เก่งกล้าเดินยิ้มกริ่มขึ้นบันไดมา
“ว๊าวๆ ยิ้มแฉ่งมาเชียว สุขใจอะไรมาหนอ”
ทรงพลซึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำกล่าวล้อเพื่อน
“สุขบ้าสุขบออะไรว๊ะ กูนี่เครียดหัวแทบะเิ มีแต่เื่แล้วก็เื่ ยังแก้อะไรไม่ได้สักอย่าง”
เขามองไปยังทรงพลซึ่งหน้าตาบอกให้รู้เลยว่ากำลังมีความสุข
“จะเหมือนมึงได้ไง ดูหน้ากูก็รู้ มึงหน่ะสุขตัวจริง”
ทรงพลไม่ได้คิดไปเองแต่เขาก็แอบสังเกตว่าเก่งกล้าดูมีความสุขขึ้น แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร
“เออ..พรุ่งนี้กูก็กลับแล้ว มึงไปเฝ้าครูปาให้ด้วยนะ กูไม่อยู่เดี๋ยวมีแมวมาขโมย” “ครูปาเป็ปลาย่างของมึงเมื่อไหร่วะไอ้พล ทำเป็เ้าเข้าเ้าของ กูว่าครูเขาไม่โสดแล้วก็ได้นะ”
ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อนึกถึงคำพูดของใบปอที่หยอกล้อกับครูปาริชาตวันก่อน
“ไม่มี กูแอบถามมาแล้วชัวร์ กูไปนอนก่อนแล้ว ง่วง พรุ่งนี้บินเช้าอีก”
ทรงพลกล่าวก่อนที่จะเดินเข้าห้องนอนไป เก่งกล้ามองตามมานั่งคิดเื่ราวของตัวเองที่ยังไม่สามารถสืบสาวราวเื่อะไรได้เลยอย่างเซ็งๆ คิดไปคิดมาใบหน้าอวบอ้วนของใครคนหนึ่งลอยมา ทำให้เขาอมยิ้มได้
“ไม่ๆ ไม่จริง ชั้นไม่ได้คิดถึงเธอ”
ชายหนุ่มพึมพำก่อนที่จะคิดว่าหลายวันมานี้เขาไม่ได้คิดถึงหรือฝันถึงพาขวัญเลย
เช้าวันรุ่งขึ้นเก่งกล้าขับไปส่งทรงพลที่สนามบินหาดใหญ่ ระหว่างทางผ่านมาทางอำเภอควนกาหลง เป็สวนยางร่มรื่นงามตา ประมาณชั่วโมงเศษเขาก็ขับรถมาถึงสนามบินหาดใหญ่
"กูกำลังทำเื่ขอย้ายมาสตูล"เสียงทรงพลดังขึ้น "
เพราะครูปาเหรอ ลงทุนนะมึง"
เสียงเก่งกล้าตอบ
"เออ..คนนี้กูรักจริงหวังแต่ อีกอย่างกูก็เบื่อเมืองกรุงแล้วโว๊ย"
ทรงพลบอก เก่งกล้าขับรถมาถึงสนามบินหาดใหญ่จอดส่งทรงพลและก็เอ่ยกับเพื่อนว่า
“กูส่งมึงตรงนี้นะเพื่อน โชคดีนะโว้ย”
“เออ..มึงก็โชคดีนะเพื่อน แล้วเจอกัน”
ชายหนุ่มขับรถกำลังกลับสตูล ขับมาเส้นทางหาดใหญ่สายเก่า มาถึงอำเภอรัตภูมิ ฝนตกหนัก มองไม่เห็นเส้นทาง ชายหนุ่มจึงนำรถมาจอดรถในสถานีบริการน้ำมันและวิ่งฝ่าสายฝนไปร้านกาแฟ เข้าไปในร้าน
“รับอะไรดีคะ”
“แบลคคอฟฟี่ครับ”
ชายหนุ่มตอบ พร้อมกับไปนั่งที่โต๊ะ มองรอบๆ ก็มีคนอยู่สองสามคน มีเสียงเรียกให้ไปรับกาแฟ เขาจึงลุกไปรับและมานั่งจิบแบลคคอฟฟี่ที่สั่ง
“ปาๆ เอาไรดี”
เสียงดังฟังชัดของหญิงสาวนางหนึ่งถามขึ้น
“โยเกริ์ตสมูทตี้มิกซ์เบอร์รี่จ้า”
