TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 33 ดาราขาวสามแฉก

    ตอนที่ 33 ดาราขาวสามแฉก


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    เฟิร์สตัดสินใจสร้างถ้ำกระบี่ของตนเองขึ้นมา


    สถานที่แห่งนี้จะมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้


    เมื่อเขาได้ทำการสำรวจพื้นที่ของถ้ำเล็กๆ แห่งนี้ทั้งหมดแล้ว เขาก็เดินกลับไปยังห้องว่างเพียงแห่งเดียวที่มีขนาดสี่ตารางเมตรอีกครั้ง 


    การจะเข้ามาถึงห้องโล่งนี้ได้จำเป็นต้องผ่านเส้นทางเล็กๆ เข้ามาถึงสิบกว่าเมตร มันจึงทำให้ที่นี่มืดมาก


    แม้เฟิร์สจะสามารถใช้พลังสปีริตเคลือบดวงตาเพื่อทำให้มองเห็นในที่มืดได้ แต่มันก็สิ้นเปลืองพลังเกินไป เขาจึงใช้พลังอักขระสร้างดวงแสงขึ้นมา


    มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าที่จะสร้างขึ้น ด้วยการมีอยู่ของศาสตร์อักขระแล้ว เขาสามารถทำสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ได้ดั่งใจ


    “การฝึกฝนกายากระบี่นั้นสอดคล้องกับพลังบ่มเพาะ ดังนั้นในตอนนี้ฉันควรจะสร้างวงแหวนอักขระค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยเพื่อดูดซับพลังจากแกนสปีริต” เด็กหนุ่มมองพื้นที่โดยรอบแล้วตัดสินใจวาดวงแหวนอักขระไว้กลางห้อง


    สำหรับเรื่องนี้เขาได้วางแผนมาก่อนตั้งแต่แรกแล้ว 


    เฟิร์สเคยทำการดูดซับแกนสปีริตด้วยตนเอง นั่นคือการกำแกนสปีริตไว้ในมือแล้วดูดซับเข้าสู่ร่างกายโดยตรง 


    แม้ว่าร่างกายของเขาจะมีวงจรค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่สามารถแสดงผลได้ดีมากนัก เขายังต้องใช้เวลานานในการดูดซับแกนสปีริตแต่ละก้อนอยู่


    เหตุผลเป็นเพราะภายในร่างกายของเขานั้นสามารถรองรับวงจรค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยอย่างสมบูรณ์ได้ มันเป็นเพียงฉบับส่วนย่อ หากในอนาคตเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ การจะวางค่ายกลระดับนั้นเข้ามา จึงอาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้


    ในตอนนี้เฟิร์สจึงตัดสินใจสร้างค่ายกลด้านนอก ซึ่งครั้งหนึ่งอาจารย์ของเขาเคยให้พวกเขาทำเช่นนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว


    สำหรับผู้ที่เคยอยู่หอคอยดารา พวกเขาแทบทุกคนล้วนต้องรู้จักวงแหวนค่ายกลนี้ จึงไม่ต้องพูดถึงเฟิร์สที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรับช่วงในตำแหน่งผู้นำหอคอยดารา และเป็นศิษย์ของผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนั้น


    ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยคือวงแหวนอักขระที่มีวงจรซับซ้อนสิบสองวงรวมเข้าด้วยกัน


    หากเป็นเมื่อก่อนเฟิร์สอาจจะต้องลำบากและยากที่จะวาดวงแหวนอักขระแบบนี้ออกมาได้ แต่ในตอนนี้นั้นต่างออกไป เขาที่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้านั้นสามารถวาดมันออกมาได้อย่างง่ายดาย


    เฟิร์สใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ในการใช้กระบี่ร้อยอสูรวาดวงแหวนอักขระบนพื้นจนสำเร็จขึ้นมาได้


    หากมองเผินๆ นี่อาจเป็นวงแหวนที่ขีดเขียนขึ้นมาเล่นๆ เท่านั้น แต่หากมองในสายตาของผู้ใช้อักขระ พวกเขาจะเห็นพลังอักขระโคจรอยู่ข้างในนั้น


    วงแหวนนี้เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง หากผู้ใช้เติมพลังงานเข้าไปมันก็จะสามารถใช้งานได้


