“พี่ทำบ้าอะไรของพี่วะ”
บีมะโถามอย่างเหลืออด
“...” มาร์คยืนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ว้าย”ต่างจากน้ำข้าวที่ใจนร้องออกมา
“กี่ครั้งแล้วที่พี่ทำมันร้องไห้แบบนี้”บีมว่าอย่างเหลืออด
“ฉัน...”
“พี่สองคนจะทำอะไรกันมันไม่ใช่เื่ของผม”
“นายกำลังเข้าใจเราผิด”
“…”
“ไม่ต้องสนผมหรอกว่าจะรู้สึกยังไงเพราะตอนนี้มีใครบางคนมันใจสลายเพราะพี่ไปแล้ว”
“หมายความว่าไง”มาร์คไม่เข้าใจในสิ่งที่บีมจะสื่อ
“เลิกโง่สักทีเหอะพี่”
“มันจะมากไปแล้วพวกฉันเป็รุ่นพี่นายนะ” น้ำข้าวเห็นมาร์คโดนต่อว่าอยู่ฝ่ายเดียวก็ทนฟังไม่ได้บีมไม่ได้สนใจน้ำข้าวทำเพียงปรายหางตามองเท่านนั้น
“แล้วต่อไปนี้เลิกยุ่งกับแบมแบมซะต่อไปนี้ผมจะเป็คนดูแลมันเอง” พูดจบบีมก็ไม่ได้อยู่รอฟังว่ามาร์คจะพูดอะไรมาร์คยังคงนิ่งอยู่กับที่ความคิดในหัวของเขาตอนนี้ตีวนสับสนวุ่นวายไปหมด
“มาร์ค”น้ำข้าวเขย่าแขนมาร์คที่เงียบไป
“…”
“มาร์คคะ”
“ว่าไง”
“เื่ที่เราคุยกันไว้เมื่อกี้ว่าไงคะ”น้ำข้าวถามเื่ที่พวกเขาคุยกันค้างเอาไว้แอบกลัวกับคำตอบที่จะได้รับไม่น้อย
“ฉันว่าเราไม่...”
“อย่าพีงปฏิเสธกันเลยนะ”น้ำข้าวตีหน้าเศร้า
“แต่ฉัน…”
“เรารู้ว่ามาร์คมีคนอยู่ในใจแต่มาร์คไม่อยากลองพึ่งสูจน์ความรู้สึกตัวเองดูก่อนเหรอ” น้ำข้าวพยายามหว่านล้อมเธอไม่สนใจหรอกว่าตอนนี้มาร์คจะชอบเธอไหม เธอขอเพียงโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดเขาเพราะเธอมั่นใจว่าเธอมีดีพอที่จะทำให้มาร์คชอบเธอได้ไม่ยาก
“…” มาร์คมองหน้าหญิงสาวอย่างใช่ความคิด
“ไม่ต้องครบกันก็ได้แค่มาร์คยอมเปิดใจแล้วให้โอกาสน้ำก็พอ”
มาร์คคิดตามที่หญิงสาวพูดมาร์คกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองเพราะั้แ่โตตมาเขาเองก็ไม่เคยมีแฟนหรือแม้แต่มองใครสักครั้งชีวิตเขาอยู่ติดแต่กับแบมแบม ทำให้ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคงามรู้สึกที่เขามีต่อเด้กข้างบ้านคนนั้นคือความชอบพอหรือเป็เพียงแค่ความรักที่พี่มีให้กับน้องกันแน่มาร์คมองหน้าน้ำข้าวอย่างพิจารณาอีกครั้งถ้าเขาลองก็ไม่ได้เสียหายอะไรบางที่เขาอาจจะรู้ใจตัวเองเร็วขึ้นก็ได้ ไหน ๆเธอก็อยากลองเป็คนเสนอมาเองด้วย
“มาร์คไม่ต้องรีบตอบหรอกนะลองเอากลับไปคิดดูก่อนนะ” น้ำข้าวจับมือมาร์คครั้งนี้มาร์คก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรออกไปแค่ลองดูสักครั้งคงไม่เสียหายหรอกมั้ง
