เมื่อรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเฟยหรงพลันตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ ในตอนแรกแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเื่ราวของพ่อเขานั้นไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ที่ยิ่งใหญ่และเกี่ยวข้องกับทวีประดับสูงและทวีปศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ เห็นทีว่าเขาจะต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งและออกเดินทางเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาเกรงว่าพ่อของเขาเพียงคนเดียวจะไม่สามารถพาแม่ของเขาออกมาได้อย่างแน่นอนเนื่องจากระดับพลังนั้นมันดูต่างกันเกินไป
"ท่านปู่ ข้าตัดสินใจแล้ว นับจากนี้ข้าจะต้องใช้ฝึกฝนพลังและไปตามพ่อกับแม่ของข้ากลับมาอยู่ด้วนกันให้จงได้ ท่านปู่ข้ามีอีกเื่อยากจะถามในเวลานี้ท่านอยู่ในระดับใดกันแน่ขอรับ"เฟยหรงกล่าวถาม
"ไม่ปิดบังเ้าแล้ว ตามจริงข้าอยู่ในระดับประจักษ์แจ้งขั้นต้นแล้วแต่ตอนนี้ข้าปิดผนึกพลังของตนเองให้เหลือเพียงครึ่งก้าวราชันเท่านั้นเนื่องจากในอดีตเพียงอยากเลี้ยงเ้าในที่ๆสงบๆ"เฟยหงกล่าวตามจริงนั่นทำให้เฟยหรงที่ได้ยินพลันพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ และนับจากนี้เขาก็ไม่จำเป็ต้องห่วงเื่ตระกูลอีกต่อไป ขอเพียงเขาให้ตำราระดับนภาสักเล่มสองเล่มตระกูลเฟยนี้ก็จะไม่ถูกใครในทวีปกดขี่ได้อีกแม้แต่ราชวงศ์เพราะจากข่าวสารที่มีอยู่ทั่วไป จักรพรรดิในอาณาจักรนี้มีพลังตบะเพียงครึ่งก้าวนักบุญเพียงเท่านั้น
"หากเป็เช่นนั้นข้าก็หมดห่วงขอรับ ในเวลานี้ข้าขอเพียงประลองและทำพิธีหมั่นหมายและแต่งงานกับเสี่ยวเซียนให้เสร็จสิ้น ข้าจะเริ่มออกเดินทางในทันที"เฟยหรงกล่าวอย่างมาดมั่นทางด้านเฟยหงที่ได้ยินดังนั้นก็พลันพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจแต่เขาก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า
"แม้เ้าจะเป็อัจฉิยะก็ตามทีแต่อย่าประมาทไป อย่าลืมว่าอีกฝ่ายมีระดับเทวะนับร้อยหากเดาไม่ผิดนั่นและมันน่าจะเป็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากเ้าเลือกเส้นทางนั้นแล้วสิ่งที่จำเป็สำหรับเ้าหาใช่มีเพียงความแข็งแกร่งไม่ ดังคำกล่าวที่ว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟหลานจำจำเป็ต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งหนุนหลังไว้ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจะเป็ไปไม่ได้แม้แต่จะเข้าไปหน้าประตูของวังเทพสมทุร"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"เฟยหรงกล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนที่ทั้งสองปุ่หลานจะพูดคุยกันชั่วครู่เดินแยกย้ายกันไป เวลานี้เย้นมากแล้วเป็เป็เวลาที่กู่เทียนหลงนัดฝึกฝนพอดี เฟยหรงในตอนนี้มุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดและเดินเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่อาจจะเสียเวลาได้อีกต่อไปและต้องทำการบ่มเพาะให้เร็วที่สุด เนื่องจากพ่อของเขาในเวลานี้เองก็กำลังจะฝึกตนให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะไปช่วยแม่ของเขาและเขาเองก็้าเป็กำลังให้ดังนั้นมันจึงหลีกเหลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเร่งฝึกฝน
