TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 179 ชีวิตบนดอย

    ตอนที่ 179 ชีวิตบนดอย


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 




    วินาทีนั้นเหมือนช่วงเวลาทั้งหมดหยุดลง ภายในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย


    ใครจะคิดเล่าว่าลูกชายที่หายไปถึงเจ็ดปีจะกลับมา ความรู้สึกนี้ล้นปรี่เสียยิ่งกว่าตอนที่ลูกชายของเขาตื่นจากการนิทราเสียอีก เพราะในตอนนั้นอย่างน้อยๆ เขาก็รู้ว่าลูกของเขายังคงมีชีวิตอยู่ แต่สถานการณ์ในตอนนั้นไม่ว่าใครก็คิดว่าเฟิร์สได้ตายไปแล้ว


    คนเป็นพ่อได้แต่อึ้งตะลึกงัน ทำอะไรไม่ถูก


    จนกระทั่งเด็กหนุ่มยอเน๊เดินเข้ามาในท่าทางที่ซื่อๆ เมื่อเห็นว่าคุณหมอกำลังร้องไห้ เขาก็ตกใจ


    “คุณหมอเป็นอะไรไปครับ? เกิดอะไรขึ้น?” 


    เสียงของยอเน๊ทำให้คุณหมอสมคิดได้สติขึ้นมา เฟิร์สปล่อยให้พ่อของเขาทำใจแล้วจึงเดินเข้ามา


    “ขอโทษด้วยนะครับพ่อที่ทำให้เป้นห่วง” เฟิร์สกล่าวออกมาอย่างสำนึกผิด เมื่อเห็นเส้นผมสีดำที่ถูกแทนที่ด้วยสีขาวของผู้เป็นบิดา เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจ


    “ฟะ ... เฟิร์ส นั่นเฟิร์สจริงๆ หรอลูก?” สองเท้าของผู้สูงวัยค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ก่อนที่จะโถมตัวโผเข้ากอดเด็กหนุ่มตรงหน้า


    ยอเน๊มองภาพตรงหน้านี้อย่างมึนงง


    “ลูก? นั่นคือลูกของคุณหมออย่างนั้นหรอ?” ยอเน๊ดูตกใจไม่น้อย เพราะเขาทำงานกับหมอมานานและเคยได้ยินเรื่องลูกคุณหมอมาบ้าง แม้จะเป็นการบอกเล่าของคนแก่ก็ตาม


    เด็กหนุ่มคนนี้มีท่าทางซื่อๆ เขาไม่รู้เรื่องราวความหลังของคุณหมอมาก่อนจึงไม่รู้ว่าตัวตนของเฟิร์สคือใคร


    หากจะนับวันที่เฟิร์สหายตัวไปเขาก็ยังเป็นเด็กที่อายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะไม่รู้จักเฟิร์ส


    เฟิร์สยิ้มและรับการสวมกอดของคนเป็นพ่อ


    “ใช่ครับ เฟิร์สลูกพ่อเอง ผมกลับมาแล้วนะ ขอโทษที่ทำให้พ่อต้องเป็นห่วง” เฟิร์สกำลังปลอบคนอายุเยอะกว่า แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่เอามืออุดปาก เลยทำให้อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้


    “เฟิร์สลูกกลับมาแล้ว ในที่สุดคำอธิฐานของพ่อก็เป็นจริง ลูกไม่ได้ตายอย่างที่คนอื่นเขาคิดกัน”


    “ครับ ผมยังไม่ตายและยังอยู่ตรงนี้ เอาเป็นว่าเรามานั่งพูดคุยกันดีกว่าไหมครับ?” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ


    คุณหมอสมคิดรีบปาดน้ำตาและแสดงท่าทีเก้อเขิน ก่อนจะหันไปทางยอเน๊แล้วเอ่ยว่า


    “ยอเน๊ วันนี้เธอกลับไปก่อน ฉันจะปิดคลินิกหนึ่งวัน แล้วรบกวนนายไม่พูดเรื่องนี้กับคนอื่นด้วย” คุณหมอสมคิดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น


    “ครับ ผมจะไม่แพร่พรายเรื่องนี้ออกไปอย่างแน่นอน ดูเหมือนคุณหมอมีเรื่องจะพูดคุยกับลูกชาย เอาเป็นว่าผมขอตัวก่อนนะครับ” เด็กหนุ่มกล่าวลาและไม่ลืมปิดบ้านให้กับคุณหมอสมคิด


    “มาเฟิร์ส มาคุยกันตรงนี้ ลูกต้องเล่ามาให้หมดนะว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง” ชายสูงวัยกล่าวอย่างอารมณ์ดี ด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยน้ำตา


    “ได้ครับ” เฟิร์สด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เขามีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้พบกับพ่อของเขาอีกครั้ง


