ตอนที่ 1 (6)
*** ดอกพุดซ้อนผลิบาน : สวัสดีทุกคน ่นี้ย้ายบ้าน เลยไม่ได้เข้ามาคุยกับทุกคนซะนานเลย นี่เป็วิวของสถานที่ที่ผมพักอยู่่นี้ ต้นหอมหมื่นลี้ในสวนดอกไม้ของเ้าของบ้านกำลังบานทั้งสวนเลย ว่ากันว่ากลิ่นฟีโรโมนของคนที่เ้าของบ้านชอบก็คือกลิ่นดอกหอมหมื่นลี้นี่เอง โรแมนติกสุดๆ ไปเลยเนอะ (แนบรูป) ***
่หัวค่ำ หลินฉิงไห่เปิดเข้าบล็อกส่วนตัวที่ไม่ได้อัปเดตมาสองสัปดาห์ พร้อมทั้งโพสต์ภาพสวนหอมหมื่นลี้ที่ตัวเองวาดเมื่อ่บ่าย
หลังจากนั้นไม่นาน คอมเมนต์ใต้ภาพดังกล่าวก็ปรากฏการตอบรับมากมายจากผู้ติดตาม
*** คอมเมนต์ที่ 1 : โอ้มายก้อช! นี่คุณดอกพุดซ้อนย้ายไปอยู่บ้านคนรวยใช่ปะเนี่ย สวนดอกไม้จะใหญ่เบิ้มเกินไปแล้วแม่!
คอมเมนต์ที่ 2 : นี่ คอมเมนต์แรกอะ ควรจะรู้สึกว่าเ้าของสวนโรแมนติกก่อนหรือเปล่า
...
คอมเมนต์ที่ 23 : ไม่เจอกันนานเลยนะค้าคุณดอกพุดซ้อน~~ คิดถึงจังเลยค่ะ ภาพวาดวันนี้ยังสวยจัดเหมือนเดิม! แค่ดูอย่างเดียวก็รู้สึกว่ามีกลิ่นดอกไม้หอมๆ มาเตะจมูกแล้ว
คอมเมนต์ที่ 24 : โอ้โหว เ้าของสวนนี่โรแมนติกสุดอะไรสุด ขนาดจอมือถือกั้นอยู่ ยังรู้สึกหวานเจี๊ยบจนปวดฟันเลอ
คอมเมนต์ที่ 25 : นี่ คอมเมนต์เมื่อกี้อะ แค่นั้นยังเบาไป ฉันนี่ถึงกับต้องไปแปรงฟัน =___= ***
...
หลินฉิงไห่ตอบคอมเมนต์ผู้ติดตามของเขาทีละคน การตอบคอมเมนต์เป็หนึ่งในความสุขส่วนตัวเพียงไม่กี่อย่างของเขา อาจารย์ของเขายังไม่รู้เื่บล็อกนี้
ทว่าหลังตอบไปได้ราวห้าสิบเปอร์เซ็นต์ หน้าจอโทรศัพท์ก็สั่นและแสดงผลอื่น เป็สายเรียกเข้าจาก...อาจารย์
เขากดรับสายอย่างรวดเร็วตามปฏิกิริยาโต้ตอบ หัวใจเต้นรัวดังตึกตักด้วยความตื่นเต้นปนความคาดหวังเล็กน้อย
“ครับ ครับอาจารย์” ไม่ว่าเมื่อไร หลินฉิงไห่ก็จะแสดงความประหม่าและความถ่อมตัวเวลารับสายจากเฉินเซ่ากังอยู่เสมอ เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหากเขาทำอะไรผิดพลาดไป
‘ฮัลโหล เสี่ยวไห่ ยุ่งอยู่ไหม’ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความอ่อนโยนจากปลายสายดังผ่านแก้วหูไปถึงสมองของหลินฉิงไห่ แม้แต่กระดูกสันหลังของเขาก็ยังััได้ถึงระลอกความเสียวซ่านนี้
คงเพราะไม่ได้เจออาจารย์มาพักใหญ่ถึงได้เป็แบบนี้ หลินฉิงไห่กัดริมฝีปากล่างแน่น รอให้ความร้อนวูบวาบทั่วร่างผ่านพ้นไป จึงกระแอมก่อนตอบ “ไม่นะ...ผมไม่ยุ่งครับ”
ปลายสายส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ ราวกับรู้ว่าหลินฉิงไห่หยุดชะงักไปเพราะอะไร “เด็กนิสัยเสีย ของขาดนานเลยสินะ นายนี่มันเด็กลามกจริงๆ”
หลินฉิงไห่ได้ยินคำหยอกล้อของเฉินเซ่ากัง ก็ขยำเนื้อผ้าบริเวณต้นขาแน่นด้วยความเขินอาย
ตลอดระยะเวลา 5 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาจารย์นั้น อาจารย์ไม่เคยล่วงล้ำเข้าไปในตัวเขาเลยสักครั้ง พวกเขาอย่างมากก็แค่ช่วยเล้าโลมกันและกัน เพราะอาจารย์เคยบอกว่าเขาไม่ใช่ Omega ของตัวเอง จึงไม่อยากทำสัญลักษณ์ไว้บนตัวเขา ดังนั้นจึงไม่เคยล่วงล้ำเข้ามาในตัวเขาเลย