เสียงคนชื่อปาตอบ ไช่แล้ว สองสาวนั่นคือครูปาริชาตกับใบปอนั่นเอง ใบปอเดินไปสั่งเครื่องดื่มและจ่ายเงิน มองรอบๆ เพื่อหาโต๊ะนั่ง หันไปเห็นหนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ก่อนแล้ว จึงเดินยิ้มปรี่เข้าไปหา
“ขอนั่งด้วยนะจ้า นาย”
ไม่ได้รอให้ชายหนุ่มอนุญาตหญิงสาวก็มานั่งอยู่ข้างๆ แล้ว
“นั่งสิ”
ชายหนุ่มกล่าว ยังไม่ได้ทันถามอะไร หญิงสาวก็รีบเล่า
“เรากับพวกคุณครูไปซื้อของหาดใหญ่กันมาจ้า”
ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้ารับรู้
“คุณพ่อน้องณดาคะ ปาขอฝากปอกลับด้วยได้ไหม พอดีพวกเราต้องไปในเมืองสตูลก่อนค่ะ ไปส่งพี่ๆ เขา”
แล้วหันไปบอกใบปอ
“ปอจ๋า..ไปกับคุณเขานะ ปาไปก่อนนะจ้า”
เสียงเรียกรับเครื่องดื่ม ใบปอเดินไปรับและยื่นให้ปาริชาตแก้วนึง ส่วนอีกหนึ่งก็เป็ของตัวเอง
“เราได้ทั้งนั้น ไม่ติดจ้าบี๋”
เธอกล่าวยิ้มๆ กับครูปาริชาต เก่งกล้าพยักหน้าและเดินไปที่รถ โดยมีร่างอวบอ้วนเดินตามมาอย่างหอบเหนื่อย เธอเปิดประตูขึ้นไปนั่งคู่กับชายหนุ่มที่สตาร์ทรถรออยู่แล้ว เสียงหญิงสาวถามขึ้นทำลายความเงียบ
“นายจะให้เราขับดีไหม เราชำนาญเส้นทางกว่านะจ้า”
ชายหนุ่มนิ่งไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ฝนก็ยังตก เหมือนข้างหน้าจะมีอะไร เก่งกล้าเบรกดังเอี๊ยดจนใบปอหัวคะมำ คลำศีรษะบ่นออกมา
“เจ็บจัง หัวแตกไหมเนี่ยเรา”
“เดี๋ยวชั้นจะลงไปดู เธออยู่นี่แหล่ะ” เสียงเก่งกล้าดังขึ้น พลางะโลงไป
“พลาดแล้วแก หาที่ตายชัดๆ”
เสียงชายกลาง หนวดเครารุงรังเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเก่งกล้าลงมา ข้างหลังชายหนุ่มมีชายฉกรรจ์สามคนเข้ามาจับมือชายหนุ่มไว้ ชายกลางคนชกไปที่ท้องของเก่งกล้า เขาเตะกลับ แต่ก็ยังถูกจับตัวไว้ จึงโดนต่อยไปหลายหมัด จนเืท่วมปาก
“โอ๊ย”
เสียงสองคนที่จับเก่งกล้าไว้ร้องลั่น พร้อมปล่อยมือเก่งกล้า ใบปอใช้วิชาเตะต่อยที่ร่ำเรียนพร้อมไหวพริบจัดการกับสามคนนั้นได้ รีบลากชายหนุ่มให้ลุกขึ้น
“ลุกขึ้นมาจ๊ะนาย รีบๆ”
พลางฉุดชายหนุ่มที่บอบช้ำขึ้นมาลากไปโยนใส่ในรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ใบปอขับไปตรงทางแยก มีถนนลูกรัง โดยไม่รู้หรอกว่าขับไปตรงไหนแล้ว จอดเมื่อขับต่อไปไม่ได้ ลงมาเปิดประตูเรียกเก่งกล้าซึ่งาเ็ หญิงสาวหยิบกระดาษชำระในรถเช็ดหน้าเขาเบาๆ รอยเืหายไป แต่มีรอยบอบช้ำหลายที่
