ฉลามคลั่งรัก 9: การเอาคืน
#ฉลามคลั่งรัก
ผมเห็นความกรุ่นโกรธในดวงตานั้นมันวาวโรจน์ยิ่งกว่าทะเลต้องแสงตะวัน ซึ่งมันทำให้ผมยกยิ้มขำการกวนประสาทคนที่ว่าเราได้ถือว่าเป็ความสุขอย่างหนึ่งของผมเพราะนานแล้วที่ผมไม่ได้ยั่วโมโหใคร เว้นเอริคตอนที่ผมอยู่ศูนย์วิจัย
จริงๆ จะเรียกว่ากวนโมโหไม่ได้ มันเหมือนการเอาคืนที่เขายั่วประสาทผมมากกว่า
“เริ่มเลย” ผมกระซิบแนบชิดริมฝีปาก ค่อย ๆดึงเชือกที่ผูกไว้ ปล่อยให้เสื้อผู้ป่วยที่ใส่หลุดลงจนเห็นกายขาวคนตรงหน้าหลุบตาต่ำ เหม่อมองร่างกายที่ไม่ว่าใครก็ปรารถนามีเพียงผ้าพันแผลที่เอวเท่านั้นที่เกะกะลูกตา
แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอก
ผมกัดปากตัวเองเล็กน้อยล้มตัวลงนอนให้เขาทำอะไรสักอย่างเ้าตัวเลยผ่อนลมหายใจแล้วเดินไปหยิบผ้า ชุบมันกับน้ำบิดให้หมาดแล้วกลับมาหาผมั์ตาผมหลุบลงมองมือหนาที่ไล้ผ่านไปตามตัว เริ่มั้แ่ต้นคอลากยาวไปที่ลาดไหล่ก่อนจะไล่ต่ำลงไปผ่านแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ
หยุดอยู่เหนือาแราวกับชั่งใจ...
“คุณอยากถอดกางเกงผมไหมล่ะ ?” ผมถามสีหน้าท้าทายแลดูจะทำให้เขาหงุดหงิดไม่มีใครอยากให้คนที่ไม่รู้จักมาเช็ดตรงส่วนนี้ทว่านี่คือการเดิมพันว่าเขาจะทำได้อย่างที่ผมหวังไหม
ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจเขาก็จะทำได้ด้วยหน้านิ่ง ๆ แต่ถ้าเขาคิดไม่ดี...
ร่องรอยที่ดีแลนทำไว้จะถูกซ้อนทับ
“ถ้าคุณเอาแต่คิดนาน ผมคงหนาวตายซะก่อน”
“ผมควรเช็ดหลังให้คุณ” เขาเบี่ยงเบนประคองให้ผมขึ้นมานั่งแทนที่จะเดินไปด้านหลัง เขากลับเลือกจะอ้อมมือไปจัดการให้สภาพก็เลยเหมือนว่าเขากำลังกอดผมไว้ให้ผมได้ซึมซับไออุ่นและกลิ่นกายที่ต่างจากผู้ชายทั่วไป
กลิ่นของเขาคล้ายกับของดีแลนชะมัด
“คุณจะกอดผมไว้ก็ได้นะ” เขากระซิบไม่รู้เลยว่าริมฝีปากเขาใกล้กับใบหูผมขนาดไหนผมเอาแต่จับจ้องซอกคอขาวที่ไม่มีริ้วรอยอะไรขณะที่เขากำลังใช้ผ้าไล้ไปตามกระดูกสันหลัง เผลอแอ่นกายยามปลายนิ้วััลงตรงนั้นคล้ายว่าเขากำลังสำรวจว่ามันมีมากน้อยแค่ไหน
ได้ยินเสียงกระซิบนับเลขเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วยาวจะเลื่อนผ่านไป
และแตะลงที่ขอบกางเกง
“คุณเล่นเกมเก่ง” ผมหัวเราะทำเขาชะงัก“คุณกำลังยั่วให้ผมทนไม่ไหว”
“ผมไม่คิดจะทำอะไรตอนที่คุณเจ็บอยู่อย่างนี้”
“งั้นแปลว่าถ้าผมหายดี เราก็มีเซ็กซ์กันได้งั้นสิ”
“อะ...”