“แบมแบม”
“…”
“แบมแบม”
“ฮึก”
“แบมแบมมาหลบอยู่นี่เอง”
พอเห็นว่าเป็บีมที่เป็คนเดินตามแบมแบมก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เขาแค่หวังหวังว่าจะเป็พี่มาร์คที่เป็คนตามเขาออกมาตามออกมาอธิบายว่าสิ่งที่ผมเห็นเป็เื่เข้าใจผิดหรืออะไรก็ได้ต่อให้พี่มาร์คโกหกเขาจะยอมเชื่อ
“เจ็บจังบีมฮึก เจ็บจะตายอยู่แล้ว” ผมมองหน้าบีมอยากจะระบายให้เพื่อนคนนี้รู้ว่าตอนนี้เขาเจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว
“ฉันรู้ๆ ลุกขึ้นก่อน” บีมพยุงผมขึ้นจากพื้นที่ผมหลบมาร้องไห้
“ไม่ต้องเข้าไปในร้านแล้วไปกับฉันเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“อึกฮือ ไม่ฉันไม่อยากกลับบ้าน” ผมร้องขอเสียงสั่น ถึงกลับไปตอนนี้ผมก็ไปเจอกับบรรยากาศเดิมๆ เพราะทุกที่ในบ้านผมมีแต่ความทรงจำของพี่มาร์คทั้งนั้น
“ได้สิฉันจะพาไปที่ที่นาย้าเอง”บีมเอ่ยเขาทนมองเพื่อนตัวเองเป็แบบนี้ไม่ได้มันดูน่าสงสารเกินไปแบมแบมไม่ควรมานั้งร้องไห้แบบนี้
ผมยอมทำตามบีมบอกบีมพาผมไปที่รถของตัวเองแล้วพาขับออกไปบีมไม่ได้พาผมกลับบ้านแบบที่บีมบอกไว้จริง ๆ บีมแค่พาผมขับรถออกไปเรื่อย ๆผมมองวิวข้างทางอย่างเหม่อลอยผมหยุดสะอื้นไปนานแล้วแค่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเรื่อย ๆเพราะถึงจะกลั้นยังไงมันก็ไหลออกมาอยู่ ผมเลยปล่อยให้มันไหลแบบนั้นในหัวก็พยายามคิดว่าต่อไปนี้จะทำยังไงผมยังไม่มีหน้าไปเจอพี่มาร์คหรอกผมกลัวว่าเวลาเห็นหน้าพี่มาร์8แล้วอดจะร้องไห้ออกมาไม่ได้
“บีม”ผมเรียกคนที่ขับรถอยู่บีมหันมามองผมเล็กน้อยแล้วหันไปขับรถต่อ
“ว่าไง”
“วันนี้ขอไปนอนบ้านนายได้ไหม”
บีมมองมาที่ผมด้วยสีหน้าแปลกใจแต่ก็ยอมพยักหน้าตกลง
“แต่ฉันไม่ได้อยู่บ้านหรอกนะไปอยู่ที่คอนโดนฉันแทนแล้วกัน”
“ที่ไหนก็ได้”ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้านผมตอนนี้
“งั้นไปที่คอนโดฉันเลยแล้วกัน”
