ตอนที่ 164: จอมทัพราตรีข้ามมิติ
"พังทลายลงมาแล้ว! โครงสร้างวิหารใต้ดินทนรับพลังปะทะไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะท่านพี่!"
เสียงหวานของหม่าเสี่ยวหลิงสั่นเครือปนหวาดหวั่น ขณะที่นางก้าวถอยมาประชิดกายของหลีเฮง เสาหินทรายสลักอักขระสีทองโบราณรอบทิศกำลังแตกร้าวส่งเสียงเปรี๊ยะประดุจสายฟ้าฟาด ม่านทรายสีทองระยิบระยับที่ไหลร่วงมาตลอดพันปีบัดนี้กลายสภาพเป็นกระแสคลื่นทรายหลากถล่ม โถมทะลักปิดกั้นทิศทางหลบหนีจนฝุ่นดินสีแดงฟุ้งกระจายอบอวลแทบไม่มีอากาศหายใจ
ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเศษศิลาถล่ม คือการสั่นไหวของพื้นดินเบื้องล่าง รอยแยกดินฉีกออกพร้อมกับกลิ่นกรดพิษเดือดพล่านพวยพุ่งขึ้นมาแสบจมูก ทันใดนั้น ร่างมหึมาสีม่วงดำคล้ำของราชันหนอนยักษ์โบราณร้อยปล้องตัวแม่ระดับจักรพรรดิก็พุ่งทะยานพรวดขึ้นมาอย่างดุร้าย!
ปากกลมกว้างที่เป็นกรงจักรเขี้ยวแหลมคมเรียงซ้อนกันสามชั้นขยับหมุนบดเคี้ยวเสียงดังกรวบๆ ดวงตาเล็กรวมแสงนับร้อยใต้รอยต่อปล้องหัวจับจ้องมาที่ทั้งสองร่างกึ่งเปลือยตรงหน้า มันอ้าปากกว้างเตรียมกวาดกลืนหลีเฮงและหม่าเสี่ยวหลิงเข้าไปในคราเดียว
"ระวัง!"
หลีเฮงคำรามก้องพลางกระชากร่างระหงสีทองอร่ามของหม่าเสี่ยวหลิงเข้าสู่อ้อมแขนหนาของตน แม้ปกติเขาจะเป็นชายหนุ่มหน้าหนาที่รักความสบาย ชอบเกาะชายกระโปรงของสาวๆ เพื่อความอยู่รอด แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สัญชาตญาณสามีผู้ปกป้องภรรยากลับตื่นตัวเต็มที่ สองแขนโอบรัดเอวบางเปียกชื้นของนางไว้แน่น ขณะที่มือขวากำผลึกปราณแกนน้ำแข็งในกระเป๋ามิติเพื่อเตรียมปลดปล่อยพลังเฮือกสุดท้ายเข้ายื้อชีวิต
"ท่านพี่... ถ้าต้องตายในท้องอสูรร้ายนี้ ข้าก็ไม่นึกเสียใจเลยที่ได้ร่วมประสานรักกับท่าน" หม่าเสี่ยวหลิงหลับตาพริ้ม ซบหน้าลงกับอกแกร่ง ผิวกายประกายสีทองเหนียวเหนอะน้ำมันมะพร้าวผสมหยาดเหงื่อจากบทรักที่เพิ่งจบลงหมาดๆ ชโลมร่างของทั้งคู่จนเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
"จะบ้าเรอะ! ข้าเพิ่งได้เมียมดแสนสวยผิวนวลทองมาหยาดย้อยขนาดนี้ จะมายอมตายในพุงของหนอนสกปรกนี่ได้ยังไงกัน!" หลีเฮงสบถตอบอย่างมีอารมณ์ขัน แม้ขาจะเริ่มสั่นพั่บๆ ก็ตาม
แต่ก่อนที่ปากกรงจักรพิษจะกลืนกินพวกเขาลงไป...