"อาจารย์ ข้าต้องฝึกตนให้เร็วที่สุดเสียแล้วภายในสามปีข้าจะต้องไปให้ถึงนักบุญ"เฟยหรงกล่าวอย่างมาดมั่น คำปฏิญาณนี้เป็ดังกระกาศิตในใจเด็กหนุ่มที่คอยย้ำเตือนตน ยิ่งเขาฝึกฝนเร็วเท่าไรความทุกข์ทรมานในใจของครอบครัวก็ยิ่งถูกคลายได้เร็วเท่านั้นในความคิดของเขา
ส่วนกู่เทียนหลงนั้นเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้เขากลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย การที่เ้าเด็กที่วันๆคิดถึงแต่เื่การหาภรรยาจะเร่งฝึกฝนเช่นนี้เห็นทีจะต้องเป็เื่ใหญ่ในชีวิตเป็แน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ได้กล่าวอะไรและมองไปที่ศิษย์หนุ่มแล้วกล่าว "ตั้งใจฝึกฝนมันก็ดีอยู่ แต่ไม่ควรเร่งรีบจนเกินไปยิ่งเ้าเร่งมากเท่าไรก็จะมีความผิดพลาดตามมาเท่านั้น"
"ข้าทราบดีอาจารย์ การที่ข้าตั้งเป้าหมายเช่นนี้แน่นอนว่ามันย่อมเป็เื่เพ้อฝันสำหรับผู้อื่นแต่สำหรับข้านั้นไม่ใช่ ไหนๆ์ก็ให้โอกาสข้าได้เริ่มใหม่ด้วยพร์อันสูงส่งเช่นนี้แล้วหากไม่ใช่มันให้เกิดประโยชน์เกรงว่าบางทีข้าอาจจะเสียใจในภายหลัง"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น กู่เทียนหลงที่เห็นถึงความมุ่งมั่นก็ไม่กล่าวอะไรอีกต่อไปให้มากความ เขายื่นเม็ดยาสีแดงเพลิงให้กับเฟยหรงและให้เขากลืนเข้าไปและทำการบ่มเพาะในทันที
"เ้าหนุ่มนี่ดูเหมือนจะมีเื่อะไรในใจ ช่างเถอะก็ถือว่าเป็แรงผลักดันก็แล้วกัน"กู่เทียนหลงกล่าวก่อนจะหายไปและทิ้งเฟยหรงเอาไว้กับขวดโอสถจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เขามีสมาธิในการฝึกฝนมากขึ้นนั่นเองและหลังจากนั้นเป็ต้นมาเฟยหรงก็ไม่ได้ออกไปด้านนอกอีกเลยเป็เวลาหนึ่งเดือนเต็มๆและในระหว่างหนึ่งเดือนมานี้ทั้งเฟยหลินกับเฟยเหลี่ยงแม้กระทั้งเสี่ยวเซียนเองก็มาหาเขาบ่อยๆด้วยความเป็ห่วงแต่เฟยหงผู้เป็ปู่ของเขานั้นรู้ดีและไม่ได้ให้พวกเขามารบกานเฟยหรงในเวลานี้และบอกไปว่าเฟยหรงกำลังอยู่ใน่สำคัญของการฝึกฝน
จนในที่สุดเมื่อหนึ่งเดือนผ่านไปเฟยหรงก็เดินออกมาจากการปิดด่านและด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มในเวลานี้เขามีพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ระดับลมปราณของเขาพุ่งขึ้นสูงไปถึงนักรบขั้นห้าด้วยฤทธิ์ยาระดับสามยี่สิบเม็ดที่กู่เทียนหลางทำไว้ให้ ส่วนพลังิญญาของขั้นเองก็ไม่ได้ยิ่งย่อนไปกว่ากันเพราะมันได้มาถึงขั้นแก่นแท้วิญญานแล้วแถมความสามารถในการควบคุมเปลวเพลิงของเขามันยังเหนือชั้นมากกว่าเดินหลายร้อยเท่า หากจะให้เขาสร้างัเพลิงขนาดใหญ่เช่นเมื่อก่อนแน่นอนเฟยหรงในตอนนี้ย่อมทำได้อย่างไม่ยากเย็น
ชายหนุ่มเมื่อออกจากการปิดด่านแล้วเขาก็ไม่รอช้าและเดนิไปยังตำราในทันทีก่อนที่จะนั่งปรับปรุงวิชาทั้งหลายให้ไปถึงระดับปฐีและได้เขียนวิชาบ่มเพาะรวมไปถึงทักษะต่างๆอีกห้าวิชาเพื่อให้เหล่าลูกหลานของตระกูลเฟยได้ฝึกกันและเมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว เฟยงหรงก็พลันเดินกลับไปหาปู่ของเขาที่กำลังนั่งทำงานอยู่
