“ท่านพ่อเป็อะไรไปหรือเ้าคะ ข้าเห็นท่านนั่งหน้าเครียดอยู่นานแล้ว” หยินอินถามบิดา “หรือว่าเกี่ยวกับคนที่มาหาท่านเมื่อครู่นี้ เขาเป็ผู้ใดหรือเ้าคะ”
“อินเอ๋อ เ้าคงเคยได้ยินเื่ของเสียนอ๋องมาบ้าง เ้าคิดว่าเขาเป็คนเช่นไร” เถียนอู้ถามบุตรสาว
“เสียนอ๋องหรือเ้าคะ?” หยินอินทำท่านึก “ในบรรดาองค์ชายทั้งหกพระองค์ ดูเหมือนเขามีโอกาสที่จะได้เป็รัชทายาทมากที่สุดเพราะเขาเป็โอรสเพียงองค์เดียวที่เกิดจากเสียนกุ้ยเฟย ใครๆ ต่างก็รู้กันดีว่าฝ่าาโปรดปรานเสียนกุ้ยเฟยเป็อย่างมาก แต่น่าเสียดายที่เกิดเื่ขึ้นกับสกุลซูเสียก่อน ไม่เช่นนั้นป่านนี้เขาคงได้รับการแต่งตั้งให้เป็รัชทายาทไปแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าสนใจในตำแหน่งรัชทายาทของเขารึ”
“หากเสียนอ๋องได้ขึ้นเป็รัชทายาท ในอนาคตเขาก็จะได้ขึ้นเป็ฮ่องเต้ไม่ใช่หรือเ้าคะ หากข้าได้เป็สตรีของเขาก็จะไม่มีผู้ใดกล้ามาเรียกข้าว่าบุตรนอกสมรส และข้าก็ไม่ต้องทนอาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ แคบๆ เพื่อหลบซ่อนตัวเช่นนี้” หยินอินยิ้มอย่างวาดฝัน “ข้าบังเอิญได้พบเสียนอ๋องอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าพระพักตร์ที่หล่อเหลาของเขาทำให้ข้าแอบเก็บมาฝันอยู่ตั้งหลายคืน หากข้าไม่ใช่บุตรนอกสมรสแต่เป็บุตรของโหราจารย์เถียนอู้ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าคงขอให้ท่านพ่อส่งเสริมให้ข้าแต่งงานกับเขาไปแล้วเ้าค่ะ”
“เป็ความผิดของพ่อเองที่ทำให้เ้าต้องเกิดมาในสถานะเช่นนี้” เถียนอู้มองบุตรสาวอย่างรู้สึกผิด
เมื่อครั้งที่เถียนอู้เพิ่งได้รับคัดเลือกให้เข้ามาทำงานในสำนักโหราศาสตร์ ด้วยความที่เขาเป็คนพูดน้อยและไม่ค่อยรู้จักผู้คนในวังหลวงมากนัก เขาจึงไม่รู้ว่าสตรีที่มักจะมาดูดาวที่หอดูดาวกับเขานั้นเป็สตรีที่กำลังจะถูกส่งขึ้นถวายตัวให้ฮ่องเต้พระองค์ก่อน
เขาคิดว่านางเป็เพียงนางกำนัลที่สนใจในวิชาโหราศาสตร์เท่านั้น ทุกค่ำคืนที่ได้ดูดาวด้วยกัน ทำให้เขากับนางตกหลุมรักและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จนกระทั่งนางตั้งครรภ์ นางถึงบอกความจริงกับเขาว่าแท้จริงแล้วนางคือสตรีของฝ่าา
เวลานั้นเถียนอู้ทั้งใและเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก การที่เขาแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสตรีของฝ่าานั้นมีโทษถึงปะา ไม่เพียงแต่ชีวิตของเขา แต่คนทั้งครอบครัวต้องถูกปะาไปด้วย
เถียนอู้กับหญิงคนรักจึงตัดสินใจทำเื่ใหญ่ด้วยการแสร้งนำคำทำนายเกี่ยวกับการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อาจคร่าชีวิตราษฎรนับแสนคนขึ้นทูลต่อฝ่าา
ฝ่าาที่เวลานั้นเพิ่งพาราษฎรผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งมาได้ไม่กี่ปี หากคราวนี้เกิดอุทกภัยขึ้นมาอีก แคว้นต้าสุ่ยคงถึงคราวจบสิ้น แต่ในฐานะกษัตริย์ พระองค์จะยอมให้แคว้นล่มสลายไปได้อย่างไร
เมื่อเห็นฝ่าาเริ่มร้อนใจ เถียนอู้กับหญิงคนรักจึงเริ่มแผนขั้นต่อไป นั่นก็คือเถียนอู้ได้เสนอให้ทำพิธีบูชายัญเพื่อขอขมาเทพเ้าแห่งสายน้ำ เพราะอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นเป็ผลมาจากเทพเ้าสายแห่งสายน้ำไม่พอใจที่ราชสำนักละเลยพิธีบวงสรวงสายน้ำหลักของแคว้นมานานหลายปี และสตรีที่เหมาะสมที่จะนำมาเป็เครื่องบูชายัญก็คือหญิงคนรักของเถียนอู้นั่นเอง
ไม่ใช่ว่าเถียนอู้เป็คนใจดำและขี้ขลาดที่ยอมละทิ้งหญิงคนรัก แต่เป็สตรีผู้นั้นที่ยืนกรานว่านางจะยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องสามีและลูกในท้อง รวมถึงญาติพี่น้องของทั้งสองตระกูล ยอมสละชีวิตนางคนเดียวแลกกับชีวิตของคนนับสิบนับร้อยย่อมคุ้มค่า และสตรีผู้นั้นยังขอให้เถียนอู้ดูแลลูกที่กำลังจะเกิดมาให้ดี เมื่อนึกถึงภาพรวมทั้งหมด เถียนอู้จึงจำใจต้องทำตามคำของหญิงคนรัก
แม้ฝ่าาจะเสียดายสตรีผู้นั้นอยู่บ้างแต่เพื่อให้ราษฎรนับแสนคนพ้นจากอุทกภัยใหญ่ พระองค์จึงเห็นด้วยกับวิธีนี้ในทันที และพระองค์ก็ได้มอบหมายให้เถียนอู้เป็ผู้ดำเนินการเื่นี้ทั้งหมด
เมื่อได้รับมอบหมาย เถียนอู้จึงคำนวณวันที่เหมาะสมกับการบูชายัญ และก่อนที่จะถึงวันบูชายัญ สตรีผู้นั้นต้องเก็บตัวอยู่ในถ้ำบนูเาเพื่อทำกายใจให้บริสุทธิ์ ห้ามไม่ให้นางพบปะกับผู้ใดเป็อันขาด มีเพียงเถียนอู้ผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถนำอาหารไปส่งให้นางได้
เพื่อลดความสงสัยจากทุกคน เถียนอู้จึงกล่าวคำสาบานต่อหน้าฝ่าาและโหราจารย์ทุกคนว่าเพื่อให้แคว้นต้าสุ่ยปลอดภัยจากอุทกภัยใหญ่ในครั้งนี้ นอกจากการบูชายัญสตรี เถียนอู้จะถือศีล งดเว้นการกินเนื้อสัตว์ และจะรักษาพรหมจรรย์ไปชั่วชีวิตเพื่อมอบเป็กุศลให้กับเทพเ้าแห่งสายน้ำ หากผิดคำสาบาน ขอให้เทพเ้าทุกชั้นฟ้าลงโทษไม่ให้เขาได้ตายดี ดังนั้นต่อให้เถียนอู้จะเป็บุรุษเพียงคนเดียวที่ได้ไปมาหาสู่กับสตรีผู้นั้นก็ไม่มีผู้ใดสงสัยในตัวเขา
