“นี่มัน…?”
ซือถูอวี้ถึงกับตะลึงงันเมื่อเห็นหวังเฉินเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวท่ามกลางฝูงมารเฉินหลุน
เธอกำลังง้างคันธนูเตรียมจะโจมตีแต่ในชั่วขณะนั้นกลับลืมสิ้นว่าควรจะทำอะไร
จิตใจและสายตาของเธอจับจ้องไปยังร่างที่โลดแล่นไปมาระหว่างเหล่ามารเฉินหลุนไม่วางตา
“เ้าหมอนี่… แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
ซือถูอวี้พึมพำกับตัวเองราวกับไม่เชื่อสายตา
ถ้าเป็เมื่อก่อนใครมาบอกเธอว่าผู้เปลี่ยนอาชีพมือใหม่คนหนึ่ง สามารถบุกตะลุยฝูงสัตว์อสูรเลเวล 15กว่าร้อยตนได้อย่างสบายๆ แถมยังสังหารพวกมันได้อีก
ซือถูอวี้คงจะคิดว่าคนผู้นั้นเสียสติไปแล้ว!
แต่ตอนนี้…
เธอมองร่างนั้นที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางฝูงมารเฉินหลุนด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
นี่มันอะไรกัน?
ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์ที่ไม่มีสัตว์อสูรคู่กายกลับแข็งแกร่งจนน่ากลัวขนาดนี้เชียว?!
เธอชวนหวังเฉินมาเทือกเขาสรรพสัตว์เพื่อเก็บเลเวล…เพราะตั้งใจจะช่วยเขา
แต่ตอนนี้…
เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็ฝ่ายที่ถูกช่วยเหลือเสียแล้ว
“ปิงชิงน้อย เ้าของของแก… เป็สัตว์ประหลาดใช่ไหม?”
ซือถูอวี้หันไปมองปิงชิงน้อยที่กำลังบินอยู่ข้างๆแล้วพึมพำ
เมื่อก่อนตอนอยู่โรงเรียนทุกคนยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ ผลการเรียนและฝีมือของหวังเฉินก็เหนือกว่าทุกคนตำแหน่งที่หนึ่งไม่เคยสั่นคลอน
หลังจากเปลี่ยนอาชีพซือถูอวี้คิดว่าเธอประสบความสำเร็จในการเป็ ‘นักธนูสายลมคลั่ง’อาชีพลึกลับที่มีเอกลักษณ์เธอสามารถไล่ตามเขาทันหรือแม้แต่แซงหน้าหวังเฉินซึ่งเป็ผู้ฝึกสัตว์อสูรั์ได้
ผลปรากฏว่า…
ตอนนี้ดูเหมือนช่องว่างระหว่างทั้งสองไม่เพียงไม่ลดลงแต่กลับกว้างขึ้นเสียแล้ว
นี่มันอะไรกัน?
ตกลงว่าใครกันแน่ที่เป็อาชีพลึกลับที่มีเอกลักษณ์?
ซือถูอวี้รู้สึกสับสนไปหมด
“กี๊ซ!”
ได้ยินคำพูดของเธอปิงชิงน้อยที่รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งตัวหลังจากเลเวลอัป ก็จิ้มหน้าซือถูอวี้เบาๆด้วยกรงเล็บัน้อยๆ ของมัน
ยายมนุษย์ผู้หญิงหน้าโง่เอ๋ย!
เ้ายืนโพสท่าตั้งนานยังจะมีหน้ามาว่าเ้านายของข้าอีกหรือ?
จิ้มแก้มเลยนี่แหนะ! จิ้มๆๆ
ซือถูอวี้รู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยเมื่อถูกอุ้งมือน้อยๆ ของปิงชิงจิ้มที่แก้ม จึงยกมือขึ้นหมายจะปัดออกไป
ในตอนนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงของหวังเฉิน
“เอ่อ…”
ซือถูอวี้หันขวับไปสบเข้ากับสายตาหยอกล้อของหวังเฉิน ใบหน้างามของซือถูอวี้ขึ้นสีแดงระเรื่อความตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาของซือถูอวี้
แต่แล้ว…
เมื่อนึกถึงคำพูดของหวังเฉินที่ว่าเธอกำลังยืนโพสท่าเฉยๆเธอก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ตาบ้านี่ก็ยังคงน่ารังเกียจเหมือนเดิม
คุณหนูอย่างเธอไม่ยอมเป็เชียร์ลีดเดอร์ให้นายหรอก!
