ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 เติมเป็ดเพิ่มสุนัข

            ผู้เฒ่าหวังเบิกบานใจยิ่งนัก คิดในใจว่าลูกสะใภ้ของเขาช่างมีความสามารถล้ำเลิศจริงๆคราวนี้ก็มีคนมอบของขวัญให้อีกแล้ว ทว่าสีหน้ากลับไม่แสดงออกเลยสักนิด เขาเอ่ยว่า “ล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันพวกเจ้าจะขนของมากมายเพียงนี้มาเพื่ออันใด เกรงใจกันเกินไปแล้ว”

            หวังชีถอนหายใจยาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง“หากมิได้ภรรยาของหลานเฮ่ายื่นมือเข้ามาช่วย หลานทั้งสามของข้าก็คงจะไร้มารดาไปแล้ว”ส่วนในใจกลับลอบคิดว่า ดูสะใภ้ของพี่ห้าสิ ทั้งมีความสามารถในการหาเงิน ทั้งมีวิชาในการรักษาผู้คนโชคของพี่ห้าช่างยิ่งใหญ่กว่าเขามากมายเหลือเกิน

            คนจากตระกูลจ้าวก็คือบิดามารดาของจ้าวซื่อและพี่ชายใหญ่ ทั้งสามคนคิดว่าเมื่อวานนี้จ้าวซื่อเกือบสิ้นลมหายใจแล้วความหวาดกลัวยังคงหลงเหลืออยู่ในใจ จึงได้แต่ละล่ำละลักเอ่ยคำขอบคุณ

            หลิวซื่อเอ่ยกับมารดาของจ้าวซื่อที่ใบหน้าย้อมไปด้วยน้ำตาว่า“ไม่ต้องร้องแล้ว บุตรของเราล้วนเป็นหนี้ที่เราต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น”

            มารดาของจ้าวซื่อเอ่ยด้วยอารมณ์ทอดถอนใจ“บุตรสาวของข้าคนนี้คิดมากตั้งแต่ยังเด็ก ชอบโมโหเป็นที่หนึ่งจิตใจคับแคบดวงตาก็มืดบอด ข้าคิดว่าหากนางออกเรือนไปแล้วมีบุตรสักคนก็คงจะดีขึ้นทว่าผู้ใดจะรู้ว่านางยังเป็นเช่นนั้นอยู่”

            หลิวซื่อลอบคิดกับตนเองมารดาของจ้าวซื่อเป็นคนมีเหตุผลเหลือเกิน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นไม่แน่ว่าอาจจะสร้างเรื่องที่ใหญ่อยู่แล้วให้ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ก่อนเอ่ยว่า“นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นต่อจากนี้พวกเราก็ให้กำลังใจนางเยอะๆ”

            หลังจากที่แขกพากันแยกย้ายจากไปแล้วผู้เฒ่าหวังก็อดมีความสุขไม่ได้ เขาเอ่ยว่า“บ้านของเราสร้างเสร็จพอดีก็มีคนมามอบของขวัญให้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี!”

            หวังพั่นตี้และพี่น้องนั่งยองๆ อยู่บนพื้นเพื่อดูเป็ดคนในหมู่บ้านตระกูลหวังบางคนก็เลี้ยงไก่ ทว่าไม่มีผู้ใดเลี้ยงเป็ดสักคน

            หลี่ชิงชิงเห็นว่าเด็กทั้งสามคนชื่นชอบเป็ดเหลือเกินทั้งยังคิดว่าไข่เป็ดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง หากรับประทานเป็นประจำย่อมส่งผลดีต่อร่างกายนางจึงเอ่ยว่า “ท่านแม่ เราเก็บเป็ดตัวนี้ไว้เถิดเจ้าค่ะแล้วข้าจะซื้อลูกเป็ดเพิ่มอีกสักสองสามตัวทีหลัง มอบหมายหน้าที่เลี้ยงดูให้พั่นตี้รอจนถึงคืนข้ามปีก็ค่อยเชือดเป็ดมากินกัน”

            ผู้เฒ่าหวังรีบแย่งตอบว่า “ดี ไม่แน่ว่าหวังเฮ่าอาจจะกลับมาช่วงคืนข้ามปีพวกเราจะได้เชือดเป็ดให้เขากิน”

            หลิวซื่อยิ้มก่อนเอ่ยว่า“ยังเป็นชิงชิงที่คิดเผื่อหวังเฮ่าบุตรชายของเรา”

