บทที่ 24 ไม่ขอเป็คนตระกูลเย่อีกต่อไปในชาตินี้ 2
“ปากสว่าง?”
เย่ฉวนเอ่ยพลางหัวเราะ “ท่านปรมาจารย์ ผู้าุโใหญ่และเย่หลางรวมหัวกับคนอื่น ๆ กดข้าไว้อย่างหนักหนาเช่นนี้ และยังลอบทำลายตันเถียนของข้าอย่างลับๆ อีก ท่านจะไม่จัดการกับเื่นี้เลยหรือ? หรือว่า ข้าเป็เศษสวะและถูกกำหนดว่าไม่อาจไปต่อได้ไกลกว่านี้อีกแล้ว จึงไม่คุ้มค่าที่ท่านจะต้านทานเย่หลางให้ข้าเพราะว่าข้าไม่มีค่าอะไรในตอนนี้แล้ว ข้าพูดถูกหรือไม่?”
สายตาของเย่ชางจ้องมองเย่ฉวนเข้มขึ้น แม้เขาจะไม่ตอบ แต่ในสายตาของเขาก็ฉายรังสีสังหารออกมาแล้ว!
แม้เย่ฉวนจะเคยเป็อัจฉริยชนแห่งตระกูลเย่ เขาก็ไม่ใช่หลานชายของผู้าุโใหญ่ หรือเป็ทายาทสายตรงของเย่ชาง อย่างที่เย่ฉวนพูดไว้ อีกฝ่ายคงกลัวเขาจริง ๆ!
ครั้งนี้เขาจึงเก็บตัวทำสมาธิและไม่ออกมา จุดประสงค์ก็เป็ไปตามความจริงที่เย่ฉวนได้กล่าวไว้ เขา้าให้เย่ฉวนกับผู้าุโใหญ่สู้กันจนตาย เขาจึงจะสามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายอ่อนกำลังลงได้เมื่อออกมาแล้ว!
ยุทธวิธีการคานอำนาจ!
ในฐานะของประมุขตระกูลแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองทำอะไรผิด แต่ตอนนี้เย่ฉวนได้เผยความจริงอันโหดร้ายนี้ออกมา นั่นหมายความว่าไม่มีจุดย้อนกลับให้ทุกคนอีกต่อไปแล้ว!
มีเพียงความเงียบงันอยู่รอบด้าน และทุกคนก็กำลังจ้องมองไปที่เย่ฉวน!
ในตอนนี้แม้แต่หลี่หยูกับคนอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่เชื่อถือเย่ฉวนขึ้นมา!
แม้ตระกูลชั้นสูงจะยึดถือความจริง พวกเขาก็ปฏิบัติต่อวีรบุรุษของตระกูลเช่นนี้ซึ่งทำให้ผู้คนต่างรู้สึกว่าพวกเขาช่างเ็าและน่ารังเกียจ!
ในตอนนี้เย่ฉวนก็ยิ้มออกมาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาหันไปเหลือบมองจวนตระกูลเย่ ในแววตาปรากฏริ้วอารมณ์หลายอย่างเหมือนจะรำลึกอดีต “ข้า เย่ฉวน กลายเป็คุณชายเมื่ออายุสิบสอง ข้าไม่รู้ว่ามีกี่ครั้งแล้วที่ข้าสู้ยิบตาเพื่อตระกูลเย่ แต่สิ่งที่ข้าทำทั้งหมดกลับส่งผลเช่นนี้”
ในตอนนี้เขาก็ได้ถอดตราตระกูลเย่ออกจากอกและขว้างทิ้งลงพื้นดิน “ข้า เย่ฉวน สาบานต่อหน้าทุกท่านในวันนี้ นับั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป น้องสาวและตัวข้าจะไม่ใช่คนตระกูลเย่อีกต่อไปในชาตินี้ น้องสาวและข้าไม่มีเื่ใดเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่อีกยามมีชีวิตอยู่ และเราจะไม่ถูกฝังในหอบรรพชนของตระกูลเย่เมื่อเราตายไปแล้ว!”