ั้แ่วันนั้นที่ผมขอแม่ไปนอนคอนโดบีมผมก็พยายามทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นเวลาเจอหน้าพี่มาร์คผมก็พยายามทำตัวเองให้เป็ปกติที่สุดผม เพราะถึงยังไงผมก็ยังอยากจะเจออยากจะคุยกับพี่มาร์คอยู่ดีข่าวที่พี่มาร์คคบกับพี่น้พข้าวอยู่แพร่กระจายออกไปเรื่อยผมก็ยังไม่กล้าถามความจริงจากพี่มาร์คอยู่ดีว่ามันเป็เื่จริงหรือไม่เพราะผมเองก็กลัวคำตอบที่จจะได้รับ แต่พี่มาร์คก็ยังคงทำตัวปกติดี มีแต่ผมที่พยายามเว้นระยะห่างจากพี่มาร์คเพราะ่นี้บีมเสมอว่าให้บีมมารับปส่งเอง และ่นี้ผมกับเพื่อน ๆในชมรมเวลาเลิกซ้อมเสร็จเราก็ชอบนัดกันออกไปกินข้างก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านแล้วบีมก็เป็คนอาสามาส่งผมเองทุกครั้งทำให้ผมไม่ได้ไปกลับโรงเรียนกับพี่มาร์คมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วและอีกอย่าง่นี้พี่มาร์คก็เรียนหนักมีเวลามาเล่นกับผมเมื่อแต่ก่อนทำให้่ที่ผ่านมาเราค่อนข้างห่างกันมาก มากกว่าที่เคยเป็มาตลอดและเป็แบบนี้มาหลายเดือนแล้ว และั้แ่วันที่เกิดเื่พี่โฟนกับบพวกเพื่อน ๆเขาก็ไม่เข้ามาหาเื่ผมอีกเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่มันก็ดีแล้วล่ะผมไม่อยากสร้างปัญหาให้พี่มาร์คคอตามแก้ให้อีกแล้ว
“เลิกเหม่อได้แล้วนี่ขอถามหน่อยเถอะ่นี้มึงกับพี่มาร์คทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าวะหรือมึงเลิกกันแล้ว”
“เลิกเดามั่วสักทีเหอะว่ากูบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร”
“ไม่มีอะไรก็เหี้ยล่ะเห็นอยู่ชัด ๆ ว่า่นี้มึงสองคนแปลกไป แล้วพี่มันก็...”ยูคยะครุบปากตัวเองไว้เกือบหลุดเื่ที่พี่มาร์คให้เขาคอยดูแลมันไปเสียแล้ว
“พี่ไหนทำไม มึงมีอะไรปิดกูยูคยอม” แบมแบมถามยูคยอมด้วยความสงสัยแต่ยูคยอมก็ไม่ยอมบอกอะไรแล้วก็เปลี่ยนเื่ไป
“เปล่าไม่มีก็ไม่มีแต่่นี้ทำไม ข้าวพี่มาร์คคบกับพี่น้ำข้าวคนสวยถึงได้ดังขนาดนี้วะ”
“กูจะไปรู้เหรอ”แบมแบมไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งสิ้นทั้งสองจะคบกันจริงหรือไม่เขาไม่อยากจะสนใจสักนิดเพราะถ้าสนใจเขาเองที่เป็คนที่เจ็บ
“แต่จะมีข่าวก็ไม่แปลกก็ปกติพี่มันไม่ยอมให้ใครมาวุ่นวายใกล้ตัวขนาดนั้นหรอกมีแต่มึงนั่นแหละที่พี่มันยอมให้อยู่ใกล้” ยิ่งได้ยินแบบนั้นแบมแบมปวดร้าวในอกที่ที่ของเขากลายเป็ของผู้หญิงคนนั่นไปแล้ว
“เื่ของเขาสิ”
“มึงไม่หึงจริงๆ หรือ กูพูดขนาดนี้แล้ว”
“ทำไมต้องหึงกูกับพี่มาร์๕ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”
“โอ๊ยกูเบื่อพวกมึงสองคนเหลือเกิ๊น”ยูคยอมหวีดร้องอย่างหัวเสีย
“จะโวยวายไปหาพระแสงวิมารอะไรวะมึง”