“คุณนี่ตลกจังนะ” เขาผละออกมาสบตากับผมที่คล้องคอเขาไว้รอยยิ้มมาดร้ายปรากฏออกมาจากด้านในฉายชัดอยู่บนใบหน้าผม “ทำเหมือนไม่สนใจทั้งที่จริงก็หวังให้ผมทำไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผม”
“ผมไม่...”
“อย่าปฏิเสธไป ผมรู้ว่าคนเรามันห้ามใจได้ยากเวลาเจอของสวยงามอยู่ตรงหน้า”
“…”
“ถ้าคุณยอมรับั้แ่แรกมันคงง่ายกว่า ไม่ใช่พูดจาหมา ๆ แล้วก็ทำเหมือนทุกคน”ใบหน้าของเขานิ่งงัน ดูไม่ออกว่าซ่อนอะไรไว้ในนั้นทว่าผมกลับไม่สนใจมันทำเพียงแค่ลดมือออกแล้วหยิบเสื้อมาใส่ผมอยากจะยั่วเขาให้มากกว่านี้ แต่ผมไม่มีอารมณ์เท่าไหร่
ผมไม่อยากเจอหน้าใครผมอยากอยู่คนเดียว
“คุณนี่มันไม่สนุกเอาซะเลย”
“แล้วต้องบดขยี้คุณหรือไง ถึงจะมองว่ามันสนุก”
“นั่นเป็สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีค่า”
“...”
“คุณที่ไม่รู้อะไรก็อย่ามาทำเป็พูดมากดีกว่าน่า ผมชอบคนพูดน้อยไม่รู้เหรอ” ผมกวนประสาทหวังเพียงให้เขาทำตัวรุนแรงใส่ถ้าเขาทำแบบนั้นบางทีมันอาจจะดีกว่าเขานิ่งไม่พูดอะไรก็ได้ยังไงซะคนเรามันก็ต้องชอบการมีรีแอคมากกว่าการพูดกับเสาไฟฟ้า
เ้าของดวงตาสีนิลมองหน้าผมเขาถอนหายใจขณะที่แนบผ้าลงกับแก้ม พาให้ผมย่นคิ้วนิดหน่อยไม่เข้าใจว่าทำไมเขายังมีอารมณ์เช็ดตัวผมอยู่
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทันได้พูด...
เรียวลิ้นชื้นก็สอดเข้ามาด้านใน
“อื้อ” วินาทีนั้นผมใเบิกตากว้างจ้องมองคนที่ละเลียดริมฝีปากผมช้า ๆราวกับกำลังป้อนยาพิษให้ผมตายทีหลัง เขากวาดต้อนเอาความหวานภายในปากรุกล้ำเข้ามาอย่างละเมียดละไมหากแต่ทุกัักลับดุดันยิ่งกว่าอะไรโดยเฉพาะตอนที่ไล้มือเข้ามาในเสื้อผม
แตะต้องอย่างอ่อนโยนระวังาแผมคล้ายคนห่วงกันผมกัดปากเขาไม่หวังให้เจ็บเหมือนเมื่อวานแค่้าให้เขาผละออกไปเพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาเคลมผมเสียดายที่เ้าตัวทำเป็ไม่สนใจการเรียกร้องของผมเขากดจูบลงถอนออกแล้วกดริมฝีปากลงหน้าผาก
เนิ่นนานจนผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่มารู้ตัวก็ตอนที่คนใจร้ายล็อกตัวผมไว้
แล้วกัดเข้าที่ลำคอผมอย่างจัง
“อึก !” ร่างกายผมสะท้านเขี้ยวขาวฝังลึกลงตรงนั้น รับรู้ได้ว่าน่าจะมีหยาดแดงไหลออกมาทว่าเขาก็ไม่ได้ปรานีผม กลับกันเขาดูดดุนทำตัวเหมือนพวกแวมไพร์ในนิยายที่ผมเคยอ่านใช้ลิ้นกวาดต้อนมันเข้าปากก่อนจะลามมาเลียปากผม...