ได้ยินคำพูดของเขา สายตาของทุกคนรอบด้านพลันเปลี่ยนไป!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในตระกูลเย่!
การถอนตัวออกจากตระกูล!
มันเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองชิง!
แม้แต่ดวงตาของหลี่หยูกับคนอื่น ๆ ก็เปี่ยมไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เย่ฉวนคนนี้กำลังจะตัดขาดจากตระกูลเย่จริง ๆ!
เย่ชางจ้องมองเย่ฉวน “มันเื่ของเ้า!”
เย่ฉวนไม่เอ่ยอะไรอีกและหันหลังกลับ!
ในตอนนี้ ผู้าุโใหญ่พลันพูดขึ้น “เดี๋ยว!”
เย่ฉวนหยุดเท้า
ผู้าุโใหญ่มองเย่ฉวนอย่างไร้หัวใจจากนั้นก็มองเย่ชาง “ท่านปรมาจารย์ ตันเถียนของคนผู้นี้เสียหายจนทำให้เขาไม่มีโชคต่อไปในภายภาคหน้า แต่ในตอนนี้ฝีมือการต่อสู้ของเขานับว่าดีไม่น้อย ดังนั้นหากเราไม่กำจัดเขาในตอนนี้ เขาจะต้องกลายเป็เสี้ยนหนามใหญ่ของตระกูลเย่เราในภายภาคหน้าเเน่ขอรับ!”
ข้างกันนั้น ผู้าุโในชุดสีดำก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ปรมาจารย์ เย่ฉวนทรยศต่อตระกูลอย่างเปิดเผย หากเราไม่ฆ่าเขาในตอนนี้ คนอื่น ๆ ก็อาจจะทำตามเขาเป็เยี่ยงอย่าง ยิ่งกว่านั้นคน ๆ นี้ยังมีฝีมือการต่อสู้ที่ดีไม่น้อย หากเขาถูกตระกูลอื่นรับตัวเข้า เขาก็จะกลายเป็หายนะใหญ่ของตระกูลเย่แน่ขอรับ!”
ได้ยินคำพูดของเขา ผู้าุโคนอื่น ๆ ของตระกูลเย่ก็ส่งเสียงเห็นด้วย!
เย่ชางจ้องมองเย่ฉวนนิ่ง ทันใดนั้นเองเขาก็ยกมือขวาขึ้น โดยไม่รีรอ เหล่าพลหน้าไม้ทั้งหลายในบริเวณนั้นต่างพุ่งเป้าไปที่เย่ฉวนพร้อมกัน!
เสียงไร้อารมณ์ของเย่ชางดังขึ้น “เย่ฉวนทรยศต่อตระกูลอย่างเปิดเผย หากว่าตามกฎของตระกูลแล้ว เขาต้องถูกสังหารในทันที ฆ่าเขาซะ!”
ในทันทีที่เหล่าพลหน้าไม้กำลังจะยิง ตอนนี้เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นในสนามประลองทันที “เดี๋ยว!”
ทุกคนมองไปทางต้นเสียง และในบริเวณใกล้เคียง สตรีถือหอกผู้หนึ่งก็ได้ย่างก้าวเข้ามาหาพวกเขา!
เมื่อเห็นสตรีผู้นี้แล้ว ผู้าุโใหญ่และคนอื่น ๆ พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป!
ไม่เพียงแต่ผู้าุโใหญ่ เจียงเหนียนและคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจียงเหนียน เขารุดตรงไปที่ด้านหน้าของสตรีผู้นั้นและโค้งคำนับสุดตัว “ข้าเ้าเมืองชิง ขอคารวะผู้เยี่ยมยุทธแห้งแคว้นขอรับ!”
ผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้น!
บุคคลที่เพิ่งมาถึงคืออันหลานซิ่ว!
ยอดยุทธ์ที่เยาว์วัยที่สุดของแคว้นเจียง!