“ลงมาๆ เราต้องไปจากที่นี่จ้านาย เดี๋ยวพวกมันตามมา เราจะแย่”
สาวอวบอ้วนตรงเข้าไปพยุงร่างชายหนุ่ม ชายหนุ่มร้อง
“โอ๊ย..เจ็บเบาๆ หน่อย”
พลางหันไปเอ็ดหญิงสาว ใบปอยิ้มบางๆ และจับมือเขาให้กอดคอเธอ พยุงกันเดินมา สักพักได้ยินเสียง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไม่นั้นกูยิง”
เสียงชายฉกรรจ์ที่ตามมาทันพูดพลางเล็งปืนมาที่ทั้งสอง
“แกเป็ใคร ทำไมถึงต้องทำร้ายเราด้วย”
เสียงใบปอถามขึ้น
“มึงก็ไปถามลุงมึงสิ” ใบปอและเก่งกล้างงๆ กับคำตอบของพวกมัน
“ลุงจ๋า..ปล่อยหนูไปเถอะจ้า สงสารหนูเถอะ”
“ปล่อยได้ไง แกเห็นหมดแล้วนี่”
จริงๆ แล้วพวกเราแค่อยากจัดการนายนี่ พูดพลางหันกระบอกปืนไปที่เก่งกล้า
“อยากฆ่าชั้นก็ฆ่าเลยสิ ปล่อยผู้หญิงไป”
หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มแล้วพูดว่า
“ลุงๆ ใจเย็นๆ ก่อนจ๊ะ ค่อยพูดค่อยจากันนะ แต่อย่าฆ่าพวกหนูเลย”
ชายฉกรรจ์คนนั้นหันไปมองใบปอ
“มึงนังตัวดี เมื่อกี้ซัดกูซะหน่วม อย่ามาพูดดี กูไม่ฟังโว๊ย”
พลางเล็งปืนไปที่เก่งกล้า แต่ช้าว่าใบปอที่ผลักชายหนุ่มให้พ้นะุปืนและเอาตัวเองบัง พร้อมกับกอดกันกลิ้งตกลงไป
ฝนตกกระหน่ำ เก่งกล้าลืมตาขึ้น น้ำฝนเข้าตา เขาเอามือลูบหน้า หันหน้าไปมีสาวอวบนอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ เธอสลบหรือหลับไปกันแน่ ชายหนุ่มจึงขยับตัวลุกขึ้น
“โอ๊ย..เจ็บ”
เขาระบมไปทั้งตัว หันหน้ามามองหญิงข้างกาย เอามือลูบหน้าเธอเบาๆ เพื่อปัดไล่น้ำฝนที่ไหลลงมาเต็มหน้าเธอ เห็นใบหน้าอวบอ้วน มีรอยขีดข่วน เขาเอามือค่อยๆ ลูบไล้อย่างเป็ห่วง
“ใบปอๆ ตื่นๆๆ”
เสียงเก่งกล้าร้องเรียก เขาลุกขึ้นนั่ง ยกศีรษะหญิงสาววางบนตัก เขามองใบหน้าธรรมดานั้น เขย่าตัวเธอเรียกเธอเพื่อให้ลืมตาขึ้นมา
“ตื่นมาเดี๋ยวนี้ ชั้นสั่งให้ตื่นมาเดี๋ยวนี้ ตื่นสิ ตื่น”
หญิงสาวที่บัดนี้นอนอยู่บนตักแข็งแรงของชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาและหลับตาลงทันที
“นี่ในฝันไช่ไหม เราไม่อยากตื่นเลย”
เธอพูดเบาๆ แต่เงียบสงัดแบบนั้น ชายหนุ่มก็ได้ยิน รีบเขย่าตัวเธอแรงๆ เพื่อปลุกให้ตื่น
“โอ๊ย..เจ็บๆๆ เราเจ็บนะ ทำไมเขย่าเราแรงอย่างนี้หล่ะนาย”
“ตื่นแล้วก็ลุกๆๆ”
เสียงชายหนุ่มดังมา หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ไหนจะร่างกายที่อ้วนกลม ยังจะมาาเ็อีก แทบไม่อยากลุกขึ้นจากตักนุ่มๆ ของชายหนุ่มเลย เธอลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นยืน แต่ก็ยังปวดรวดร้าวไปทั้งตัว หญิงสาวยังนั่งที่เดิม
