เสียงฝีเท้าขององครักษ์์ที่ถอยห่างไปท่ามกลางความมืดยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหูของเหวินหลง ร่างของเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น เืสีคล้ำเอ่อออกจากาแที่แขนและสีข้าง หัวใจเต้นแรงราวกับกำลังจะะเิทุกขณะ
“นี่คือราคาของพลัง…หรือว่าเป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น?”
เหวินหลงยกมือขึ้นมองเงาที่ไหลรินตามร่างของตนเอง ราวกับควันสีดำที่มีชีวิต มันสั่นไหว กระเพื่อม และมีเสียงกระซิบที่เขาไม่ได้ยินจากหู แต่ดังขึ้นในจิตใจ
“เื… พลังชีวิต… จงมอบมาให้ ข้าจะฉีกฟ้าเป็สองส่วน!”
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและหิวกระหาย เหวินหลงกัดฟันแน่น เขารู้สึกได้ว่าไม่ใช่เพียงเขาที่ควบคุมเงา แต่เงาเองก็กำลัง กลืนกินและควบคุมเขา เช่นกัน
รอบกายเขา ความมืดพวยพุ่งออกมาโดยไม่อาจห้ามได้ เงาแผ่ขยายไปทั่วป่ารกร้าง เถาวัลย์และต้นไม้ที่ถูกกลืนหายไปในความมืด แห้งเหี่ยวลงราวกับถูกสูบพลังชีวิตในพริบตา
เหวินหลงทรุดลงกับเข่า เืจากจมูกและปากไหลไม่หยุด ร่างกายสั่นเทาเหมือนจะฉีกขาดเป็ชิ้น ๆ แต่สายตาของเขากลับยังคงดุจเปลวเพลิง
“หากนี่คือเส้นทางแห่งเงา ข้าก็จะก้าวต่อไป แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม…!”
ทันใดนั้น—เงาเื้ัเขาก่อตัวขึ้นเป็ร่างสูงใหญ่กว่าตัวเขาสองเท่า ราวกับ เงาอสูรโบราณ ที่มีดวงตาสีเื มันแหงนหน้าคำรามไปยังฟ้า เสียงสะท้านะเืดินฟ้า กระทั่งแม้แต่องครักษ์์ที่ล่าถอยไปยังหันกลับมามองด้วยแววตาตกตะลึง
ในชั่วขณะนั้น เหวินหลงรับรู้ว่า—เขา ไม่ได้อยู่เพียงลำพังในร่างของตัวเอง เงาที่เขาได้รับ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่คือ “ตัวตนอีกสิ่งหนึ่ง” ที่กำลังดิ้นรนจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
ความเ็ปแล่นพล่านไปทั้งร่าง ทุกเส้นเืบวมเป่ง เขาแทบจะขาดใจ แต่ภายในสายตากลับฉายประกายเย็นเยียบ
“ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ…” เหวินหลงพึมพำ เสียงสั่นเครือ “เงานี้…จะเป็ของข้า ไม่ใช่ข้าที่เป็ของมัน”
และด้วยคำพูดนั้น เงาอสูรเื้ัพลันสั่นสะท้าน ก่อนจะค่อย ๆ สลายหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าและร่างกายที่บอบช้ำแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
เขาล้มลงกับพื้น หายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษ แต่ในหัวใจกลับคุกรุ่นไปด้วยเพลิงแห่งการท้าทาย
“องครักษ์์… พวกเ้าจะเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
เงาที่เหลืออยู่เบาบางราวควัน สั่นไหวเื้ัเขา ราวกับยอมสยบ… แต่ลึก ๆ แล้ว มันยังคงรอคอยเวลา ที่จะกลืนกินเขาอย่างสิ้นเชิง