            หวังพั่นตี้ดีใจจนปรบมือเสียงดัง “ดีเลยข้าจะได้เลี้ยงเป็ดแล้ว” นางยื่นมือออกไปลูบขนเป็ด เป็ดเองก็เชื่อฟังเป็นอย่างยิ่งมันยืนอยู่นิ่งๆ ให้นางได้สัมผัส

            หวังเยวี่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “นี่คือเป็ดตัวผู้มิใช่เป็ดตัวเมียเป็ดตัวผู้ไม่เลี้ยงลูก” มีคนในหมู่บ้านของตระกูลสามีนางที่เลี้ยงเป็ดนางจึงสามารถแยกได้ว่าตัวไหนคือเป็ดตัวผู้ตัวไหนคือตัวเมีย

            หลี่ชิงชิงเอ่ยรับสบายๆ“เช่นนั้นก็ซื้อเป็ดตัวเมียเพิ่มอีกตัว”

            ผู้เฒ่าหวังเอ่ยออกมาอีกครั้งว่า “เป็ดราคาแพงกว่าเนื้อหมูอย่าซื้อเป็ดตัวเมียเลย”

            หวังเยวี่ยเอ่ยเตือนว่า “หากจะเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดในบ้านก็ต้องเลี้ยงสุนัขด้วย มิเช่นนั้นพวกพังพอนและสุนัขจิ้งจอกจะแอบมาขโมยกินเอาได้”

            “เช่นนั้นเราเลี้ยงสุนัขเฝ้าบ้านอีกตัวกันเถอะ” หลี่ชิงชิงเห็นสีหน้าของผู้เฒ่าหวังเต็มไปด้วยความสับสนนางจึงแย้มยิ้มบางก่อนเอ่ยว่า “ทั้งตระกูลมีเพียงบ้านของพวกเราหลังเดียวเท่านั้นที่สร้างด้วยอิฐข้าเกรงว่ามันจะเป็นการดึงดูดขโมยให้เข้ามาหา จึงคิดว่าบ้านพวกเราควรเลี้ยงสุนัขไว้สักตัวเพื่อเฝ้าบ้านเจ้าค่ะ”

            “ชิงชิงพูดถูก” หลิวซื่อเอ่ยกับผู้เฒ่าหวัง“มีคนในหมู่บ้านหลายคนที่เลี้ยงสุนัข สุนัขสามารถช่วยเฝ้าบ้าน จับหนูและพังพอนได้วันก่อนพี่สะใภ้ใหญ่ของข้าบอกว่าจะมอบสุนัขให้ข้าสักตัวสุนัขตัวเมียบ้านนางให้กำเนิดลูกสุนัขหนึ่งครอก มีทั้งหมดสี่ตัวพวกเขาถามข้าว่าอยากได้กี่ตัว ทว่ายามนั้นข้ายุ่งเหลือเกินจึงไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ”

            พี่สะใภ้ใหญ่ก็คือภรรยาของลุงใหญ่นามต้าหลิวซื่อก่อนหน้านี้หลานสาวของต้าหลิวซื่อได้รับบาดเจ็บที่นิ้วขณะหั่นผัก และได้หลี่ชิงชิงช่วยรักษา

            หวังพั่นตี้ดีใจจนยกกำปั้นน้อยๆ ขึ้น นางเงยหน้าเอ่ยถามว่า“บ้านเราจะเลี้ยงสุนัขหรือเจ้าคะ?”

            เป็นธรรมชาติที่เด็กเล็กมักจะชอบสัตว์และสัตว์ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในแถบชนบทก็คือสุนัข หวังพั่นตี้และพี่น้องมักจะเห็นสุนัขวิ่งตามหลังเด็กบ้านอื่นทุกวันก็ได้แต่อิจฉาจนแทบทนไม่ไหว

            หวังเจาตี้ดีใจจนกระโดดโลดเต้น “เย้ เลี้ยงสุนัขบ้านพวกเราจะเลี้ยงสุนัขแล้ว”

            “บ้านเรายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลี้ยงสุนัขเลย”หลังจากชายชราพูดจบ เขาก็มองไปทางหลิวซื่อก่อนเอ่ยถามว่า“เจ้าหมายถึงชุนฮวาของบ้านพี่สะใภ้ใหญ่หรือ?”

