เวลา 15.50 น. กานติมาในชุดเดรสยาวสีขาว แต่งกายเรียบร้อยลงจาก Grab Taxi เธอมองตำแหน่งที่ผู้ว่าจ้างปักหมุดเอาไว้ให้จากโทรศัพท์มือหน้าข้อมูลที่ให้มาเป็ตำแหน่งจาก google map บ้านเลขที่และซอยทำให้เธอมั่นใจว่าบ้านตรงหน้าเธอนี้เป็บ้านของผู้ว่าจ้างแน่ ๆ
กานติมามองตึกสองคูหาสูงสี่ชั้นครึ่งภายนอกตกแต่งสไตล์โมเดรินอย่างอลังการหน้าประตูทางเข้าเป็ประตูกระจกใสที่เปิดเพียงบานเดียวจากสองบานหญิงสาวจึงเดินเข้าไปกดกริ่งทันที
กริ๊ง
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่ามาหาใครคะ”
ช่อผกาเดินลงมาจากชั้นสองอันเป็ห้องนั่งเล่นของบ้านเธอเห็นหญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวาน สวมใส่ชุดสุภาพ มือด้านซ้ายมีหนังสือหลายเล่มยิ้มให้เธอหน้าประตู
“สวัสดีค่ะฉันชื่อกานติมา พอดีได้นัดกับผู้ว่าจ้างว่าจะมาคุยเื่รายละเอียดในการสอนพิเศษค่ะ”
“ผู้ว่าจ้าง ?อ๋อ คงเป็ไตรภพนัดสินะ เ้าลูกคนนี้ ไม่ยอมบอกแม่เลยเชิญคุณครูขึ้นมานั่งรอในห้องรับแขกก่อนนะคะ”
ช่อผกาเดินกานติมาขึ้นไปที่ชั้นสองก่อนที่จะให้หญิงสาวนั่งลงบนโซฟา ซึ่งดูเหมือนกานติมาจะอดประหม่าไม่ได้แม้เธอจะเห็นภายนอกของตึกดูราคาแพงแล้ว ยังเทียบกับการตกแต่งในห้องนี้ไม่ได้
“คุณครูคุยกับฉันก่อนก็ได้นะคะมะลิ!ลงมาหาแม่หน่อยลูก”
ตึง ตึง ตึง
เสียงก้าวเท้าลงบันไดมาจากชั้นสามเป็เด็กสาวตัวน้อยน่ารัก สวมชุดสบาย ๆ อยู่บ้านใบหน้าของมะลิตอนนี้ไม่เหลือเค้าโครงสกปรกมอมแมมเมื่อครั้งอยู่กับแก๊งเชิ้ตดำอีกแล้วคงไว้แต่ความน่ารักน่าเอ็นดูบนใบหน้าจ้ำม่ำ
“นี่ค่ะ มะลิลูกสาวของฉัน ไหว้คุณครูสิลูก”
ช่อผกาแนะนำมะลิให้กับกานติมารู้จักซึ่งมะลิไม่ทันได้มองคนแปลกหน้าในห้องยกมือไหว้โค้งตัวลงเพื่อทักทายหญิงสาวตรงหน้า
“มะ มะ ลิ”
เสียงเอ่ยแหบแห้งดังจากกานติมาเธอพิจารณาเด็กหญิงตรงหน้าด้วยสายตาพร่าเลือนไปด้วยหยดน้ำตา เด็กสาวตรงหน้าเป็ใบหน้าที่เธอไม่มีทางลืมเลือนได้
“คะ คุณ คือ”
มะลิจ้องมองกานติมาที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าไม่รู้เพราะเหตุใดน้ำตาของเธอได้ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน
“มะลินี่พี่เอง พี่กาน พี่สาวของเธอ”
“พะ พี่กาน”
มะลิมองใบหน้าของกานติมาอีกครั้งหนึ่งภาพในความทรงจำที่เลือนรางของเด็กสาวย้อนกลับมา ครอบครัวอันอบอุ่นสี่คนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่แล้วกลับมีเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตได้พรากทุกอย่างไปจากเธอ
“มะลิ มะลิมะลิ”
กานติมาโผเข้าไปกอดมะลิทั้งสองคนต่างร้องห่มร้องไห้ออกมา โชคชะตาช่างเล่นตลกเพียรพยายามตามหาแทบพลิกแผ่นดินกลับไม่พบพานแต่เมื่อไม่คิดว่าจะได้พบเจอกลับมีมีพรหมลิขิตให้พบกัน์ช่างเล่นตลกกับสองพี่น้องยิ่งนัก
