หนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งซึ่งถูกเขียนั้แ่ก่อนจะมีการปฏิวัติอังกฤษ ปี ค.ศ. 1688 ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในหอสมุดแห่งหนึ่งในเมือง Marche ประเทศอิตาลี หน้าปกทำจากหนังสัตว์สีน้ำตาล สภาพชำรุดตามกาลเวลา ภายในบรรจุเื่ราวมากมายของอิตาลีใน่เวลานั้นเอาไว้ รวมถึงคำบอกเล่าต่างๆจากผู้คนมากมาย
ในหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ได้บันทึกคำทำนายของนักบุญผู้ศรัทธาต่อพระเ้าอย่างแรงกล้าคนหนึ่งเอาไว้ โดยบางส่วนของคำบอกเล่านั้นเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เก่าแก่หนึ่งของอิตาลี เกี่ยวกับชะตากรรมอันโหดร้ายของทายาทผู้เกิดมาพร้อมกับเส้นผมสีทอง แม้จะเกิดมามีทุกสิ่งอย่าง แต่กลับมีเหตุให้เสียไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้
.
.
.
หยดน้ำฝนต้อนรับฤดูใบไม้ผลิตกกระทบชายหลังคาระเบียง เสียงสะท้อนเข้ามาถึงห้องนอนสีครีมซึ่งจัดแต่งให้ทันสมัยตามกาลเวลาแต่คงความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมเมื่อหลายร้อยปีก่อนไว้ เปรียบดั่งเสียงบรรเลงดนตรี กล่อมให้เ้าของห้องยังคงหลับสนิท
สาวใช้ผู้หนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะรวบผ้าม่านสีชมพูอ่อนเก็บอย่างเรียบร้อย เป็หน้าที่ของเธอที่ต้องทำทุกวัน
“ เ้าหญิงคะ ตื่นได้แล้วค่ะ ” เธอส่งเสียงปลุกเด็กสาวที่กำลังนอนขดตัวในผ้าห่มหนาเพราะความเย็นจากอากาศภายนอก
“ อีก 5 นาที ” เสียงหวานใสเอ่ยเบา ยังคงนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เธอรักการนอนที่คลอไปด้วยเสียงฝน ให้อยู่บนเตียงอย่างนี้ทั้งวันก็ทำได้
สาวใช้ลำบากใจเล็กน้อยเนื่องจากเธอได้รับคำสั่งโดยตรงจากราชินีให้มาปลุกคนที่เป็เ้าหญิง
“ องค์ราชินีเรียกพบแล้วนะคะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะค่ะ ”
เ้าหญิงจำใจต้องดึงผ้าห่มลงมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาสีทองพยายามปรับโฟกัส มือเล็กขยี้เส้นผมสีทองหยักศกดั่งแพรไหมเรียกสติ
“ มีเื่อะไรแต่เช้า? ” เธอลุกขึ้นจากเตียง มองดูสาวใช้พับผ้าห่มและจัดเก็บที่นอน
“ ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ” ผู้ด้อยกว่ายื่นชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดให้เ้านาย ก่อนจะย่อตัวลงคำนับแล้วเดินออกจากห้องไป
เด็กสาวที่ถูกเรียกว่าเ้าหญิงหรือที่รู้จักกันในนาม เ้าหญิงแคนดี้ มกุฎราชกุมารีราชวงศ์ราโกเน่ที่ 35 แห่งราชอาณาจักรโรสริส บุตรสาวเพียงคนเดียวของาาอเดลเบลและราชินีสวีทตี้
ร่างเล็กถอดชุดนอนผ้าซาตินออกแล้วใส่ชุดคลุมอาบน้ำแทน เดินออกมาจากห้องก็มีสาวใช้อีกสองคนรออยู่แล้ว เ้าหญิงยื่นชุดนอนให้สาวใช้คนใดคนหนึ่งก่อนจะเดินนำทั้งหมดไปที่ห้องอาบน้ำฝั่งขวา
น้ำแร่อุณหภูมิอุ่นพอดีถูกเตรียมในอ่างหินอ่อนสีขาวทรงกลมกว้างเท่าสระว่ายน้ำขนาดย่อมๆ นี่เป็สถานที่เดียวในพระราชวังที่ยังคงถูกบูรณะในรูปแบบเดิมเหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน
เ้าหญิงเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ติดกันเพื่ออาบน้ำก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยออกมาลงแช่ในอ่างโดยมีสาวใช้คอยขัดผิวขาวให้ผ่องอยู่เสมอพร้อมสระผมสีทองหยักศกยาวเกินเข่าให้อย่างบรรจง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสาวใช้ก็เช็ดตัวให้เธอพร้อมกับพันผ้าขนหนูรอบศีรษะเพื่อกันน้ำหยดลงพื้นและใส่ชุดคลุมอาบน้ำผืนใหม่ให้เพื่อกลับเข้าไปแต่งตัวในห้อง
เธอเลือกใส่ชุดกระโปรงสีขาวมีลูกไม้ซ้อนเป็ชั้นและบำรุงผิวด้วยเครื่องประทินผิวที่ทำจากธรรมชาติพร้อมกับแต่งหน้าอ่อนๆด้วยการทาแป้ง ปัดแก้มและทาลิปสีชมพู ในขณะที่มีช่างทำผมประจำตัวคอยเป่าผมเธอให้แห้งและบำรุงพร้อมหวีจัดทรงให้สวยงาม
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอจึงเดินออกจากห้อง ลงบันไดที่ใกล้ที่สุดเพื่อไปห้องสำหรับทานอาหารเช้าที่อยู่ชั้นหนึ่ง องค์ราชินีสวีทตี้นั่งรอลูกสาวของตนที่โต๊ะไม้ทรงกลมอย่างดีขนาดหกที่นั่ง ท่านละสายตาจากหนังสือพิมพ์ทันทีที่เห็นเ้าหญิงแคนดี้เดินมา
“ อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านแม่ ” เ้าหญิงเดินไปหอมแก้มคนเป็แม่สองทีขวาซ้าย ก่อนจะเดินมานั่งตรงข้าม อาหารเช้าที่ล้วนแต่เป็ของโปรดของเธอทยอยมาเสิร์ฟ เริ่มต้นวันด้วยน้ำมะเขือเทศกับขนมปังโฮลวีท ไข่ดาวน้ำและปลาแซลมอนย่าง
“ ตอนนี้สิบโมงแล้วที่รัก ” ราชินีสวีทตี้ส่งยิ้มเอ็นดูให้ลูกสาว อีกฝ่ายหัวเราะ มองเ้าของเส้นผมสีเทาหยักศกยาวอย่างอารมณ์ดี
“ ว่าแต่ท่านแม่มีเื่อะไรคะ? ”
“ หลังจากที่ลูกเรียนที่วังมาโดยตลอดั้แ่เด็ก แม่จึงคิดว่าต่อจากนี้ลูกควรจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาด้วยการไปโรงเรียน ” ดวงตาสีมรกตอ่อนโยนของผู้เป็แม่มองลูกสาวที่ตอนนี้ทำหน้าใเต็มที่
“ ท่านแม่จะให้หนูไปโรงเรียนเหรอคะ? ” เธอถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ
“ ใช่จ้ะ เริ่มเทอมสองปลายเดือนนี้เลย พร้อมกับปิดบังฐานะด้วย ลูกจะได้ัักับชีวิตนักเรียนมอปลายเหมือนเด็กคนอื่นๆ ” องค์ราชินียื่นเอกสารหลายฉบับให้เ้าหญิง คนรับกวาดตามองผ่านๆก็พบว่ามันคือกำหนดการพร้อมกับรายละเอียดทั้งหมดของโรงเรียน
“ ทำไมรีบร้อนจังค่ะ รออีกเจ็ดเดือนแล้วเริ่มเรียนั้แ่เทอมหนึ่งไม่ดีกว่าหรือคะ ? ”
“ แม่ไม่อยากให้ลูกจบช้ากว่าอายุจริงน่ะ แม่คุยกับผู้อำนวยการแล้ว พื้นฐานของลูกในตอนนี้เรียนผ่านได้สบาย ไม่ต้องกังวลนะ มีอะไรปรึกษาผู้อำนวยการได้เลย เขารู้ว่าลูกเป็เ้าหญิง โชคดีนะจ๊ะสาวน้อย ”
ท่านดื่มกาแฟหยดสุดท้ายก่อนจะเช็ดปาก ลุกขึ้นหอมหน้าผากลูกสาวและเดินออกไปพร้อมกับราชองครักษ์สองคน เ้าหญิงมองเสื้อสูทสีครีมที่เข้ากับกระโปรงทรงเอดูกระฉับกระเฉงเหมาะแก่การทำงานนอกสถานที่จนสุดสายตา เธอยังใไม่หาย มีแต่คำถามเต็มไปหมด
เมื่อผู้เป็แม่พ้นสายตาไป เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือข้างตัวโทรหาใครบางคนทันที
“ สวัสดีค่ะ ติดต่อเื่อะไรคะ? ” เสียงผู้หญิงพูดขึ้นอย่างเป็ทางการ เ้าหญิงแคนดี้ยังอ้ำอึ้งอยู่ด้วยความใ ก่อนจะตั้งสติแล้วเข้าประเด็นสำคัญทันที
“ ขอสายาาอเดลเบล ” เธอตอบน้ำเสียงราบเรียบพยายามข่มความร้อนรนไว้ในใจ
“ จากใครคะ? ”
“ เ้าหญิงแคนดี้ ” เป็ฝ่ายตรงข้ามที่เงียบไปก่อนจะตอบกลับด้วยความลนลาน
“ ขะ...ขอประทานอภัยค่ะเ้าหญิง จะโอนสายให้ท่านาาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ” คนตัวเล็กถือสายรอไม่ถึงครึ่งนาทีเสียงที่เธอคิดถึงก็ดังขึ้น
