บทที่ 7 ฉีส่าวฉิง ฉันเกลียดคุณ!
เ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการยืนยันตัวตนพูดอย่างสุภาพ แต่ลู่จั่นเหยียนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วจึงร้องไห้โฮออกมาในทันที
“ค้นหาสิ! พวกคุณไปเพิ่มคนช่วยค้นหาสิ! บางทีพวกเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้นี่!”
เธอคว้าปกเสื้อของเ้าหน้าที่ผู้ชายคนนั้นแล้วเขย่าอย่างแรง พร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้จนสูญเสียความมีสติไปนานแล้ว
“คุณผู้หญิงครับ! พวกเราก็กำลังค้นหาอยู่ แต่น่าเสียดายที่ซากเครื่องบินตกไม่มีสัญญาณชีวิตรอดเหลืออยู่แล้ว!”
เ้าหน้าที่ผู้ชายคนนั้น้าอยากจะผลักเธอออกไป ทว่าเมื่อได้เห็นความเศร้าโศกเสียใจอย่างถึงที่สุด เขาจึงทำได้แต่ถอนหายใจและปล่อยให้เธอระบายความเศร้าในใจออกมาสักนิดหนึ่ง
แน่นอนว่าเื่แบบนี้ค่อนข้างยากที่จะเจอ แต่เมื่อพอเกิดขึ้นแล้วก็มักจะเป็ข่าวร้ายอยู่เสมอ
“ไม่จริง!”
ขณะนี้ที่หัวใจรู้สึกเ็ปจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอปล่อยมือที่บีบกระดุมเสื้อตรงหน้าอกของเ้าหน้าที่คนนั้น แล้วทิ้งตัวลงไปหอบหายใจเฮือกใหญ่
ไหนพวกเขาบอกว่าจะกลับมาเลี้ยงข้าวเธอไง? แล้วทำไมถึงมาจากกันไปแบบนี้!?
อีกด้านหนึ่งของฉีส่าวฉิงที่นั่งอยู่ในรถไกลออกไปและกำลังสังเกตผู้หญิงที่ร้องไห้จนแทบขาดใจอยู่ตรงประตู จึงยิ่งทำให้เขาคิ้วขมวดเข้าหากันมากยิ่งขึ้น
ด้านลู่จั่นเหยียนที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองเซ็นชื่อลงบนกระดาษที่เป็ใบรับรองการเสียชีวิตได้อย่างไร แต่ตอนนี้เธอเหมือนกับิญญาที่หลุดลอยไปและเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายโดยไม่สามารถหลุดพ้นจากความโศกเศร้าได้แม้แต่น้อย
จนกระทั่งที่รองเท้าถูกน้ำเย็นเฉียบกระเซ็นมาจนเปียกโชก และทำให้ได้สติกลับคืนมาบ้าง เธอจึงมองไปยังผิวน้ำที่ดูค่อนข้างสงบนั้น แล้วจู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกอีกครั้ง
“เป็ความผิดของฉัน! ฉันเป็คนฆ่าพวกคุณ!”
หญิงสาวที่กำลังะโอย่างบ้าคลั่งอยู่ข้างถนน เพราะหากไม่ใช่เพราะเธอโกรธจัดจนพานักข่าวไปจับเื่ชู้รักที่โรงแรม ฉีส่าวฉิงก็คงจะไม่โกรธแล้วก็คงไม่มีเื่แบบนี้ตามมา
“นี่เป็ความผิดของฉัน! ฉันทำให้พวกคุณต้องตายเพราะผู้ชายที่ไม่ได้รักฉัน! ฉันสมควรตายจริง ๆ แล้ว!”
เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโคลนอย่างน่าสมเพช และตบใบหน้าของตัวเองไปมาอย่างรุนแรง แต่ตอนนั้นกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว
ลู่จั่นเหยียนก็ไม่รู้ว่าตัวว่าร้องไห้ไปนานเท่าไหร่แล้ว เพราะรอยน้ำตาบนใบหน้าของเธอก็ถูกลมพัดจนเหือดแห้งหายไปหมด อีกทั้งตอนนี้ที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำแสนเย็นเฉียบเพิ่มขึ้นมาถึงเอวจนทำให้มีความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้ากระดูก
เมื่อเธอกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่ก็มีแขนแสนแข็งแรงโอบกอดรอบเอวและดึงตัวเธอไว้อย่างแรง
“คุณผู้หญิงครับ ไม่ว่าจะเจออะไรมาก็ตาม แต่ก็ไม่ควรจะเสียสละชีวิตตัวเองนะครับ”
เธอหันหน้ากลับไปมองเ้าของเสียงนั้นอย่างเชื่องช้า แต่กลับได้เห็นใบหน้าที่คล้ายคลึงฉีส่าวฉิง ขณะเดียวกันที่เปลือกตาก็หนักอึ้งจนแทบไม่สามารถลืมตาได้ประกอบกับสติที่เริ่มเลือนรางลงไปเรื่อย ๆ
“ฉันเกลียดคุณ! ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉัน!? ฉันทำอะไรผิด! ทำไมคุณต้องฆ่าครอบครัวของฉันทั้งหมด!”