"ท่านปู่ข้าออกจากด่านแล้ว"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหงเองก็พลันลุกขึ้นและมองที่ไปหลานของเขาด้วยความยินดี เมื่อเฟยหรงเข้ามาเขาััได้ถึงความไม่ธรรมดาของหลานชายคนนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นคนเป็ปู่เช่นเขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร
"หรงหรงน้อยของข้าเ้าออกมาได้ทันเวลาพอดี อีกสามวันจะเป็การแข่งขันของเมืองหยวนจิงพอดี"เฟยหงกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงพลันพยักหน้าให้และคุยกับปู่ของเขาพักใหญ่และเดินออกมา
"เห้อ ข้าควรไปหาเสี่ยวเซียนก่อนได้ข่าวว่านางมาหาข้าเกือบทุกวันนางคงจะเป็ห่วงข้ามากแน่ๆ"เฟยหรงบ่นพึมพำเขารีบเดินไปยังคฤหาสน์ของตระกูลเสี่ยวในทันทีเพื่อพบหญิงสาวที่ตนรักไคร่
ในเวลาเดียวกันนี่เอง ในคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ตอนนี้หลี่ไท่หยุนกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะผู้นำตระกูลของผู้นำตระกูลด้วยสีหน้ามืดครึ้มเบื้องหน้าของมันคือเหล่าผุ้อาวุโลของตระกูลที่กำลังนั่งคุกเข่าใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและมีเหงือไหลเย็นทั่วใบหน้า เนื่องจากการหายตัวไปของนายน้อยเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่พร้อมรุ่นเยาว์ที่มีพร์อีกหลายคนที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนยังคงเป็ปริศนาอยู่นั่นเอง
"บัดซบที่สุด!!เื่ลูกข้าหายไปตั้งหนึ่งเดือนเต็มแต่กลับไม่มีข้อมูลอะไรเลย นี่มันบ้างอะไรกันพวกเ้าทำงานกันยังไงไม่ได้เื่!!"หลี่ไท่หยุนกล่าวออกมาด้วยความโกรธ พร้อมด่ากราดเหล่าผุ้าุโเสียยกใหญ่จนพวกเขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"ทะ ท่านผู้นำเราได้เพียงข้อมูลจากรุ่นเยาว์บางคนว่านายน้อยเข้าไปในป่า เป็ไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาจะโดนโจรป่าหรือไม่ก้สัตว์สอูรระดับสูง เอ่อ.........."
"พอไม่ต้องพูดแล้ว!! สั่งคนออกไปค้นหาต่ออยู่ต้องเห็นตัวตายต้องเห็นศพ ส่วนเื่นั้นละผู้นำตระกูลจินว่ายังไงบ้างพวกเขาจะร่วมมือกับเราหรือไม่"
"ขอรับ ผู้นำตระกูลจินบอกว่าจะร่วมมือด้วยขอรับ เริ่มจากพวกเขาจะให้นายน้อยของเขาฆ่านายน้อยของตระกูลเฟยในงานประลองจากนั้นและเมื่อถึงเวลานั้นเ้าแก่เฟยหงลงมือกับพวกเราอย่างแน่นอนรวมไปถึงตระกูลเสี่ยวที่เกี่ยวดองกับมันด้วยและเมื่อถึงตอนนั้นท่านเ้าเมืองก็จะไม่สามารถตำหนิหรือทำอะไรพวกเราได้เนื่องจากเรากล่าวอ้างได้่ว่าเป็แค่การป้องกันตัวขอรับ"
"ดี!! ดีมาก! หลังจากการแข่งขันในครั้งนี้ ตระกูลเฟยกับตระกูลเสี่ยวก็ถึงคราวพินาศสิ้น ฮ่าๆๆๆๆ!"มันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งและสั่งการให้ผู้าุโไปติดสินบนกรรมการและผู้าุโสำนักต่างๆเอาไว้เพื่อไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
"ตระกูลเฟย!! ตระกูลเสี่ยว!!ความอัปยศที่หลานพวกเ้าทำเอาไว้กับตระกูลหลี่ของข้าถึงคราต้องชดใช้"หลี่ไท่หยุนกล่าวพร้อมยกยิ้มอย่างโเี้ แก้วในมือของมันพลันโดนบีบจนแตกละเอียดพร้อมกับมีประกายสายฟ้าอยู่ที่ฝ่ามือ