‘หลินถิงถิง’ ตื่นมาเพราะเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังอยู่นอกห้อง รอบตัวเป็ห้องที่ผนังฉาบด้วยดินเหนียว เครื่องนอนเก่าโทรมเหลือแสน ขณะที่เปิดผ้าห่มขึ้นหมายจะลุกจากเตียงก็สังเกตเห็นข้อมือขาวซีดมีแต่หนังหุ้มกระดูก ส่ายมือไปมาถึงได้รู้ว่านี่คือมือของตนเอง
หลินถิงถิง ยกมืิอทั้งสองข้างขึ้นประคบไว้ที่หน้าของตัวเองก็ได้แต่ปล่อยมือลงช้าๆ ร่างกายนี้ผ่ายผอมเสียจริง ขณะที่คิดอะไรอยู่นั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก
“แม่ตื่นแล้วเหรอ แม่ไปทำงานไหวไหม แม่นอนต่อไม่ได้แล้วนะ ไม่งั้นย่าจะไม่ให้แม่กินข้าว”
“เ้าเป็ใคร?”
“แม่!!! นี่แม่จำผมไม่ได้แล้วหรือ ผมหวังอี้เฉินลูกชายของแม่ยังไงล่ะ"
“อี้เฉินหรือ” หลินถิงถิงเริ่มมีความทรงจำของร่างเดิมปรากฏขึ้น
หลินถิงถิงคนเก่า แต่งงานกับ ‘หวังอี้ฉือ’ ลูกชายคนรองของตระกูลหวัง มีลูกด้วยกันสองคน คือ ‘หวังอี้เฉิน’ ลูกชายอายุ 5 ขวบ และ ‘หวังอิงอิง’ ลูกสาวอายุอายุ 4 ขวบ แต่ความเป็อยู่ของครอบครัวสายรองนี้เทียบไม่ได้กับครอบครัวสายหลักเอาเสียเลย
หวังอี้ฉือ หลินถิงถิง หวังอี้เฉิน และแม้แต่หวังอิงอิง ครอบครัวสายรองทำงานหนักอยู่ในไร่มากกว่าครอบครัวสายหลักและครอบครัวสายสาม แต่ไม่ต้องบอกเลยว่าครอบครัวสายหลักและครอบครัวสายสามแทบจะไม่ทำประโยชน์ใดๆ ในบ้านเลยเสียด้วยซ้ำ แต่ความเป็อยู่กลับดีกว่าใครอย่างไม่น่าเชื่อ
เหตุที่หลินถิงถิงสลบหรือก็คือตายไปในวันนี้ก็เพราะทำงานหนักจนร่างกายทนไม่ไหว หวังอี้ฉือสามีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภรรยาของตัวเองสิ้นลมหายใจไปแล้ว
“อี้เฉิน แม่สลบไปนานเท่าไหร่”
“ั้แ่เที่ยงแล้ว แม่รีบลุกขึ้นไปทำงานในไร่กับพ่อเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้แม่จะไม่ได้กินข้าวอีกนะ”
“อี้เฉิน แม่รู้สึกว่าลูกจะพูดจาไม่เพราะเลย”
“แม่เป็อะไรไป แม่อยากให้ผมพูดครับหรือ”
“ใช่”
“ผมไม่พูด ผมจะพูดอย่างเดิมนี้ล่ะ”
“ถ้าแม่สัญญาว่าต่อไปถ้าลูกพูดจาดีๆ พูดเพราะๆ แม่จะหาของอร่อยมาให้ลูกกิน ลูกจะยอมไหม”
“ถ้าแม่สัญญา ผมก็ทำได้"
“ถ้าอย่างนั้นลูกก็รอดู แต่ลูกต้องจำคำสัญญานี้ไว้ให้ได้ด้วยนะ ไป…เราไปช่วยงานพ่อในไร่กันเถอะ”
สองแม่ลูกออกจากห้องก็พบสะใภ้ใหญ่ร่างกายอ้วนท้วนและสะใภ้สามมองดูแล้วน่าจะท้องได้ประมาณห้าเดือนนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่ที่โต๊ะกลางลานบ้าน
“สะใภ้รอง เธอไม่ได้ไปทำงานในไร่หรอกหรือ นี่อย่าบอกนะว่าเธอนอนอยู่ในห้องตลอดไม่ได้ไปไหน” สะใภ้ใหญ่ถามเสียงดัง
“พี่สะใภ้รอง พี่ระวังนะคะ ถ้าพี่ยังทำตัวี้เีอยู่อย่างนี้ คุณแม่จะไม่ให้พี่กินข้าว” สะใภ้สามพูดเสริมช้าๆ
“ฉันไม่สบายน่ะค่ะ นี่ก็กำลังจะออกไปช่วยงานพี่อี้ฉือที่ไร่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ตลอดทางหลินถิงถิงได้แต่นึกทอดถอนใจ ชาติที่แล้วเธอเกิดมาฐานะยากจนก็จริง แต่ก็ไม่เคยต้องอดข้าวจนร่างกายผ่ายผอมถึงเพียงนี้ ดูจากการปฏิบัติตัวของสะใภ้ทั้งสองคนแล้วก็พอจะเดาออกเลยว่าแม่สามีจะร้ายกาจขนาดไหน
“แม่ ถึงไร่แล้ว แม่ทำไหวไหม ถ้าไม่ไหวผมจะไปบอกพ่อว่าให้แม่ไปเก็บผักป่ากับผมแทน” หวังอี้เฉินบอกกับเธอ ความจริงแล้วหวังอี้เฉินเป็เด็กดีและฉลาดมาก แต่เพราะเกิดมาเป็ลูกของบ้านสายรอง จึงไม่ได้รับความโปรดปรานจากปู่และย่าสักเท่าไหร่
“แม่ยังรู้สึกไม่สบายอยู่น่ะ เราไปบอกพ่อกันเถอะ” หลินถิงถิงยังรู้สึกเวียนหัวอยู่จริงๆ เธอจึงยอมรับข้อเสนอของลูกชาย