เป็การเอาคืน
“เจ็บไหม” เขาถามนั่นทำให้ผมกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ“ผมทำเืคุณออก”
“มันคือการทำร้ายร่างกาย”
“แล้วคุณไม่สนุกกับมันหรือไง”
“คุณ...!”
“ถ้าไม่ชอบอะไรแบบเนิบนาบ ผมก็จะโหดร้ายกับคุณ” เสียงทุ้มพูดแ่อยู่ข้างหูเป็การขู่ที่ไม่ต้องกดหนักเพราะมันสามารถทำให้ตัวผมสั่นโดยที่ผมมั่นใจว่าไม่ได้กลัวเขาหากแต่ด้วยอะไรสักอย่างที่พาให้ทั้งร่างตอบสนองต่อสิ่งเร้า
โดนผู้ชายกัดร่างมาก็มากแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่รู้สึกว่ามันเ็ปเท่าขนาดนี้
เป็คนที่ฟันคมชะมัดอย่างกับขากรรไกรฉลามเลย
“คุณจะได้สนุกและไม่ไปเล่นกับผู้ชายคนอื่น”
“คุณหึงคนแปลกหน้าหรือไง คุณผู้ชาย”
กึก !
“คุณควรรู้ไว้ว่าผมไม่ชอบยื่นสถานะให้ใคร” ผมตอบกลับยกมือขึ้นกุมคอตัวเองที่มีเืไหลนี่เขาเอามีดกรีดคอผมหรือไง ทำไมเืมันถึงได้เยอะขนาดนี้ “และต่อให้คุณทำร้ายผมมันก็ไม่ได้แปลว่าผมเป็ของคุณ”
“ก็ไม่แน่”
“หืม ?”
“อะไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้” นัยแฝงที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำทำผมกัดกรามเลียปากตัวเองเป็การคิดหนัก “ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตามผมก็จะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ”
“ผมไม่เคยขอร้องให้ใครมารับผิดชอบ”
“ผมจะเป็คนแรกที่ทำแบบนั้น”
“ทำไมคุณน่ารำคาญจัง” ผมสวนกลับ ความหงุดหงิดตีตราชัดทั่วทุกอณูผิวสิ่งหนึ่งที่จะมาเป็ผู้ชายผมได้คือการไม่ทำตัวจุกจิกหรือวุ่นวายก้าวก่ายผมมากเกินไป“รู้ไหมว่าผมเกลียดผู้ชายน่ารำคาญแค่ไหนถ้าคุณว่างนักก็ไปตามติดคนอื่นไป”
“แล้วก็ปล่อยให้คุณตามหาทีหลังเหรอ ?”
“...!!”
“อีกอย่างผมคิดว่าคุณไม่น่าจะเกลียดผู้ชายน่ารำคาญเท่าไหร่”
“คุณจะรู้...”
“เพราะทีกับแฟนเก่า คุณยังทนได้เลย”
“อะไรนะ ?” ผมขานรับเสียงหลงย่นคิ้วใส่คนที่ไม่รู้ว่าไปรู้เื่ของผมมาจากไหนสีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปหากแต่ก็ไม่ได้อธิบายให้หายสงสัยเลยสักนิด “คุณรู้ได้ไงว่าผมมีแฟนเก่า ผมไม่เคยเล่าให้ใครที่นี่ฟัง”
“ผมก็คงเดาไปเรื่อยล่ะมั้ง หรือบางทีคุณอาจจะหลุดเล่าให้ใครฟัง”
“ไม่มีทาง ผมไม่ได้ปัญญาอ่อนขนาดนั้น”
กึก !
“ตกลงคุณเป็ใครกันแน่นะ คุณ้าจากผมน่ะ...!”