ที่เถียนอู้กล้าสาบานเพราะคิดไว้แล้วว่าระหว่างที่หญิงคนรักตั้งครรภ์เขาจะไม่แตะต้องนางเพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง เมื่อนางคลอดและเสร็จสิ้นพิธีบูชายัญ ตลอดชีวิตนี้เขาจะไม่มีสัมพันธ์กับหญิงอื่นอีก นางจะเป็ภรรยาเพียงคนเดียวของเขา
จนกระทั่งหญิงผู้นั้นคลอดหยินอินออกมา เถียนอู้ก็เริ่มพิธีบูชายัญ และแคว้นต้าสุ่ยก็ไม่เคยเกิดอุทกภัยขึ้นเลยตลอดรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อน ดังนั้นก่อนที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงได้แต่งตั้งให้เถียนอู้เป็โหราจารย์อย่างเป็ทางการ และให้เขาดำรงตำแหน่งเป็หัวหน้าสำนักโหราศาสตร์หลวงั้แ่นั้น
ด้วยความที่เถียนอู้เคยประกาศไว้ว่าเขาจะถือศีลและรักษาพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต แม้เขาจะบอกกับทุกคนว่าหยินอินเป็บุตรบุญธรรมที่เขารับมาเลี้ยง แต่เพราะหน้าตาของหยินอินเหมือนกับเขาอย่างกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ข่าวลือที่ว่าหยินอินเป็บุตรนอกสมรสของเขาจึงกระจายออกไปทั่ว
คนในสำนักโหราศาสตร์หลวงเคยนึกไปถึงสตรีบูชายัญผู้นั้นว่าแท้จริงแล้วหยินอินอาจเป็บุตรของเถียนอู้กับสตรีผู้นั้นก็เป็ได้ แต่ติดที่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นใบหน้าของสตรีนางนั้นมาก่อน อีกทั้งสตรีบูชายัญนางนั้นเคยเป็สตรีของอดีตฮ่องเต้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าสืบหาความจริงเกี่ยวกับเื่นี้อีก
เถียนอู้จึงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าสำนักโหราศาสตร์หลวงอย่างมั่นคง เขาเลือกที่จะเงียบและไม่อธิบายเกี่ยวกับชาติกำเนิดของหยินอิน เพราะคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็จะลืมเื่นี้ไปเอง แต่เขากลับคิดผิด เพราะแม้ข่าวลือของเขากับสตรีบูชายัญจะเงียบไป แต่หยินอินก็ถูกผู้คนจดจำในฐานะของบุตรนอกสมรสไปแล้ว ทำให้เวลานี้ไม่ว่านางจะออกไปที่ใดก็ไม่มีใครต้อนรับ แม้แต่สำนักศึกษาหญิงทุกแห่งยังปฏิเสธที่จะรับนางเข้าเรียน ด้วยเกรงว่าสถานะของนางจะทำให้บัณฑิตหญิงในสำนักไม่พอใจ
หยินอินเห็นสีหน้าของบิดาก็ยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ “ท่านพ่ออย่าได้เสียใจหรือเศร้าใจกับข้าเลยเ้าค่ะ ไม่ว่าสถานะของข้าจะเป็อย่างไร แต่ข้ารู้ดีว่าข้าเกิดมาจากความรักของท่านกับท่านแม่ เท่านี้ข้าก็พอใจแล้วเ้าค่ะ”
เถียนอู้ลูบผมบุตรสาวอย่างเอ็นดู “มีเ้าเป็บุตรนับว่าเป็บุญของพ่อ จะมีบิดาคนใดให้กำเนิดบุตรสาวที่กตัญญเช่นเ้ากัน”