*เปรี๊ยะ! ครืนนนนนนน!*
ห้วงอากาศกึ่งกลางห้องโถงวิหารที่ถล่มทลายพลันฉีกขาดออกอย่างกะทันหัน! มันไม่ใช่รอยร้าวของเพดานหิน แต่เป็นรอยแยกมิติสีดำสนิทขอบม่วงมรกตที่ขยายตัวกว้างออกราวกับกระจกเงาแห่งความตายที่แตกร้าว คลื่นพลังมารสะกดดั่งขุนเขาแผ่ทะลักออกมาทันที ไอปราณหยินมารราตรีอันหนาวเหน็บยะเยือกแข็งพวยพุ่งจนคลื่นทรายที่กำลังถล่มรอบด้านพลันจับตัวแข็งเป็นหย่อมๆ
ทันใดนั้น เงาสายฟ้าสีม่วงขลิบมรกตเส้นหนึ่งพุ่งฉวัดเฉวียนออกจากประตูมิติ มันเป็นประกายแสงดาบปราณมารที่คมกริบเกินกว่าจะจินตนาการได้ พุ่งทะยานผ่ากึ่งกลางลำตัวและหัวของราชันหนอนยักษ์โบราณระดับจักรพรรดิอย่างแม่นยำรวดเร็วจนสายตาจับไม่ทัน!
*ฉัวะ! บึ้ม!*
เสียงเปลือกนอกหนาเตอะแตกระเบิด เลือดอสุรกายสีม่วงคล้ำคาวจัดพุ่งฉีดกระฉูดขึ้นฟ้าดั่งน้ำพุพิษ ส่วนหัวมโหฬารที่ขาดสะบั้นปลิวละลิ่วร่วงกระแทกพื้นทรายฝุ่นตลบ ลำตัวร้อยปล้องดิ้นเร่าทุรนทุรายก่อนจะยุบจมหายกลับลงไปในบ่อหลุมลึกใต้ดินอย่างไร้ทางสู้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นและจบลงภายในวินาทีเดียว!
สะเก็ดเลือดแมลงยังไม่ทันตกลงพื้น ประตูมิติขนาดใหญ่ก็ทอดแสงมืดเรืองรองตระการตา และร่างที่ก้าวเดินผ่านม่านลมพายุหมุนวนนั้นก็สยบความเคลื่อนไหวทุกอย่างรอบข้างลงอย่างสิ้นเชิง
"เยี่ยเจาจวิน..." หลีเฮงอ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างด้วยความโล่งอกแกมระทึกขวัญ
รองเท้าเกราะหนังสีดำเงาขลิบทองงามหรูย่ำลงบนเศษทรายอย่างมั่นคง ร่างระหงอวบอัดเอ็กซ์สะบึมเปี่ยมด้วยท่วงท่าเย้ายวนสะกดใจก้าวออกมาจากขอบเขตมิติมืด นางอยู่ในชุดคลุมแพรไหมรัตติกาลสีดำสลับม่วงเข้มพลิ้วไหวรอบตัว ผิวพรรณนวลขาวผุดผ่องไร้ที่ติประหนึ่งหิมะตัดกับความมืดมิด หน้าอกคู่โตนุ่มหยุ่นขยายใหญ่ล้นทะลักเกราะอ่อนโลหะมารสีดำสนิท สะโพกกลมกลึงผึ่งผายได้รูปเป็นทรงนาฬิกาทรายอย่างยอดเยี่ยม ใบหน้าสวยหวานทว่าแฝงความเหี้ยมเกรียมและหยิ่งผยองสลักจากหยกสวรรค์ เส้นผมยาวสลวยสีม่วงเข้มประกายมืดปลิวสยาย แววตาสีม่วงคมกริบประดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งมาที่สามีตัวดีทันที
"ว่าอย่างไรสามีตัวดี..." เสียงหวานเยียบเย็นของเยี่ยเจาจวินเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าสะกดปราณสั่นสะท้าน "ข้าอุ้มท้องฝ่าพายุมิติข้ามแดนตามสัญญาณของเจ้ามาเพื่อช่วยชีวิต ทว่าผู้ใดจะคิดว่าเมื่อโผล่มาถึง กลับได้เห็นเจ้ากำลังกกกอดอย่างชื่นมื่นอยู่กับ 'น้องหญิงคนใหม่' ผิวพรรณสีทองแวววาวผู้นี้กลางซากปรักหักพังอย่างหน้าตาเฉย?!"
หลีเฮงยิ้มแห้งลูบท้ายทอยด้วยความเสียวสันหลังวาบ "เจาจวินเมียรัก! เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน มันเป็นเรื่องของยุทธวิธีเอาตัวรอด...!"