“ขออนุญาตค่ะ” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาพร้อมกับประตูที่เปิดออกผมหันไปมองพยาบาลสาวที่เข็นรถขนของเช็ดตัวเข้ามาด้านในเธอยกยิ้มให้ดูสดใสขณะที่ผมกะพริบตามองอย่างไม่เข้าใจ “ขออนุญาตเช็ดตัวหน่อยนะคะ”
“ว่าไงนะครับ” ผมเลิกคิ้วหันไปมองคนที่ไม่โต้กลับ “คุณให้เขามาเช็ดตัวผมแล้วไม่ใช่หรือไง”
“ฉันเหรอคะ ?” เธอชี้เข้าตัวเองทำหน้าตาตื่นขณะที่สบตากับคนใจร้าย“อาจจะมีการเข้าใจผิดนะคะดิฉันยังไม่ได้รับแจ้งเลยว่ามีญาติคนไข้ขอมาทำหน้าที่แทน”
“หา ?”
“หรือยังไม่มีคนมาบอกกันนะ” เธอพึมพำผิดกับผมที่มองคนด้านข้างเขาหันมาสบตากับผม ไม่มีคำอธิบายทั้งที่ควรจะพูดอะไรออกมาแทนการถอนหายใจทว่าเขากลับวางผ้าที่เช็ดตัวผมลงกับรถเข็นเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกจากห้องโดยไม่มีคำกล่าวลาใด ๆ ทั้งนั้น
เว้นกับฝากฝังพยาบาล
“ฝากจัดการที่เหลือด้วย” เธอพยักหน้ารับปล่อยให้เขาเดินจากไปราวกับธาตุอากาศวินาทีนั้นผมอยากจะไปรั้ง มีคำถามมากมายที่ผมอยากถามแทบตายเสียดายที่เขาไม่อยู่และพยาบาลสาวก็กำลังใกับแผลที่คอผม เธอรีบปรี่ตัวมาหาขออนุญาตจับปลายคางผมให้เงยขึ้น
สำรวจรอยเขี้ยวคมที่ยังคงมีเืไหลออกมาไม่หยุด
ซึ่งผมก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้เธอฟังขอแค่ไปตามหมอมาทำแผลให้ ในห้องวุ่นวายอยู่พักใหญ่เพราะร่องรอยที่เขาฝากไว้...
มันค่อนข้างรุนแรงพิกล
“ให้ผมแจ้งตำรวจให้ไหม ?”
“ไม่ต้องหรอกครับ มันไม่ใช่เื่ใหญ่”
“…”
“ผมจะจัดการเขาเองหลังจากออกจากโรงพยาบาล” ผมตอบคุณหมอด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เขาทำแผลให้นาทีแรกที่เขาเห็นแผลผม เขาคิดว่าใครสักคนปล่อยหมามากัดแต่ที่นี่เขาห้ามนำสัตว์เข้ามานั่นแปลว่าผมจะไม่มีทางถูกสัตว์ทำร้ายได้
ทว่าเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงทำร้ายผมแบบนี้
ดีหน่อยที่เขาเลือกจะไม่เซ้าซี้ประคองตัวผมให้นอนพัก ปล่อยให้พยาบาลคนเดิมเป็คนเฝ้าผมเลือกที่จะจ้างให้เธอมาดูแลผมจนกว่าจะหาย เนื่องจากผมไม่มีญาติที่ไหนและมันคงดีกว่าให้คนอื่นที่ไม่รู้ว่าเป็ใครมาจัดการตัวเองให้
ผมหมายถึงผู้ชายบ้านั่นน่ะแหละ
“งั้นถ้าเจ็บตรงไหนก็กดปุ่มเรียกพยาบาลนะถ้าอาการหนักหมอจะมาดูให้”
“ขอบคุณครับ” ก้มหัวให้เล็กน้อยเป็การตอบรับคุณหมอเลยยิ้มบาง ๆ หมุนตัวเดินไป แต่ผมกลับรั้งเขาไว้ “คุณหมอครับผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
“อะไรเหรอครับคุณโซล”เขาหยุดชะงัก หันกลับมาอย่างสงสัย
“คือเมื่อวานมีเด็กผู้ชายมาที่นี่หรือเปล่า”
“หืม ?”