“หึ!”
ซือถูอวี้ส่งเสียงฮึดฮัดแล้วง้างคันธนูพร้อมลูกศร
ฟิ้ว!
ลูกศรพุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่มารเฉินหลุนตนหนึ่งที่พยายามจะลอบโจมตีหวังเฉินจากด้านหลัง
ปัง!
ลูกศรทะลุหัวใจของมารเฉินหลุนตนนั้นและตรึงมันไว้กับพื้น
สังหารในคราเดียว!
เมื่อจัดการสัตว์อสูรตัวนั้นเสร็จซือถูอวี้ก็เหลือบมองหวังเฉินอย่างลำพองใจ
ราวกับจะบอกว่าคุณหนูคนนี้ไม่ยอมแพ้นายหรอก!
แต่…
หวังเฉินในตอนนี้ไม่ได้สนใจเธอเลยเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นมารเฉินหลุนที่ตายอยู่บนพื้น
สมแล้วที่เป็คุณหนูไฮโซที่มีความสามารถเหนืุ์และยังเปลี่ยนอาชีพเป็นักธนูสายลมคลั่งอีกด้วย พลังโจมตีของเธอแข็งแกร่งมากจริงๆ
พาเธอมาล่าสัตว์อสูรด้วยกันคงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็ตัวถ่วงแล้ว
หวังเฉินครุ่นคิดในใจแล้วกลับไปต่อสู้กับมารเฉินหลุนที่อยู่รอบๆ อีกครั้ง
ด้านหลัง
ซือถูอวี้เห็นท่าทางเฉยเมยของหวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก
เ้าคนจองหอง!
ต่อหน้าฉันยังจะมาทำเป็ใจเย็นอีกเหรอ?
“หึ!”
“ฉันจะแย่งสัตว์อสูรของนายให้หมดเลย!”
ซือถูอวี้ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจง้างคันธนูแล้วยิงลูกศรออกไปรัวๆ ราวกับปืนกล
เมื่อซือถูอวี้เข้าร่วมการต่อสู้จำนวนมารเฉินหลุนในหุบเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้ามารเฉินหลุนกว่าร้อยตน ก็ถูกหวังเฉินและซือถูอวี้สังหารไปครึ่งหนึ่ง
และในตอนนี้หวังเฉินก็ถือดาบยาวเปื้อนเืเข้าใกล้มารเฉินหลุนกลายพันธุ์สองตนแล้ว
มารเฉินหลุนจอมเวทมีรูปร่างไม่ต่างจากมารเฉินหลุนทั่วไปนักดูผอมบางจนเหมือนโครงกระดูก ราวกับจะหมดลมหายใจได้ทุกเมื่อ
ส่วนมารเฉินหลุนนักรบกำยำกลับแตกต่างจากพวกเดียวกันที่ผอมแห้งอย่างสิ้นเชิง
มันสูงเกือบ1.6เมตร ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ปูดโปนขนาดตัวเกือบสองเท่าของมารเฉินหลุนทั่วไปและถือกระบองกระดูกที่น่าเกรงขามอยู่ในมือ
“โฮก!”
“มนุษย์ผู้ชั่วร้าย เ้ากล้าเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์ของข้าหรือ?”