แต่ใน่เวลา 5 ปีที่ตกอยู่ในฐานะนี้ เฉินเซ่ากังได้เพาะบ่มนิสัยอย่างหนึ่งให้กับเขา...นั่นเพราะเฉินเซ่ากังชอบดูเขาสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็แค่เสียงหรือแววตาของเฉินเซ่ากัง ก็สามารถเร้าความรู้สึกเสียวซ่านในส่วนลึกของร่างกายหลินฉิงไห่ได้ ราวกับเขาติดนิสัยการตอบสนองนี้ไปแล้ว
ดูเหมือนเขาจะลามกมากเกินไปแล้วจริงๆ เพราะเมื่อถูกอีกฝ่ายกล่าวหาว่าเป็คนลามก ก็รู้สึกดีใจขึ้นมา ดีใจที่อาจารย์เต็มใจที่จะััเขา
“ที่อาจารย์โทรหาผม...” หลินฉิงไห่ถามเสียงค่อยเพื่อปกปิดความไม่มั่นใจในตัวเอง
‘ไม่มีอะไร แค่อยากถามว่าพรุ่งนี้นายว่างไหม เพิ่งคิดได้ว่าั้แ่นายย้ายไปที่อื่นก็ยังไม่ได้ถามไถ่อะไรนายเลย’ ปลายสายเอ่ยอย่างอ่อนโยน
เมื่อพบว่าเฉินเซ่ากังกำลังขอนัดตัวเอง หลินฉิงไห่ก็รู้สึกดีใจเหลือเกิน ต่อให้มีธุระก็ต้องตอบว่าว่างอยู่ดี จึงรีบบอก “ว่าง ว่างครับอาจารย์”
‘อืม งั้นหกโมงเย็นพรุ่งนี้ มาเจอกันที่ร้านอาหารยุโรปชั้นสองแถวหัวมุมตรงย่านมหา’ลัยนะ’ หลังบอกที่นัดหมายเสร็จก็ไม่รอให้หลินฉิงไห่ตอบ แต่วางสายไปอย่างรวดเร็ว
หลินฉิงไห่ที่เดิมอยากจะคุยต่ออีกสักสองสามคำ พอได้ยินเสียงตัดสายก็ไม่อาจปฏิเสธว่ารู้สึกผิดหวังนิดหน่อย แต่ต่อมาเขาก็รีบเรียกกำลังใจกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรพรุ่งนี้ก็จะได้พบกัน ตอนนี้ไม่ได้คุยก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย
เช้าวันรุ่งขึ้น คงเพราะคิดว่าวันนี้มีนัดกับอาจารย์ สองแก้มของหลินฉิงไห่ถึงได้แดงเรื่อขึ้นมาระหว่างรับประทานอาหารเช้าอย่างห้ามไม่ได้
หยางฉุนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคิดว่าระยะนี้ควรจะต้องหาเื่คุยกับคู่หมั้นของตัวเอง ถึงได้ตื่นแต่เช้ามานั่งหัวโต๊ะร่วมรับประทานอาหารเช้ากับหลินฉิงไห่ แต่พวกเขาสองคนกลับไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักคำ
หยางฉุนกำลังอ่านรายงานข้อมูลทางการเงินและข่าวสารบนโทรศัพท์มือถือ ตอนที่เงยหน้าขึ้นเพื่อหยิบแก้วกาแฟ หางตาก็เหลือบเห็นผิวแก้มแดงเรื่อของหลินฉิงไห่ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามเก็บอาการเพราะไม่อยากให้ประเจิดประเจ้อมากเกินไปก็ตาม แต่ก็สังเกตเห็นความสุขในดวงตาของเขาได้อยู่ดี
เมื่อเห็นแก้มนูนเล็กน้อยจากการกินไข่ดาว หยางฉุนก็รู้สึกอยากหยอกล้อเล็กน้อยด้วยเหตุผลบางอย่าง
“ทำไมนายดูอารมณ์ดีจัง” หยางฉุนจิบกาแฟอึกหนึ่งแล้ววางแก้ว ได้ยินเสียงกังวานของแก้วที่กระทบกับจานรองชัดเจน
หลินฉิงไห่ที่เดิมทียังจมอยู่กับห้วงอารมณ์เปี่ยมสุขของตัวเอง พอถูกยิงคำถามนั้นก็สะดุ้ง มือไม้สั่นจนไส้กรอกทอดที่จิ้มขึ้นมาร่วงตกลงไปในจาน
ลืมตัวมากไป ถูกจับได้แล้ว