ตอนที่ 67อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน!
โรงเรียนกวดวิชาเทพทันใจต้องใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ งบทางการตลาดเยอะมากกว่าที่เสือน้อยคิดไว้เขาทั้งจ้างคนมาแจกใบปลิว กระทั่งไปยืนแจกที่หน้าโรงเรียนเองก็มี
แต่วิธีที่ได้ผลสุดก็คือการบอกแบบปากต่อปากเสือน้อยลดค่าเรียนให้ครึ่งหนึ่งเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาทดลองก่อนส่วนใหญ่เป็นคอร์สระยะสั้น วิธีนี้ก็ไปดึงเอาคนอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเอง!
เขาตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกคน ‘อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน!’ คำโฆษณาของโรงเรียนกวดวิชาเสือน้อยเป็นคนคิดขึ้นมา
เริ่มตั้งแต่วิชาประจำที่เรียนอยู่ในเทอมนั้นๆ ใครเรียนไม่ทันเพื่อนก็สามารถมาจ้างเทพทันใจให้ช่วยจัดการให้ได้กลยุทธ์นี้ได้ความช่วยเหลือจากพี่บีมตัวแทนการตลาดเขาพยายามเค้นสมองทำงานอย่างสุดความสามารถ กลัวว่าตนจะไม่เข้าตานายจ้าง
แน่นอนว่าลูกค้าประจำอย่างลูกน้องในร้านเกมเสือน้อยก็จัดให้เป็นพิเศษ เพราะจะได้ให้พวกเขาปั๊มตังค์อย่างสะดวกไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนไม่ทันเพื่อน!
……
ช่วงนี้ดูเหมือนแม่ชบาจะยุ่งๆ งานเริ่มรัดตัวจนเธอต้องไปดึงตัวป้าศรี เพื่อนสนิทของเธอและแม่ของลูกหมีออกมาจากบริษัทเก่า และเลื่อนให้เธอขึ้นมาเป็น
หัวหน้าฝ่ายบัญชีของโรงเรียนควบตำแหน่งอีกเยอะแยะแน่นอนว่าเรื่องเงินเดือนแม่ชบาเป็นคนจัดการ และเยอะไม่ใช่น้อยแม่ชบาบอกดูเรื่องการเงิน ของแบบนี้ต้องการความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นอย่างมาก!
ส่วนร้านขายข้าวแกงธุรกิจดั้งเดิมของแม่ชบาเสือน้อยย่อมไม่ปล่อยมือไปเด็ดขาด ทุกวันนี้แม่ชบาไม่ได้เข้าร้านมานานแล้ว ปล่อยให้ลูกหมีควบคุมสั่งการทั้งหมดตำแหน่งใหญ่กว่าเสือน้อยเสียอีก
เสือน้อยเวลาจะทำอะไรต้องเสนอหรือปรึกษากับลูกหมีก่อนเพราะแม่ชบารู้ดีว่าเจ้าเสือน้อย ใจกว้างกับลูกน้องเกินไป
เขาจึงต้องเอาอกเอาใจลูกหมีเป็นพิเศษช่วงนี้เวลาจะขอทำอะไรเพิ่ม
ความจริงเขาก็เอาอกเอาใจเธอแบบนี้อยู่เป็นปกติและเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก โดยการอบรมปลูกฝังของแม่ชบา ที่ต้องปกป้องลูกหมีกลายเป็นสัญชาตญาณและความเคยชินไปโดยปริยาย
และแม่ชบาเองก็รู้ดีว่ามีแต่ลูกหมีเท่านั้น ที่จะคุมเสือน้อยอยู่หมัด หากให้คนอื่นไปคุมคงมีแค่ตัวเธอกับสามีเท่านั้น!คนที่เหลือก็อย่าได้หวังเลยเขี้ยวลากดินเสียขนาดนั้น…
เธอยังแอบต่อว่าสามีเธอลับหลังลูกชายไม่ได้เอาพวกข้อมูลบ้าอะไรไปยัดใส่หัวลูกชายไว้หนักหนา ทั้งให้ดูพวกละครสามก๊กเอยคำสอนต่าง ๆ ผสมเข้าไปอีก
แต่ภายหลังก็ดีใจมากเมื่อเห็นลูกตัวเองรู้จักแบ่งปันรู้จักให้กับผู้อื่น โดยเริ่มตั้งแต่ตั้งใจที่จะว่าจ้างให้คนแถวบ้านมีงานทำอยากที่จะเห็นคนอื่นมีชีวิตอยู่ดีมีสุข
จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ยังเปิดร้านคอม ให้คนที่ขาดโอกาสก็ยิ่งทำเอาเธอปลื้มใจ
ทุกวันนี้แม่ชบาหากเธอไม่อยู่บ้านนั่งดูบัญชีก็ต้องจะวิ่งวุ่นไปตามเก็บผลงานที่เสือน้อยก่อไว้ เช่นดูงานบริษัทที่กำลังก่อสร้างที่ดูเหมือนว่าจะใกล้เสร็จแล้ว
ทั้งยังต้องไปตระเวนดูพวกเครื่องจักรที่ไอ้เจ้าเสือน้อยมันได้ให้ใบปลิวไว้ และก็หาบริษัทอื่นเพิ่มเติมเธอช่วยกันกับสามีพยายามเลือกสรรให้มันออกมาดีที่สุด!