“มึงสองคนชอบกันอยู่แท้แต่แม้งทำไมเป็งี้ไปได้วะ อีกคนนึงแม้งก็ไม่ยอมทำห่าอะไรสักอย่างอีกคนก็มัวแต่พิสูจน์ความคิดห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ โอ้ยเห็นแล้วหงุดหงิดโว้ย”ยูคยอมโวยวายเหมือนเด็กโดนขัดใจ ยูคยอมก็เป็อีกคนที่ผมสนิทมาก ๆเพราะเราเรียนด้วยกันมาั้แ่มอต้นมันเลยเป็อีกคนที่รู้เื่ทุกอย่างระหว่างผมกับพี่มาร์คและมันก็สนิทกับพี่มาร์คด้วยเหมือนกันผเลยเลือกที่จะไม่เล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ยูคยอมฟัง
“มึงพูดเหมือนมึงไปรู้อะไรมาเลย”
“กูก็อยากจะพูดสิ่งที่กูรู้ให้หมดเปลือกหรอกนะแต่กูก็ยังรักชีวิตตัวเองอยู่ว่ะ”
“อะไรของมึงวะ”
“ช่างแม้งเหอะ”
“เลิกเรียนแล้วงั้นกูกลับล่ะ”
“มึงกลับกับพี่มาร์คไหมวันนี้”
“ไม่ว่ะกูต้องพาเพื่อนชมรมไปซื้อของ”
“ไอ้บีมอ่ะนะ”
“อือไอ้นี่ก็ดีเหลือเกินทำหน้าที่แทนพี่มาร์คไม่ได้ขาดตกบกพร่องเลยแน่ใจนะว่ามันไม่ได้ชอบมึง”
“มึงก็คิดได้แค่นี้เหมือนเพื่อนมึงหน้าตาดีขนาดนั้นน่ะ” แบมแบมส่ายหัวให้กับเพื่อนหัวเองเบา ๆถ้าผมหน้าตาดี ผมคงอาจจะมีความกล้าเข้าไปสู้พี่น้ำข้าวบ้างก็ได้
“แบมแบม”ตอนที่ผมกำลังจะลงมารอบีมขับรถมารับผมก็เจอกับพี่มาร์คที่เดินหน้าซีดเซียวลงมาจากตึกเรียน
“พี่มาร์ค”ผมครางเรียกชื่ออีฝ่ายเสียงแ่ เป็ไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมจะเห็นเขาอยู่ในโรงเรียนโดยที่ไม่มีพี่น้ำข้าวเดินมาด้วย
“กำลังจะไปไหน”
“กำลังจะกลับครับแล้วพี่ล่ะ”
“ฉันกำลังคุยกับอาจารย์อยู่น่ะ”พี่มาร์คยิ้ม แต่การยิ้มครั้งนี้ของพี่มาร์คมันดูอ่อนแรงเหลือเกิน
“พี่ดูเหนื่อยๆ น่ะไหวหรือเปล่าครับ” ผมถามพี่มาร์คด้วยความเป็ ห่วงถ้าเป็เมื่อก่อนผมคงจะกล้าเดินเข้าไปหาแล้วกอดให้กำลังใจแล้วแต่ตอนนี้สำหรับเราสองคนมันไม่เหมือนเดิมแล้ว
“…” พี่มาร์คไม่พูดอะไรทำเพียงแค่ส่ายหน้าน้อยๆ ที่มันดูอ่อนแรงเหลือเกิน
“พี่”
“พรุ่งนี้ฉัน...”
“แบมแบม”
ผมกำลังจะเดินเข้าไปหาพี่มาร์คแต่บีมก็ะโออกมาจากรถพอดีผมไม่ทันได้ฟังในดีว่าพี่มาร์คจะพูดอะไรเพราะเสียงเครื่องยนต์มันดังเกินไป
“พี่มีอะไรหรือเปล่าครับผมต้องไปแล้ว”มีมาร์คมองผมอย่างเว้าวอนเหมือนอยากจะขอให้ผมอยู่แต่ผมคิดว่าผมคงตาฝาดไปพี่มาร์คจะมองผมแบบนั้นไปทำไมในเมื่อพี่มาร์คก็มีพี่ข้าวอยู่แล้วทั้งคน
“ฉัน...”
