คนเฝ้าทางเข้าออก ตาดูปากพูดมือก็ป้ายหยิบหยกแผ่นที่สอง ออกมายื่นให้ รับแผ่นที่หนึ่งเข้าไปเก็บที่เดิม
“เรียบร้อยแล้ว เจ้านำป้ายแผ่นนี้ ไปแสดงที่ทางเข้าป่ามรกตแดนสอง ทำเหมือนกับที่นี่ เอาหินหยกจากแดนสองมาแลก แผ่นป้ายแดนที่สาม ต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงแดนแปด”
“ขอบใจมากเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ขอตัวกลับก่อนเจ้าค่ะ!” นางเก็บป้ายแดนสองเข้าถุงย่าม กำลังจะนั่งไม้กายสิทธิ์กลับบ้าน แต่หางตาเหลือบไปเห็น ใครบางคนเสียก่อน
“โอ๊ะ! พี่ชายเฉิงซวี ไม่ใช่ท่านบอกว่าจะรออยู่ที่ตำหนักหรือเจ้าคะ รู้ได้ยังไงว่าข้าจะออกมาเวลานี้!” นางมองชายหนุ่มชุดสีแดง ที่นั่งอาวุธเวทลอยอยู่บนอากาศ ดักรออยู่ไม่ไกลจากทางออก
“ข้าเป็นห่วงเจ้า! พลังปราณเซียนอ่อนกว่าพลังที่นี่มาก ในป่าก็อันตราย แล้วนี่นกของเจ้าหายไปไหน”
“ผิงผิงถูกใยแมงมุม รัดตัวไว้แล้วถูกสูบพลังไป ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่มิติจิต ไม่กี่วันก็คงจะหาย”
“ถ้าอย่างนั้น เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน รอให้ผิงผิงหาย ค่อยเดินทางต่อที่แดนสอง เจ้าว่ายังไง”
“ข้าพักวันเดียวก็พอ ไม่ต้องรอผิงผิง ข้าต้องเก่งด้วยตัวเอง คอยแต่พึ่งพาผู้อื่น เมื่อไหร่ข้าถึงจะเก่งกันล่ะ”
“ตามใจเจ้าเถอะ! ตอนนี้กลับบ้านกันก่อน ขึ้นมาบนนี้เจ้าจะได้ไม่ต้องใช้พลังตัวเอง ในการขี่ไม้กายสิทธิ์ หรือว่าจะให้พี่ชายอุ้มไป” เซียวเหยารีบขึ้นไป นั่งบนพรมหนาสีดำทันที
“ดูท่าทางเจ้าเหนื่อย หิวหรือไม่กินอะไรมาหรือยัง”
“ข้าไม่ได้กินอะไรเลยหิวมากเจ้าค่ะ มื้อเย็นเมื่อวานนี้ก็กินผลไม้ ไปห้าผลเอง เอ๊ะ!พี่ชาย ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามีคนมอง หรือว่าพวกเขาจะรู้ว่า ข้าสังหารไก่หยกไปมากมาย ไหนจะแอบหยิบก้อนหินหยกมาอีก”
“ไม่มีใครตามทั้งนั้น น้องสาวเจ้าคิดมากไปแล้ว เรื่องที่จะเอาอะไรออกจากป่ามา ไม่มีใครรู้หรอก แล้วคนที่เข้าไปต่างก็หยิบออกมาเหมือนกัน แต่…เจ้าบอกว่า สังหารไก่หยกไปมากมายอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่เจ้าค่ะ! ไก่หยกมีเป็นหมื่นๆ ตัวเลย ข้าเก็บใส่แหวนมิติมาเป็นพันกว่าตัว ต้องรบกวนพ่อครัวของพี่ชาย ทำเป็นอาหารแห้ง ไว้ให้ข้ากินเวลาหิวด้วยเจ้าค่ะ”
“เรื่องนั้นไม่ยาก เดี๋ยวพี่ชายจะสั่งพ่อครัวจัดการให้ แต่เรื่องไก่หยก อยู่รวมตัวมาเป็นหมื่นตัวอย่างที่เจ้าพูด มันเกิดขึ้นได้ยังไง ปกติอย่างมากร้อยตัวก็ถือว่าเยอะแล้ว เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บกลับมาก็ดีแล้ว”
“ทีแรกข้าได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ข้างซ้าย เวลาผ่านไปไม่นานแผลหายไปแล้ว แม้แต่รอยแผลก็ไม่เห็น”
“แสดงว่าร่างกายเจ้า มีสิ่งที่รักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในตัวแล้ว เหมือนตอนที่เจ้าโดนพิษ อย่างไรล่ะ!”