“อ้าว..ทำไมไม่ลุกหล่ะ”
ชายหนุ่มตวาดเสียงดังถามขึ้นมา
“เราๆ ลุกไม่ไหว นายเราลุกไม่ได้ ทิ้งเราไว้ที่นี่เถอะ”
ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้า แล้วค่อยๆ ก้มลง”
เธอเกาะตัวชั้น แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา” หญิงสาวทำตามที่บอกก็ยังลุกไม่ไหว นั่งไปแบบเดิม ชายหนุ่มให้ลองอีกครั้งก็ยังเหมือนเดิม ชายหนุ่มจึงรวบรวมพลังทั้งหมดยกตัวเธอขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน คนอุ้มเดินมองตรงไปข้างหน้า ส่วนคนถูกอุ้มยิ้มเขินอายอยู่ในอ้อมแขน
“อ้าว..พักตรงนี้ก่อน”
ชายหนุ่มพูดพลางวางตัวเธอลงบนขอนไม้ที่เป็เหมือนเก้าอี้ มีเพิงเล็กๆ ให้พักได้ ชายหนุ่มบิดตัวไปมาแก้เมื่อย เขาระบมไปทั้งตัว แต่ก็อดสงสารหญิงสาวตรงหน้าที่เจ็บระบมไม่แพ้กัน นั่งกันอยู่จนฝนหยุดตกมีชาวบ้านเดินผ่านมา ใบปอรีบเรียก
“ป้าจ๋าๆ แถวนี้ที่ไหนจ๊ะ”
“อ่อ..บ้านอุไดจ้า พวกหนูเป็ใคร ทำไมมาอยู่ที่นี่”
หญิงสาวคิด มันก็ไกลจากบ้านมากนะ ทั้งสองค้นหาโทรศัพท์ตัวเอง เอามากดเบอร์โทร.ไม่มีสัญญาณ ไม่สามารถติดต่อใครได้ หญิงสาวจึงได้พูดกับป้าว่า
“ป้าจ๋าคืนนี้หนูสองคนพักที่บ้านได้ไหมจ้า”
“ได้สิหนู ตามป้ามานะ”
ป้าบอก หญิงสาวเดินไปแต่เซนิดนึงเพราะยังเจ็บมาก เก่งกล้ารีบเข้าไปพยุง หญิงสาวเกาะเอวชายหนุ่ม ค่อยๆ เดินตามป้าไปอย่างเงียบๆ เดินมาถึงบ้านหลังเล็กกระทัดรัด แลดูสะอาดสะอ้าน ป้าหันมาบอกชายหนุ่มกับหญิงสาวว่า “
รอประเดี๋ยวนะ ป้าจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน”
ชายหนุ่มนั่งลงครุ่นคิดว่ามันเป็ฝีมือใครกันแน่ จำได้ว่าหนึ่งในคนที่มีเื่กันบอกว่า” ให้ไปถามลุงกำนันสิ” แล้วเกี่ยวอะไรกัน เขาจึงหันไปถามใบปอว่า
“พี่กาจเขาไปมีเหยียบตาปลาใครเข้าให้ ถึงมีเื่ขนาดนี้ เธออยู่ใกล้ รู้เื่อะไรบ้างไหม ถ้าเล่นจะเอาชีวิตกันแบบนี้ ชั้นว่าไม่ไช่เื่เล่นๆ แล้วนะ” หญิงสาวนั่งไตร่ตรองครู่หนึ่ง จึงตอบกลับไปว่า
“ก็มีเื่ซื้อขายสวนที่ติดกับลุงกำนันนั่นแหล่ะ ลุงเขาจะขายแต่นายกาจเขาไม่อยากขาย เราได้ยินเขาคุยกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไช่เื่นี้ไหม “
“เอาเสื้อผ้านี้ไปเปลี่ยนนะ อาบน้ำ อาบท่าแล้วมากินข้าวด้วยกัน โน่น..บ่อน้ำอยู่ด้านหลัง ไปสิ.”
ชายหนุ่มรับเสื้อผ้าแล้วค่อยๆ เดินนำหญิงสาวออกไป เข้าไปในบ้านผลัดเปลี่ยนเสื้อเป็ผ้าถุงสำหรับอาบน้ำ เก่งกล้าไม่เคยนุ่งผ้าถุงยังขัดๆ เขินๆ มันรู้สึกโล่งๆ ส่วนใบปอเธอเคยนุ่งกระโจมอกแบบนี้ออกบ่อย แต่ก็ไม่เคยเขินอายเท่าที่ต้องมาใส่ให้ชายหนุ่มรูปหล่อเห็นแบบนี้
เมื่ออยู่ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับอาบน้ำแล้ว ทั้งสองจึงเดินไปหลังบ้านซึ่งเป็สวนดอกไม้เล็กๆ บ่อน้ำซึ่งมีอิฐซ้อนกันหลายๆ ชั้นเป็วงกลม ตั้งอยู่กึ่งกลาง มีถังสำหรับตักน้ำจากบ่อ รอบๆ มีโอ่งน้ำ กะละมัง ขัน สบู่เครื่องใช้สำหรับอาบน้ำ หญิงสาวอวบอ้วนในชุดกระโจมอก ผมยุ่งเหยิงเดินไปหยิบที่ตักน้ำและบอกว่า
“นายนั่งเถอะ เดี๋ยวเราตักให้อาบ”
เธอก้มลงตักน้ำ เดินกะเผลกๆ มาใส่กะละมัง ได้ 3 รอบพอจะหันไปตักต่อ
“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวชั้นจัดการเอง เธอไปนั่ง”
พร้อมชี้และแย่งถังตักน้ำและเดินไปตักเอง ชายหนุ่มตักจนเต็มกะละมัง ร้องเรียกหญิงสาวที่นั่งสัปหงกจะหลับอยู่ข้างๆ กระถางดอกไม้ หญิงสาวสะดุ้ง รีบเดินกะเผลกๆ ไปอาบน้ำถูสบู่อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอากาศเย็นและไม่อยากเป็เป้าสายตาของชายหนุ่มที่มาด้วยกัน ส่วนชายหนุ่มเขาตักน้ำจากบ่อและรดลงบนร่างกำยำของเขา หญิงสาวแอบมอง ขณะที่ชายหนุ่มเอามาลูบไล้ร่างกายในการถูสบู่และชำระร่างกาย หญิงสาวพูดเบาๆ
“คนอะไรจะหล่อได้ทุกสถานการณ์ขนาดนี้ นายแบบของแทร่”
"มองอะไร"
ชายหนุ่มถามขึ้น
"มองนายแบบสบู่อาบน้ำจ้านาย"
ยิ้มและเดินเข้าบ้านไปก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มเขินๆของชายหนุ่ม หญิงสาวรีบเช็ดตัว ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็เสื้อคอกระเช้าและผ้าถุง ซึ่งโชคดีที่ป้าเขาก็ตัวใหญ่พอที่จะใส่ได้ เสร็จแล้วจึงออกมานั่งรอเก่งกล้าที่นอกชานหน้าบ้านกับป้า
"ผัวเอ็งอยากอาบไม่เสร็จเหรอนังหนู”
ป้าถามพร้อมพูดต่อ
“นังหนูนี่โชคดีนะ มีผัวหล่อขนาดนี้”
พร้อมมองหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้า หญิงสาวคิดในใจป้าคงคิดว่าคนรูปหล่อแบบนี้ ทำไมมามีเมียหน้าตาธรรมดาอวบอ้วนอย่างเราสินะ