“ถ้าไม่มีอะไรผมงั้นผมไปนะ”
พูดจบผมก็รีบเดินออกมาเพราะว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ผมก็ได้โผเข้ากอดพี่มาร์คแล้วร้องไห้เป็เด็กอีกแน่ๆ
กว่าผมจะพาบีมไม่ซื้อของเสร็จแล้วกลับมาถึงบ้านก็ค่ำเสียแล้วเข้ามาถึงบ้านก็เจอแม่ที่กำลังเก็บจานขนมอยู่เอ๊ะวันนี้แม่มีแขกเหรอ
“กว่าจะกลับมาบ้านได้นะเราไปไหนมาน่ะไม่เห็นบอกแม่สักคำ”
“ขอโทษครับแม่ผมลืมบอกวันนี้ผมพาบีมไปซื้อของมาครับ”
“รู้ไหมพี่มาร์คมารอเราั้แ่เย็นเลยนะพึ่งจะกลับไปเมื่อกี้เอง แม่ถามว่าไม่มีอะไรก็ไม่ยอมบอกบอกว่าจะรอบอกเราเอง”
“คงไม่มีอะไรหรอกครับคงจะมาเล่นที่บ้านเหมือนแต่ก่อนนั่นแหละ” ผมบอกทั้ง ๆที่ตัวผมเองก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันั้แ่ที่โรงเรียนแล้วเหมือนพี่มาร์คอยากจะพูดบางอย่างกับผม
ผมพยายามไม่คิดอะไรขึ้นห้องตัวเองไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนแต่จู่ ๆ พี่แจบอมก็โทรมาหาผมรับสายพี่แจบอมเสียงงวนเงีย
“มีอะไรครับพี่แจบอม”
“ไอ้แบมแกอยู่ไหน”
“อยู่บ้านสิครับ”
“แล้วแกได้คุยกับไอ้มาร์คมันหรือยัง”
“ยังครับมีเื่อะไรกันเหรอครับ”
“โอ๊ยไอ้แบมแบมไอ้น้องโง่ ไอ้มาร์คมันจะตรอมใจตายเพราะแกอยู่แล้วเคยรู้บ้างไหมวะ”
“อะไรครับพี่แจบอมผมงงไปหมดแล้ว”
“แกเห็นสภาพมันบ้างไหมเห็นไหมว่ามันโทรมแค่ไหน”
“เขาก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้วนี่ครับ”
“ฉันถึงได้บอกไงว่าแกมันโง่”
“อะไรของพี่เนี่ยเอาแต่ด่าผมอย่างเดียวผมงงไปหมดแล้ว”
“เอามานี่ฉันคุยเอง” ได้ยินเสียงคนเถียงกันแว่วมาทางปลายสาย
“แบมแบมนี่พี่เองนะพี่จินยอง”
“ครับทำไมพี่สองคนถึงอยู่ด้วยกันได้ล่ะ”
“เื่ของพี่เอาไว้ก่อนเื่ของเราสำคัญกว่า” พี่จินยองตอบกลับมาเสียงจริงจัง
“เื่อะไรหรือครับ”
“แบมแบมพี่ขอถามเราคำถามหนึ่งเราตอบพี่มาตรงๆ นะ”
“ครับ”ผมรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีแปลก ๆ
“แบมแบมยังชอบมาร์คอยู่ไหม...คิดดีๆ ก่อนตอบอย่าโกหกใจตัวเอง”
ผมนิ่งอิ้งไปนิดที่จู่ๆ ก็โดนถามแบบนี้ผมกำลังจะปฏิเสธออกไปแต่อะไรบางอย่างทำให้ผมตัดสินในระบายความรู้สึกของตัวเองจริงๆ ออกไปเพราะผมรู้สึกกลัวกลัวว่าตัวเองจะพลาดบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป
“ชอบครับผมชอบพี่มาร์คมาตลอด”
“แล้วแบมแบมรู้ไหมพรุ่งนี้มาร์คมันต้องไปเข้าแคมป์ของมหาลัยแล้วนะ”
“ว่าไงนะ”
“มาร์คไม่ยอมให้พี่บอกนายเพราะมันอยากจะบอกด้วยตัวเอง”
“แต่เมื่อกี้พวกพี่โทรคุยกับมันน้ำเสียงมันแย่มากเหมือนมันไม่อยากไปแต่ทางโรงเรียนก็ขอร้องให้มันไปเพราะมันเป็ชื่อเสียงของโรงเรียน”
“...”
“พวกพี่เป็ห่วงความรู้สึกมันไม่ร็ว่ามันแบกรับอะไรไว้บ้าง ทุกวันนี้มันเคยยิ้มเลยั้แ่ที่แบมห่างมันไปมาร์คไม่ค่อยยิ้มเลยแบมรู้ไหม”
“ผม...”ผมถึงกกับพูดไม่ออกไม่นึกว่าพี่มาร์คจะอาการแย่แบบนี้ตั้ง
“มันพูดน้อยลงเอาแต่เรียน ๆจนพวกพี่เป็ห่วงพอถามมันก็ไม่ยอมพูดมันพึ่งระบายให้พวกพี่ฟังเมื่อกี้เองพี่ถึงได้โทรหาเรา”
“...”
