ฝ่าวิกฤต วันสิ้นโลก

    โลกที่เปลี่ยนไป (1)

            หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลินเทียนค่อยๆ เดินไปหาถางเหยียนอย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะทำเธอตกใจ“เอ่ออ ถางเหยียน เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม”“น..นาย นายจัดการมันไปเเล้วหรอ”“คิดว่าเเบบนั้นนะ ลุกขึ้นไหวไหม” เขายื่นมือพลางค่อยๆ พะยุงตัวถางเหยียนขึ้น เธอยังดูกลัวๆ ว่าก็อปลินจะตื่นขึ้นมาทำให้เธอไม่กล้าขยับไปไหน“นายทำมันได้ยังไงน่ะ หรือว่า น.. นายเคยทำอะไรเเบบนี้มาก่อนหรอ” ถางเหยียนยังคงกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า เธอลอบมองหลินเทียนเเละพบว่าเขาดูไม่ตกใจอะไรเลย ทำให้เธอเริ่มกลัวเขาเเทน“เธอจะบ้าหรอ! ชั้นไม่เคยทำอะไรเเบบนั้น เเค่ตอนนั้นถ้าชั้นไม่ฆ่ามัน ก็คงเป็นตัวชั้นเองที่ต้องตาย”“ชั้นเเค่อาศัยจังหวะที่มันตอบโต้ไม่ได้ เฮอะ! คงเรียกว่าพึ่งดวงเลยก็ได้” หลินเทียนรีบเเก้ตัวอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด        หลินเทียนค่อยๆ เดินไปหาก็อปลินเเละใช้ด้ามมีดเขี่ยๆ ดูที่ศพก็อปลินเพื่อทำให้เธอเเน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมาอีกครั้ง หลินเทียนเริ่มสำรวจไปรอบๆ ศพก็อปลินเเละเขาก็เเตะเข้าที่หัวของมันติ๊ง! มีเสียงดังขึ้นในหัวของหลินเทียน[ก็อปลิน (ทั่วไป) ][อาชีพ : -][ฉายา : -][พละกำลัง : 9 + 2 (11) ][ความอดทน : 5][ความว่องไว : 4][สติปัญญา : 2][ทักษะ : -][อุปกรณ์สวมใส่ : ขวานที่ขึ้นสนิม (common) ]        เเละหลินเทียนก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่ตกอยู่ข้างๆ ตัวของก็อปลิน มันเป็นผลึกที่โปร่งใส ด้วยความสงสัยหลินเทียนจึงหยิบมันขึ้นมา มันดูราวกับคริสตัลที่อยู่ภายในร้านเครื่องประดับ หากนำไปขายคงได้เงินไม่น้อย พอเขาเริ่มใช้เเรงบีบ มันก็เเตกออกเเละเสียงในหัวของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง[ผลึกก็อปลิน (ทั่วไป) ถูกใช้ : ได้รับพละกำลัง + 1 ความอดทน + 1]        ความรู้สึกที่เหมือนตอนฆ่าก็อปลินได้กลับมาอีกครั้ง เขารู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขาเปลี่ยนไป มันกำลังเเข็งเเกร่งขึ้น!        หลินเทียนค่อนข้างแปลกใจที่เขาสามารถรับรู้ค่าสถานะร่างกายของก็อปลินตรงหน้าได้ นั่นยิ่งทำให้เขาคิดว่ามันเหมือนเกมมากยิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงการที่ฆ่ามันเเล้วจะทำให้ได้รับผลึกใสชิ้นนั้น นี่มันฆ่า มอนสเตอร์เเล้วสามารถได้รับของหรอ“เเล้วถ้าจะดูค่าสถานะตัวเองหละ” หลินเทียนพูดขึ้นด้วยความสงสัย เขาทำการเเตะที่หัวของตัวเองเเต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาลองทำอยู่หลายอย่าง