    เฟิร์สได้เล่าทุกอย่างให้พ่อของเขาฟัง รวมทั้งเรื่องของอบิสอีกด้วย


    การมีอยู่ของอบิสและปกป้องโลกกับอบิสนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะเล่าให้พ่อของเขาฟัง


    ต้องรู้ไว้ว่าตัวตนของเฟิร์สในตอนนี้ มีน้อยคนนักที่จะสามารถคุกคามเขาได้


    เฟิร์สใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพ่อของเขา


    ยอเน๊ไม่ได้พูดเรื่องของเขาให้ชาวบ้านฟัง ทุกคนที่มารักษากับคุณหมอสมคิดเลยคิดว่าเฟิร์สคงเป็นหลานชาย


    เฟิร์สและพ่อของเขาไม่ต้องการให้ข่าวการกลับมาของเฟิร์สเป็นเรื่องที่วุ่นวาย


    หากนิวโฮปหรือสื่อไทยรู้ พวกเขาย่อมไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบนี้ได้อย่างแน่นอน


    แม้เรื่องนี้จะไม่สามารถปิดบังไปได้ตลอด แต่มันก็สามารถดึงเวลาให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ช่วงเวลาหนึ่ง


    “พ่อแก่ขึ้นมากเลยนะ ผมขอโทษที่ทำให้พ่อเป็นห่วง” เฟิร์สเอ่ยขณะที่เขากับพ่อกำลังนั่งดื่มกาแฟในยามเช้า


    “เฟิร์สไม่ต้องโทษตัวเองหรอก แค่เฟิร์สกลับมาพ่อก็ดีใจแล้ว” คุณหมอสมคิดเอ่ยตอบ เขาไม่ต้องการให้ลูกชายของเขาไม่สบายใจ


    “เอาเป็นว่าผมจะชดใช้ให้พ่อเอง” เฟิร์สลุกขึ้นแล้วเดินไปจับที่ไหล่ของคุณหมอสมคิด


    ตอนนั้นเองคุณหมอก็รู้สึกเหมือนมีพลังสายหนึ่งกำลังโคจรอยู่ในร่าง พลังสปีริตเหล่านั้นพุ่งเข้าไปในสัญลักษณ์ดาราขาวเก้าแฉกด้วยวิถีประหลาด 


    ร่างกายของเขาดูผ่อนคลายเป็นอย่างมาก


    อากาศรอบตัวพลันเกิดการสั่นสะเทือน ทว่ากลับถูกเด็กหนุ่มด้านข้างระงับพวกมันเอาไว้ จนทำให้ทุกอย่างนั้นยังสงบเหมือนดังเริ่มแรก


    ดาราขาวเก้าแฉกเกิดการควบแน่น ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นดาราสีแดง


    ฮวง!


    เด็กหนุ่มระงับสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้ เพื่อไม่ให้สิ่งรอบข้างได้รับผลกระทบ


    ตอนนั้นเองคุณหมอสมคิดก็เป็นผู้โจมตีขอบเขตดาราแดงได้สำเร็จ กลายเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงคนหนึ่ง


    แต่ทุกอย่างยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อพลังสปีริตก่อรูปร่างเป็นอักขระภายในร่าง 


    ร่างของคุณหมอสมคิดพลันปรากฏอักขระบนร่างอย่างแน่นอนขนัดวูบหนึ่ง ก่อนที่พวกมันจะหายไป


    แต่การหายไปของอักขระกลับทำให้ชายสูงวัยคนหนึ่งกลับมามีผิวพรรณเต่งตึง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงหลายปี ผมสีขาวพลันถูกแทนที่ด้วยสีดำเหมือนดังเริ่มแรก


    คุณหมอสมคิดราวกับได้เป็นหนุ่มอีกครั้ง สภาพของเขาแทบจะไม่แตกต่างไปจากช่วงเวลาก่อนที่อบิสจะปรากฏขึ้นเลยแม้แต่น้อย


    “เฟิร์สนี่ลูก ...”


    คุณหมอสมคิดตกใจเป็นอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่าตนเองได้ทะลวงขอบเขตเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงเรียบร้อยแล้ว แต่เขายังไม่รู้ว่าตนเองรูปลักษณ์เยาว์วัยลง เพราะฝีมือลูกชายของตนเอง


    จริงๆ แล้วเฟิร์สแค่ใช้พลังอักขระเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เยาว์วัยเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนอายุขัยให้ยืดยาวขึ้น อย่างน้อยๆ ร่างกายที่สมบูรณ์อาจทำให้ชีวิตของเขายืนยาวไปถึงร้อยปี แม้จะต้องตายตกตามอายุขัยของมนุษย์ก็ตาม