“ ว่าไง ลูกกวาดน้อยของพ่อ ” เสียงผู้ชายวัยกลางคนนุ่มลึกทักทายด้วยความเอ็นดู
“ ท่านพ่ออออออออ ” เ้าหญิงอ้อนขึ้นมาโดยไม่อายสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้วย
“ ท่านแม่จะให้หนูไปโรงเรียน แล้วต้องเข้าั้แ่เทอมสองของปีนี้ แล้วก็ให้หนูใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาด้วยอ่ะ ” เธอระบายยาวด้วยความใปนไม่พอใจ แทนที่อีกฝ่ายจะใไปด้วย เธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะแทน
“ อย่าบอกว่าท่านพ่อก็รู้เื่นะ ” น้ำเสียงที่มีความงอนผสมอยู่ทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นในสายตาของผู้เป็พ่ออีกหลายระดับ
“ พ่อเป็คนบอกให้แม่จัดการเองแหละ ” คำตอบจากผู้เป็พ่อทำให้เธอใหนักกว่าเดิม
“ ทำไมคะ? หนูอยู่ในวังไม่ดีตรงไหน อาจารย์ที่ท่านพ่อท่านแม่จ้างมาก็เก่งระดับแนวหน้า แล้วทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย จบช้าไปแค่ปีเดียวไม่ใช่เื่ใหญ่ขนาดนั้นหรอกนะคะ ”
“ เอาหน่า ถึงเวลาลูกจะเข้าใจเอง นะ? เชื่อพ่อกับแม่สักครั้งนะ ” เจอเขาพูดแบบนี้เธอก็ไม่กล้าเถียงอะไรต่อ ในชีวิตมีไม่กี่ครั้งที่ท่านาาจะบังคับแสดงว่าต้องเป็เื่สำคัญ เธอจึงไม่ขัดอะไรอีก
“ ก็ได้ค่ะ ” เธอตอบกลับเสียงเบา ก่อนจะพูดคุยกับผู้เป็พ่อต่ออีกนิดหน่อยค่อยวางสาย ทั้งสองไม่ได้เจอกันสักพักใหญ่แล้วเนื่องด้วยภารกิจที่ท่านาาต้องไปอยู่ที่ญี่ปุ่น
อาหารเช้าที่วางอยู่ตรงหน้าถูกกินไปไม่ถึงครึ่ง เ้าหญิงนั่งนิ่งในหัวคิดไปสารพัด
“ เ้าหญิงคะ? ” เธอสะดุ้งเพราะเสียงเรียก หันมองต้นเสียงรอฟังอีกฝ่ายพูด
“ อาจารย์ฟาวดิโอ้รอที่ห้องสมุดแล้วนะคะ ” เ้าหญิงพยักหน้ารับ ก่อนจะดื่มน้ำให้หมดแก้วแล้วเดินไปห้องสมุด
จากห้องอาหารเช้าเดินผ่านโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมอย่างดี ผ่านห้องดนตรี และผ่านโถงทางเดินนอกอาคาร เ้าหญิงแคนดี้เดินมาพร้อมสมุดกับกล่องเครื่องเขียน เธอหันมองเหล่าต้นไม้ใหญ่ผลัดใบทีละใบช้าๆ แล้วค่อยเคาะประตูห้องสมุดที่ทำจากไม้อย่างดี
“ สวัสดีค่ะอาจารย์ ” เธอพยักหน้าให้ผู้ชายที่ยืนอยู่หน้ากระดานดำ ถึงจะถูกเรียกว่าอาจารย์แต่ผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่อายุเพียงยี่สิบปลายเท่านั้น เขาคือฟาวดิโอ้ ผู้ที่รู้ประวัติศาสตร์ตะวันตกอย่างถ่องแท้จนถูกทาบทามให้มาเป็อาจารย์ของเ้าหญิงแคนดี้
“ สวัสดีครับ ” เขาคุกเข่าลงทำความเคารพคนที่เดินมา แล้วจึงยืนขึ้นรับสมุดการบ้านของเ้าหญิงมาตรวจ
“ เก่งมาก สมกับเป็ศิษย์เอกของผมจริงๆ ” เขายิ้มให้ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนดูอ่อนโยนยิ่งยิ้มก็ยิ่งดูอ่อนโยน เธอไม่ยิ้มตอบ ได้แต่ก้มหน้ามองโต๊ะแล้วพูดขึ้นเบาๆ
“ ฉันจะไม่ได้เป็ศิษย์เอกของคุณแล้ว ฉันต้องไปโรงเรียน ” ทั้งห้องเงียบไป ฟาวดิโอ้ใก่อนจะกลับมาแย้มยิ้มอีกครั้ง
“ โรงเรียนไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับ งั้นวันนี้ผมจะเล่าเหตุการณ์พิเศษๆที่อาจารย์ปกติไม่พูดถึงในโรงเรียนให้ฟังละกัน ตกลงไหม ? ” คำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายร่าเริงขึ้นและการเรียนการสอนก็ดำเนินไปเหมือนอย่างที่ผ่านมา