เผื่อนางจะเปลี่ยนใจ
“ไม่เ้าค่ะ” มู่หว่านหลินยังยืนยันคำเดิม
“เช่นนั้นทุกสามวันเ้ามาทำอาหารให้ข้ากินได้หรือไม่ ข้ามีค่าจ้างให้อย่างงาม”
“ข้าไม่สะดวกเ้าค่ะ จะเดินทางเข้าเมืองบ่อยๆ ต้องเดินเท้ามาใช้เวลาถึงสองชั่วยาม มีหวังข้าได้ตายก่อนจะได้มาทำอาหารให้ท่านกิน ”
“ข้ามีที่พักให้ โรงเตี๊ยมเฉินฟาไฉก็เป็ของข้าเ้าอยากจะพักกี่คืนก็ย่อมได้ ส่วนเื่เดินทางข้าจะให้คนไปรับ หรือไม่ข้าจะซื้อรถม้าให้เ้าดีหรือไม่ ”
อืม..อันนี่น่าสนมีที่พักฟรี แถมได้เงิน มู่หว่านหลินกำลังคิดว่าจะรับงานนี้ดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงหลงจู๊พูดขึ้นมาก่อน
หลงจู๊เห็นว่านางนิ่งเงียบก็คิดว่านางคงจะไม่สนใจข้อเสนอของนายน้อยเป็แน่
นายท่านผู้เฒ่าได้ฝากฝังให้เขาดูแลนายน้อยระหว่างที่เขาอยู่ที่นี่ให้ดี และข่าวเื่นายน้อยยอมกินอาหารมากกว่าสามคำเมื่อรู้ถึงหูนายท่านผู้้เฒ่าแล้ว นายท่านผู้เฒ่าและทุกคนในตระกูลต้องรู้สึกยินดีเป็แน่
“แม่นางน้อย ข้าอยากจะขอคุยกับท่านสักหน่อย ” หลงจู๊เห็นว่านางไม่ยอมมาเป็แม่ครัวทำอาหารให้นายน้อยของเขา เลยคิดจะขอซื้อสูตรอาหารวันนี้ไว้ทำให้นายน้อยกิน
“ท่านมีอะไรจะคุยกับข้าหรือเ้าคะหลงจู๊”
“ข้าอยากจะขอซื้อสูตรอาหารของเ้า เผื่อวันหน้าข้าจะได้ให้พ่อครัวทำให้นายน้อยได้ทาน”
“ท่านจะซื้ออย่างไรเ้าคะ”
“ข้าให้เ้าสูตรละ สิบตำลึงทองเ้าจะว่าอย่างไร”
“ได้เ้าค่ะ เงินมาข้าจะเขียนสูตรอาหารที่ข้าทำเมื่อครู่ให้พวกท่านเลยเ้าค่ะ ”
“นี่เงินหกสิบตำลึง ”
“ขอกระกระดาษกับพู่กันด้วยเ้าค่ะ”
“เ้าไปนั่งเขียนที่โต๊ะทำงานของข้าได้เลย” เฮินฮ่าวิบอกอย่างไม่ถือสา
“ขอบคุณเ้าค่ะนายน้อย”
มู่หว่านหลินใช้เวลาไม่นานก็เขียนสูตรอาหารทั้งหกอย่างจนครบจากนั้นก็เดินมาตรงหน้าหลงจู๊แล้วยื่นแผ่นกระดาษที่นางเขียนสูตรอาหารลงไป
“พ่อครัวทำออกมาแล้วจะได้รสชาติเหมือนที่เ้าทำหรือไม่” เฉินฮ่าวิถามขึ้นมา
“เหมือนแน่นอนเ้าค่ะ”
“เอ่อ…แม่นางน้อย” พ่อครัวได้อ่านสูตรอาหารที่นางเขียนให้ก็เงยหน้าขึ้นมาถามนาง
“มีอะไรหรือเ้าคะ ”
“เครื่องปรุงรสบางอย่างข้าไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นมาก่อน”
“มันคือเครืองปรุงสูตรลับของข้านะเ้าค่ะ ไม่มีขายตามตลาดทั่วไปหรอก ถ้าท่านอยากได้ข้ามีขายเ้าค่ะ ”
เฉินฮ่าวินั่งมองมู่หว่านหลินคุยกับพ่อครัวก็นึกในใจ
‘มิน่าละถึงยอมขายสูตรอาหารอย่างง่ายดาย แต่ความจริงนาง้าทำการค้าเครื่องปรุงรสนี่เอง’
“เ้าพอจะขายเครื่องปรุงรสให้กับร้านอาหารของข้าได้หรือไม่” นี่เขาไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครมาก่อนเลยนะ ยายแห้งผมซาลาเปาเป็คนแรก ช่วยไม่ได้ก็อาหารที่นางทำมันอร่อยถูกปากของเขามาก
“ได้สิเ้าคะ พวกท่าน้าจำนวนมากน้อยเพียงใดขอแค่สั่งมา แต่พวกท่านต้องไปรับเองที่บ้านของข้า”
“ได้ ว่าแต่บ้านของเ้าอยู่ที่ใด”
“หมู่บ้านกั๋วซานเ้าค่ะ”
“แล้วนี่เ้าจะกลับหมู่บ้านของเ้าเลยหรือ”
“ไม่หรอกเ้าค่ะ คืนนี้ข้ากับครอบครัวพักที่โรงเตี๊ยมเฉินฟาไฉ่ของท่านนั้นละ”
“เ้ากับครอบครัวจะพักกี่คืนก็ย่อมได้ข้าจะไม่ให้หลงจู๊เก็บเงินพวกเ้า ขอเพียงเ้ามาทำอาหารให้ข้ากินทุกวัน”
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ ข้าต้องกลับหมู่บ้าน แต่พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาทำอาหารให้ท่านก่อนข้าจะกลับก็แล้วกันเ้าค่ะ คิดค่าทำไม่แพงเ้าค่ะ อืม..สามสิบตำลึงเงินก็พอ” นางคิดเท่ากับราคาห้องพักเองนะคิดไม่แพง
“หน้าเงิน”
“ขอบคุณเ้าค่ะสำหรับคำชม”