ในเจียงกั๋ว ตำแหน่งผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นนับว่าสูงกว่าเ้าพนักงานใด ๆ แม้แต่อ๋องผู้ครองแคว้นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดขวางพวกเขา และนอกจากท่านอ๋องเพียงผู้เดียวแล้ว เ้าพนักงานทุกคนล้วนต้องทำความเคารพในทันทีที่เห็นพวกเขา!
ในตอนนี้ชายกลางคนแห่งเมืองเหยียนและสตรีเลอโฉมแห่งเมืองลั่วต่างรีบมาอยู่ตรงหน้าอันหลานซิ่ว พวกเขาก้มคารวะเล็กน้อย และชายกลางคนก็เอ่ยขึ้น “ข้าโม่ซิงในฐานะตัวแทนตระกูลโม่แห่งเมืองเหยียน ขอคารวะผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นขอรับ!”
สตรีเลอโฉมทำตามในทันที “ข้าอวี๋เจี่ยในฐานะตัวแทนตระกูลอวี๋แห่งเมืองลั่ว ขอคารวะผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นเ้าค่ะ!”
ว่ากันตามตรงแล้ว พวกเขาต่างไม่มีสิทธิ์ได้ทักทายนาง ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เเค่อ้างถึงตระกูลของพวกเขาเพื่อที่จะเอ่ยทักทายนาง!
อันหลานซิ่วพยักหน้าน้อย ๆ “ข้ามีเื่บางอย่างต้องจัดการ”
ทั้งสามรีบก้าวหลีกไปด้านข้าง
ทุกสายตาพากันมุ่งเป้าไปที่นาง อันหลานซิ่วเขย่งปลายเท้าเบา ๆ และร่างของนางก็ลอยกลางอากาศราวกับสายลมอ่อนโยน จากนั้นนางก็ค่อย ๆ ร่อนลงบนสังเวียนตัดสินความเป็ความตายอย่างสง่างาม!
ขั้นทะยาน์!
ทุกคนต่างอุทานเฮือก!
บุคคลอายุน้อยที่สุดในแคว้นเจียงที่บรรลุขั้นทะยาน์!
อันหลานซิ่วเดินช้า ๆ มาหาเย่ฉวน “กำหนดการนัดประลองสองวันระหว่างเ้ากับข้ามาถึงแล้ว!”
ความประหลาดใจนี้ตรึงทุกคนให้อยู่กับที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้าุโใหญ่และคนที่เหลือ ซึ่งทุกคนมีท่าทีราวกับเห็นิญญา
“นางกำลังจะท้าประลองกับเย่ฉวน!”
ในลานแห่งนี้ ใครบางคนก็ได้สติและอุทานออกมา
“์ นาง้าท้าประลองกับเย่ฉวนจริง ๆ ด้วย! นี่...มันเป็ไปได้อย่างไรกัน?”
ไม่ไกลนัก ผู้าุโใหญ่พึมพำราวกับไร้ิญญา “นาง...นางท้าประลองเย่ฉวนที่ตันเถียนเสียหายไปแล้วได้อย่างไร...เป็ไปไม่ได้ชัดๆ!”
เย่ชางกำหมัด จ้องมองเขม็งที่เย่ฉวนผู้อยู่ไม่ไกลนัก
ในสายตาของทุกคน เย่ฉวนมองอันหลานซิ่วและเอ่ยออกมา “ได้!”
สิ้นเสียงของเขา เขาก็กางมือออก ภายในเสี้ยววินาที กระบี่เล่มหนึ่งก็ปรากฏบนฝ่ามือ!
กระบี่ิญญา!
ในตอนนี้ ทุกคนที่จุดนั้นต่างพากันประหวั่นพรั่นพรึง
“เขา...เขาเป็ผู้ฝึกกระบี่…”
ในลานกว้าง เสียงหนึ่งดังขึ้น
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น รอบด้านพลันเงียบกริบเสียจนผู้คนสามารถได้ยินเสียงเข็มตกพื้นได้