ทว่าบทสนทนายังไม่ทันคืบหน้า ช่องกำแพงหินรอบวิหารก็แตกร้าวเปรี๊ยะ ฝูงอสุรกายแมลงปีกแข็งสีดำเกราะหนา ดวงตาสีแดงก่ำนับพันตัวซึ่งเป็นสมุนบริวารของหนอนยักษ์โบราณพลันกรูกระโจนออกมาจากเงามืด เสียงกรามฟันขบเคี้ยวและเสียงหวีดร้องแหลมระงมดังกึกก้องวิหาร พวกมันมุ่งเป้ามาทวงแค้นให้ตัวแม่ของมันอย่างบ้าคลั่ง
เยี่ยเจาจวินปลายตามองฝูงแมลงเหล่านั้นด้วยความสมเพช แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาจับขั้วหัวใจ นางยกฝ่ามือเรียวสวยขึ้นชูไปเบื้องหน้า ไอปราณความมืดหมุนวนกึ่งกลางมือก่อนสั่งการด้วยเสียงทรงอำนาจสะท้านฟ้า:
"ฝูงรบรัตติกาลของข้า! ออกไปฉีกพวกเศษสวะพวกนี้ให้เละเป็นหน้ากอง!"
*โฮกข์! ซ่า!*
เสียงคำรามทุ้มต่ำดังกึกก้องออกมาจากประตูมิติมืดเบื้องหลังของนาง ทันใดนั้น ร่างของอสูรหมาป่าสองขารัตติกาลนับพันตัวที่เคยผ่านการเพาะพันธุ์ตัดแต่งและประสานพลังร่วมบำเพ็ญคู่กับหลีเฮงก็กระโจนพุ่งตัวออกมาเป็นสายน้ำทมิฬ ร่างกายกำยำแกร่งกล้าวิ่งด้วยสองขาหลังอย่างคล่องแคล่วว่องไว เขี้ยวเล็บสีเงินเย็นเยียบประกายคมกริบกรูเข้าขย้ำฉีกทึ้งฝูงแมลงปีกแข็งข้าศึกอย่างไร้ความปรานี!
หลีเฮงเห็นการปะทะระดับกองทัพเบื้องหน้า สัญชาตญาณผู้เจนศึกกระดานรบและจอมทัพไร้ยางอายก็ทำงานทันที เขาคว้าแว่นตามหาเนตรกลยุทธ์พิชัยสงครามจากระบบมาสวมใส่ พลางถอยฉากไปหลบมุมหลังโขดหินศิลาทองคำขนาดใหญ่ ดึงหม่าเสี่ยวหลิงเข้ามาร่วมวงสังเกตการณ์ด้วยความตื่นเต้น
"ระบบ! เปิดหน้าต่างจำลองสถานการณ์ศึกสไตล์วางแผนรบฉับพลันเต็มรูปแบบ!" หลีเฮงสั่งการในใจ
ทันใดนั้น หน้าจอแสงโปร่งใสแสดงแผนที่สามมิติของวิหารทองคำใต้ดินและตำแหน่งของหน่วยรบทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จุดสีเขียวคือฝูงหมาป่ารัตติกาล จุดสีทองคือหน่วยมดทองคำของหม่าเสี่ยวหลิง และจุดสีแดงเข้มจำนวนมหาศาลคือฝูงแมลงปีกแข็ง
"อาหลิง! ควบคุมกองกำลังมดขุดเจาะทองคำของเจ้าด่วน! ให้พวกมันแบ่งทีมขุดเจาะพื้นศิลาทางปีกซ้ายและขวา สร้างแนวค่ายกลหลุมทรายดูดเทียมเพื่อกักบริเวณจำกัดการเคลื่อนไหวของข้าศึก ห้ามปล่อยให้พวกมันรุมล้อมพวกหมาป่ารัตติกาล!" หลีเฮงตะโกนสั่งการประดุจผู้ควบคุมกระดานรบระดับปรมาจารย์
"รับทราบเจ้าค่ะท่านพี่!" หม่าเสี่ยวหลิงพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน นางหลับตาลงรวบรวมปราณวิเศษแล้วส่งกระแสจิตแผ่ออกไปทันที