“ถ้าแบมแบมโกธรมมันเื่น้ำข้าวมันกับน้ำข้าวไม่ได้เป็อะไรกัน มาร์คกับน้ำข้าวไม่ได้คบกันจริง ๆ นะแบมคนมันชอบค.....”
พอได้ยินพี่จินยองพูดแบบนั้นผมก็ไม่ได้ฟังอะไรต่อผมรีบวิ่งออกจากบ้านตัวเองไปกดกริ่งบ้านข้างๆกดอยู่นานก็ไม่มีคนออกมาเปิดสักทีมองไปที่โรงจอดรถก็ไม่เห็นรถของคุณน้าอยู่สักคันมีแค่มอเตอร์ไซค์ของพี่มาร์คเท่านั้นที่จอดอยู่บ้านปิดไฟสนิทเห็นเห็นแบบนั้นผมยิ่งร้อนใจ สักครั้งให้ผมได้เจอหน้าพี่สักครั้งผมจะยอมบอกพี่ทุกอย่างทุกอย่างที่อยู่ในใจผมอย่าพึ่งไปไหนเลยนะพี่มาร์คผมภาวนาอ้อนวอนอยู่ในใจ
“พี่มาร์ค”
“พี่มาร์คอยู่ไหม”
“พี่มาร์คตตอบผมหน่อย”
“คุณน้าครับ”
“พี่มาร์ค...ใครก็ได้”
น้ำตาก็เจียนจะไหลอยู่แล้วแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่มาร์คอีกผมก็แทบทนไม่ไหวหัวใจมันเ็ปร้าวไปหมด
แกร๊ก
และเหมือน์ยังคงเข้าข้างผมอยู่บ้านเพราะคนที่เปิดประตูบ้านออกมาคือคนที่ผมร้องเรียกหาพี่มาร์ครีบออกมาเปิดประตูให้ผมแทบจะทันที และทันทีที่ประตูบ้านเปิดผมก็กระโจนเข้าไปหาพี่มาร์คจนอีกฝ่ายผงะถอยหลังไปผมซุกเข้าอ้อมอกอุ่น ๆ ที่ผมคิดถึงมันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านผมยืนร้องไห้กอดพี่มาร์คอยู่ตรงนั้นพี่มาร์คที่พึ่งตั้งตัวได้ก็ลูบหัวผมและนั้นยิ่งทำให้น้ำตาผมไหวหนักยิ่งกว่าเดิม ผมคิดถึงคิดถึงพี่มาร์คจะตายอยู่แล้ว
“ร้องไห้ทำไมโดนใครแกล้งมาล่ะหืม”
“พี่มาร์คพี่”
“อืมพี่เอง”
“พี่มาร์ค”
“ไม่ต้องเรียกแล้วพี่อยู่ตรงนี้แล้วครับ”
“ไม่เอานะอย่าทิ้งแบมไปนะไม่เอานะ”
“...”
“อย่าเงียบสิพี่”
“พี่ต้องไปพี่รับปากไปแล้ว”พี่มาร์คตอบเสียงเรียบให้ผมใจผมตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผมผละออกมามองหน้าพี่มาร์คหน้าพี่มาร์คซีดมาร์คตาก็ค้ำ ขึ้นและเหมือนพี่จะมาร์คผอมลงด้วย
“งั้นพี่ฟังผมพูดอะไรสักก่อนได้ไหม”
“...”
“ผมไม่รู้จะเริ่มยังไง”ผมอึกอักพี่มาร์คก็ได้พูดอะไรทำเพียงยืนนิ่งตั้งใจฟังสิ่งที่ผมกำลังจะพูด
“...”
“ไม่รู้มันเริ่มั้แ่เมื่อไหร่แต่ทั้งชีวิตผมผมีแต่พี่มีแต่พี่มาตลอด ั้แ่เล็กจนโตผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร”
“...”
“จนวันนั้นวันที่ได้เห็นพี่อยู่กับเขามันทำให้ผมรู้ใจตัวเองว่าที่ผมรู้สึกกับพี่มันไม่ใช่แค่พี่น้องธรรมดา”
“...”