……
วันนี้เสือน้อยตั้งใจมาหาลูกหมีเองเป็นพิเศษ
พอเห็นใบหน้าแต้ยิ้มของเสือน้อยเดินเข้ามาในร้านลูกหมีก็ตวัดสายตาจ้องไปที่จอมก่อเรื่อง ก่อนที่จะพูดว่า “ลมอะไรหอบมาอีกล่ะ!?”พูดเสร็จเธอนั้นก็นั่งจดงาน ทำการบ้านของเธอไปพลาง ๆ
“แหะ ๆก็คิดถึงไง…เลยมาหา” เสือน้อยหยอกไปคำหนึ่ง
“อย่ามาตลก!พูดไปประเดี๋ยวแฟนเสือมาได้ยินจะยุ่งเอา”เธอมองค้อนเขาทีหนึ่งก่อนก้มหน้าทำงานต่อไป
แต่เสือน้อยก็ยังไม่หยุด…ยังคงออดอ้อนออเซาะอยู่นานสองนาน
คนรอบข้างก็กลั้นหัวเราะจากคำพูดเอาอกเอาใจของเสือน้อย ตอนลูกน้องเดินผ่านไปผ่านมาทำทีจะทักทายแต่ก็หยุดโดยดีจากสายตาพิฆาตของแม่ครัวภายในร้าน ที่ส่งสัญญาณให้พวกนั้นหยุดพูด!
หลังจากกระเซ้าเย้าแหย่ถามเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่เป็นชั่วโมง ๆเสือน้อยก็พูดเข้าถึงเรื่องการขยายการตลาดของธุรกิจ
ลูกหมีเองก็รับฟังด้วยความตั้งใจไม่ปล่อยตกหล่นไปสักคำเธอเองก็อยากเห็นคนในชุมชนแออัดมีชีวิตดีขึ้น เพื่อนผู้หญิงของเธอที่ดึงมาร่วมงานปั่นจักรยานส่งของก็มีไม่ใช่น้อย
แม้ธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับเสือน้อยไม่มากแต่เขามองเห็นประโยชน์ทางอ้อมเสียมากกว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพวกลูกน้องที่มันกลายเป็นอาชีพหลักของพวกเขา
ดังนั้นวันนี้จึงมาคุยกับลูกหมีเรื่องเพิ่มยอดขายกลยุทธ์ใหม่ๆ เพราะถ้าร้านมั่นคงลูกจ้างก็จะมั่นคงตามไปด้วย
หลังจากปรึกษากันเสร็จสรรพนกแก้วตัวแสบก็เข้ามาพอดี ความจริงเธอมาตั้งนานแล้ว แต่แอบหลบมองอยู่ห่าง ๆดวงตาของเธอลุกวาว เมื่อเห็นพี่ลูกหมีกับพี่เสือน้อย พูดจาหวาน ๆ ให้กัน
ในบรรยากาศแบบนี้ใครๆ มองก็รู้ว่าทั้งคู่เข้ากันได้ดีราวกับกิ่งทองใบหยก เธอจึงเตรียมเก็บข้อมูลไปรายงานป้าของเธอ
“พี่หมี…พี่เสือ ไปเดินตลาดเปิดท้ายกัน!”นกแก้วก็เดินเข้ามาจับมือทั้งคู่ออกไป โดยไม่สนใจความยินยอมของทั้งสองคน
เธอรับรู้มาว่าป้าศรีได้ไอเดียในการตั้งชื่อมาจากป้าชบาพอเห็นลูกเพื่อนสนิทชื่อว่าเสือน้อย จึงได้ตั้งชื่อลูกตัวเองว่าลูกหมี โดยป้าชบาบอกว่าลูกหมีมีความหมายอื่นซ่อนอยู่!
ทั้งสามก็ได้ไปเดินตลาดเปิดท้ายกันและชวนกันดูโน่นนี่ไปเรื่อย เสือน้อยก็ได้ถามลูกหมีว่า “อยากได้อะไรมั้ย ประเดี๋ยวซื้อให้!?”