            หลิวซื่อตอบว่า “ข้าหมายถึงลูกๆ ของชุนฮวา เป็นลูกสุนัข”

            ชุนฮวาเป็นสุนัขตัวเมียของครอบครัวลุงใหญ่ ขนสีเหลืองทั้งตัว รูปร่างนับว่าใหญ่กว่าสุนัขพื้นเมืองมากโขสำหรับคนที่คุ้นเคยมันจะเชื่องยิ่ง ทว่าสำหรับคนนอกนั้นมันจะดุร้ายเป็นพิเศษ

            ได้ยินมาว่าลูกสะใภ้คนหนึ่งของลุงใหญ่เกลียดสตรีที่มีนามว่าชุนฮวานางจึงได้เรียกสุนัขตัวเมียตัวนั้นว่าชุนฮวา

            ผู้เฒ่าหวังถามต่อว่า “เจ้าเคยเห็นลูกของชุนฮวาแล้วหรือ?”

            “ยังไม่เคยเห็น” หลิวซื่อเอ่ยเสียงสูงอย่างหมดความอดทน “ตาแก่เจ้าจะทำอะไร? แค่เรื่องเล็กๆ อย่างที่บ้านจะเลี้ยงสุนัขข้ายังไม่สามารถตัดสินใจเองได้อีกหรือ!ข้าจะไปบ้านพี่สะใภ้เพื่อรับลูกสุนัขตอนนี้แหละ”เอ่ยจบก็ไม่สนใจว่าผู้เฒ่าหวังจะเห็นด้วยหรือไม่นางยกก้นขึ้นเตรียมจะออกจากบ้านทันที “ชิงชิง เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”

            หวังเยวี่ยเห็นความกระอักกระอ่วนบนใบหน้าของผู้เฒ่าหวังในใจก็ลอบคิดว่าเนิ่นนานหลายปีขนาดนี้ ท่านพ่อก็ยังกลัวท่านแม่เหมือนเดิมอยู่ดีก่อนที่นางจะยิ้มพร้อมเอ่ยว่า “น้องสะใภ้ ไป พวกเราไปด้วยกันเถิด”

            ปกติหลิวซื่อไม่ชอบการไปนั่งสนทนาสัพเพเหระที่บ้านผู้อื่นนักคนที่บ้านของลุงใหญ่เองก็คิดไม่ถึงว่า หลิวซื่อกับพรรคพวกทั้งสามจะเริ่มเป็นฝ่ายบุกมาหาพวกเขาถึงหน้าประตูพวกเขาถึงได้รีบชงน้ำหวานยกมาต้อนรับขับสู้ทันที

            “ข้าเลี้ยงลูกสุนัขทั้งสี่ตัวมาหนึ่งเดือนกว่าแล้ว”ริ้วรอยบนใบหน้าของต้าหลิวซื่อยิ่งชัดเจนขึ้นยามที่นางแย้มรอยยิ้ม นางมองหลิวซื่อก่อนจะมองไปทางหลี่ชิงชิง “ข้ายังเก็บไว้ให้เจ้าอยู่เลย ไม่ขายออกไปเลยสักตัวเดียวเพราะตั้งใจจะให้เจ้าได้เลือกก่อน”

            ครั้งที่แล้วหลี่ชิงชิงรักษาอาการบาดเจ็บที่มือของหลานสาวต้าหลิวซื่อไว้จนหายดีต้าหลิวซื่อจึงคิดอยากตอบแทนนางมาโดยตลอดหลังจากเกิดเรื่องครานั้นนางก็มอบไข่ไก่ให้ถึงสองครั้งรวมกันแล้วประมาณสิบว่าฟองครานี้ก็ยังคิดจะมอบลูกสุนัขให้อีก

            “ขอบคุณท่านป้าสะใภ้ใหญ่ที่คิดถึงครอบครัวของข้าเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงรู้ดีว่าต้าหลิวซื่อผู้นี้เป็นผู้รู้บุญคุณคน นางจึงได้ตั้งใจว่าจะมอบน้ำเชื่อมน้ำผึ้งดอกสาลี่ให้นาง

            หลิวซื่อเลือกลูกสุนัขตัวเมียที่ตัวใหญ่ที่สุดจากในบรรดาลูกสุนัขทั้งสี่ตัวมันมีขนสีเหลือง บริเวณท้องมีลายแต้มจุดสีดำสามจุด “ชิงชิง หวังเยวี่ยเจ้าคิดว่าตัวนี้เป็นอย่างไร?”