“เผอิญผมเพิ่งนึกออกน่ะครับว่าเมื่อวานช่วยเด็กคนหนึ่งจากฉลามไว้ผมไม่แน่ใจว่าเขาปลอดภัยหรือเปล่า แต่จำได้ว่าเขาขึ้นรถพยาบาลของที่นี่” จู่ ๆ ผมก็นึกถึงเด็กคนเมื่อวานที่ผมช่วยไว้ผมลืมมันไปเพราะมัวแต่สนใจคนที่ช่วยผมถึงอย่างนั้นผมก็จำได้ว่าเขามาโรงพยาบาลเดียวกับผม
แต่ผมกลับจำไม่ได้ว่าเขาสภาพเป็ยังไง
“คุณหมอพอจะรู้จักไหมครับ ?”
“คุณหมายถึงเด็กผู้ชายผิวสีที่มาจากหาดข้างหน้านี่ใช่ไหมครับ”
“อ่าครับ น่าจะใช่”
“หมอคิดว่ามันไม่น่าฟังเท่าไหร่”
“ทำไม...”
“เขาเสียชีวิตแล้วครับ”
หลังจากที่พวกเขาออกจากห้องผมก็ไปสืบห้องพักของเด็กผู้ชายคนนั้นแล้วรู้มาว่าพ่อแม่เขายังทำใจไม่ได้เลยยังไม่เคลื่อนย้ายศพไปไหน ยังคงปล่อยให้นอนอยู่บนเตียง ใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้ผมอยากจะเดินเข้าไปปลอบโยนว่าเขาจะไม่เป็ไรแต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเราก็เห็นผลลัพธ์อยู่
‘เกิดภาวะแทรกซ้อนตอนเราช่วยเหลือ เขาเลยไม่รอด’
‘บวกกับขากรรไกรของฉลามมันคมมาก กัดแขนขาดภายในพริบตา’
‘เด็กขนาดนั้นก็คงทนพิษาแไม่ไหวหรอกครับ’
‘คุณไร้ค่าั้แ่เมื่อไหร่โซล’
“นี่เราช่วยอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ผมหลุบตาต่ำผละมายืนพิงกำแพงถามตัวเองด้วยเสียงที่แ่ลงคล้ายคนใกล้ตายลงไปทุกทีผมไม่รู้เลยว่าเด็กคนนี้ไม่รอด ผมนึกว่าการช่วยเหลือของผมมันได้ผลตอนถูกพาส่งโรงพยาบาลผมก็ไม่ได้สังเกตว่าเขาเป็ยังไง
คิดเพียงแค่ว่าผมช่วยล่อฉลามไว้ก็น่าจะมีใครสักคนลงไปช่วยเขา
แต่ก็เปล่า...ไม่มีใครกล้าเอาตัวเองไปเสี่ยงเพื่อแลกกับหนึ่งชีวิต
สุดท้ายแล้วคนที่ไปช่วยคือพ่อของเด็กที่เกือบจะเสียแขนไปด้วยกันผมรับรู้ได้จากมือที่ถูกพันแผลไว้มันทำให้ผมอดรู้สึกไร้ค่าไม่ได้ที่พยายามขนาดนั้น ทว่าก็ไม่สำเร็จ
ผลของการกระทำมันเท่ากับศูนย์เลย
“คุณ”
“อะ...เอ่อสวัสดีครับ” ผมสะดุ้งตอนที่บานประตูถูกเปิดออกหญิงสาวที่น้ำตานองหน้ามองผมด้วยความสงสัย ผมก้มหัวให้เขาเป็การทักทาย นิ่งเงียบไปให้อีกฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมา
“คุณคือคนที่ขับเรือล่อฉลามใช่ไหมคะ?”
