ปังๆๆ..เสียงทุบประตูดังรัวปังๆที่หน้าห้องซุปตาร์คนดัง เขาเพิ่งงีบหลับไปเมื่อสักพักนี่เองหลังกลับจากทำงานจ็อบเล็กๆจ็อบหนึ่ง กึนซองเด้งดึ๊งจากที่นอนอย่างอัตโนมัติ นาฬิกาข้างผนังเข็มชี้บอกเวลาตีสอง เขากลับมาเพิ่งจะได้พักผ่อนรู้สึกอารมณ์เสีย
“ ใครว๊ะ? ”เขาลุกเนิบนาบไปเปิดประตู มนต์ตราถลาตามแรงเปิดปะทะเข้ามาหาเ้าของห้องอย่างจัง
“ เอ้า! คุณเองเหรอ..มีอะไร..ห๊า..มีอะไร? เขาจับตัวมนต์ตราเขย่าด้วยหล่อนเอาแต่ร้องไห้ตัวสั่นงันงก “ มนต์ตรา..มนต์ตรา นี่ผมนะ มองหน้าผมสิ ”เขาจับดวงหน้าน้อยๆนั้นให้แหงนเงยขึ้น น้ำตายังไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย เขาจึงกอดเธอไว้ลูบหลังลูบไหล่ปลุกปลอบ
“ โอ๋..โอ๋..น้องน้อยของพี่เป็อะไรน่ะ บอกพี่สิอย่าเอาแต่ร้องไห้อย่างนี้ ” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของกึนซองก็ดังขึ้น เขาจึงประคองร่างน้องน้อยของเขาไปที่เตียงจัดการให้เธอนอนบนเตียงของเขาแล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงมารับสาย
“ ฮัลโหล..ฮัลโหล..เสียงต้นสายดังมาเป็เสียงผู้ชายที่ดัดเสียงเป็ผู้หญิง
“ สวัสดีครับ..ผม..กึนซองพูดครับ ”
“ ภาษาเกาหลีว่ะไอ้หล่อมึงพูดที ”น่าจะเป็แมงเม้าท์ถ้าเขาเดาไม่ผิด
“ ผม สมาร์ทครับ เมื่อสักครู่ผมโทรหามนต์ แจ้งข่าวอุบัติเหตุคุณพ่อของมนต์ ได้ยินเสียงเธอกรี๊ดแล้วเงียบไป โทรกลับเป็สิบสายเธอก็ไม่รับ ไม่รู้เธอจะเป็อะไรหรือเปล่า จึงต้องรบกวนโทรหาคุณ วานช่วยไปดูมนต์ตราให้หน่อยได้ไหมครับ ”
อ้อ! จริงสินะ พวกนี้ยังไม่รู้ว่าเธอกับเขาอยู่บ้านเดียวกันมานานแล้ว กึนซองจึงรับสมอ้าง
“ อ๋อ..ได้สิ แต่คุณจะไม่บอกอะไรผมบ้างเหรอว่าคุณพ่อเธอเป็อย่างไรบ้าง? เผื่อผมจะได้รับจองเที่ยวบินให้เธอด่วน
“ จริงสินะ ผมลืมไป กลับเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ได้ ผมจะรักษาร่างของคุณพ่อเธอไว้รอเธอกลับไปรดน้ำศพ ”
“ อะไรน๊ะ! ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ”
“ คาที่เลยครับ กึนซองผมอยากขอร้องคุณ อย่าปล่อยให้เธอเดินทางคนเดียวได้มั๊ยครับถ้าไม่ติดขัดว่าผมต้องเป็เ้าภาพจัดการทุกอย่าง ผมจะบินไปรับด้วยตัวเอง ”
“ ได้ๆ อย่าห่วงเลยผมจะไปกับเธอ เธอจะถึงเมืองไทยภายในรุ่งสางนี่แหละ ”
“ ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าถึงเมืองไทยแล้วโทรหาผมนะครับ ”
“ ครับ เดี๋ยวผมจะดำเนินการเื่การเดินทางของเธอเอง โอเค..บาย ”
กึนซองว่างหูแล้ว เขาค่อยๆหันมามองน้องน้อยบัดนี้นอนลืมตาโพลง มีสัญญาณชีพอยู่เพียงสายน้ำที่ไหลออกจากดวงตาเท่านั้น มนต์ตราช็อค! หญิงสาวไม่รับรู้ใดๆทั้งสิ้น นอนแน่นิ่งไม่ติงกาย แม้กึนซองจะเขย่าตัวเรียก หรือพูดคุยอะไรด้วย..เงียบ..มีแต่ดวงตาที่เบิ่งโพลงไปอย่างไร้จุดหมาย
“ สติ..สติ เขาต้องมีสติจัดอันดับหนึ่ง สอง สาม ตามความสำคัญของการดำเนินการต่างๆ ก่อนอื่นโทรเรียกคุณแม่บ้านขึ้นมาก่อน
“ กรี๊งๆๆ ”
“ ฮัลโหลค่ะ ”
“ ขึ้นมาบนห้องผมด่วน ”
“ ค่ะ..ค่ะ ”แม้จะงงงันแค่ไหน คุณแม่บ้านก็โผนลงจากเตียงวักน้ำล้างหน้า..แค่นั้นพอ
เมื่อคุณแม่บ้านเข้ามาในห้องจ้าวนายหนุ่ม นางใกับภาพที่เห็น มนต์ตรานอนลืมตาน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย ร่างน้อยสงบนิ่งไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น
“ เกิด..เกิด..อะไรขึ้นคะคุณชาย ”นางระล่ำละลักถาม
“ คุณพ่อมนต์ตราเสียแล้ว ”
“ ไฮ้! อะไรกัน? ”
“ เธอช็อค..เฝ้าไว้นะ ผมจะไปจัดการเื่เครื่องบิน เธอต้องถึงเมืองไทยภายในรุ่งสางนี้ ระหว่างอยู่ในนี้ป้าจัดกระเป๋าเดินทาง
ให้ผมด้วย เสื้อผ้าเอาแต่สีขาวกับสีดำไป เสร็จแล้วไปจัดกระเป๋าเธอแล้วหาเสื้อผ้าขาวดำมาเปลี่ยนให้เธอด้วย ” คุณแม่บ้านรีบทำตามคำสั่งอย่างรู้งาน นางรู้ว่าเขาต้องใช้อะไรบ้างเพราะกึนซองเดินทางบ่อย หูก็คอยฟังเสียงคุณชายโทรศัพท์สั่งการ นั่น นี่ โน่น ให้วุ่นวายไปหมด
“ เอาบอดี้การ์ดไปห้าหกคน เพราะผมไม่แน่ใจแฟนคลับจะรู้ข่าวผมไหมแต่ ข่าวต้องเงียบที่สุด เครื่องบินส่วนตัวของผมเป็ยังไงบ้าง โอเค..ดีๆ ขอแพทย์ติดไปด้วยหนึ่งคน ขำย้ำแพทย์นะไม่ใช่พยาบาลหยูกยาแท๊งค์ออกซิเย่นสำหรับการช่วยชีพฉุกเฉินพร้อม ให้หมอมาที่บ้านผมก่อน ผม้าความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายผู้หญิงของผมร้อยเปอเซ็นต์
“ คุณผู้หญิงขา นี่ป้านะคะ คนดีของป้า ทูนหัวลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยนะคะ ร้องไห้อย่างนี้ใจป้าจะขาดแล้วค่ะคนดี ”
มนต์ตราหันมาช้าๆ มองหน้าหญิงแม่บ้าน แล้วโผเข้าหา
“ แม่ขา..แม่ขา..ทำไมรับไปแต่พ่อ ทำไมไม่รับหนูไปด้วย เราจะได้ไปอยู่ด้วยกันสามคนพ่อ แม่ ลูกไงคะ นะคะแม่รับหนูไปด้วย แล้วหญิงสองวัยก็กอดกันร้องไห้โฮๆ กึนซองกัดกรามแน่นยืนมอง ไม่ว่าเขาจะกร้าวแกร่งแค่ไหนน้ำตาของลูกผู้ชายก็ค่อยๆไหลรินลงมาเงียบๆ
“ คุณชายครับหมอมาแล้วครับ ” แทอันเข้ามารายงาน ขณะนี้ทุกคนในบ้านถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาหมด เพื่อรอรับคำสั่งของจ้าวนายที่บัญชาการให้วุ่นวายไปหมด
“ ไปเชิญขึ้นมาบนนี้ ”
“ ครับนาย ”
ชายหนุ่มเข้าไปแยกมนต์ตราออกจากการกอดรัดคุณแม่บ้าน แล้วประคองให้ลงนอนตามเดิม แต่ศรีษะของเธอยังพาดอยู่บนท่อนแขนของเขา ชายหนุ่มก้มลงไปกระซิบ