            ลูกสุนัขเพศเมียตัวสูงยาวไม่ถึงหนึ่งฉื่อ ขนสีเหลืองสั้นทั้งเตี้ยทั้งเล็ก หัวกลม หูตก ดวงตากลม หน้าตาซื่อบื้อชวนให้เอ็นดูไม่หยอก

            หลี่ชิงชิงคว้าตัวลูกสุนัขได้ด้วยมือเดียว ทำให้มันตกใจและดิ้นมั่วซั่วจนเกือบจะตกอยู่รอมร่อ“หนักนิดหน่อย ให้นมเดือนเดียวนับว่าไม่เสียเปล่า ตัวนี้ดีเหลือเกิน ท่านแม่เจ้าคะพวกเราเลี้ยงมันไว้เถิดเจ้าค่ะ”

            หลิวซื่อค้นพบด้านที่ซุกซนของหลี่ชิงชิง ก็อดไม่ได้ที่จะมองนางด้วยความเมตตาและอ่อนโยน“ดี!”

            หลี่ชิงชิงตั้งชื่อที่แสนพิเศษให้ลูกสุนัขตัวเมียตัวนี้ว่า“พัวลาลา”

            ยามที่ชาวบ้านตระกูลหวังจะตั้งชื่อสุนัข มักจะใช้คำว่าวั่งฉายหลายฟู่ ซวงสี่ เพื่อให้เป็นลางที่ดี หรือไม่ก็ไซ่หู่ ไซ่หลาง จำพวกนี้เพื่อทำให้ดูมีพลัง

            ยังไม่มีสุนัขตัวใดที่มีชื่อว่าพัวลาลา

            “พัวลาลาหมายถึงอะไรหรือ?” ต้าหลิวซื่อหัวเราะจนหุบปากไม่ลง

            “อืม ก็คือพัวลาลาเจ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงไม่มีทางบอกพวกเขาว่ามันหมายถึงกล้วยแน่

            “ดี” หลิวซื่อเชื่อคำพูดของหลี่ชิงชิงอย่างไม่มีเงื่อนไขนางยังเอ่ยอธิบายให้ต้าหลิวซื่อฟังอีกว่า“ปัวลาลาของบ้านเราย่อมไม่มีทางชื่อซ้ำกับบ้านอื่น”

            หวังเยวี่ยอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านแม่ มิใช่ปัวลาลาเป็นพัวลาลาเจ้าค่ะ” นางมองออกแล้วว่าท่านแม่ของนางชื่นชอบหลี่ชิงชิงมากเหลือเกิน

            “โอ้ พัวลาลา”หลิวซื่อท่องชื่อสามครั้งติดให้ลูกสุนัขตัวน้อยฟัง นางเองก็ชอบเลี้ยงสุนัขเช่นกัน ทว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวของนางยากจนเกินกว่าจะเลี้ยงสุนัขได้

            หวังเยวี่ยกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมน้อยครั้งนักแต่นางได้ยินมานานแล้วว่าต้าหลิวซื่อได้เลื่อนขั้นเป็นคุณย่าทวดแล้ว คราวนี้นางจึงตั้งใจจะมาเยี่ยมหลานตัวน้อยของต้าหลิวซื่อเป็นพิเศษ

            นางทอดสายตามองทารกน้อยตัวชมพูน่ารักน่าชังก่อนจะลอบคิดในใจว่า เมื่อไรกันที่ข้าจะตั้งท้องได้เสียที?

            ครอบครัวสกุลหวังมีสมาชิกตัวใหม่คือพัวลาลาคนที่มีความสุขที่สุดก็คือเด็กๆ สามคน

            รอกระทั่งทานอาหารกลางวันเสร็จ หวังเยวี่ยที่ในใจมีเรื่องหนักอึ้งก็เรียกหลี่ชิงชิงไปที่ห้องนอนใหม่ที่ครอบครัวมารดาตั้งใจจัดไว้ให้นางเป็นพิเศษ

            “น้องสาวที่แสนดี ข้ากับโจวทงแต่งงานกันมาได้หกปีแล้วทว่าข้ากลับไม่ตั้งครรภ์เสียที เจ้าช่วยตรวจว่าร่างกายของข้ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ได้หรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577