“…”
“คนที่พยายามช่วยลูกของเรา”ผมเลียปาก ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับคำพูดที่ว่าพยายามช่วยลูกของเขามันสื่อให้เห็นว่าความพยายามของผมมันสูญเปล่าเหมือนคนที่วางเดิมพันแล้วแพ้พนันหมดตัว “คุณเป็ยังไงบ้างคะฉันเห็นคุณเจ็บหนัก”
“ผมดีขึ้นเยอะแล้วครับขอบคุณมาก” ผมยิ้มให้เธอสลับกับมองหน้าคนเป็พ่อ เขาพยักหน้าเข้าใจขณะที่ถอนหายใจใส่“ผม...เสียใจด้วยเื่ลูกชายของคุณผมไม่รู้ว่ามันจะเป็แบบนี้”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะคุณพยายามเต็มที่แล้ว”
“…”
“ผิดที่ฉันไม่ดูแลเขาเอง” เธอฝืนยิ้มกะพริบตาทีน้ำตาก็ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง “ถ้าตอนนั้นฉันห้ามเขา หรืออยู่ใกล้เขากว่านี้เื่แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นมันคือผลที่ฉันต้องได้รับและต้องทำใจให้ได้”
“ผมเสียใจด้วยนะครับ
“ขอบคุณนะคะคุณกล้าหาญมากเลยที่ทำแบบนั้น” เธอว่าพร้อมจับมือผม บีบเบา ๆเป็การให้กำลังใจ “ถึงเขาจะอยู่ขอบคุณคุณไม่ได้แต่เขาก็คงจะดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนเห็นค่าชีวิตของเขามันคงเป็กรรมเก่าที่พระเ้าท่านตัดสินไว้”
“คุณ...”
“แต่เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปเราแค่ต้องอดทน” ไม่มีคำพูดอะไรหลุดจากปากผมราวกับโดนกัดกินกล่องเสียงก็ไม่ปาน “คุณเองก็อย่าคิดมากนะคะคนเรามันมีเื่ให้ใได้เสมอ ดีใจซะเถอะที่ครั้งหนึ่งคุณได้พยายามขนาดนั้น”
“มันคงดีกว่าถ้าผมระวังกว่านี้”
“…”
“ผมขอโทษนะครับ” คนเป็แม่สะอื้นฮักโผเข้ากอดผมทั้งน้ำตาผมชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกอดตอบเธอเอาไว้ลูบหลังปลอบอย่างเข้าใจก่อนจะสูดหายใจเข้าเลือกที่จะประคองตัวเองกลับมาที่ห้องดวงตาเหม่อลอยขณะคิดว่ามีอะไรอีกที่ผมช่วยเขาได้บ้าง
บางทีผมอาจจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทีหลังไม่ก็ช่วยเขาจัดงานศพต่อให้มันจะไม่ใช่หน้าที่ผมก็ตาม
ผมเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างมองทะเลที่ซัดเข้าหาฝั่ง เสียงของมันเหมือนกับฝันร้ายที่หลอกหลอนไม่มีหยุดครั้งหนึ่งผมเคยกลัวทะเลมาก ๆ น่าจะเป็่ตอนที่พ่อแม่ตายใหม่ ๆ ผมไม่กล้าลงทะเลเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องของบ้านใหญ่
กระทั่งไปเจอจดหมายที่พ่อเขียนไว้เนื้อความคือสั่งให้ผมดูแลอสูรกายที่จะไม่มีวันทำร้ายผม
จะมีแค่ผม...ที่รอดชีวิต
“โลกไม่ยุติธรรม”ผมพึมพำ เลียปากระหว่างใช้ความคิด การที่พวกมันไว้ชีวิตผมนั่นทำให้เราต้องแลกชีวิตคนอื่นมากมายไม่จบไม่สิ้นถึงผมจะรู้ว่าคราวนี้ไม่ใช่ความผิดของเมกาโลดอน ทว่าเพราะสายพันธุ์นั่นผู้คนเลยต้องตกอยู่ในอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงจะโทษมันไม่ได้เต็มปากเนื่องจากมันจะจู่โจมก็ต่อเมื่อมันมีสิ่งเร้า
แต่ถ้าไม่มีพวกมันบางทีเราอาจจะมีความสุขกว่านี้
“ควรหนีไปที่ไหนดีนะ”
“หนีไปอยู่กับผมไหม”
“อ๊ะ!”
“ผมเลี้ยงดูคุณได้นะที่รัก:)”เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่รั้งให้ผมหันไปหาแต่ด้วยจังหวะที่ผิดพลาด ทำให้จมูกของเราชนกันโดยไม่ตั้งใจซ้ำร้ายอีกฝ่ายยังกดริมฝีปากลงมามอบจุมพิตให้เล่นเอาผมถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็หรี่ตาลงไป
ผมยอมให้เขาบดเคล้าเรียวปากผมตามใจตัวเอง
“อื้ม หวานชะมัด”
“คุณ...”
“ถ้าไม่ติดว่าคุณเจ็บหนัก ผมคงฟัดคุณไปแล้ว” เ้าตัวว่าพร้อมหลุบตามามองผมรอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาขณะที่ผมกำลังประมวลผลว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงก็ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันคือเขาอาบน้ำอยู่ในห้องแล้วผมก็หนีลงมาเพราะเห็นดายว่ายอยู่ในทะเล
หลังจากนั้นเราก็ขาดการติดต่อกัน
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
“ผมได้ข่าวว่ามีคนหามคุณส่งโรงพยาบาล”
“…”
“ผมตามหาคุณซะทั่วเลย” เขาเกลี่ยแก้มผมปลายนิ้วที่รุ่มร้อนกำลังอาบไล้ทุกอณูผิว “ตอนแรกผมนึกว่าเราทำกันหนักจนคุณต้องนอนโรงพยาบาลแต่พอรู้ว่าคุณโดนอะไร ผมก็เป็ห่วงแทบบ้า”
กึก !
“เสียดายนะที่ผมมาช้า ดูท่าว่าจะมีคนตัดหน้าผมไปซะก่อน” เขาเหม่อมองผ้าก็อตที่คอผมมันกลายเป็เครื่องประดับเดียวที่ไม่ทำให้คอของผมโล่งเกินไปพลันจมูกคมก็ก้มลงไปซุกไซ้ เขาดูจะไม่สนใจแผลของผมเท่าไหร่เหมือนกับตอนที่เราทำกัน เขาก็ไม่ได้มายด์ว่าผมมีแผลตรงเอวหรือตรงไหน
เขากับผมต่างก็สนใจว่าอีกฝ่ายจะมอบความพอใจให้ได้ไหม
ซึ่งผมก็ยอมรับว่ามันเกินกว่าที่ผมคิดไว้มาก
“แต่ก็มาทันพอที่จะเป็ตัวเลือกให้คุณใช่ไหมเพราะดูเหมือนคุณกำลังจะหนีอะไรสักอย่างนะที่รัก” ความคิดล่าสุดย้อนกลับมาแทนที่ความใทำผมหลุบตาต่ำซ่อนความรู้สึกตัวเองทันที ผมไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้ ถ้าเกิดผมจะหนีผมย่อมอยากไปโดยไม่บอกใคร
“ไม่มีอะไร ผมก็...พูดอะไรเรื่อยเปื่อย”
“แต่มันเกี่ยวกับเด็กคนนั้นที่คุณช่วยไว้ไม่ได้ใช่ไหม”
“!!!!”
“คุณอยากหนีความเสียใจ หรือความผิดพลาดของตัวเองกันล่ะ ?” เขาเลิกคิ้วใส่ผม เชยคางให้เราสบตากันอีกครั้ง คิ้วของผมขมวดกันเบา ๆแปลกใจที่เขารู้เื่นั้นโดยที่ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมช่วยเด็กไว้”
“คิดว่าคุณดังแค่ไหนล่ะเื่นี้เป็ข่าวใหญ่จะตาย”
“…”
“และมันทำให้คุณเศร้าใช่ไหมผมช่วยคุณได้ ขอแค่คุณพูดมาว่าจะเอายังไง” ปลายลิ้นชื้นละเลียดริมฝีปากผมช้าๆ ราวกับกดดันให้ผมขอร้องในสิ่งที่้ากับเขาแทรกเข้ามาในปากกวาดต้อนความหวานจนพอใจแล้วผละออกไปมองหน้ากัน นาทีนั้นผมถอนหายใจเบือนหน้าหนีเขาคล้ายกับอีกฝ่ายเป็มัจจุราชที่มาเสนอทางตายให้
ผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
“ผมไม่จำเป็ต้องบอกคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ”
“แต่เรารู้จักกัน”
“…”
“มีเซ็กซ์ด้วยกันสองครั้งและผมก็ตามคุณมาที่นี่แค่นี้ก็บอกแล้วว่าเราไม่ใช่คนแปลกหน้า” เขาฉายชัดถึงความมาดร้ายในดวงตาก่อนจะถูกอีกฝ่ายกอดเอวไว้ คลอเคลียอยู่กับซอกคอขาว “เอาน่าผมไม่ได้คิดไม่ดีอะไร ผมแค่อยากให้คุณสบายใจกลับมาเป็ราชินีน้อยของผมไง โซล”
“ผมไม่มีอารมณ์เล่นกับคุณหรอกนะ”
“แค่ตอนนี้”
“ดีแลน...”
“พอคุณรู้สึกดี คุณจะคิดถึงผม” เขากระซิบข้างหูผมกดจูบลงบนแก้มขาว ััรุ่มร้อนทำให้ผมเม้มปาก บอกตามตรงว่าผมไม่้าใครทั้งนั้นแต่พอถูกเสนอทางเลือกมันกลับทำผมคิดหนัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมีทางเลือกไม่มากนั่นเลยทำให้ผมต้องประคองร่างกายตัวเองอยู่เพียงลำพังอยู่ทุกวันเฝ้าบอกตัวเองว่าเดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะผ่านไปเหมือนที่เป็มา
โดยไม่รู้เลยว่าหัวใจตัวเองกำลังด้านชาขึ้นทุกนาที
“คุณอาจจะไม่ไว้ใจ แต่เชื่อผมเถอะว่าผมไม่ได้คิดร้าย”
“…”
“อย่างน้อยผมก็เสนอทางเลือกที่ดีให้ดีกว่าติดอยู่ที่นี่ใช่ไหมล่ะมันมีแต่ความทรงจำเลวร้ายเต็มไปหมด” เขาพึมพำกลอกตาบนเมื่อคิดถึงอะไรสักอย่างและนาทีที่เขาเอียงคอผมเลยเห็นร่องรอยช้ำดวงตาหลุบมองขณะที่ปลายนิ้วััต้นคอที่มีรอยแดงของ...
นิ้วมือ?
“คุณไปโดนอะไรมา ?”
“หืม ?”
“โดนทำร้ายเหรอ ?” ผมถามขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ถือวิสาสะดึงคอเสื้อเขาลงไปเพื่อที่จะได้เห็นความบอบช้ำนั่นใกล้ๆ ดีแลนไม่ได้อิดออด กลับกันเขายอมให้ผมดูมันแต่โดยดี ผมลากนิ้วไปตามรอยแดงที่มีกัดปากน้อย ๆ เพราะอดรู้สึกเจ็บตามไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้นกัน ?”
“มันเป็ความลับที่ผมจะบอกคุณเมื่อเราไปถึงบ้าน”
“นี่”
“ถ้าคุณอยากรู้เราก็ต้องไปด้วยกัน”
“…”
“แล้วผมจะปรนเปรอคุณยิ่งกว่าทาสรับใช้ดูแลเ้านายซะอีกฟังดูเป็ทางเลือกดีใช่ไหม :)”