ช่อผกาดูภาพสองพี่น้องอดกันด้วยความตื้นตันเธอพอจะเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่บ้าง หลังจากสงบสติอารมณ์เรียบร้อยแล้วช่อผกาได้เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เธอได้มาพบกับมะลิในตำบลท่าน้าวก่อนที่จะรับมะลิเป็บุตรบุญธรรม จ้างครูสอนพิเศษเพื่อมาให้ความรู้กับเด็กสาว
“ต้องขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลน้องสาวฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันคงไม่มีวันได้พบน้องสาวแน่ ๆ”
“ไม่เป็ไรฉันรักมะลิเหมือนลูกแท้ ๆ ของฉัน เด็กคนนี้น่ารักน่าเอ็นดู ใครเห็นต่างก็รักใคร่หนูอย่าคิดมากเลยนะ”
ช่อผกาปลอบใจกานติมาที่กำลังยกมือไหว้ขอบคุณเธออันที่จริงช่อผกาไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็ไปในลักษณะนี้ด้วยซ้ำเธอจึงเอ่ยถามกานติมาเกี่ยวกับเื่ชีวิตครอบครัว หน้าที่การงาน
“แสดงว่าหนูลาออกจากกรมป่าไม้เพื่อจะมาสอนพิเศษใช่ไหม ในเมื่อหนูมีกันแค่สองคน เอาแบบนี้ไหมลูกมาอยู่ที่นี่กับป้าสิ จะได้ช่วยกันดูแลมะลิ อีกอย่างป้าจะเปิดร้านอาหารยังไม่มีคนช่วยเลย”
“แต่ คุณป้าคะหนูเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกป้ารักมะลิไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ ของป้าเลยจะทนเห็นพวกหนูทั้งสองไปตกระกำลำบากอยู่ข้างนอก ป้าคงทนไม่ได้ นะมาอยู่กับป้าเถอะ”
กานติมาทนการรบเร้าจากช่อผกาไม่ไหวจึงตัดสินใจตกลงอยู่อาศัยที่นี่ เพื่อดูแลมะลิให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและช่วยตอบแทนบุญคุณของช่อผกาที่เลี้ยงดูมะลิมา
เมื่อมรสุมพัดผ่านไปความสุขได้กลับมาอีกครั้ง ช่อผกาเข้าครัวทำอาหารอย่างดีเป็อาหารทะเลที่ไตรภพโปรดปราน โดยมีกานติมาและมะลิเป็ลูกมือพวกเธอทำอาหารอย่างสนุกสนาน
“โห น่ากินมากๆ เลยค่ะแม่”
มะลิน้ำลายไหลมองอาหารตรงหน้า เป็กุ้งอบวุ้นเส้น ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำ และข้าวผัดปูวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหาร ส่งกลิ่นหอมอยู่อย่างมาก
“เดี๋ยวแม่โทรตามพี่ไตรภพของหนูก่อนนะน่าจะใกล้กลับมาแล้ว”
“ตามพี่ชายมะลิคุยกับพี่ชายเองค่ะ”
ขณะที่มะลิกำลังจะหยิบโทรศัพท์ของช่อผกาเพื่อโทรหาไตรภพหน้าประตูทางเข้ามีชายฉกรรจ์สวมชุดดำ ใส่ไอโม่งปิดบังใบหน้าเข้ามาในร้าน มีจำนวน 8 คน พุ่งขึ้นมาบริเวณชั้น 2
“พวกคุณเป็ใคร”
ช่อผกามองผู้มาใหม่อย่างหวาดระแวงชายที่เข้ามาในร้านมีท่าทางไม่น่าไว้วางใจ ทั้งยังปิดบังใบหน้าอีกสถานการณ์ดูไม่ปลอดภัย
“จับคนในบ้านไปให้หมดผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกสาวของพันตรีชัยยุทธ”
ชายที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าออกคำสั่งกับลูกน้องทั้ง7 คนให้อุ้มคนในบ้านขึ้นรถตู้สองคันที่จอดอยู่หน้าบ้านดูเหมือนกานติมาจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจจะสู้แรงชายฉกรรจ์ทั้ง 7 คนได้
“พวกคุณจับเราไปทำไมรู้จักพ่อหรอ”
ช่อผกาเอ่ยถามชายฉกรรจ์ตรงหน้าในขณะที่เธอกำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนจับแขนซ้ายและแขนขวาเอาไว้เพื่อจะได้เดินขึ้นไปบนรถตู้
“เหอะ จะบอกให้เอาบุญยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว พ่อของแกทำให้เ้านายฉันแค้นยิ่งลูกชายของแกดันไปก่อเื่กระทืบลูกชายเ้านายฉันอีกป่านนี้ลูกแกตายในคุกไปแล้วมั้ง”
“ตะ ไตรภพ”
ช่อผกาหน้าซีดเผือดหลังจากได้ยินคำกล่าวของชายฉกรรจ์ช่อผกา กานติมา และมะลิ ถูกโยนขึ้นรถตู้แล่นออกไปจากบริเวณบ้านอย่างรวดเร็วเธอรู้สึกผวากับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างมาก กลุ่มคนตรงหน้าเป็ใครทำไมถึงพุ่งเป้ามาเล่นงานครอบครัวเธอ แต่เมื่อพยายามจะถามกลับไม่ได้รับคำตอบใด ๆ
ประมาณสามสิบนาทีรถตู้ทั้งสองคันได้เคลื่อนที่ไปในค่ายทหารประจำจังหวัดน่านตั้งอยู่บนพื้นที่สองร้อยไร่ ทางด้านหน้าประตูมีทหารสิบคนยืนเฝ้าอยู่ถืออาวุธาครบมือ กว่าจะเข้าไปถึงด้านในของค่ายทหารได้ต้องผ่านประตูประมาณห้าประตู
อาคารรองผู้บังคับบัญชากองทัพจังหวัดน่านเป็อาคารสองชั้นตกแต่งด้วยสไตล์ย้อนยุค ด้านล่างมีรถถังจอดอยู่นับสิบคันทหารที่เดินลาดตะเวนรอบอาคารมีมากกว่าหน้าประตูทางเข้าใหญ่หน้าค่ายเสียอีกแสดงถึงศักยภาพของเ้าของอาคารได้เป็อย่างดี
พันเอกเสถียรชายอายุประมาณห้าสิบปีเศษ ผู้มีบารมีอันดับสองในกองทัพของจังหวัดน่านรองจากพลตรีมนูญแต่ในทางอิทธิพลใต้ดินนั้นมันถือเป็อันดับหนึ่งในคราบมาเฟียทหาร ขูดรีด รับส่วยเก็บค่าคุ้มครองบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและธุรกิจสีเทาทั้งหมด
นอกจากนี้ยังเคยถูกร้องเรียนเื่การโกงเบี้ยเลี้ยงของทหารชั้นผู้น้อยด้วยเมื่อได้กำหนดขึ้นศาลทหารเพื่อไต่สวนเื่ราวดังกล่าวทหารที่ฟ้องร้องกลับหายสาบสูญไป เื่นี้คงคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็ฝีมือของใคร
แม้จะได้ชื่อว่าเป็อันดับสองของกองทัพจังหวัดแต่บารมีในกองทัพไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้บังคับบัญชาการกองทัพเลย จำนวนทหารอาวุธา รวมถึงรถถัง ล้วนการันตรีข้อนี้ได้อย่างดีแต่พันเอกเสถียรยังคงไม่พอใจกับสิ่งเหล่านี้
มันไม่ได้้าที่จะเป็ลำดับ1 เพราะอยากเป็ที่นับหน้าถือตาหรือมีสิทธิขาดใด ๆ ในกองทัพแต่มัน้าตำแหน่งเพื่อสั่งการกองร้อยพิเศษของจังหวัดน่าน
กองร้อยพิเศษของจังหวัดน่านคืออะไรกัน มันคือทหารจำนวนหนึ่งร้อยคนที่บรรลุผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ 1 มีความเข้มแข็งพร้อมพลีชีพตามภารกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายอย่างไม่กลัวตายสามารถล้มกองทัพติดอาวุธหนึ่งกองร้อยได้ด้วยมือเปล่า ถนัดการต่อสู้ การาการฆ่าจนไม่มีทหารในหน่วยไหนกล้าปะทะด้วย
ตัวตนของกองร้อยพิเศษลึกลับเป็อย่างมากแม้พันเอกเสถียรจะเป็รองผู้บังคับบัญชาการของกองทัพก็ไม่อาจจะรู้ข้อมูลเชิงลึกหรือสั่งการใด ๆ ได้ นี่จึงเป็ปมในใจที่มันอยากจะดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการของจังหวัดเพื่อสั่งการกองร้อยพิเศษนี้
หากได้กองร้อยพิเศษย่อมเปรียบเสมือนจังหวัดน่านอำนาจ อิทธิพล เงินทอง ล้วนหลั่งไหลเข้ามาหามันอย่างไม่มีใครสามารถต้านทานได้แม้จะเป็แก๊งเชิ้ตดำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่านก็ตาม
ก๊อก ก๊อก
“ท่านรองครับจับตัวมาได้แล้ว มีทั้งหมด 3 คนหนึ่งในนั้นเป็ลูกสาวของพันตรีชัยยุทธ ส่วนอีกสองคนผมไม่ทราบครับ”
“หึ ดีฉันจะแก้แค้นมันที่ทำให้ฉันไม่ได้ขึ้นรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการทหารของจังหวัดจากนั้นจะล่อให้มันมาที่ค่ายแห่งนี้ จับตัวมันข่มขู่ไอ้มนูญให้สละตำแหน่ง”
พันเอกเสถียรยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมสั่งการลูกน้องให้เตรียมการสำหรับแผนต่อไปหนทางในการขึ้นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการทหารจังหวัดอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
ไตรภพถือโทรศัพท์ที่พึ่งจะซ่อมมาเมื่อกี้ขึ้นมือที่ถือโทรศัพท์สั่นไปมา หลังจากรับฟังเสียงของช่อผกาผ่านทางโทรศัพท์มือถือในใจของชายหนุ่มเดือดพล่านไปด้วยไฟโทสะ
ตู๊ด ตู๊ด
“แกไม่ยอมจบยอมสิ้นใช่ไหม”
ไตรภพในขณะนั้นเดินเข้ามาในซอยบ้านพอดีเข้าไปดูในบ้านไม่พบใคร มีเพียงอาหารที่วางอยู่หล่นกระจายเต็มพื้นทั้งยังมีร่องรอยของการต่อสู้ขัดขืนในพื้นที่ชั้น 1 อีกด้วย
ชายหนุ่มคิดจะโทรหาจักรภพเพื่อระดมคนไปยังค่ายทหารประจำจังหวัดแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าขณะนี้แก๊งเชิ้ตดำได้กระจายไปตามอำเภอต่าง ๆตามแผนการก่อสร้างภัตตาคารจักรพรรดิ ไตรภพจึงไม่ได้ติดต่อจักรภพและปรีชา
ชายหนุ่มขับรถ Vios ด้วยความเร็วสูงสุด ตาม Google Map ไปยังค่ายทหารประจำจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองประมาณห้าสิบกิโลเมตรความเร็วในการเหยียบคันเร่งของไตรภพน่ากลัวมาก ปาดซ้ายปาดขวารถที่วิ่งไปมาแซงแม้กระทั่งรถยุโรปบางคัน
200 KM/h
แม้ลึก ๆไตรภพจะไม่แน่ใจว่าช่อผกาและมะลิถูกจับไปยังกองทัพจังหวัดหรือไม่แต่ที่แน่ใจจากการฟังเสียงทางโทรศัพท์ก็คือ ผู้สั่งการคือพ่อของชยุตพลนั่นเอง
“ไม่ว่ามันจะเป็ใครก็ตามหากแกกล้ายุ่งกับครอบครัวฉัน มีเพียงความตายที่รอแกอยู่เท่านั้น !!!”