    ในโลกนี้มีน้อยมากที่จะสามารถยืดอายุขัยของคนคนหนึ่งได้


    คุณหมอสมคิดยังคงเป็นชายวัยห้าสิบกว่าเช่นเดิม แม้ว่ารูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้จะเหมือนกับชายวัยกลางคนอายุสามสิบกว่าก็ตาม


    เฟิร์สดึงมือกลับมาแล้วกลับไปนั่งที่เดิมอย่างสบายอารมณ์


    “พ่อคงไม่รู้ว่าลูกชายของพ่อตอนนี้เก่งกาจแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานผมจะทำให้แม่ฟื้นตื่นขึ้นมา ตอนนี้ผมอยากให้พ่อพักผ่อนอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ส่วนเรื่องอื่นผมจะจัดการเอง”


    “เฟิร์ส ตอนนี้ลูกบ่มเพาะถึงขั้นไหนแล้ว ทำไมถึงสามารถทำให้พ่อบรรลุขอบเขต ดาราแดงได้อย่างสบายๆ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่ใช่ว่ามันจะทำให้ยุ่งยากกว่าเดิมหรอกหรอ?”


    เฟิร์สยิ้มและเอ่ย “พ่อไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ครับ ความจริงพวกเขานั้นรู้ถึงความสามารถนี้แล้ว แต่แค่ไม่แพร่ออกไป ยังไงก็ตาม ครั้งนี้ผมจะเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุดและจะตกลงกับพวกเขาเอง ผมว่าตอนนี้พ่อลองมองดูรูปโฉมใหม่ของพ่อดีกว่า”


    เด็กหนุ่มวาดมือขาวออกไป ตอนนั้นเองอักขระก็เรียงตัวและก่อรูปร่างเป็นระลอกคลื่นราวกับผิวน้ำ ส่งสะท้อนภาพของสองพ่อลูก


    “เฟิร์ส! นี่ลูกทำอะไรกับพ่อ! นะ ... นี่มัน!” คุณหมอสมคิดตกใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ของตัวเอง


    แน่นอนว่าเฟิร์สไม่ได้เล่าความสามารถทั้งหมดของเขาให้คุณหมอสมคิดฟัง และคนเป็นพ่อก็ไม่คิดจะถามอีกด้วย


    แต่เรื่องนี้มันผิดธรรมชาติมากเกินไป ทว่าเมื่อคุณหมอสมคิดคิดถึงเรื่องที่เฟิร์สต้องเผชิญ เขาก็ยอมแพ้ที่จะค้นหาความลับเหล่านี้ เอาเป็นว่าลูกชายของเขานั้นพิเศษกว่าใคร 


    นับจากนี้เป็นต้นไป คุณหมอสมคิดนั้นไม่สามารถคาดเดาความสามารถของลูกชายได้อีก


    ‘หรือว่าลูกชายของฉันจะอยู่ในแรงค์ SSS แล้ว ตัวตนระดับนี้ไม่ว่าใครก็ไม่ธรรมดาเลยสักคน’ คนเป็นพ่อขบคิดในใจ


    เฟิร์สยังคงอาศัยอยู่กับพ่อของเขานานนับเดือน โดยที่เขาได้มอบแกนสปีริตสีแดงให้กับพ่อของเขาเป็นจำนวนมาก


    ช่วงเวลาระหว่างนี้เขารู้สึกเอ็นดูในความซื่อๆ ของยอเน๊เป็นอย่างมาก แม้รูปลักษณ์ของเขาจะมีอายุพอๆ กับเขา กระทั่งเขานั่นดูอ่อนเยาว์กว่าด้วยซ้ำ แต่มันก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้อยู่ดี


    เฟิร์สพึ่งรู้ว่ายอเน๊เองก็เป็นเวเนเตอร์เหมือนกัน อบิสสีขาวได้ปรากฏใกล้ๆ ที่ที่เขาอยู่โดยบังเอิญ แต่ทางนิวโฮปได้ช่วยเหลือเขาได้ทันเวลา เขาจึงไม่ต้องหลับใหลเป็นเวลานาน


    เนื่องจากยอเน๊นั้นเป็นเด็กที่ซื่อมาก เขาจึงไม่ได้เลือกในเส้นทางของเวเนเตอร์และกลับมาใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดา


    เพราะเหตุนี้เฟิร์สจึงคอยชี้แนะเด็กหนุ่มคนนี้ระหว่างที่เขาพักอาศัยอยู่ที่นี่


    จนในวันหนึ่งเฟิร์สก็ได้บอกกับพ่อของเขาว่า


    “พ่อครับ วันนี้ผมจะไปช่วยแม่ให้ฟื้นกลับมาเอง พวกเราสามคนจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน”


    จากคำพูดนี้ นั่นหมายความว่าเฟิร์สนั้นตัดสินใจที่จะเข้าพบกับนิวโฮปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน