เสาเหล็กิญญาอยู่ห่างจากกำแพงหินที่ใช้วัดระดับประมาณสองจั้งครึ่งหาก้าต่อยเสาเหล็กที่ทำจากเหล็กชั้นดีเพื่อให้ัักับกำแพงหินได้นั้นแม้แต่ขั้นสี่ของเลี่ยนชี่ทั่วๆ ไปก็ยังอาจไม่ทำได้ด้วยซ้ำ
“ขอข้าลองดูก่อนจะทดสอบได้หรือไม่?” เยี่ยซางถาม
“ย่อมได้เ้าไปดูก่อนได้” ฉู่หลิงเซียวไม่ได้เข้มงวดกับเยี่ยซางมากนักเมื่อเขามองดูเสื้อผ้าของเยี่ยซางก็รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มาจากครอบครัวที่ยากจน
เยี่ยซางก้าวเข้าไปในวงแหวนคราแรกเขาสังเกตตำแหน่งของเสาเหล็กิญญากับกำแพงหินก่อนจะประเมินความสูงของเสาแล้วจึงเคาะเสาเหล็กเบาๆ เพราะ้ารู้ความยืดหยุ่นของเหล็ก
หลังจากตรวจสอบเสร็จเยี่ยซางจึงค่อยถอยกลับไปที่ขอบวงแหวนและโค้งคำนับให้ฉู่หลิงเซียว “ข้าพร้อมแล้ว”
“หนุ่มน้อยนี่เป็โอกาสเดียวของเ้า ถ้าเ้าทำไม่ได้อย่าได้โทษผู้อื่น”ฉู่หลิงเซียวนั่งลงหลังจากที่พูดจบ เขาไม่ได้หวังว่าเยี่ยซางจะทำสำเร็จ
เยี่ยซางถอยหลังไปหกหรือเจ็ดก้าวถอดหอกเหล็กสีดำจากด้านหลังออกแล้ววางลงกับพื้นนี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องต่อสู้โดยไม่มีหอกเหล็กสีดำ
หลังเยี่ยซางสูดหายใจเข้าลึกจากนั้นเขาก็วิ่งไปข้างหน้าห้าก้าวอย่างรวดเร็วแล้วะโขึ้นปล่อยหมัดต่อยลงไปที่จุดหนึ่งในสามส่วนของเสาเหล็กิญญาเสาเหล็กนี้สูงห้าจั้ง มันถูกตรึงไว้กับพื้นหากต่อยสูงหรือต่ำไปจะไม่ทำให้มันเอียงไปชนกำแพงหินได้ดังนั้นความยืดหยุ่นของเหล็กประมาณนี้จึงต้องต่อยลงไปที่ตำแหน่งนี้ถึงจะทำให้เหล็กเอียงไปชนกำแพงหินทดสอบ
ฮึ่ม!
หมัดถูกปล่อยไปยังจุดที่คาดไว้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีก่อนเยี่ยซางจะดีดตัวถอยกลับพร้อมกับ้าของเสาเหล็กที่โน้มไปด้านหน้า
ปัง!
เสาเหล็กปะทะเข้ากับกำแพงหินจนเกิดเสียงดังสนั่นแล้วจึงสะบัดไปด้านหลังราวสี่หรือห้าฉื่อ1
“หลบเร็ว!”ฉู่หลิงเซียวที่นั่งอยู่ะโขึ้นเพราะเยี่ยซางอยู่ใกล้กับเสาทดสอบมากเกินไปซึ่งอาจทำให้เด็กหนุ่มาเ็ได้
ก่อนที่ฉู่หลิงเซียวจะะโออกมาเยี่ยซางก็รับรู้ถึงอันตรายดังนั้นทันที่ที่ััพื้นเขาก็ทิ้งกายลงใช้เท้าขวาดีดตัวม้วนหลบอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเสาเหล็กไม่มีความยืดหยุ่นมากนักมันจึงไม่ได้สะบัดไปยังตำแหน่งของเยี่ยซาง เพราะขนาดที่สั้นเกินไป
“ไม่เลว”หยานเป่ยจี๋พยักหน้าขณะลูบเคราบนคางของตน
“ข้าผ่านหรือไม่?” เยี่ยซางถามขณะมองฉู่หลิงเซียวโดยไม่สนใจมือขวาที่มีเืออก
“มาเถิดใครก็ได้ช่วยพันผ้าพันแผลให้ที” หางตาของฉู่หลิงเซียวก็กระตุกยามมองเห็นมือขวาที่มีเืไหลของเยี่ยซาง
“ฉลาดและกล้าหาญกุญแจสำคัญคือต้องโเี้กับตัวเองเป็เื่ยากที่เด็กจากครอบครัวธรรมดาจะเข้าใจเื่นี้”หยานเป่ยจี๋กล่าวชมเยี่ยซางซึ่งกำลังได้รับการผันแผลจากศิษย์ของหุบเขาโอสถอยู่และพยักหน้าออกมา
“โอกาสเดียวคือทุบหม้อข้าวจมเรือ2”หลิ่วหยางอวี่กล่าว แต่ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“ข้าแค่ไม่รู้ว่าเขาจะผ่านการทดสอบที่สามและสี่ได้หรือไม่?” ฉู่หลิงเซียวเหลือบมองหยานเป่ยจี๋และหลิ่วหยางอวี่จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้ทำการทดสอบต่อไป
ชิวเจินชิวหยวนและองครักษ์คนอื่นๆ ตื่นเต้นมาก เยี่ยซางไม่เพียงผ่านการทดสอบแรกแต่เขายังผ่านการทดสอบที่สองด้วยกล่าวว่าเป็ความภาคภูมิใจของนครชื่อเหยียนก็ยังได้
ท่ามกลางฝูงชนที่รอทดสอบฉินไห่พ่นลมหายใจอย่างเ็า การปรากฏตัวของเยี่ยซางในครั้งนี้ทำให้เขาขุ่นเคืองเล็กน้อยเขาควรจะเป็คนเดียวที่ได้รับความสนใจต่างหากรากฐานการบ่มเพาะของเขาคือขั้นที่แปดของเลี่ยนชี่ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มที่มาจากนครชื่อเหยียนแม้จะเทียบกับคนทั้งหมดที่เข้าร่วมพิธีฝึกคัดเลือกศิษย์แล้วขั้นแปดของเลี่ยนชี่ก็นับว่าสูงมาก
หนึ่งชั่วยามต่อมาการทดสอบของกลุ่มคนที่เข้าร่วมพิธีฝึกคัดเลือกศิษย์เสร็จสิ้นลงหุบเขาโอสถก็ให้โอกาสขั้นที่สามของเลี่ยนชี่คนอื่นๆ เช่นกัน
การทดสอบที่สองคือวัดพลังปราณไม่เพียงต้องมีรากฐานการบ่มเพาะที่สูงเท่านั้น หากควบคุมพลังปราณได้ไม่ดีพอหุบเขาโอสถก็ไม่รับเข้าเป็ศิษย์เช่นกัน
เยี่ยซางไม่ต้องทดสอบซ้ำเขาแค่รอการทดสอบที่สาม
ในเวลานี้คนที่เคยเยาะเย้ยเยี่ยซางต่างก็เงียบลงพวกเขารู้ว่าเป็ไปได้ยากที่เยี่ยซางจะผ่านมาได้ถึงขนาดนี้เก้าในสิบของผู้ฝึกตนขั้นสี่ของเลี่ยนชี่ที่เข้ารับการทดสอบกลับถูกคัดออกและเกือบครึ่งหนึ่งของขั้นที่ห้าไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้เลย
หมัดที่จู่โจมเสาเหล็กทดสอบไม่เพียงเป็การทดสอบความแข็งแกร่งเท่านั้นแต่ยังเป็การทดสอบความโเี้ของผู้ฝึกตนแต่ละคนด้วยจึงเป็เื่ยากที่จะออกแรงทั้งหมดหากกลัวว่าตนเองจะได้รับาเ็
การทดสอบรอบที่สองเหลือเพียงสี่ร้อยคนเท่านั้นยามนี้คนส่วนใหญ่ถูกคัดออกไปเกือบหมดทว่าไม่ได้รวมถึงฉินซานและฉินไห่ที่ผ่านการทดสอบอย่างไรแล้วระดับการบ่มเพาะของพวกเขาก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของกลุ่ม
“การทดสอบในวันนี้สิ้นสุดลงแล้วผู้เข้าร่วมการทดสอบที่สองสามารถไปที่เมืองเฉ่ากู่และซื้อยาทาผสานกระดูกสักขวดได้แม้ว่ากระดูกจะแตก หากใช้ยานี้ก็สามารถรักษาหายได้ภายในครึ่งเดือน”ฉู่หลิงเซียวยืนขึ้นและประกาศสิ้นสุดการทดสอบ
เยี่ยซางออกจากพื้นที่การทดสอบกลับไปหาชิวเจินและชิวหยวน
“ไม่เลว เ้าทำได้ดีจริงๆมือของเ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?” ชิวหยวนตบไหล่ของเยี่ยซางอย่างแรง
“ไม่ต้องกังวลแค่าแภายนอกเท่านั้น” เยี่ยซางพูดด้วยรอยยิ้ม
“อืมกลับไปแล้วก็พักผ่อนดีๆ พรุ่งนี้ยังมีการทดสอบอีกรอบข้าหวังว่าเ้าจะผ่านการทดสอบได้อย่างราบรื่นนะ” ชิวเจินกล่าวกับเยี่ยซาง
ฉินไห่พ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็นอีกครั้งแล้วรีบสาวเท้ากลับไปที่เมืองเฉ่ากู่ก่อน
“ช่างเถิดเขาก็เป็แบบนั้นแหละ อ๊ะ โอ๊ย!” ถังเทียนกล่าวขณะตบไหล่ของเยี่ยซางทว่าหลังจากตบเบาๆ ถังเทียนก็ร้องและอ้าปากค้างเพราะมือขวาของตนยังมีผ้าพันแผลพันอยู่
“อวดดี!”ฉินซานที่ยังอยู่ในกลุ่มสบถด้วยใบหน้าเ็า
“เอาละจะบอกคนนอกได้อย่างไรว่าทุกคนมาจากนครชื่อเหยียนเหมือนกัน? ความสงบสำคัญที่สุด” ชิวเจินที่เห็นฉินซานเป็เช่นนั้นจึง้าพูดขัดขึ้น
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยมในเมืองเฉ่ากู่เยี่ยซางก็กินยาเผยหยวนและเริ่มฝึกฝน
ในกระท่อมหญ้าบนยอดเขาเป่ยจี๋หยานเป่ยจี๋กำลังดื่มชาโดยมีฉินเจินยืนอยู่ด้านข้าง
“เ้าหมายถึงว่าเด็กคนนั้นอยู่ในขั้นสองของเลี่ยนชี่ก่อนมาที่นี่หรือ?” หยานเป่ยจี๋ถามขณะมองที่ฉินเจิน
“ขอรับตอนที่ออกมาจากูเาในนครเฉินซิง องครักษ์สองคนของครอบครัวข้าบอกว่า ตอนที่พวกเขาพบเยี่ยซางครั้งแรกเขายังไม่ได้เริ่มบ่มเพาะเลยด้วยซ้ำขอรับ” ฉินเจินกล่าวเขารู้ว่าการทดสอบอีกสองขั้นที่เหลือนั้นยากมาก ถ้าเขาพูดถึงข้อดีของเยี่ยซางบางทีหยานเป่ยจี๋อาจยอมยกเว้นให้เยี่ยซางมาอยู่ที่ยอดเขาเป่ยจี๋ด้วยก็เป็ได้
“อาจารย์รู้ดีว่าเ้าหมายถึงอะไรถ้าเป็ก่อนหน้านี้อาจพอมีหนทางอยู่บ้างแต่ตอนนี้ถึงอาจารย์จะขอยกเว้นก็ยากที่จะได้รับแล้วคราวนี้ผู้าุโที่ดูแลในพิธีคัดเลือกศิษย์พูดด้วยไม่ง่ายนักถ้าเขาผ่านการทดสอบไม่ได้ เขาก็เป็ได้เพียงคนรับใช้เท่านั้น”ประมุขยอดเขาเป่ยจี๋กล่าว
ฉินเจินไม่ได้พูดอะไรต่อแม้เขาจะไม่ได้พูดคุยกับเยี่ยซางมากนัก แต่ก็พอจะเข้าใจนิสัยของเยี่ยซางอยู่เล็กน้อยอีกฝ่ายจะไม่ทำเื่แบบนั้นอย่างแน่นอน
หลังจากฝึกฝนทั้งคืนเยี่ยซางก็จัดการตนเองก่อนจะไปรับประทานอาหารกับชิวเจินและคนอื่นๆ
“เยี่ยซาง เ้ารู้จักการทดสอบขั้นที่สามและสี่ของหุบเขาโอสถหรือไม่?” ชิวเจินถามหลังวางชามกับตะเกียบที่กินเสร็จแล้วลง
“ข้าไม่รู้รบกวนหัวหน้าชิวช่วยชี้แนะด้วย” ดวงตาของเยี่ยซางเป็ประกายถ้าเขารู้ล่วงหน้าเขาจะมีโอกาสมากขึ้น
“ข้ารู้ว่าเ้าคิดอย่างไรที่จริงแล้วไม่มีความแตกต่างระหว่างการรู้กับไม่รู้การทดสอบที่สามเป็การทดสอบความอดทน มันคือการวิ่งไปรอบๆยอดเขาชิงสือของประตููเาเป็เวลาสี่ชั่วยามผู้ที่ไม่สามารถอดทนได้จะโดนคัดออกและผู้ที่มีรอบวิ่งไม่มากพอก็จะถูกคัดออกเช่นกันกุญแจสำคัญคือการควบคุมความแข็งแกร่งของร่างกายและความอดทน” ชิวเจินกล่าว
“ระยะทางหนึ่งรอบประมาณยี่สิบห้าลี้ต้องวิ่งอย่างน้อยสิบห้ารอบเ้าถึงจะผ่านหมายความว่าเ้าต้องวิ่งสี่รอบในหนึ่งชั่วยามหรือหมายถึงเ้าต้องวิ่งไปกลับหนึ่งร้อยลี้” ถังเทียนกล่าวเขารู้เนื้อหาของการทดสอบและคนอื่นๆ จำนวนมากก็รู้เช่นกัน
เยี่ยซางคำนวนในใจเป็ไปได้ยากอย่างแท้จริงที่จะวิ่งประมาณสี่ร้อยลี้ในสี่ชั่วยามเขาสามารถวิ่งในูเาลึกได้ไกลที่สุดเพียงหกร้อยลี้ต่อวันเท่านั้นแต่มันเป็ูเาและหนองน้ำที่แห้งแล้งจึงยากกว่า
-----------------------------------------------------------------------
1 ฉื่อเป็หน่วยวัดระยะของจีน 1 ฉื่อประมาณ 10 นิ้ว
2 ทุบหม้อข้าวจมเรือเป็สำนวนจีน หมายถึง ไม่มีทางให้ถอยหนีทำได้แค่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ชนะเท่านั้น