“ผมเจ็บทุกครั้งเวลาที่เห็นพี่อยู่กับเขาเจ็บทุกครั้งเวลาที่ได้ยินใครต่อใครพูดถึงพวกพี่ว่าเหมาะสมกันขนาดไหน”
“...”
“ผมอยากจะสู้สักครั้งแต่พอย้อนมองตัวเองผมไม่มีอะไรไปสู้เขาได้เลยสักนิด”
“...”
“แต่มีเพียงอย่างเดียวที่ผมมั่นใจว่าสู้เขาได้และไม่มีวันแพ้ใครคือความรู้สึกที่ผมมีให้กับพี่”
“...”
“ผมรักพี่นะพี่มาร์ครักมาตลอดเลย”พูดจบน้ำตาผมก็ไหลลงมาอีกระลอกคาวนี้ผมโล่งใจที่สุดในหลายเดือนที่ผ่านมาในที่สุดผมก็ยอมพูดมันออกไปแล้วผมพูดไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ผทต้องยอมรับมัน
“แบมแบม”
“ฮึกผมรักพี่นะ ผมรักพี่ รักพี่คนเดียว”
“พอแล้วไม่ร้องไห้แล้ว”พี่มาร์คพูดด้วยเสียงสั่นเครือผมเงยหน้ามองพี่มาร์คก็เห็นว่าพี่มาร์คกำลังร้องไห้อยู่เหมือนกัน
“ฮึกผมไม่อยากเสียพี่ไปอีกแล้วไม่เอาแล้ว”
“ฉันก็เหมือนกัน”
“...” ผมชะงักไปเมื่อได้ยินพี่มาร์คพูด
“ฉันขอโทษขอโทษนะแบมแบมที่ทำนายร้องไห้”
“...”
“ขอโทษที่ไม่มั่นใจในความรู้สึกตัวเองจนทำอะไรที่ทำให้นายต้องเสียใจลงไป”
“...”
“แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้ว”
“...”
“ฉันเองก็รักนายเหมือนกันได้รักแบบน้องชายแต่ฉันรักที่นายเป็นาย และกว่าฉันจะรู้ตัวก็ตอนเกือบจะเสียนายไป”
“...”
“มันทำให้ฉันรู้ว่าชีวิตฉันขาดนายไม่ได้จริงๆ พอไม่มีนายใจฉันมันเหมือนจะขาดให้ได้นายคือความสุขในชีวิตฉันนะรู้ตัวไหม”มาร์คพูดทุกอย่างที่อยู่ในใจออกไปคนอื่นอาจไม่รู้แต่ตัวเขาเองรู้ตัวดีว่าเขาเจ็ปวดแค่ไหนเวลาเห็นแบมแบมไปกับคนอื่นคนที่มันพูดใส่หน้าเขาว่าจะดูแลแบมแบมเองคนที่มีทุกอย่างพร้อมกว่าเขาแทบทุกอย่างคนที่ทำให้แบมแบมยิ้มได้มีความสุขอเกือบปล่อยเด็กคนนี้หลุดมือไปแล้ววแต่พอเวลาที่จะได้ห่างกนจริง ๆยอ่งใกล้ถึงวันใจเขายิ่งเ็ปเพราะถ้าเขาไปคาวนี้กลับมาอีกทีไม่รู้ว่าแบมแบมจะเปลี่ยนไปไหมยังจะเป็เขาเป็คนสำคัญอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่าแค่คิดว่าแบมแบมจะเปลี่ยนใจมันก็ปวดร้าวไปหมด
“พี่มาร์ค”แบมแบมเรียกมาร์เสียงอ่อยไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้
“แบมแบม”
เราสองคนจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้นนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เราต่างมองหน้ากันเหมือนพยายามชดเชยเวลาที่เราห่างกันไปให้ได้มากที่สุด
“คบกับพี่นะแบมแบมก่อนที่พี่จะต้องไป” มาร์คตัดสินพูดออกไปอย่างน้อย ๆก่อนที่เขาจะไปก็ของให้เรามีพันธสัญญาว่าเขาเป็ของกันและกันให้อุ่นใจ