“ไม่ใช่ค่ะป้า เขาเป็เ้านายหนูจ้า”
พลางยิ้มให้ป้า ป้าพยักหน้ารับรู้แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ ป้าเตรียมสำรับกับข้าวไว้แล้ว มีแกงไก่ ไข่เจียว กุ้งต้มหวาน น้ำพริกกะปิและผักพื้นบ้านสองสามอย่าง ชายหนุ่มซึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จด้วยเสื้อยืดและผ้าถุงเดินมาร่วมวงที่นอกชาน ใบปอยิ้มมองชายหนุ่มอย่างชื่นชม "จะชุดไหนก็เอาอยู่"เขานั่งลงใกล้ๆ กับป้าเ้าของบ้าน พร้อมเหลือบมองสาวที่มาด้วย เธออยู่ในชุดเสื้อคอกะเช้า ผ้าถุงก็ดูแปลกๆดี
“มาๆ กินข้าวกัน ไม่รู้จะกินได้ไหม กับข้าวบ้านๆ”
ชายหนุ่มยิ้มตอบกลับไปว่า
“กินได้ครับป้า”
ใบปอตักข้าวยื่นให้ป้า เก่งกล้าและของตัวเอง ชายหนุ่มหยิบเหยือกน้ำมารินใส่แก้ว ยื่นให้ป้าและใบปอ เธอยิ้มกล่าวขอบคุณเบาๆ ชายหนุ่มตักแกงราดข้าว เขาพอจะชินกับอาหารพื้นเมืองแล้ว พอจะกินได้ไม่เผ็ดมาก ใบปอเห็นเขาราดแกงกลัวจะเผ็ดเลยตักไข่เจียวใส่จานให้ ส่วนตัวเองนั้น ตักโน่นตักนี่กินไปคุยกับป้าไปอย่างออกรสข้าวหมดไปสองจาน กินข้าวเสร็จใบปอเก็บสำรับ ถ้วยชามไปล้าง เขายังเดินกะเผลกๆ ชายหนุ่มจึงมาแย่งถาดไป หญิงสาวยิ้มตามเดินตามไปล้างที่อ่างล้างจาน ล้างจานเสร็จหญิงสาวเดินออกมาเห็นชายหนุ่มนั่งมองดวงจันทร์อยู่ จึงไม่อยากรบกวน อยากพักผ่อนด้วย จึงเดินแยกขึ้นเรือนไป
หญิงสาวเข้ามาในห้องซึ่งป้าจัดไว้ให้เก่งกล้าและเธอได้นอนในคืนนี้ เป็ฟูกบางๆ 2 อัน หมอน2ใบ ผ้าห่มเล็กๆ 2ผืน มีมุ้งกางอยู่ 1 หลัง หญิงสาวจะหันไปถามป้าซึ่งยืนอยู่หน้าประตู
"มีมุ้งหลังเดียวเหรอจ้า"
"จ้าแม่หนู ป้าไม่ค่อยจะมีใครมาเลยไม่ได้ซื้อไว้"
เสียงป้าตอบก่อนจะเดินออกไป เธอกับเขาจะนอนด้วยกันได้อย่างไร หญิงสาวคิด สักครู่ชายหนุ่มก็เดินเข้ามา
“นายๆ นอนในมุ้งนะ เดี๋ยวเรานอนตรงนี้เอง”
ว่าแล้วเธอก็ลากฟูกบางๆ หมอน ผ้าห่มมา 1 ชุดสำหรับตัวเองและล้มตัวลงนอน ก่อนจะบอกชายหนุ่มว่า
“นายถ้าจะนอนปิดไฟด้วยนะจ้า”