ลูกหมีพยักหน้าไม่เกรงใจเธอหยิบของที่อยากได้ขึ้นมา ทั้งที่ดูไว้หลายวันก่อนและของใหม่ ๆส่วนเสือน้อยก็เป็นคนจ่ายเงินไป
เดินไปเดินมาอยู่ทั่วทั้งตลาดปรากฏว่าเสือน้อยถือถุงอยู่เต็มมือ เขายิ้มแห้ง ๆ รู้สึกว่าตัวเองคล้ายคนขับรถที่เดินตามคุณนายมาจ่ายตลาด
ขากลับปรากฏว่าเสือน้อยต้องเรียกแท็กซี่ให้ไปส่ง เพราะของเยอะเกินกว่าจะถือไหว ทิ้งให้นกแก้วได้ควบคุมร้านแทนและพอได้ยินดังนั้นเธอก็กอดอกอย่างภาคภูมิใจนักแหละ แถมยังตกปากรับคำว่าไม่ต้องเป็นห่วง
ก่อนจะนั่งตีหน้านิ่งวางมาดแบบพี่ลูกหมีของเธอทำเอาลูกน้องพากันขบขันไม่น้อย
ถ้าเสือน้อยมาเห็นก็คงโดนประทาน‘เขกมะเหงก’ ทีหนึ่งให้เจ้าหล่อนแน่ ๆ
……
ช่วงนี้ที่โรงเรียนจัดงานกีฬาสีควบคู่ไปด้วยกิจกรรมเยอะมากทั้งยังต้องสอบนักธรรมอีกทำเอาหลายคนบ่นอุบส่วนตัวของเสือน้อยเองตลอดเวลาที่เข้าสี เขามักจะเป็นพวกใช้แรงงานสวัสดิการ
ส่วนพวกขึ้นสแตนด์ไปตบมือเลิกตั้งความหวังกับเขาไปได้เลย และส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของเด็ก ม.1
ปีนี้จับแบ่งสีออกมาเสือน้อยกับเหมือนฝันได้อยู่คนละสีกันจึงทำให้พลาดช่วงเวลาตอนเย็นที่ต้องอยู่ด้วยกันเป็นประจำไป
เสือน้อยดันออกนอกหน้ามากสีของตัวเองไม่อยู่ แต่ดันมาอยู่สีของเหมือนฝัน ซึ่งเป็นคนละมุมของสนามกันเลย พอเห็นทั้งคู่หวานแหววต่อกันก็ทำให้หลายคนห้อมล้อมรู้สึกอิจฉา
พวกรุ่นพี่ ม.ปลายก็เข้ามาไล่เสือน้อยกลับสีของตัวเองไปยังไม่ลืมบอกครูผู้ดูแลประจำสีเหลืองที่เสือน้อยสังกัดอยู่ให้ช่วยห้ามปรามไม่ให้มาวุ่นวายแถวสีชมพูของพวกเธอ
พวกรุ่นพี่ให้เหตุผลด้านรักษาความลับของเชียร์ลีดเดอร์ทั้งท่าเต้น ฯลฯ
เหมือนฝันก็เกือบจะได้เป็นเป็นดรัมเมเยอร์แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ได้ แต่ได้มาเป็นลีดแทน คนสวยแบบเธอพลาดโอกาสเป็นดรัมเมเยอร์ไปน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย
ซึ่งดูเหมือนเพราะความน่ารักของเธอจึงทำให้โดนรุ่นพี่เขม่นจากเป้าหมายดรัมเมเยอร์ก็ได้มาเป็นลีดแทน แต่เหมือนฝันก็ไม่ได้เกี่ยงงอน
เธอโดนรังแกด้วยคำพูดถากถางคำพูดนินทาให้ได้ยิน สารพัด ฯลฯ
เสือน้อยรู้เรื่องเข้าแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรทุกวันนี้สายสืบของเขามีอยู่เต็มโรงเรียน เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดมีเข้ามาให้เขาได้ยินไม่ขาดสาย ผ่านเจ้ายักษ์-ใหญ่
เพราะบางครั้งก็จำต้องให้เธอเผชิญหน้าด้วยตัวเองบ้างหากเข้าไปแทรกแซง เรื่องมีแต่จะยิ่งเลวร้ายลงอีกอย่างก็เป็นเรื่องปกติของกลุ่มผู้หญิงที่เวลารวมตัวกันย่อมจิกกัดกันบ้างเป็นธรรมดา
การต่อสู้ของพวกผู้หญิงบางครั้งก็รุนแรงกว่าพวกผู้ชายที่ใช้กำลัง แต่ว่าทางพวกผู้หญิงมักจะใช้ทางจิตใจคำพูด ทำให้อีกฝ่ายหมดกำลังใจ
เสือน้อยเคยแอบมานั่งฟังรู้สึกสยองเกล้าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวคำพูดแต่ละคนแฝงนัยยะไว้ทั้งนั้น ถ้าเขาไม่เคยต้องมานั่งตีความกับคำพูดของแม่ชบาตั้งแต่เด็ก
ก็คงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่โชคดีที่เขา…ต้องเดาทางมวยของแม่ชบาอยู่เป็นประจำ จึงทำให้รู้เท่าทัน!