    “น่าเสียดายที่แกนสปีริตของฉันเหลือเพียงสองร้อยกว่าก้อนเท่านั้น มันเพียงพอที่จะเพิ่มพลังบ่มเพาะได้เพียงระดับเดียวเท่านั้น” เฟิร์สตรวจสอบแกนสปีริตในแหวนมิติเก็บของแล้วเอ่ยพึมพำออกมา


    “แกนสปีริตเหล่านี้มีราคาที่แพงเป็นอย่างมาก ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น”


    เมื่อเฟิร์สคิดถึงเรื่องเงิน เขาก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา


    ไม่ว่าเขาจะอยู่ในโลกไหน เงินก็เป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอด


    แต่เมื่อเขาเหลือบไปมองแหวนมิติเก็บของที่อยู่บนนิ้วมือของเขา ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา


    “ฉันเคยได้ยินว่าแหวนมิติเก็บของนั้นเป็นสิ่งของที่หาได้ยาก มันมีแต่พวกระดับสูงของโลกเท่านั้นที่จะมีมัน แต่ฉันสามารถสร้างมันขึ้นมาได้” ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที


    แต่แค่วูบเดียวนั้นเอง ดวงตาคู่นั้นก็หมองหม่นลงและส่ายศีรษะไปมา


    “ไม่ได้ ... ความแข็งแกร่งของฉันในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป ฉันไม่สามารถขายสิ่งของล้ำค่าขนาดนั้นได้ด้วยการบ่มเพาะในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นคงมีพวกที่แข็งแกร่งกว่าฉันนำตัวฉันไปหาประโยชน์”


    เฟิร์สรับรู้ความดุร้ายของมนุษย์ในยุคนี้ดี


    สำหรับเฟิร์สในตอนนี้ เขามีความสามารถที่เหนือกว่าเวเนเตอร์ธรรมดาทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเวเนเตอร์ดาราแดง ยิ่งโลกในตอนนี้มีเวเนเตอร์ระดับดาราน้ำเงินด้วย มันจึงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่เขาจะทำตัวเด่นให้เป็นที่จับตามอง


    ขืนคนอื่นรู้ว่าเขามีความสามารถแบบนั้นขึ้นมา ต่อให้พวกเขาไม่จับตนเองไปใช้แรงงานทาส ก็มีโอกาสที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นสปายจากอบิส ยิ่งในตอนนี้เขาไม่ใช่คนตัวคนเดียว เขายังมีพ่อที่เป็นครอบครัว มันมีวิธีจำนวนมากที่จะข่มขู่เขาให้ทำในสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีต้องการ


    มนุษย์นั้นหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ และศาสตร์แห่งอักขระก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้ในตอนนี้


    ดังนั้นการเก็บรัศมีของตนเองเอาไว้จึงเป็นเรื่องดี หากวันใดที่เขาแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องตนเองและครอบครัวได้ เมื่อถึงวันนั้นมันก็ไม่สายที่จะฉายแสงออกมา


    “ตอนนี้ฉันไม่สามารถหาเงินโดยใช้ทางลัดแบบนั้นได้ สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่ลงเทรดอบิสต่อไปเท่านั้น”


    เฟิร์สตัดความคิดที่จะเปิดเผยความสามารถในการใช้อักขระและมาโฟกัสในสิ่งที่เขาทำได้


    แม้วิธีการนี้จะช้าไปบ้าง แต่มันก็รวดเร็วกว่าเวเนเตอร์คนอื่นแน่นอน ยิ่งเขาในตอนนี้เป็นเพียงเด็กน้อยอายุสิบหกด้วยแล้ว มันยังมีเวลาอีกมากที่จะทำให้เขาเติบโต


    เป้าหมายของเฟิร์สในตอนนี้คือการเข้าไปยังอบิสระดับสีน้ำเงิน ด้วยสถานที่แห่งนั้น เขามั่นใจว่าจะต้องหาวัตถุดิบที่จะปรุงยาให้แม่ของเขาฟื้นตื่นจากการนิทราผลึกใสได้อย่างแน่นอน


    แม้ด้วยการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้และกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการลงเทรดจะห่างไกลจากเป้าหมายอยู่มากก็ตาม