แล้วเธอก็หลับตาลง ส่วนชายหนุ่มก็เข้าไปนอนในมุ้ง เขานอนไม่หลับ เอามือก่ายหน้าผาก กระสับกระส่าย ดึกแล้วก็ยังนอนไม่หลับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แถมได้ยินคนข้างนอกดิ้นไปดิ้นมา เกาหัวเกาตัว ยุงคงจะเยอะ เขารู้สึกสงสารหญิงสาวที่นอนอยู่นอกมุ้ง จึงเดินออกมาปลุก
“เธอๆ ตื่นๆ”
ใบปองัวเงียมองหน้าผู้ที่ก้มลงมาเรียก ใจเต้นระรัว รีบบอก
“มีอะไรให้เราช่วยหรือจ้านาย ถึงปลุกเรา”
ชายหนุ่มตอบ
“ไม่มีๆ ชั้นว่าข้างนอกยุงมันเยอะ เธอเข้ามานอนข้างในมุ้งด้วยกันเถอะ”
“จะดีหรอคะนาย”
หญิงสาวตอบยิ้มๆ อย่างเกรงใจ
“ชั้นไม่ได้คิดอะไรกับเธออยู่แล้ว แค่เข้ามานอน ไม่ต้องคิดมากหรอก หรือเธอคิดอะไรกับชั้น”
ชายหนุ่มถามขึ้น
“จะบ้าเหรอจ้ะ นาย เราไม่คิดอะไรหรอก”
พูดเสร็จหญิงสาวก็ขนชุดที่นอนเข้าไปในมุ้งเดินเก็บชายมุ้งอย่างดี แล้วเอนกายเคียงข้างกับชายหนุ่มที่นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวรู้สึกว่าทำไมโลกนี้มันแคบจัง รู้สึกอึดอัด ไม่กล้าหายใจดังๆ เธอนอนตะแคงหันหลังให้เก่งกล้า ชายหนุ่มเมื่อหญิงสาวเข้ามานอนใกล้ๆ ก็รู้สึกดี เหมือนมีคนมีนอนเป็เพื่อน รู้สึกอบอุ่น เขาถึงหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่อีกคนสินอนไม่หลับ ตาค้างนอนฟังเสียงกรนเบาๆจากชายคนข้างๆ จนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
เสียงไก่ขันยามเช้าตรู่ ทำให้ชายหนุ่มที่นอนหลับไป ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เนื่องจากได้นอนไปเต็มที่ เขารู้สึกหนักๆ ที่หน้าอก จึงก้มลงมองเห็นมือกลมๆ อ้วนๆ นอนกอดเขา จึงทำให้เขารู้สึกหนัก แต่ไม่อยากให้เธอตื่น ได้ยินเสียงกรนเบาๆ คงกำลังหลับสบาย เขาจึงนอนหลับตาไปแบบนั้น จนกระทั่งหญิงสาวตื่นขึ้นมา รู้ตัวว่ากำลังกอดชายหนุ่มอยู่ จึงรีบเอามือออกลุกขึ้นนั่ง พร้อมยกมือไหว้ประหลกๆ
“เราขอโทษนะนาย เราไม่ได้ตั้งใจ”
ปากพูดเบาๆ แต่สายตาก็มองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่ม ยิ้มเอียงอาย
“หล่อแบบนี้ ทำบุญด้วยอะไรมาน๊อ”
หญิงสาวพูดพลางก็หยิบผ้าห่มมาห่มให้ชายหนุ่มก่อนจะค่อยๆ เดินออกไป ชายหนุ่มที่หญิงสาวคิดว่ากำลังหลับลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกเหมือนหัวใจของเขาเริ่มสั่นไหว