“หรือเป็นเพราะข้ากลืนกิน บัวหิมะเจ็ดสีหมื่นปีเข้าไปกันน่ะ”
“นางสาวเจ้าว่ายังไงนะ! บัวหิมะเจ็ดสีหมื่นปี ที่แดนเขียนตามหากัน เข้าไปอยู่ในท้องเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะกินเข้าไป แต่ข้าทำให้เห็ดความเสียหาย ผิงผิงบอกต้องรีบกิน ไม่อย่างนั้นสรรพคุณของมันจะหายไป ข้าก็เลยล้างทำความสะอาดแล้วก็กินไปแบบนั้นเลย”
เฉิงซวีหันหน้ากลับมา มองสาวน้อยตรงหน้า ยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ “ดีแล้วล่ะ ปล่อยให้คนทั้งแดนเซียนตามหาต่อไป ของมีค่าแบบนี้อยู่ในท้องเจ้า ดีจริงๆ”
“ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ! อยู่ในท้องข้ามันดีอย่างไร ทำไมท่านถึงดีใจแบบนั้น ข้าไม่เข้าใจ”
“เจ้าก็รู้สรรพคุณของบัวหิมะหมื่นปี ช่วยยับยั้งพิษ รักษาอาการบาดเจ็บเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงผิวพรรณ มันดีต่อร่างกายเจ้ากว่าสมบัติล้ำค่าเสียอีก แล้วในวันข้างหน้า ถ้าเกิดว่าเจ้าคลอดลูก เจ้าก็จะแข็งแรงโดยไวไม่เจ็บ ยังไงเล่า!”
“เป็นแบบนี้นี่เอง ดีแล้วเจ้าค่ะ! วันข้างหน้าข้าไม่รู้ว่าจะต้อง ไปเจออะไรบ้าง ใกล้ถึงหรือยัง ข้าเริ่มหิวแล้ว”
“เดี๋ยวก็ถึงแล้ว ไปถึงก็ได้กินเลย ข้าสั่งให้พ่อครัวทำกับข้าวไว้แล้ว ไม่กี่อึดใจเจ้าทนเอาหน่อย”
เซียวเหยามาถึง ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสวน อาหารก็วางรออยู่เต็มแล้ว พวกเขาได้รับคำสั่ง ให้รีบเตรียมอาหารตั้งแต่เช้า และประมาณหนึ่งก้านธูปที่ผ่านมา ได้รับคำสั่งให้ยกอาหารออกมาเตรียมไว้
“โอ้! มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย ข้าไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ หิวจนตาลายหมดแล้ว” นางนั่งกิน จนอาหารบางอย่างหมดไปแล้ว
“พี่ชายแล้วท่านไม่กินหรือเจ้าค่ะ”
“เจ้ากินให้อิ่มก่อนเถอะ ลองชิมดูนี่คือไก่หยกย่างสมุนไพร ที่เจ้าต้องการให้พ่อครัวทำให้ เจ้าเก็บไว้กินในมิติ” เขาเลื่อนจานที่พ่อครัวยกเข้ามาใหม่
“อืมมันอร่อยมากเจ้าค่ะ เนื้อนุ่มหอมกลิ่นสมุนไพร รสชาติกลมกล่อมข้าชอบ ถ้าเก็บไว้ในแหวนมิติ อยู่ได้นานไหม แล้วข้าต้องเอาเก็บยังไง?”
“เดี๋ยวให้พ่อครัว การหากล่องไม้ใส่อาหาร เจ้าจะได้เอาไปตั้งเก็บไว้เป็นที่เป็นทาง”
“แล้วไก่หยกในมิติของข้า ต้องเอาไปวางไว้ตรงไหน ให้พ่อครัวเก็บไว้ทำอาหารเจ้าค่ะ”
“ไว้ให้เจ้ากินอิ่มก่อน ค่อยเอาไก่ที่เจ้ามี ไปให้พ่อครัว จัดการทำอาหารให้เจ้าได้ชิมก่อน สนใจรสชาติแบบไหนจะได้ทำแบบนั้น แล้วเก็บใส่กล่องไม้เก็บอาหาร เจ้าจะได้มีกินตลอด”
เซียวเหยาถูกพามายังห้องครัว เจอพ่อครัวทั้งสาม และห้องเก็บของขนาดใหญ่ ข้างในมีอาหารวางอยู่เต็ม
“ไก่ของเจ้าเอากองไว้ หน้าห้องครัว พวกเขาจะได้ทำความสะอาดก่อน แล้วเอามาเก็บไว้ในห้องนี้ ก่อนจะปรุงเป็นอาหารใส่กล่องไม้ ให้เจ้าเก็บไว้ในมิติอีกทีหนึ่ง”