หยินอินซบใบหน้าลงบนฝ่ามือของบิดา “ท่านพ่อ ท่านถามเื่เสียนอ๋องกับข้าทำไมหรือเ้าคะ”
เถียนอู้ยังคงลูบผมบุตรสาว “หากพ่อบอกว่าพ่อสามารถทำให้เ้าเข้าไปเป็ชายาเสียนอ๋องได้เล่า เ้าจะว่าอย่างไร”
หยินอินลุกขึ้นนั่ง “ท่านไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่”
เถียนอู้ยิ้มให้บุตรสาว “พ่อจะโกหกเ้าไปทำไม”
หยินอินยิ้มหน้าแดง “ข้า...ข้าอยากเป็ชายาเสียนอ๋องเ้าค่ะ”
“หากเ้าอยากเป็ พ่อก็จะทำให้เ้าได้เป็” เถียนอู้รับปาก
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ” หยินอินกอดบิดาแต่รอยยิ้มของนางกลับเปลี่ยนไป ‘เมื่อข้าได้เป็ชายาเสียนอ๋อง คนแรกที่ข้าจะคิดบัญชีก็คือเ้า หากไม่ใช่เพราะเ้ากับหญิงชั่วคนนั้นลักลอบได้เสียจนทำให้ข้าเกิดมา ข้าคงไม่ต้องถูกผู้คนตราหน้าว่าบุตรนอกสมรสและไม่ต้องมาใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ และอีกคนหนึ่งที่ข้าจะต้องจัดการก็คือซูหยุนหราน หากไม่ใช่เพราะนังสารเลวซูหยุนหรานที่ไปแกล้งตกน้ำต่อหน้าเสียนอ๋อง ตอนนั้นคงเป็ข้าที่ตกลงไปและเสียนอ๋องก็จะเป็คนลงไปช่วยข้าขึ้นมา แล้วข้าก็คงได้แต่งเข้าจวนเสียนอ๋องไปนานแล้ว’
ซูหยุนหรานที่ไม่รู้เลยว่าอยู่ดีๆ ตนก็ถูกคนหมายหัวเข้าแล้ว นางยังยุ่งอยู่กับการรักษาคนไข้ที่โรงหมอ และนางก็ต้องต้อนรับแขกที่แสนคุ้นเคยอยู่ทุกวัน จนวันนี้นางตัดสินใจที่จะถามออกไปตรงๆ ว่าแท้จริงแล้วคุณชายสามตระกูลไป๋้าอะไรจากนางกันแน่
“พี่เซียนเยี่ย ท่านบอกข้ามาตามตรงเถิดเ้าค่ะว่าท่าน้าอะไร ทำไมท่านต้องมาที่โรงหมอของเราทุกวัน” ซูหยุนหรานถาม
ไป๋เซียนเยี่ยยิ้มก่อนจะปรายตามองไปที่ลั่วซีเหยียน “หากข้าบอกแล้วเ้าจะให้ในสิ่งที่ข้า้าจริงหรือ”
ซูหยุนหรานมองตามสายตาของคู่สนทนาก็เข้าใจบางอย่าง “พี่หญิง ข้าพูดกับพี่เซียนเยี่ยแล้วทำไมท่านต้องหน้าแดงด้วยเ้าคะ”
“ก็จะอะไรเสียอีกเล่า” ลั่วซิ่วหยางรีบพูดแทรก “สองคนนี้แอบคบกันมานานแล้ว แต่พวกเขาไม่กล้าบอกเราก็แค่นั้นเอง”
“พวกท่านคบกัน!” ซูหยุนหรานทำหน้างง “เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันแต่ทำไมข้าถึงไม่สังเกตเห็นเื่นี้มาก่อน”
“เ้าจะสังเกตเห็นอะไรได้ หากไม่รักษาคนไข้จนไม่มีเวลา นอกเหนือจากนั้นสายตาของเ้าก็มีแต่จื่อฉิง” ลั่วซิ่วหยางหันไปมองน้องเขย “เ้าคนนี้ก็ไม่มีงานทำหรืออย่างไร วันๆ เอาแต่มานั่งที่โรงหมอ ถามจริงๆ เ้าไม่กลัวว่าทหารในค่ายจะแอบอู้กันบ้างหรือ”
“ถ้ามีใครกล้าี้เีและหลบเลี่ยงการฝึกซ้อม ข้าก็จะสั่งลงโทษพวกเขาทั้งหมด” ฉินจื่อฉิงตอบ