จนสุดท้าย เขาลองคิดในใจถึงค่าสถานะเเละมันก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขานั่นยิ่งทำให้เขาแปลกใจเพิ่มไปอีกเมื่อได้เห็น[หลินเทียน][อาร์ค : ความตะกละของจอมปีศาจ][อาชีพ : -][ฉายา : -][พละกำลัง : 5 + 1 (6) ][ความอดทน : 5][ความว่องไว : 8][สติปัญญา : 9][ทักษะ : -][อุปกรณ์สวมใส่ : มีดสั้นที่ขึ้นสนิม (common) ]
    ‘เเบบนี้มันแปลว่าชั้นอ่อนเเอหรือว่าเเข็งเเกร่งกัน เเต่อย่างน้อยชั้นก็มั่นใจว่ามันคงไม่เเย่มากหรอกใช่มั้ย?’ หลินเทียนสงสัยเพราะเขาไม่รู้ว่าคนทั่วไปจะมีค่าสถานะเท่าไหร่“เเต่ก็คิดถูกเเล้วหละที่ไม่เข้าไปปะทะกับก็อปลินไม่งั้นชั้นได้กลายเป็นเศษเนื้อเเน่”        หลินเทียนตรวจสอบสถานะของตัวเองด้วยความสนใจ‘หืมม ความว่องไว 8 งั้นหรอ เเสดงว่าก่อนหน้านั้นมีเเค่ 6 นี่เท่ากับเราเอาพลังความว่องไวของก็อปลินมา 50% เลยหรอ ทำไมไม่สุ่มได้พละกำลังนะ ถ้าได้มาซักครึ่งก็เท่ากับ 4 นั่นไม่ทำให้ชั้นเเข็งเเกร่งขึ้นมากหรอ’‘เเล้วก็เเสดงว่าถ้าฆ่าพวกมันได้ก็จะได้รับผลึกที่จะเพิ่มค่าสถานะของตัวเองสินะ เเต่อาร์คของเราทำให้เราได้รับค่าสถานะเพิ่มอีก 1 อย่าง น่าสนใจ’
    “นี่ถางเหยียนเธอลองคิดถึงค่าสถานะของตัวเองเเล้วบอกชั้นหน่อยสิว่าเธอมีค่าสถานะเท่าไหร่” หลินเทียนหันไปหาถางเหยียนเพราะอยากรู้ว่าคนอื่นจะมีค่าสถานะประมาณเท่าไหร่“นายหมายถึงอะไรหรอ” เธอมองเขาด้วยความงุนงง“ลองทำตามที่ชั้นบอกก่อน”“เอ๊ะ” ถางเหยียนอุทานออกมาด้วยความตกใจเเสดงว่าเธอคงเห็นค่าสถานะของตัวเองเเล้วหลังจากเงียบไปซักพัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือมึนงงกับค่าสถานะ“ชั้นมี พละกำลัง 3 ความอดทน 3 ความว่องไว 4 เเล้วก็สติปัญญา 6 น่ะ พวกนี้คืออะไรหรอ”“มันคือ เอ่ออ จะเรียกไงดีล่ะ ประมาณว่าความสามารถโดยรวมของเธอถูกประเมินออกมาเป็น4ด้านนี้ เเละมันก็เเสดงออกมาเป็นค่าสถานะอ่ะ” พอหลินเทียนได้รู้ค่าสถานะของเธอทำให้เขาพอจะเปรียบเทียบได้ว่าหากเทียบกันตามตรงเธอจะมีค่าสถานะน้อยกว่าก็ไม่แปลกเพราะเธอเป็นผู้หญิง เเสดงว่าคนทั่วไปคงอยู่ที่ประมาณ 5 ของทุกสถานะ เเต่นั่นก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือป่าว“ใช่! อาร์คของเธอมันคืออะไร” หลินเทียนนึกขึ้นได้เกี่ยวกับเรื่องอาร์คจึงถามด้วยความสงสัย" อาร์คหรอ เสียงที่ได้ยินตอนเเรกใช่ไหม " เธอมองเขาด้วยความงุนงงอีกครั้ง" ใช่ๆ "" มันบอกว่าชั้นได้รับความสามารถที่ใช้เวทย์มนต์ที่เกี่ยวกับไฟมันจะเเรงขึ้น 5% "‘เดี๋ยวนะ’ พอหลินเทียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ เวทย์มนต์? นี่มันชักจะเหมือนเกมมากขึ้นทุกทีเเล้วนะ เเล้วก็ทำไมอาร์คที่เธอได้รับมันถึงเป็นเเบบนั้น ในมุมมองเขา หลินเทียนคิดว่ามันค่อนข้างจะอ่อนเเอ มันเเต่งต่างจากคุณสมบัติอาร์คของเขามาก        เสียงของข้างนอกยังคงดังอยู่เเต่มันเริ่มห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เขาคิดว่าพวกนักเรียนน่าจะวิ่งหนีโดยที่มี ก็อปลินวิ่งไล่ไป กระทั่งเสียงเริ่มเบาลงจนไม่ได้ยินเสียงภายนอกจากตรงห้องเรียนของพวกเขาเเล้ว“เราออกไปข้างนอกดีมั้ย” เขาถามเธอเพราะต้องการออกไปดูว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ห้ะ! เราไม่ออกไปไม่ได้หรอ ข้างนอกมีพวกมันอยู่ไม่ใช่หรอ ในนี้ก็ปลอดภัยเเล้วนะ”“ชั้นไม่รู้ว่ามันจะใช่หรือป่าวน่ะสิ บางทีพวกก็อปลินอาจจะวนกลับมาเช็คที่ห้องนี้ก็ได้มันเสี่ยงเกินไปที่จะอยู่เเต่ในห้องที่มีทางออกเเค่ด้านหน้าด้านเดียวเเบบนี้ ถ้ามันเข้ามาเราก็ไม่มีทางหนีเเล้วนะ”“เรารอพวกตำรวจมาช่วยได้หรือป่าว ชั้นคิดว่าพ่อของชั้นน่าจะรู้ข่าวเเล้ว เขาต้องกำลังรีบมาเเน่ๆ ” เธอก็เห็นด้วยกับเขาเเต่ก็ยังไม่อยากออกไปข้างนอก        หลินเทียนเองพอได้ยินเเบบนั้นก็มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง เขาพบเเต่เพียงเขม่าควันดำทั่วเมืองที่มาจากไฟไหม้ลามเต็มไปหมด ถนนหน้าโรงเรียนเองก็เต็มไปด้วยซากศพคนเเละซากรถ“ชั้นคิดว่าทั่วเมืองน่าจะกำลังเกิดเหตุการณ์เเบบเดียวกับโรงเรียน มันเป็นเรื่องยากที่จะมีใครมาช่วยในเวลาเเบบนี้ เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน” หลินเทียนพยายามโน้มน้าวเธออยู่นานจนสุดท้ายเธอก็ยอมตามเขาออกมา เเต่ถางเหยียนดูยังกลัวสิ่งต่างๆ รอบตัวทำให้ขาที่เธอเดินอยู่สั่นตลอดอย่างเห็นได้ชัด ภาพศพของเพื่อนในห้องยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอ จนทำให้เธอเกือบจะอ้วกออกมา        ก่อนออกมาหลินเทียนก็ยังไม่ลืมที่จะไปเช็คขวานของก็อปลินถึงมันจะบวกพละกำลังถึง 2 เเต่เขากลับพบว่ามันค่อนข้างหนักเเละไม่เหมาะจะใช้เป็นอาวุธ การฝืนใช้มันรั้งเเต่จะสร้างความลำบากมากขึ้น เขาเลยทิ้งมันไว้ข้างศพก็อปลิน        ห้องเรียนของหลินเทียนอยู่บนชั้น 4 ของตึก การที่จะออกจากโรงเรียนทำให้เขาต้องเดินลงจากตึกอย่างระมัดระวัง ระหว่างทางเดิมเต็มไปด้วยซากศพเเละอวัยวะของมนุษย์ ถึงเขาจะไม่ชอบพวกที่ดูถูกเเละเเกล้งเขา เเต่ลึกๆ เเล้วเขาก็ยังสงสารที่คนเหล่านี้ต้องมาตายในสภาพเเบบนี้        ขณะที่หลินเทียนเดินลงมาถึงชั้น 3 เขาก็เห็นก็อปลินตัวถึงที่สุดปลายทางเดินของอีกฝั่ง เเละไม่ใช่เเค่เขาที่เป็นฝ่ายเห็นมัน ก็อปลินเองก็เห็นพวกเขาเช่นกัน มันวิ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว“กรี๊ดดดดด” ถด้วยความตกใจถางเหยียน เธอกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง“เเย่เเล้ว ถางเหยียน เข้าไปหลบห้องข้างๆ เร็ว!!” หลินเทียนพูดขึ้นอย่างร้อนรนเเละเขารีบจับมือเธอเเละวิ่งเข้าไปในห้องเรียนที่ใกล้ที่สุดทันที“ไปหลบมุมห้องซะ!!” เขาพาเธอไปที่มุมของห้องเเละรีบวิ่งมาที่อีกมุมของห้องที่อยู่ตรงข้าม ถ้าเขาเอาตัวบังถางเหยียนไว้ เเล้วเขาหลบการโจมตีของก็อปลิน ถางเหยียนจะเป็นคนที่รับขวานนั้น        ก็อปลินได้เข้ามาในห้องเรียน เเละมันกำลังจ้องมองพวกเขาทั้งคู่ราวกับกำลังเลือกเหยื่อว่ามันจะจัดการใครก่อน“ไม่นะ! อย่าทิ้งชั้นไว้!” เเต่ถางเหยียนกลับตกใจเเละคิดว่าหลินเทียนจะทิ้งเธอไป เธอจึงคิดจะวิ่งไปหาเขา“เงียบซะเเล้วอยู่ที่มุมนั้นเฉยๆ ชั้นไม่ได้จะทิ้งเธอ!” ด้วยความตกใจหลินเทียนรีบตวาดออกไป        ก็อปลินได้เลือกเเล้ว เพราะเห็นท่าทางที่อ่อนเเอของถางเหยียน มันคิดว่าจะต้องจัดการหลินเทียนก่อน เพราะมันมั่นใจว่าสิ่งมีชีวิตอ่อนเเอนั้นไม่สามารถทำอะไรมันได้ มันกระชับขวานในมือเเล้วมองมาที่หลินเทียนอย่างน่ากลัว น้ำลายใสๆ ที่น่าเกลียดหยดออกมาจากปากของมัน“บ้าเอ้ย! เเล้วคราวนี้จะทำยังไง” หลินเทียนสบถออกมาด้วยความโกรธ        ก็อปลินรีบพุ่งเข้ามาหวังจะโจมตีเเละฆ่าหลินเทียนด้วยการโจมตีเดียว มันเหวี่ยงขวานจนสุดเเรงฟรึ่บบบ! หลินเทียนเบี่ยงตัวทัน เขาค่อนข้างตกใจที่มองเห็นการโจมตีของมันอย่างชัดเจน‘หรือว่าเพราะความว่องไวของเราเพิ่มขึ้น’ เขาได้เเต่คิดในใจเเล้วรีบคิดหาทางจัดการศัตรูตรงหน้า‘เราได้เปรียบมันในเรื่องความเร็ว เราน่าจะตอบโต้มันได้’ ขณะที่เขากำลังคิดก็อปลินก็เหวี่ยงขวานของมันอีกครั้ง
    วืดดดด! ฉึบบบ!
    อั๊กก! หลินเทียนเบี่ยงตัวเเต่เหมือนเขาจะหลบได้ไม่ทันนั่นทำให้มีเเผลรอยยาวปรากฏขึ้นที่หัวไหล่ขวาของเขา เลือดจากปากเเผลค่อยๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง‘ไม่ได้การเเล้ว ถ้าไม่รีบฆ่ามันเเละเรายิ่งเสียเลือด เราสู้มันไม่ไหวเเน่!’คว้ากกกก! ก็อปลินที่เห็นเลือดของหลินเทียนคำรามออกมาอย่างสะใจมันรีบพุ่งเข้ามาหวังจะฆ่าเขาในครั้งนี้        หลินเทียนเดิมพันกับกับการเสี่ยงชีวิตครั้งนี้ เขารีบวิ่งเข้าใส่ก็อปลินเเละกลิ้งลอดไปที่ใต้หว่างขาของมันโดยที่เฉียดจากคมขวานไปเพียงนิดเดียว เเละหลินเทียนก็รีบดีดตัวเองจากพื้นขึ้นมาเเละทำการปาดไปที่หลังคอของก็อปลินทันทีฉึบบบบบ ก็อปลินดูเหมือนจะบาดเจ็บหนักเเต่มันก็ยังไม่ล้มลงไป มันเหวี่ยงเเขนของตัวเองเข้าที่ตัวของหลินเทียนผลั่กก! อั๊กก! หลินเทียนใช้มือกันไว้ได้ทัน เเต่จากพละกำลังของมันก็ทำให้เขาลอยไปชนกับผนังด้านหน้าของห้องอย่าง รุนเเรงเเละก็อปลินก็รีบวิ่งเข้ามาเเต่จู่ๆ ความเร็วมันก็ค่อยๆ ลดลงเเละมันก็ล้มลงไป[ผลของอาร์คเเห่งความตะกละ : ความอดทน +2]        หลินเทียนไม่ได้มีเวลามาดีใจหรือมาชื่นชมผลงานของตัวเอง เขาใช้มือซ้ายค่อยๆ กดไปที่เเผล เเขนทั้งสองข้างยังมีอาการชาจากเเรงปะทะ รวมถึงความเจ็บปวดที่หลังจากการกระเเทกกับกำเเพงอย่างจัง        ความเจ็บปวดที่เเขนเเละหลังค่อยๆ หายไป หลินเทียนคิดว่ามันคงมีส่วนมาจากที่เขาได้รับค่าสถานะความอดทน เเต่เเผลที่หัวไหล่ก็ยังคงมีเลือดไหลอยู่“เเม่งเอ้ย! ถางเหยียนช่วยฉีกผ้าอะไรก็ได้มาที” หลินเทียนรีบตะโกนไปที่ถางเหยียนที่นั่งหลบอยู่มุมห้อง เธอสั่นกลัวอย่างมากจากภาพที่เห็น ตอนที่เธอเห็นเขาถูกฟันที่หัวไหล่เธอคิดว่าเขาคงไม่รอด เเละเธอต้องโดนมันฆ่าต่อเเน่ๆ ความกลัวเข้ากัดกุมหัวใจเธอจนเธอคิดอยากจะหนี เพียงเเต่เเรงจากขาก็ไม่มีพอให้เธอทำเเบบนั้นเเละเธอก็ไม่กล้าทิ้งหลินเทียนไว้“ด..ไ ด้” ถางเหยียนค่อยๆ ลุกเเละตรงไปที่เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเต็มพื้น เเละเลือดก็เปื้อนไปทั่วผ้าเหล่านั้น เธอคิดได้ว่าคงไม่ดีที่จะเอามาผ้าพวกนั้นมาใช้ ยิ่งการเอาของคนตายมาใช้จะทำให้เธอจะยอมรับได้อย่างไร        เธอค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเเละค่อยๆ มัดเเผลให้เขา หลินเทียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พอเเผลถูกผ้าเช็ดหน้าปิดคลุมเเละรัดเเน่นเเล้ว เขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น สีหน้าที่ดูอ่อนเเรงค่อยๆ กลับมามีพลังอีกครั้ง หลินเทียนค่อยๆ เดินไปที่ศพก็อปลินเขาพบว่าสถานะของมันเเตกต่างจากตัวก่อนหน้า ทำให้พอประเมินได้ว่าสัตว์ประหลาดเเต่ละตัวมีค่าสถานะที่ต่างกันเหมือนมนุษย์ เเล้วเขาก็หาสิ่งที่เขาต้องการเจอ ผลึกใส! ทันทีที่เขาพบเขาก็บีบมันเเตกทันที[ผลึกก็อปลิน (ทั่วไป) ถูกใช้ : ได้รับความอดทน + 1]        หลังจากใช้ผลึกเเละได้รับค่าสถานะความอดทนมา หลินเทียนรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ        ถางเหยียนยังคงเป็นเด็กสาวที่งุนงงกับทุกการกระทำของหลินเทียนจนเขาต้องคอยอธิบายให้เธอเข้าใจ“ไปกันเถอะ เราต้องออกจากโรงเรียน”“เเต่ อาการเจ็บเธอดีขึ้นเเล้วหรอ” ถางเหยียนยังคงเป็นห่วงอาการของเขา เพราะเธอเห็นเเผลที่น่ากลัวนั่น“ดีขึ้นเเล้วล่ะ ไปกันเถอะ”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกมาจากห้องเรียนห้องนั้น เเละค่อยๆ ลงไปที่ชั้น 3        ขณะนั้นเองเสียงของลำโพงประจำโรงเรียนก็ดังขึ้นก้องไปทั่วโรงเรียน“ถึงนักเรียนที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมประธานนักเรียน ซุนกวน ผมอยากให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องประชุมที่ตึก A ตอนนี้เรามีกลุ่มที่ยังเหลือรอดที่อยู่กับพวกเราอยู่จำนวนหนึ่ง ผมอยากให้ทุกคนมารวมกันเเละเราต้องฝ่านรกนี้ไปด้วยกัน! ถ้าทุกคนช่วยกันมันต้องผ่านไปได้!”        