มดขุดเหมืองอักขระทองคำจำนวนมากที่แฝงตัวอยู่ใต้แผ่นหินเริ่มขยับกรามเหล็กทรงพลัง ขุดเจาะทะลวงชั้นหินทรายอย่างพร้อมเพรียง เพียงอึดใจเดียวผืนดินฝั่งซ้ายและขวาก็ยุบฮวบกลายเป็นหุบเหวทรายดูดลึกดูดกลืนฝูงแมลงปีกแข็งสีดำลงไปกรีดร้องดิ้นรนอยู่อย่างน่าอนาถ
"เจาจวิน! สั่งฝูงหมาป่าสองขาของเจ้าลอบตีโอบล้อมขนาบข้าง พุ่งชนขย้ำจากด้านข้าง เล็งเป้าข้อต่อจุดอ่อนใต้ท้องและใต้ปีกบางของพวกมันทันที! บดขยี้แผงหลังของพวกมันอย่าให้เหลือซาก!" หลีเฮงชี้นิ้วสั่งการผ่านการสื่อสารทางจิตประสานระบบ
เยี่ยเจาจวินแค่นเสียงหึเบาๆ ในลำคอ ทว่าก็ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของสามีอย่างเป๊ะปัง นางสะบัดข้อมือปล่อยสายใยมารดึงรั้งฝูงหมาป่ารัตติกาลให้เคลื่อนพลล้อมกรอบประดุจทหารเอกในกระดานรบ กรงเล็บหมาป่าสาดประกายสังหารฉีกทึ้งกระดองแข็งกระจุยกระจาย เสียงเศษซากแมลงและกระดูกข้อต่อแหลกละเอียดย่อยยับดังลั่นสลับกับเสียงคำรามระเบิดปานพายุฝน เลือดแมลงสาดเปรอะกำแพงวิหารทองคำจนเละเทะไม่มีเหลือชิ้นดี
ทว่า ในขณะที่ศึกกำลังจะสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดนั้นเอง...
*ครืนนนนนนนนน! เปรี๊ยะ!*
แรงสั่นสะเทือนอันแปรปรวนจากจุดเชื่อมต่อพลังงานมิติพลันระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง ประตูมิติมืดมารราตรีเบื้องหลังของเยี่ยเจาจวินเริ่มบิดเบี้ยวแตกร้าวเป็นลายงา สายฟ้ามรกตม่วงพุ่งวาบออกมากระแทกใส่เสาศิลาค้ำยันจนหักโค่น โครงสร้างพลังงานเกิดการขัดแย้งกับดินแดนปฐพีทรายทองคำอย่างรุนแรง
[ ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนภัยระดับวิกฤตขั้นสูงสุด! ประตูมิติเชื่อมต่อข้ามแดนทับซ้อนสูญเสียการควบคุม มวลพลังงานกำลังหมุนวนกลับทิศทาง เสี่ยงต่อการเกิดการระเบิดมิติทลายแผ่นดินลึก ]
[ คำเตือน: แรงสะเทือนอย่างฉับพลันส่งผลให้แต้มวิบัติพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแต้มวิบัติสะสมเพิ่มขึ้น +1 แต้ม สู่ระดับปลอดภัยสุดท้าย: 98 แต้ม! ]
[ คำแนะนำจากระบบ: ขอแนะนำให้โฮสต์เร่งซื้อไอเทม 'ยาฟื้นฟูมิติมารกระชากใจ' (ราคา 12,000 แต้มสะสม) เพื่อทำการสลายพลังงานขัดแย้งและประสานประตูมิติให้มั่นคงถาวรทันที! ]
"ชิบหายแล้ว! ระบบบ้าเอ๊ย หาเรื่องรีดไถแต้มข้าในเวลาวิกฤตตลอด!" หลีเฮงสบถลั่นพลางปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก "ตั้งหมื่นสองพันแต้มเชียวนะโว้ย! แต่เอาเถอะ... เพื่อความปลอดภัยของชีวิตน้อยๆ ของข้า และเพื่อถนอมรักษาเมียรักทั้งสองคน ข้าขอเปย์หมดหน้าตัก!"