“เื่ค่ายทหารเอาไว้ก่อนเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานพูดแทรก “พี่หญิง พี่เซียนเยี่ย พวกท่านคบกันแล้วท่านลุงกับท่านตาทราบเื่แล้วหรือยังเ้าคะ”
“ทราบแล้ว” ลั่วซีเหยียนหน้าแดง “ทั้งสองตระกูลกำหนดงานแต่งเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ข้ายังไม่ได้บอกเื่นี้กับเ้า”
ซูหยุนหรานทำหน้าน้อยใจ “แล้วทำไมท่านเพิ่งมาบอก เฮ้อ...พอพี่หญิงแต่งเข้าสกุลไป๋ เราก็จะได้เจอกันน้อยลงใช่หรือไม่เ้าคะ”
“เื่นี้เ้าไม่ต้องเป็ห่วง เ้ากับเหยียนเอ๋อได้เจอกันทุกวันอย่างไร ต่อไปพวกเ้าก็จะได้เจอกันอย่างนั้น” ไป๋เซียนเยี่ยพูดขึ้น
“สกุลไป๋ของท่านอนุญาตให้สตรีเข้าออกเรือนได้อย่างอิสระหรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานยิ้มดีใจ “ช่างเป็จวนที่เปิดกว้างจริงๆ”
“ใครบอกว่าข้ากับเหยียนเอ๋อจะอยู่ที่สกุลไป๋ ข้าแต่งเข้าสกุลลั่วย่อมต้องอาศัยอยู่ที่บ้านสกุลลั่วสิ” ไป๋เซียนเยี่ยรีบอธิบาย
“ท่านจะแต่งเข้าสกุลลั่ว? สกุลไป๋ของท่านอนุญาตหรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานมองไป๋เซียนเยี่ยสลับกับลั่วซีเหยียนอย่างไม่เข้าใจ “สกุลไป๋เป็สกุลแพทย์อันดับหนึ่งของแคว้นต้าสุ่ยแต่กลับยอมให้ท่านแต่งเข้าสกุลลั่วเนี่ยนะ มันเป็ไปได้จริงหรือเ้าคะ หรือว่าท่านไปทำเื่ผิดจนสกุลไป๋ขับไล่ท่านออกจากตระกูล”
“น้องสาว เหตุใดเ้าจึงพูดจารุนแรงเช่นนั้น” ไป๋เซียนเยี่ยเชิดหน้าอธิบายอย่างภูมิใจ “ข้าแต่งเข้าสกุลลั่วย่อมกลายเป็คนสกุลลั่ว เช่นนั้นก็หมายความว่าข้ามีสิทธิ์เรียนวิชาแพทย์และวิชาผ่าตัดจากเ้าได้ เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอให้ท่านปู่กับท่านพ่ออนุญาตให้ข้าแต่งเข้าสกุลของภรรยาแล้ว”
“ที่แท้การแต่งงานครั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ ไม่ยอมรับ! ข้าไม่มีวันยอมรับ” ซูหยุนหรานมองพี่สาว “พี่หญิง! ท่านยอมให้เขาหาผลประโยชน์จากท่านได้อย่างไรกันเ้าคะ”
“น้องสาวใจเย็นก่อน” ลั่วซีเหยียนยิ้มแล้วอธิบาย “ข้ากับพี่เซียนเยี่ยคบกันั้แ่งานชุมนุมสำนักแพทย์เมื่อสองปีที่แล้ว ที่ไม่บอกออกไปเพราะยังไม่อยากให้ใครรู้ แต่ในเมื่อตอนนี้ทั้งสองตระกูลกำหนดวันแต่งงานเรียบร้อยแล้ว เราก็เลยมาบอกข่าวดีให้เ้ารู้นี่ล่ะ”
ซูหยุนหรานยิ้มให้พี่สาว “ข้าแค่แกล้งทำไปอย่างนั้นเองเ้าค่ะ ขอแค่พวกท่านรักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ข้าล้วนยินดีทั้งนั้น”
“ข้ามีข่าวด่วนมาบอก!” เผยหยวนจื่อวิ่งหน้าตื่นเข้ามา