ขณะนั้นที่มองเห็นว่าคนที่เข้ามาหาคือฉีส่าวฉิง เธอจึงใช้ทั้งแขน กำปั้น และเท้าโจมตีเขาทุกวิถีทางที่ทำได้ราวกับว่าอยากจะฆ่าเขาให้ตายเสียด้วยซ้ำ
“คุณผู้หญิง คุณจำผิดคนแล้วละ”
ผู้ชายที่มีความคล้ายคลึงกับฉีส่าวฉิงในชุดทหารขมวดคิ้วเล็กน้อย
เพราะการที่เขาหาเวลาจากค่ายทหารมาเยี่ยมญาติได้นั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่กลับต้องมาเห็นหญิงสาวกำลังจะพยายามฆ่าตัวตายอยู่ตรงนี้ ซึ่งถ้าหากไม่ช่วยก็จะถือว่าเสียเกียรติในฐานะทหารเป็อย่างมาก
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
ลู่จั่นเหยียนที่ตอนนี้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เธอจึงอ้าปากเพื่อกัดแขนที่โอบกอดลำตัวของเธอไว้อย่างแรง จนคนที่โดนกัดนั้นคิ้วขมวดขึ้นมาเพราะความเ็ป
“ผู้หญิงคนนี้เป็อะไรของเธอกันแน่! หัวหน้าของพวกเราตั้งใจจะช่วยเธอ แต่นี่อะไร? นอกจากจะไม่ขอบคุณแล้วยังจะมากัดอีก เป็หมาหรือไง?”
ทหารที่อยู่ข้าง ๆ ไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป จึง้าไปดึงตัวผู้หญิงที่กำลังบ้าคลั่งออกมา แต่กลับถูกชายผู้นั้นขวางเอาไว้
“อย่าดึงเลย เธอได้รับความกระทบกระเทือนใจจนหมดสติไปแล้วละ”
จู่ ๆ ทหารหนุ่มคนนั้นก็ใขึ้นมาทันที เพราะเมื่อเขามองดูและสังเกตอย่างละเอียดแล้ว จึงรีบเอ่ยปากขึ้นมาอย่างลังเล
“หัวหน้า ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูคุ้นตามาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน…”
เมื่อได้ยินคำเตือนจากทหารที่อยู่ข้าง ๆ ฉีอวี้จึงก้มลงมองใบหน้าแสนซีดเผือดในอ้อมกอดของตัวเอง แล้วก็พบว่าหญิงสาวคนนี้ช่างดูคุ้นตาจริง ๆ
“ผมนึกออกแล้วครับ ครั้งก่อนในงานแต่งงานของคุณฉีและท่านผู้บัญชาการไม่สามารถไปได้ ผมจึงเป็คนส่งของขวัญแต่งงานไปให้เอง ผู้หญิงคนนี้เป็ภรรยาของคุณฉีครับ!”
ทหารหนุ่มคนนั้นตบหน้าผากตัวเองทันทีที่นึกขึ้นได้
เป็เธอเองเหรอ? ลู่จั่นเหยียนจากตระกูลลู่?
ฉีอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย อาจจะเป็เพราะว่าเขาก็พอรู้เื่ข่าวฉาวของฉีส่าวฉิงมาบ้าง แต่เมื่อครู่ที่หญิงสาวคนนี้ะโว่าฆ่าทั้งครอบครัวนั้น…
มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ?
“ขับรถกลับไปบ้านตระกูลฉี”
เขาอุ้มร่างของหญิงสาวที่หมดสติขึ้นมาและก้าวขายาว ๆ ขึ้นรถที่จอดอยู่ริมแม่น้ำทันที
คาดว่าเื่ราวทั้งหมดนี้คงต้องไปถึงบ้านตระกูลฉีเพื่อพบฉีส่าวฉิงถึงจะได้ความกระจ่างแจ้งและแท้จริง