เขารีบกดยืนยันชำระแต้มบนแผงหน้าต่างระบบสีทองอย่างรวดเร็ว
[ ติ๊ง! โฮสต์ชำระแต้มซื้อไอเทม 'ยาฟื้นฟูมิติมารกระชากใจ' จำนวน 12,000 แต้มสะสมเสร็จสิ้น! ]
[ บัญชีและระบบอัปเดตสถานะคงเหลือล่าสุด: ]
- แต้มสะสมปัจจุบัน: **104,000 แต้ม** (หักลบจากแต้มเริ่มต้น 116,000 แต้ม)
- ค่าศักดิ์ศรีสะสมปัจจุบัน: **-85 แต้ม** (คงเดิม)
- แต้มวิบัติสะสมปัจจุบัน: **98 แต้ม** (คงเดิมหลังจากเสถียร)
- เกราะพลังเมียปัจจุบัน: 10 หน่วย (คงเดิม)
ขวดผลึกแก้วสีม่วงเข้มเปล่งประกายไอมารมรกตลึกลับพลันปรากฏขึ้นบนมือของหลีเฮง ชายหนุ่มไม่รอช้าทะยานร่างแหวกฝุ่นทรายสีแดงอย่างรวดเร็ว วิ่งหน้าตั้งเข้าหาจุดใจกลางรอยแยกมิติสีดำที่กำลังสั่นระริกเจียนจะแตกระเบิด ก่อนจะสะบัดมือขว้างตัวยาวิเศษในขวดสาดละเลงเข้าใส่รอยแผลมิติอย่างแม่นยำ!
*ฟู่มมมมมมมมม!*
ไอระเหยยาวิเศษสีม่วงสว่างวาบเข้าห่อหุ้มประตูมิติทันที รอยแตกฉีกขาดที่แสนอันตรายพลันประสานตัวดูดกลืนกลิ่นอายยารักษา ลมพายุพลังงานที่สั่นคลอนลดละความปั่นป่วนลงอย่างรวดเร็ว ประตูเชื่อมต่อระหว่างสองมิติดินแดนทรายทองคำและมิติมืดมารราตรีกลับมาเงียบสงบ มั่นคง สถาพร และเสถียรภาพถาวรอย่างสมบูรณ์แบบ โครงสร้างดินถล่มหยุดชะงักลงในพริบตา
เมื่อฝุ่นทรายแดงหนาทึบจางลง เผยให้เห็นเพียงเศษซากเกราะแหลกและโลหิตแห้งสีเข้มของฝูงแมลงปีกแข็งที่นอนเกลื่อนกลาด ฝูงอสูรหมาป่าสองขารัตติกาลถอยทัพกลับไปแฝงกายในเงาอย่างสงบนิ่ง ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอันกว้างใหญ่และเงียบงันภายในห้องโถงวิหารทองคำโบราณ
แต่แล้ว... ความเย็นยะเยือกอันเกิดจากกลิ่นอายเสน่หาและรังสีหึงหวงอันร้อนแรงของเยี่ยเจาจวินกลับตลบอบอวลขึ้นมาเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า!
ราชินีปีศาจราตรีเยื้องกรายขยับกายเข้ามาหาหลีเฮงทีละก้าวอย่างช้าๆ รอยยิ้มหยาดเยิ้มปนแววตาพิฆาตบนดวงหน้าเลอโฉมของนางทำให้หลีเฮงแทบอยากจะเสกตัวเองให้หายไปในรูทราย หม่าเสี่ยวหลิงที่ยืนเคียงข้างพยายามข่มความกลัว ยืดอกอวบอิ่มประกายสีทองอันเปียกชุ่มด้วยเหงื่อรักขึ้นประจันสายตากับภรรยาหลวงอย่างเด็ดเดี่ยวตามวิถีแห่งเผ่าพันธุ์มดทองคำ
"น้องหญิงผู้นี้... สัดส่วนอวบอัดผิวกายประกายทองล้ำค่าชวนมองไม่เบานี่นา" เยี่ยเจาจวินกวาดสายตามองหม่าเสี่ยวหลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษให้สามีหนุ่ม "สามีรัก... เจ้าหายตัวมาไม่กี่เพลากลับคว้าไข่มุกทองคำเม็ดงามเม็ดนี้มาร่วมเตียงประสานรักกันกลางดินเปียกชื้นเปื้อนน้ำหวานได้อย่างสนุกสนานหน้าตาเฉยเชียวนะ มิน่าเล่าถึงได้ลืมเมียหลวงอย่างข้าไปเสียสนิท!"