“ครับพี่มาร์ค”แบมแบมมตอบตกลงแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดพวกเขาเสียเวลามามากเกินไปแล้วเขาไม่อยากจะเสียมันไปอีกแต่เพียงวินาทีเดียว
“เราเป็แฟนกันนะ”
“ครับพี่มาร์คเป็แฟนแบม”
“ส่วนแบมแบมก็เป็แฟนพี่มาร์ค”มาร์คพูดต่อสิ่งที่แบมแบมพูดหัวใจเราสองคนพองโตแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนรู้สึกดีกว่าครั้งไหนๆ เราสองคนมองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
“ผมไม่อยากให้พี่ไปเลยพี่มาร์คเราพึ่งได้คบกันพี่ก็ต้องไปแล้ว”
“มันจำเป็พี่รับปากโรงเรียนไปแล้ว”
“ถ้าการไปแคมป์มันจะทำให้ลูกของแม่เศร้าแล้วไม่มีความสุขขนาดนั้นละก็ก็ไม่ต้องไปมันสักก็สิ้นเื่”
“แม่”
“คุณน้า”
“เรียกแม่เถอะน้องแบม”เป็พี่มาร์คที่พูดขัดขึ้นมา ทำเอาเราสองคนใไปตาม ๆ กันไม่รู้ว่าแม่พี่มาร์คได้ยินเราคุยกันไปถึงขนาดไหนแค่คิดผมก็อายจนอยากจะมุดดินหนีแล้ว
“ไม่ต้องเขินหรอกน้องแบมคิก”คุณน้าหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจต่างจากผมกับพี่มาร์คที่ตั้งตัวไม่ทันจนทำตัวไม่ถูก
“แต่ผมรับปากกับทางโรงเรียนไว้แล้วนะแม่”เป็พี่มาร์คที่ตั้งสติได้จึงแย้งแม่ตัวเองทั้ง ๆที่ในใจก็แอบพองโตที่รู้ว่าแม่กำลังพูดเหมือนว่าเขาไม่จำเป็ต้องไปถ้าไม่้า
“เื่แค่นี้มาร์คเป็ลูกแม่นะใครมันกล้ามาบังคับลูกกัน ถ้ามาร์คไปแล้วไม่มีความสุขก็ไม่ต้องไปลูกแม่เก่งจะตายไปสอบที่ไหนก็ติดทั้งนั้นไม่เห็นจำเป็ต้องมากดดันตัวเองเลยสักนิด”
“แม่”พี่มาร์คเรียกตัวเองเสียงอ่อย ทำท่าจะร้องไห้ใส่แม่แต่แม่ก็ดันเบรกไว้ก่อน
“อย่ามาร้องไห้ใส่แม่นะไม่อายน้องหรือไง”
“แม่!”พี่มาร์คหันมามองหน้าผมนิด ๆ แล้วเรียกแม่ตัวเองเสียงเรียบ
“เอาเถอะทำในสิ่งที่ลูกมีความสุขก็พอแล้ว”
“ใครมันกล้ามาว่าลูกชายสุดที่รักของแม่เดี๋ยวแม่จัดการเอง ลูกฉันเลี้ยงมากับมือยังไม่เคยบังคับฝืนใจสักครั้งโรงเรียนนี้มันกล้าดียังไงมาบังคับลูกแม่ดูสิเครียดจนหมดหล่อแบบนี้เดี๋ยวแม่จะไปเอาเื่ให้ถึงที่สุด”แม่พี่มาร์คพูดอย่างไม่พอใจเท่าไรแต่ก็แอบติดตลกทำให้พี่มาร์คคลายความกังวลไปบ้าง
“ขอบคุณนะครับแม่”
“ขอบคุณนะครับคุณน้า”แม่พี่มาร์คมองเราสองคนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็คนที่โชคดีมาที่ ได้ทั้งคนที่รักและผู้ใหญ่ที่เข้าใจเราแบบนี้ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้มาเจอกัน และได้รักกันแบบนี้ต่อไปนี้คงมีเื่อีกมากมายถาถมเข้ามาแต่แค่เรามีกันและกันผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ด้วยดีผมเชื่อเพราะผมมีพี่มาร์คคอยอยู่ข้าง ๆ แบบนี้และเราจะมีกันและกันแบบนี้ตลอดไป
Theend