    “เอาล่ะ ฉันควรทดลองวงแหวนอักขระนี้ดูว่ามันจะมีประสิทธิภาพเหมือนกับอีกโลกหนึ่งหรือไม่”


    เฟิร์สได้ทำการปรับเปลี่ยนอักขระเวทย์ให้กลายเป็นอักขระสปีริต นี่จึงทำให้เขาไม่มั่นใจในผลลัพธ์ของมัน อย่างไรก็ตามวงแหวนอักขระนี้มันถูกสร้างขึ้นมาจากอาจารย์ที่ใช้อักขระเวทย์เป็นพื้นฐาน เขาไม่มีทางรู้ผลลัพธ์หากไม่ได้ลองมัน


    เด็กหนุ่มได้นำแกนสปีริตทั้งหมดออกมา เขาเหลือมันเพียงแค่สองร้อยยี่สิบหกชิ้นเท่านั้น เพราะการต่อสู้กับเดม่อนตัวนั้นทำให้เขาผลาญแกนสปีริตไปเป็นจำนวนมาก


    เมื่อคิดถึงตอนนั้นแล้วก็ทำให้เด็กหนุ่มเจ็บปวดใจ


    “ไม่รู้ฉันจะหาแกนสปีริตจำนวนมากขนาดนั้นได้มาอีกเมื่อไหร่”


    ก่อนที่เขาจะทำการบ่มเพาะ สัมผัสอักขระก็ถูกกางออกไปโดยรอบ


    ด้วยการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้สามารถกางสัมผัสออกไปได้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น 


    แต่ถึงอย่างนั้นก่อนหน้านี้เขาก็ได้ทำการสร้างวงแหวนอักขระลวงตาและวงแหวนอักขระป้องกันไว้ที่หน้าถ้ำแล้ว สำหรับวงแหวนอักขระเหล่านี้จะทำให้คนภายนอกไม่สามารถพบเห็นถ้ำนี้ได้ หรือก็ให้บังเอิญเจอก็ไม่สามารถเข้ามาได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีผู้แข็งแกร่งดาราแดงระดับสูงทำลายมัน


    สำหรับเรื่องนี้แม้แต่เก่งกาจก็ยังทำไม่ได้เพราะเขายังเป็นแค่เวเนเตอร์ดาราแดงสองแฉกเท่านั้น


    เฟิร์สแน่ใจว่าในบริเวณนี้ย่อมไม่มีเวเนเตอร์ดาราแดงเช่นนั้นอยู่อย่างแน่นอน


    เด็กหนุ่มโบกมือครั้งหนึ่ง แกนสปีริตในมือก็แยกออกมาเป็นสิบสองกองวางลงในตำแหน่งวงแหวนย่อยที่แก่นหลักของวงแหวนอักขระนี้


    “ฉันใช้แกนสปีริตหนึ่งร้อยก้อนในการบรรลุดาราสองแฉก ด้วยแกนสปีริตจำนวนนี้น่าจะเพียงพอให้ฉันบรรลุอีกขั้นหนึ่ง”


    ว่าแล้วเฟิร์สก็นั่งลงยังใจกลางของวงแหวนอักขระดาวเคลื่อนดาราคล้อย จากนั้นก็โคจรพลังกระตุ้นวงแหวนอักขระทันที


    วึง!


    แสงสว่างสีฟ้าปรากฏขึ้น มันโคจรไปทั้งสิบสองตำแหน่งวงแหวนย่อย จนทำให้ทั่วท้องห้องสว่างไสว


    ไม่นานภาพทุกอย่างก็เปลี่ยนไป วงแหวนอักขระดาวเคลื่อนดาราคล้อยราวกับหายไปจากตรงนั้น 


    รอบด้านให้ความรู้สึกเหมือนนภาที่ว่างเปล่า


    ทว่ามีดวงแสงทั้งสิบสองที่แผ่พลังสปีริตออกมาราวกับจะเป็นดวงดาราสิบสองดวง


    ดาราทั้งสิบสองโคจรยังตำแหน่งของค่ายกล มันค่อยๆ มอบพลังให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่กลางค่ายกล


    พลังของเด็กหนุ่มค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันทั้งหมดพุ่งไปรวมที่จุดสัญลักษณ์ดาราขาวกลางหน้าผาก


    ดาราขาวแฉกที่สามค่อยปรากฏและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498