“ น้องน้อยของพี่ หมอมาแล้วให้หมอตรวจเช็คสุขภาพหน่อยนะ เดี๋ยวเราจะกลับไปหาคุณพ่อด้วยกัน มั่นใจในตัวพี่นะคะ
”ถ้อยคำอ่อนหวานและอบอุ่นที่สุดในหัวใจของมนต์ตราเวลานี้ เธอจึงมองตอบความรักความเมตตาที่เขามอบให้ด้วยดวงตาที่ฉ่ำน้ำและแสนเศร้า มันเศร้าเสียจนเขาก็บอกไม่ถูกว่าทำไมจึงสงสารเธอในสภาพเช่นนี้มากมาย น้องน้อยของกึนซองนอนนิ่งยอมให้หมอตรวจแต่โดยดี
“ จะเดินทางจริงเหรอ? ” หมอที่จะติดตามไปด้วยถามขึ้นเบาๆ
“ มีอะไร? บอกเร็ว ”ชายหนุ่มกระชากเสียงถาม
“ ความดันต่ำมาก ชีพจรเบา..ผมกลัว ”
“ กลัวอะไร..บอกซิ ”
“ หัวใจวายระหว่างทาง ”
“ แนะนำ..แนะนำเลยว่าจะทำอย่างไร ผมพร้อมจะทำตามทุกอย่าง ขออย่างเดียวผู้หญิงของผมต้องปลอดภัย ”
“ ถ้าเสี่ยงคุณจะไปไหม? ”
“ ไม่ ”เขาตอบน้ำเสียงเฉียบขาด
ระหว่างที่ชายต่างวัยต่างอาชีพยืนคุยกันอยู่นั้น เขาคิดว่าผู้หญิงที่นอนหมดสภาพอยู่นั้นไม่ได้ยิน หรือได้ยินแต่คงไม่รู้เื่ เพราะภาวะช็อคจากข่าวที่ะเือารมณ์สุดขีด
“ กึนซอง..กึนซอง..เสียงเรียกอันแหบโหยจากริมฝีปากขมุบขมิบอันแห้งผาก ทำให้ชายทั้งสองหันขวับไปทันที
“ ครับ..ครับผมอยู่นี่ ” ชายหนุ่มถลาพรวดเดียวถึงตัว หญิงสาวโอบรอบคอเขาไว้ กึนซองกอดตอบอย่างถนุถนอมจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ
“ ฉันไปไหว..กึนซอง..ได้โปรด..ได้โปรด คุณหมอเชื่อฉันเถอะฉันไปได้ ชายหนุ่มปาดน้ำตาที่แก้มหญิงสาวออกให้อย่างสุภาพ หมอปราดเข้ามาจับชีพจรและวัดความดันซ้ำ ถอนหายใจแล้วหันไปสบตากับชายหนุ่มแล้วจึงหันไปพูดกับคนไข้
“ การประเมินอาการของคุณครั้งนี้ ผมยกให้คุณตัดสินใจเพราะคุณเป็แพทย์ แต่อย่าตัดสินใจแบบเข้าข้างตัวเอง ให้คุณคิดว่าคุณกำลังประเมินอาการคนไข้รายหนึ่งที่ไม่ใช่คุณ และผมพร้อมที่จะทำตามออเด้อร์ของคุณทุกอย่าง ”มนต์ตราหันมามองหน้า
กึนซอง
“ กำลังใจที่พึ่งที่ฉันมีอยู่ตอนนี้คือคุณคนเดียว ได้โปรดบอกฉันทีเถอะว่า สภาพของฉันตอนนี้เป็ยังไง ”
“ ที่รัก..ถ้าคุณ้าจะไปจริงๆผมจะกอดคุณไปตลอดการเดินทาง แต่คุณต้องยอมให้หมอวางแผนการดูแลรักษาคุณตลอดการเดินทางนะ ”
“ ค่ะ..ยอม..ยอมทุกอย่าง ”
“ ลงมือเลยหมอ ”กึนซองตัดสินใจเฉียบขาด มนต์ตราถูกวางยาโดยวิสัญญีแพทย์ที่ถูกตามตัวมาด่วน ตลอดการเดินทางเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ถังและหน้ากากออกซิเย่นครอบหน้าเธอแล้วเรียบร้อย น้ำเกลือถูกแทงเข้าเส้นเืใหญ่พร้อมการวางยาโดยวิสัญญีแพทย์ที่ถูกตามตัวมาด่วนการลำเลียงผู้ป่วยจึงเกิดขึ้น
“ นายครับ นักบินคอนเฟิร์มมาว่าพร้อมบิน” แทนอันเข้ามารายงาน