"เจาจวินเมียรักจ๋า! เจ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว!" หลีเฮงรีบก้าวเข้าไปหาหน้าตาเฉยพร้อมเสนอหน้าประจบอย่างหน้าหนา "การประสานปราณบำเพ็ญคู่เมื่อครู่เป็นเรื่องจำเป็นระดับชาติจริงๆ ข้าต้องยืมพลังดินของนางมาช่วยเปิดใช้งานค่ายกลวิหารเพื่อความอยู่รอดต่างหากล่ะจ๊ะ เมียรักเจ้ามาช่วยได้ตรงเวลาเช่นนี้ พี่รักเจ้าที่สุดในสามโลกเลยนะ!"
"เงียบปากไปเลยเจ้าคนหน้าหนาไร้ยางอาย!" เยี่ยเจาจวินแผดเสียงกระซิบคำรามต่ำ แววตาสีม่วงแฝงความหึงหวงลุ่มหลงอย่างบ้าคลั่ง "หลักฐานมันคาตาคาตัวเปียกชื้นเปี่ยมฟีโรโมนขนาดนี้ ยังจะกล้าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีกรึ? ส่วนน้องหญิงมดทองคำคนใหม่... ในเมื่อเจ้ากล้าเข้ามาร่วมหอลงโลงกับสามีตัวดีของข้าโดยไม่บอกกล่าว เห็นทีภรรยาหลวงอย่างข้าต้องช่วยจัดระเบียบและสอนสั่งระเบียบวินัยแห่งทหารราตรีให้รู้ซึ้งกันเสียหน่อยแล้ว!"
หม่าเสี่ยวหลิงสะดุ้งสุดตัวใบหน้าสวยงามขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงเนินอกระหงสั่นระริก "พี่สาว... ข้าพร้อมน้อมรับการสั่งสอนและปรนนิบัติเคียงคู่กับท่านพี่และท่านเจ้าค่ะ" นางตอบเสียงเบาแต่เปี่ยมด้วยความยินยอมอ่อนหวาน
เยี่ยเจาจวินแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจในความนอบน้อมนั้น ทว่าความเร่าร้อนปนแรงรักและตัณหาริษยากลับปะทุจนยากจะระงับ ร่างบางก้าววูบเดียวประดุจเงาพรายเข้าประชิดตัวทั้งคู่ สองแขนเรียวงามโอบหมับรวบดึงหลีเฮงและหม่าเสี่ยวหลิงเข้ามาแนบชิดเกี่ยวกระหวัดกอดรัดกันแน่นหนา อกอวบใหญ่ของสองนารีบดเบียดเนื้อตัวหนุ่มของหลีเฮงจนได้ยินเสียงหอบหายใจกระเส่าของแต่ละฝ่าย กลิ่นกายหญิงสาวต่างสายพันธุ์ที่ผสมผสานโชยคลุ้งสร้างความปั่นป่วนซ่านเสียวไปทั่วกาย
"ในเมื่อพวกเจ้ามีแรงเหลือล้นจนสร้างเรื่องวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้ ตามข้าเข้าไปในวิหารทองคำส่วนลึกเดี๋ยวนี้เลย! ข้าจะสำเร็จโทษทวงบัญชีพวกเจ้าทั้งคู่พร้อมๆ กันให้สมใจอยากคาโถงศิลาทองคำลับนี้!"
สิ้นเสียงสั่งการอันสั่นพร่าของเยี่ยเจาจวิน นางก็ดึงลากอุ้มพยุงร่างของหลีเฮงและหม่าเสี่ยวหลิงตรงรี่ก้าวลึกเข้าไปสู่ความมืดมิดของห้องโถงลับส่วนลึกของวิหารทองคำโบราณอันเงียบเชียบและเป็นส่วนตัวแบบสุดขีด ทิ้งเสียงโครงสร้างแผ่นดินลึกที่สั่นระรัวแผ่วเบาและภัยอันตรายที่รอคอยอยู่เบื้องหลังให้เงียบงันลงชั่วคราว เพื่อเตรียมรับพายุรักและการเผชิญหน้าอันดุเดือดเผ็ดร้อนที่กำลังจะปะทุขึ้นในบทถัดไป!