เซียวเหยาเดินออกมาหน้าห้องครัว เอาไก่ร่วมสองพันตัวออกมา จากแหวนมิติแหวน กองไว้หน้าห้องครัว
“ห้ะ! ห้ะ! นี่มัน”
พ่อครัวทั้งสามคนที่เข้าไปจับไก่ ในป่ามรกตเป็นประจำ ถึงกับตกใจอ้าปากค้าง กับจำนวนมากมายของไก่ พวกเขาอย่างมากสามสิบตัวก็ถือว่ามากแล้ว แต่นี่กองเท่าภูเขาขนาดย่อม
“ไก่…ทำไมถึงกองเป็นภูเขาขนาดนี้ พวกเราต้องเรียกคนทั้งหมด มาช่วยกันทำความสะอาดไก่พวกนี้แล้ว” เสียงพ่อครัวคนหนึ่งดังขึ้น
“พวกเจ้าก็ค่อยทำไป แต่…ทำมาก่อนสักหนึ่งร้อยตัว สาวน้อยของข้า ต้องไปป่ามรกตแดนสองพรุ่งนี้ อย่าให้ฝีมือการทำอาหารของพวกเจ้าตกล่ะ ทำเยอะก็ต้องรสชาติเดียวกัน!” สั่งงานเสร็จเฉิงซวีจูงมือเซียวเหยา เดินออกมาจากในห้องครัว
“คืนนี้ให้เจ้านั่งโคจรพลัง เตรียมตัวให้พร้อม เจ้าก็เห็นว่าป่ามรกตแดนหนึ่ง สัตว์อสูรพลังเยอะกว่าแดนเซียนมาก”
“ข้าก็ว่าจะถามอยู่ ทำไมแดนเทพอสูร ถึงมีพลังเยอะกว่าแดนเซียน”
“ที่นี่ไม่ใช่แดนสัตว์อสูร แต่เป็นแดนเทพอสูรต่างหากล่ะ ส่วนมากจะมีคนเรียกว่าแดนเทพอสูร หลงลืมไปว่า เทพอยู่สูงกว่าเซียน”
“ข้าพอเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ที่นี่เป็นแดนเทพของอสูร เหมือนเซียนมีชั้นที่สูงกว่า ก็คือเทพเซียนใช่หรือไม่เจ้าคะ” ชายหนุ่มไม่พูดแต่พยักหน้า และผลักนางเข้าห้อง
“เจ้าของห้องไปก่อน ข้าต้องยังมีธุระออกไปทำ อย่าลืมนั่งโคจรพลังล่ะ พี่ชายไปก่อนแล้วจะรีบกลับมา ส่งเจ้าไปแดนสองให้ทันในวันพรุ่งนี้” พูดจบหนุ่มชุดแดง ก็หมุนตัวเดินจากไป
‘เรื่องเร่งด่วนอะไรกันนะ คุยกันอยู่ดีๆ ก็จากไปเสียอย่างนั้น ช่างเถอะนั่งโคจรพลังจากนี่ไปถึงเย็น หรือจะเป็นพรุ่งนี้เช้า พลังน่าจะเพิ่มมาไม่น้อย’
เซียวเหยาลืมตามาอีกทีหนึ่ง เป็นเวลาใกล้รุ่งเช้าแล้ว ‘เป็นครั้งแรกที่นั่งได้ยาวนานขนาดนี้ เกือบจะหนึ่งวันหนึ่งคืน เดินไปดูข้างนอกก่อนดีกว่า ใกล้สว่างแล้ว ต้องเตรียมตัวไปแดนสอง’
‘กลิ่นหอมของอาหาร ลอยมาจากห้องครัว พวกเขาตื่นเข้าเสียจริง กินหอมขนาดนี้แสดงว่าอาหาร ใกล้เสร็จแล้ว กว่าจะปรุงเสร็จ ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม โอ้ตื่นตั้งแต่กลางดึก’
เซียวเหยาเดินมาห้องครัว พ่อครัวสามคนกำลังขะมักเขม้น เตรียมอาหาร มีกล่องไม้ใส่อาหารสี่ชั้นวางอยู่ใกล้ๆ มีชายหนุ่มชุดแดง เอาอาหารใส่ในกล่องไม้
‘พี่ชายเฉิงซวีก็ตื่นแต่เช้าหรือ’ นางเกาะประตูดู ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ‘มีคนที่ช่วยดูแล มันดีแบบนี้นี่เอง’
“อ้าว! สาวน้อยเจ้าตื่นแล้วหรือ ไม่ใช่ว่าได้กลิ่นอาหาร เลยตามมาหรอกนะ เข้ามาชิมอาหารพวกนี้ก่อน”
“พี่ชายเฉิงซวี ช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก” ไม่พูดเปล่านางเดินเข้าไปเกาะแขน จนชายหนุ่มยิ้มแก้มปริ ยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ
“เจ้ากินอะไรรองท้องก่อนไหม อีกประมาณสองชั่วยาม ข้าจะพาเจ้าไปที่ป่ามรกตแดนสอง”
“ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องรองท้องแล้วเจ้าค่ะ กินให้เต็มท้องไปเลย!” พ่อครัวทั้งสามเลยช่วยกัน ยกอาหารไปวางที่โต๊ะห้องกินข้าว
“พี่ชายเฉิงซวีต้องช่วยเตือนข้าด้วย เรื่องของแดนเซียน เมื่อถึงกำหนดเวลาก็ต้องกลับไป แล้วค่อยกลับมาใหม่”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกลัว ยังอีกหลายวัน ไม่แน่ถ้าเจ้าทำเวลาได้ดีแบบนี้ ถึงเวลานั้นเจ้าอาจจะอยู่ที่แดนห้าแล้วก็ได้”
“ขนาดแดนแรกยังยากแล้ว ข้าไม่อยากคาดหวังเจ้าค่ะ”
“ใครบอกเจ้ากัน ด่านที่ยากที่สุดคือด่านแรกต่างหากล่ะ เพราะต่างคนก็คิดว่าด่านแรกยังยากขนาดนี้ แล้วด่านต่อไปจะขนาดไหน ความจริงแล้วด่านต่อไปไม่ได้ยาก ไปกว่าด่านแรกหรอก”
“จริงหรือเจ้าค่ะ! เป็นแบบนั้นก็ดี จะได้ไม่เหนื่อยมาก” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มไม่พูดสิ่งใดต่อ
เซียวเหยา อาบน้ำเสร็จเสื้อผ้ายังใส่ชุดเดิม ใช้พลังทำความสะอาดชุด อาหารอยู่ในกล่องไม้ ถูกเก็บเอาไปไว้ในมิติอย่างดี
“เดินทางกันได้แล้ว ขึ้นมานั่งให้เรียบร้อย เราจะเดินทางไปฝั่งตรงข้ามกับแดนหนึ่ง”
ทั้งสองออกเดินทาง นั่งพรมสีดำที่เหมือน มีก้อนเมฆลอยล้อมรอบอยู่ ใช้เวลาประมาณหนึ่งยาม ก็มาถึงทางเข้าแดนสอง ที่ถือว่าไกลมากถ้าเดินทางด้วยม้าคงใช้เวลาเป็นเดือน
เซียวเหยาเอาป้าย ยื่นให้คนเฝ้าเข้าทางเข้า เพื่อแลกป้ายเข้าป่ามรกตแดนสอง หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว นางเดินกลับมาหาเฉิงซวี
“พี่ชายเฉิงซวี ข้าต้องเข้าไปก่อนแล้ว ท่านก็กลับบ้านเถอะ!”
“อืม! พี่ชายจะกลับแล้ว ดูแลตัวเองให้ดีเล่า คิดเสียว่ามันคือการฝึกฝนให้เจ้าก้าวหน้า เพิ่มระดับขั้นสูงขึ้นไปอีก” พูดจบเขาก็ขึ้นไปบนพรมลอยออกไป
‘อะไรของเขา มันคือการฝึกฝน ไหนบอกว่าไม่ได้ยาก ไปกว่าแดนหนึ่ง’ เซียวเหยา ยกมือมาจับที่คางอย่างสับสน ก่อนเดินเข้าป่าไป
‘ผิงผิง พลังกลับมาเหมือนเดิมหรือยังนะ เข้าป่าแบบนี้รู้สึกเหงา เจ้างูก็นอนย่อยพลัง ไม่มีเพื่อนคุย’
เซียวเหยาเดินห่างจากทางเข้า ประมาณสองลี้ เจอต้นไม้ใหญ่ที่มีระยะยืนต้นห่างกัน คล้ายกับแดนหนึ่ง
‘นี่ไม่ใช่ต้นไม้กินคนหรอกหรือ ลักษณะต้นไม้และการอยู่ของมัน เหมือนในแดนหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะมีเยอะกว่า เพิ่มขึ้นมาสองต้น’
‘จะใช้วิธีเดิมได้ไหมน่ะ มันคนละป่ากันนี่ พวกมันยืนกันอย่างสงบ หรือว่าจะใช้วิธี ใช้ความไวลอยเข้าไปเลยดี’
“ครืนนนน! วิ้ววว!”
‘แค่ยืนมองอยู่เงียบๆ พวกมันก็รู้ อย่างนั้นหรือ? น่ากลัวเกินไปแล้ว’ เซียวเหยาถอยออกมาตั้งหลัก หากิ่งไม้แห้งสิบกิ่ง
ขึ้นไปยืนอยู่คนไม้กายสิทธิ์ จุดไฟแล้วโยนไปที่ต้นไม้ พร้อมๆ กัน ระหว่างที่ต้นไม้สับสน นางก็ใช้ความไว หลบหลีกกิ่งก้านที่หดตัว เพราะความร้อนของไฟ