“ เขาวางสายไปหรือยัง ขดพูดด้วยหน่อย ” เขาสอบถามระยะเวลาการเดินทางกี่ชั่วโมงจากนี่ไปถึงประเทศไทย
“ ถ้าจากไทยมาเกาหลีจะใช้เวลาบินห้าชั่วโมง แต่ถ้าจากเกาหลีไปไทยจะนานกว่าสามสิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะบินทวนกระแสลมครับนาย ”นักบินรายงาน
กึนซองตัดสินใจจ้างวิสัญญีแพทย์ติดตามไปอีกหนึ่งคน แน่นอนค่าใช้จ่ายในครั้งนี้มหาศาล แต่เพื่อคนที่เขารักที่ตอนนี้ฝากชีวิตไว้กับเขาแต่เพียงผู้เดียว มันเล็กน้อยมาก
“ คุณแม่บ้านเตรียมพร้อมไปดูแลคุณผู้หญิงบอกแทอันให้ไปด้วย
“ ค่ะ คุณชาย ”
การเดินทางทุลักทุเลเล็กน้อย ดีที่มีแพทย์ติดตามไปถึงสองคนล้วนชำนาญกันคนละอย่าง คนหนึ่งแพทย์อายุรกรรมอีกคนแพทย์ระบบหายใจ ทางท่าอากาศยานจึงกำหนดให้บินได้ห้าถึงหกชั่วโมงของการเดินทาง กว่าจะออกจากสนามบินอิซอนก็ตีสี่แล้ว 9 โมงเช้าของเวลาในประเทศไทยที่เครื่องบินส่วนตัวของกึนซองล้อแตะแผ่นดินประเทศไทย วิสัญญีแพทย์มือฉมังทำงานได้ตามกำหนดเวลาเป๊ะๆ มนต์ตราลืมตาเป๋งขึ้นมาทันที กึนซองดูแลเธอไม่ห่างขนาดหมอดมยาบอกเขาว่า
“ มานั่งพักให้สบายเถอะกึนซอง มิสมนต์ตราเธอไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว ต่อให้ะเิตูมขึ้นมาตอนนี้เธอก็ไม่ได้ยิน แต่เขาก็ไม่ฟังยังคงอุทิศแขนเขาให้เป็หมอนหนุนให้เธอมาห้าชั่วโมงเต็มๆ เหน็บกินเขาจนชา ขยับท่านล่างไม่ได้เลย ก่อนเครื่องแตะพื้นจึงเดือนร้อนแทอันและคุณแม่บ้านต้องช่วยกันบีบนวด
“ มนต์ตรา..ตื่นแล้วเหรอ? เขาถามเบาๆ
“ ค่ะ..คุณเมื่อยแย่เลย จริงๆปล่อยฉันนอนมาธรรมดาๆก็ได้ ”
“ หมอล่ะ ”เธอถาม
“ ผมอยู่นี่ ”หมออายุรกรรมปราดเข้าไป หมอวิสัญญีก็เข้าไปปลดสายน้ำเกลือ เตรียมเก็บหน้ากากออกซิเย่น เพราะหมดหน้าที่แล้ว
“ เดี๋ยวเช็คร่างกายกันก่อนนะมนต์ตรา ”หมอว่า
“ หมอ..กึนซอง เชื่อมั๊ยว่าฉันไม่ได้เป็อะไรแล้วล่ะ การได้พักอย่างเต็มที่ถึงห้าชั่วโมงเต็ม ทำใไห้ฉันแข็งแรงขึ้นมาก และที่สำคัญฉันได้พบคุณพ่อด้วย ”
“ ห๊า.า.า อะไรนะ? ”ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอุทานขึ้นพร้อมๆกัน
“ จริงๆ เชื่อฉันเถอะ ฉันดีขึ้นแล้วจริงๆ ”
“ อืม! บีพี ทีพีอาร์ ปกติหมด โอเค..ดีใจด้วยกึนซองผู้หญิงของคุณปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ”ชายหนุ่มััมือกับหมอทั้งสองกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“ ปวดห้องน้ำจังเลยหมอ ”
“ แน่ล่ะสิ ห้าชั่วโมงไม่วอยด์เลยนี่นะ จะแคทติเตอร์ให้ก็เกรงใจ”
“ บ้า..หมอนี่เดี๋ยวขว้างด้วยถุงน้ำเกลือซะเลยนี่ ”
“ สองคนนี่คุยอะไรกันไม่ให้ผมรู้เื่บ้างเลย ”กึนซองขัดขึ้น