ในป้อมตำรวจจราจรบริเวณทางหลวงเส้นทางตอนเหนือของอำเภอเมืองจังหวัดน่าน ผู้กองชนิตาได้ถูกผู้กำกับโยกย้ายมาช่วยงานจราจรชั่วคราวเพื่อเป็การลงโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่งเธอจึงมานั่งดูกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ของถนนเพื่อดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนถนน
“ผู้กองครับรถคันนั้นขับเร็วมาก”
ตำรวจที่ควบคุมกล้องวงจรปิดอยู่รีบรายงานชนิตาให้ทราบ หลังจากเห็นรถ Vios ป้ายแดงขับรถน่าหวาดเสียวบนถนนหลวงคาดว่าความเร็วไม่ต่ำกว่า 200 Km/h อย่างแน่นอน
“ว.1 เรียก ว.2 ระดมจุดสกัดทั้งหมดตามเส้นทางกองกำลังตรวจตราจราจรมากับฉัน รถคันนั้นอาจจะเป็รถของขบวนการใต้ดินแก๊งผู้มีอิทธิพล หรือพวกค้ายาก็ได้ ขอให้ตำรวจทุกคน จงระมัดระวังตัวให้ดี”
ชนิตาหยิบปืนใส่ลงไปบริเวณที่เก็บปืนข้างเอวก่อนที่จะขึ้นรถ Honda Accord สีแดงของตำรวจกรมทางหลวงไปดักหน้ารถ Viosคันนั้น
เธอดู Ipad เข้าถึงกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆคาดเดาทางที่รถคันนั้นจะแล่นไป ก่อนจะออกคำสั่งให้คนขับรถไปตามทางที่เธอบอก
“ผู้กองครับรถคันนั้นแล่นไปทางกองทัพจังหวัด”
“กองทัพจังหวัด? แสดงว่ารถคันนั้นเป็ของกองทัพหนะสิ”
“น่าจะเป็แบบนั้นครับเอาอย่างไงดีครับผู้กอง”
พลขับรถของชนิตาเอ่ยถามผู้กองสาวอย่างกังวลจริง ๆ ตำรวจกับทหารล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวกันหากไม่จำเป็ ดั่งสุภาษิตที่ว่าเสือสองตัวจะอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เป็ธรรมเนียมปฏิบัติต่อกันมาช้านาน
“ไม่ต้องไปกลัว!ระดมตำรวจทางหลวงทุกคนไปที่หน้าค่ายทหาร ย้ำ ระดมตำรวจทางหลวงทุกคน”
ชนิตาสั่งการอย่างห้าวหาญแม้จะเป็รถของกองทัพจังหวัดก็ตาม แต่ขับรถผิดกฎหมาย น่าหวาดเสียวเช่นนี้เธอไม่อาจจะปล่อยเอาไว้ได้