เป็นเสียงของชายหนุ่มที่ถ้าได้ฟังก็พอจะคาดเดาบุคลิกของเขาได้ ประธานนักเรียน ซุนกวน ถึงหลินเทียนจะไม่รู้จักเขาเเต่ก็พอจะรับรู้ว่าเขาเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนไม่ว่าจะเรื่องกีฬาหรือการเรียน รวมถึงนิสัยของเขาที่ทำให้เขาเป็นดั่งศูนย์กลางของผู้คน เเละหน้าตาของเขาก็ทำให้เขาล้วนเป็นชายที่ใฝ่ฝันของเด็กหญิงในโรงเรียน หลินเทียนได้ยินประกาศก็โล่งใจที่ยังมีคนมีชีวิตอยู่ คงไม่มีใครอยากเอาตัวรอดในโรงเรียนที่มีเเต่ตัวเองกับศัตรูนับไม่ถ้วนหรอก เเละก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากลำโพงหลังจากเสียงของซุนกวน“ชั้นรองประธานนักเรียน หวางเหยา ตอนนี้จากที่พวกเราหนีทางเดินที่จะมาห้องประชุม พวกเราไม่รู้ว่ามีกี่ทางที่ยังปลอดภัย เเต่ขอให้นักเรียนทุกคนหลีกเลี่ยงทางเดินจากตึก G นั่นเป็นทางที่เราหนีมาเเละมีพวกสัตว์ประหลาดตามมาอยู่เต็มไปหมด ชั้นคิดว่ามันน่าจะยังอยู่เเถวนั้น ขอให้ทุกคนใช้เส้นทางอื่นเพื่อมาห้องประชุม หากเรารวมตัวกันได้จำนวนหนึ่ง เราจะคิดเเผนเพื่อออกจากโรงเรียน ขอให้ทุกคนรีบมารวมกันโดยด่วน”“เเละถ้าคุณเจอสัตว์ประหลาด กรุณาจัดการที่หัวของมัน หัวเป็นจุดอ่อนเดียวที่เราพบเเละขอให้จำไว้ว่าอย่าลังเลที่จะฆ่ามันหากมีโอกาสไม่งั้นจะเป็นพวกคุณที่โดนมันฆ่า หากจัดการมันไม่ได้ขอให้ทุกคนหนีจากมันซะ นั่นคือทางรอดเดียว ...ขอให้ทุกคนปลอดภัย”        เสียงต่อมาเป็นเสียงผู้หญิงที่ค่อนข้างจะไร้อารมณ์ หวางเหยา นักเรียนดีเด่นรองจากซุนกวน เธอมีหน้าตาที่สวยงาม เเต่อารมณ์ของเธอเย็นชาอย่างมาก ครั้งหนึ่งเธอเคยฉีกจดหมายที่พวกผู้ชายเอาไปให้เธอต่อหน้าคนๆ นั้น เธอจึงได้รับฉายาว่าเจ้าหญิงน้ำเเข็งตั้งเเต่ตอนนั้นมา ตอนที่เธอเดินกับซุนกวนราวกับเป็นการเข้าคู่ที่เหมาะสม“เราจะเอายังไงดี” ถางเหยียนถามหลินเทียนด้วยความกลัว“มันเป็นเรื่องที่ควรทำ เราจะต้องจับกลุ่มรวมกับนักเรียนคนอื่น น่าจะอันตรายมากถ้าเราไปกันเเค่ 2 คน”“ชั้นเห็นด้วย”        หลินเทียนคิดได้ดังนั้นก็เปลี่ยนเเผนของเขา ตึกของพวกเขาคือตึก C จากที่จะลงจากตึกCไปชั้นล่างสุด เขาต้องลงไปชั้น 2 เเละเดินผ่านไปยังทางเชื่อมเพื่อที่ไปให้ถึงตึก B เเละข้ามไปที่ตึก A นั่นน่าจะเป็นทางที่สั้นที่สุดจากที่ๆ พวกเขาอยู่‘ ขอให้นายยังปลอดภัยนะ หลางเก๋อ ’ หลินเทียนคิดขึ้นมาในใจเขาภาวนาให้เพื่อนคนนึงของเขาที่อาจเรียกได้ว่าสนิทที่สุดในโรงเรียนยังมีชีวิตรอดอยู่ หลินเทียนภาวนาให้พบเขาในตอนที่ไปถึงห้องประชุม“ไปกันเถอะ” เขารีบมุ่งหน้าไปกับถางเหยียนทันทีเพื่อไปให้ถึงห้องประชุมให้เร็วที่สุด