บทที่ 9 ส่งตัวเข้าหอ
ญาติและผู้คนในครอบครัวของทั้งสองกำลังพากันจับจ้องไปยังคู่บ่าวสาวที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขาทั้งคู่เหมาะสมราวกับเป็นกิ่งทองใบหยกโดยแท้ หยาดน้ำตาของเซี่ยฟูเหรินไหลรินลงมาเงียบๆ เพราะบรรดาพี่ชายและพี่สาวของนางต่างพากันออกเรือนกันไปหมดแล้ว จะเหลือก็มีแต่นางเพียงคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อวันนี้อวิ๋นเอ๋อร์ได้ออกเรือน มารดาเช่นนางก็นอนตายตาหลับแล้ว "หนึ่ง...คำนับฟ้าดิน" ร่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำความเคารพฟ้าดินโดยพร้อมเพรียงกัน แต่เนื่องจากปิ่นปักผมของซูอวิ๋นมีน้ำหนักที่มากจนเกินไป ส่งผลให้ตอนที่ลุกยืนนางเกิดอาการเซเล็กน้อย โชคยังดีที่อ๋องสี่หน้าตายช่วยพยุงร่างเอาไว้ไม่ให้ล้ม นับว่าเขายังมีน้ำใจอยู่บ้าง เหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาคนที่อยู่ในพิธีทั้งหมดต่างก็พากันรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ท่วงท่าที่อ๋องสี่ผู้นั้นประคองว่าที่พระชายาด้วยความอ่อนโยน มองดูแล้วก็ช่างทำให้พวกเขาเกิดความอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อย "สอง...คำนับบิดามารดา" ทั้งสองต่างหันไปยังที่ที่ญาติของพวกเขายืนอยู่ ก่อนจะคำนับลงไป "สาม...คำนับกันและกัน" หนึ่งสตรีงดงาม หนึ่งบุรุษเพศผู้สง่าผ่าเผย ทั้งสองก้มลงคำนับให้แก่กันและกัน ซุ้มเสียงแห่งความยินดีดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาต่างยินดีและมีความสุขแทนบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันคู่นี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าพิธียังมิได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ หากผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวยังมิถูกเปิดขึ้น สตรีผู้นั้นก็ยังมิใช่พระชายาเต็มตัว "ท่านอ๋อง...ได้เวลาส่งตัวเข้าห้องหอแล้วขอรับ" ชายชราผู้ที่คอยป่าวประกาศขั้นตอนของพิธีการกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ในรอยยิ้มนั้นมีความคิดประหลาดแอบแฝงอยู่ไม่น้อยเลย หวงเยว่เฉินพยักหน้าให้น้อย ๆ เขามิใช่ผู้ที่หมกมุ่นในกาม แน่นอนว่าเขาย่อมต้องเมินนัยยะแฝงของชายชราผู้นี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาจนหน้าหมั่นไส้หันไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่เคียงกาย ในตอนนี้นางเริ่มที่จะยืนอยู่นิ่งๆไม่ไหวแล้ว คงต้องเพลียมากเป็นแน่ "หากเจ้าเดินไม่ไหว เปิ่นหวางจะอุ้มเจ้าไปก็ได้" ภายใต้ชายผ้าคลุมสีแดงนั้น เด็กสาวทำหน้าตาเลิ่กลั่กเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เขาถูกผีเขาหรืออย่างไร? มีสิ่งใดมาดลจิตดลใจให้เขาทำดีกับฉันเช่นนี้? "มิเป็นอันใดเพคะ หม่อมฉันเดินเองได้" ถึงแม้ว่าจะปากกล้าไปอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วขาทั้งสองข้างของฉันมันปวดร้าวจนแทบจะก้าวไม่ออกแล้ว หวงเยว่เฉินก้มใบหน้าลงต่ำเล็กน้อย เขาส่งเสียงกระซิบที่ข้างหูของฉัน "เจ้าอย่าทำให้เปิ่นหวางเสียเวลา ลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เปิ่นหวางไม่ได้แต่งกับเจ้าเพียงคนเดียว" ฉันแน่นิ่งไป ลืมไปเสียสนิทว่ายังมีแม่นางกู้ อา...ถึงแม้ว่าจะเป็นคำพูดธรรมดาๆ แต่ทว่าลึกในใจของฉันมันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะว่าฉันคงถูกหักหน้าเสียมากกว่า ฉันพยักหน้าให้เขาน้อย ๆก่อนที่จะยินยอมให้เขาอุ้มร่างของฉันไปส่งยังเรือนหอ เสียงร้องที่บ่งบอกถึงความดีใจยังคงถูกส่งออกมาให้พวกเราอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าทุกคนคิดผิดแล้ว นี่มันไม่น่ายินดีเลยสักนิด "เจ้าน่ะ..." อยู่ ๆเขาก็พูดขึ้นมา น้ำเสียงของเขามันฟังดูเหมือนว่าเขากำลังปลงตกอย่างไรอย่างนั้น "เพคะ?" "ตัวเล็กแค่นี้แต่น้ำหนักมิใช่ย่อย" "..." หากว่าฉันฆ่าเขาตายเสียตรงนี้ได้ก็ดี ปากของเขาควรที่จะถูกเย็บติดเข้าด้วยกันเสียด้วยซ้ำ