ดวงตาแดงก่ำของมารเฉินหลุนนักรบกำยำจ้องเขม็งไปยังมนุษย์ตรงหน้า
แววตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตและกระหายเื
สัตว์อสูรไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ไร้สติปัญญาโดยเฉพาะสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายมนุษย์เช่นมารเฉินหลุนธรรมดาก็มีความฉลาดเท่าเด็กเจ็ดแปดขวบแล้ว
ส่วนพวกกลายพันธุ์อย่างมารเฉินหลุนนักรบกำยำยิ่งมีความฉลาดเท่าคนปกติทั่วไป
ดังนั้นหวังเฉินจึงไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแหบพร่าเช่นนี้
สถานการณ์เช่นนี้เขาเคยเห็นมาแล้วในข้อมูลจากห้องสมุดและเขารู้จักมันมากกว่านั้นอีก
หลังจากการตื่นขึ้นของเจตจำนงแห่ง์เหล่าสัตว์ประหลาดที่บุกรุกดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้ไม่เพียงแต่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ แต่ยังมีอารยธรรมเป็ของตัวเองอีกด้วย
ในหมู่สัตว์อสูรเหล่านี้มีเพียงพวกที่อ่อนแออย่างมารเฉินหลุนเท่านั้นที่จะถูกลดระดับเป็อสูรป่าและถูกมนุษย์เลี้ยงดูทางอ้อมเพื่อใช้เป็หินลับมีดและแหล่งอาหารสำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพมือใหม่
ส่วนพวกที่แข็งแกร่งกว่านั้นล้วนรวมตัวกันอยู่ในสมรภูมิต่างมิติอันน่าสะพรึงกลัวคอยบุกโจมตีแนวป้องกันของมนุษย์คิดที่จะโค่นล้มมนุษย์และทำลายล้างมนุษย์อยู่ตลอดเวลา
เมื่อเทียบกับพวกมันแล้วมารเฉินหลุนและสัตว์อสูรปีศาจทั้งหมดในเทือกเขาสรรพสัตว์ก็เป็แค่เด็กน้อยเท่านั้น!
มิฉะนั้นหลงกั๋วคงไม่ปล่อยให้พื้นที่ที่สัตว์อสูรปีศาจรวมตัวกันอย่างเทือกเขาสรรพสัตว์ปรากฏอยู่นอกเมืองหรอก
เหตุผลที่ยังคงมีที่นี่อยู่ก็เพื่อฝึกฝนกำลังพลเพื่อให้ผู้เปลี่ยนอาชีพมือใหม่รุ่นใหม่ๆ ตระหนักถึงอันตรายมิฉะนั้นสถานที่เช่นนี้คงถูกพลังของรัฐกวาดล้างไปนานแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับมารเฉินหลุนนักรบกำยำที่กำลังโกรธจัดหวังเฉินสะบัดดาบยาวไล่เืออก แล้วยิ้มเย้ยหยัน
“ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนี่”
“เพราะอีกไม่นาน แกก็จะลงไปอยู่เป็เพื่อนพวกมันแล้ว”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยราวกับกำลังพูดเื่เล็กน้อยที่ไม่สำคัญ
แต่ความเรียบเฉยนี้เองที่ทำให้มารเฉินหลุนนักรบกำยำยิ่งโกรธจัด
มนุษย์ที่มันเคยเจอมาล้วนเกรงกลัวมันแต่มนุษย์ตรงหน้ากลับแสดงท่าทีไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้ความโกรธแค้นในใจของมารเฉินหลุนนักรบกำยำเดือดพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
มันตัดสินใจแล้วว่าจะต้องฉีกกระชากมนุษย์ตรงหน้าให้เป็ชิ้นๆ และสับให้ละเอียด
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถระงับความโกรธแค้นของมัน และสมควรแก่การตายของเผ่าพันธุ์ของมัน
“แฮ่!”
“มนุษย์ผู้ชั่วร้าย ข้าจะฉีกเ้าให้เป็ชิ้นๆ!”
มารเฉินหลุนนักรบกำยำคำรามอย่างบ้าคลั่งเหวี่ยงกระบองกระดูกพุ่งเข้าใส่หวังเฉิน
เห็นดังนั้นหวังเฉินก็ยิ้มเย้ยหยันในแววตา ถือดาบเข้าปะทะ
ทว่าในตอนนั้นเอง…
ฟิ้ววว!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างรุนแรงเงาดำพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตาความรู้สึกอันตรายรุนแรงก็ปรากฏขึ้นในใจของหวังเฉิน