คดีหมายเลขสวรรค์ ๐๐๑: วิศวกรผู้ไม่เชื่อพระเจ้า Celestial Case File 001: The Godless Engineer

    บทที่ 2 ชายในชุดสูทสีเทาและความจริงในเงามืด

    ร้านลาบเ๽้าประจำข้างออฟฟิศคือโอเอซิสของอรรถพล ที่นี่ไม่มีเสียงแอร์คราง มีแต่พัดลมอุตสาหกรรมตัวใหญ่ที่ส่ายไปมาอย่างใจเย็น ไม่มีแสงไฟสีขาวชวนปวดหัว มีแต่แสงนีออนสีส้มอุ่นสบายตา ที่สำคัญที่สุดคือไม่มีสมการและความกดดัน สำหรับครั้งแรกในรอบวันที่ยาวนาน เสียงคำนวณในหัวของเขาได้เงียบลงแล้ว


    "สุดยอดเลยนะพี่ น้ำตกคอหมูย่างร้านนี้" อรรถพูดพลางตักข้าวเหนียวร้อนๆ จิ้มลงไปในจาน "หายเหนื่อยเป็๲ปลิดทิ้ง"


    วิศวะยิ้มบางๆ ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาชนกับอรรถ "ของดีๆ มักจะอยู่ในที่ที่คนมองข้ามเสมอแหละ"


    อรรถมองหัวหน้าของเขาด้วยความทึ่งอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹งาน แต่เป็๲วิธีมองโลกที่ดูเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งเสมอ "ผมถามจริงๆ เถอะพี่วิศวะ พี่เก่งขนาดนี้ ทำไมยังมาทำงานเป็๲ลูกจ้างอยู่อีกล่ะครับ?"


    วิศวะนิ่งไปครู่หนึ่ง จิบเบียร์ในแก้วอย่างช้าๆ ก่อนจะตอบ "การสร้างอะไรใหม่ๆ มันก็สนุกดีหรอกอรรถ แต่พอทำไปนานๆ... นานมากๆ เข้า... นายจะเริ่มเห็นรูปแบบที่ซ้ำเดิม ปัญหามันอาจจะเปลี่ยนหน้าตาไป แต่แก่นของมันก็เหมือนเดิม สุดท้ายแล้วความท้าทายมันก็ค่อยๆ หายไป"


    อรรถรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยหน่ายที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น มันเป็๲ความเหนื่อยหน่ายที่ไม่ใช่จากงานหนัก แต่เหมือนมาจากกาลเวลา "พี่พูดเหมือนคนอายุร้อยปีเลย" เขาพูดติดตลก


    วิศวะหันกลับมาสบตาเขาโดยตรง แววตาคู่นั้นมีความลุ่มลึกบางอย่างที่ทำให้อรรถรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง "อาจจะนานกว่านั้นก็ได้" เขายกแก้วขึ้นดื่มจนหมด "เอาล่ะ ดึกแล้ว กลับกันเถอะ"


    ทั้งสองคนเดินออกจากร้าน มาสู่ลานจอดรถด้านหลังที่มืดและเงียบสงัด เสียงจิ้งหรีดที่เคยร้องระงมพลันเงียบกริบลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย บรรยากาศรอบตัวพลันนิ่งสนิทอย่างผิดธรรมชาติ


    และตรงใจกลางลำแสงจากเสาไฟสูงนั่นเอง... มีร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่


    อรรถรู้สึกถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด มันคือความนิ่งสงัดแบบเดียวกับตอนที่พี่วิศวะเดินเข้ามาในห้องประชุมที่วุ่นวาย...ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหายใจไปชั่วขณะ เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น


    วิศวะถอนหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มสบายๆ หายไปจากใบหน้า


    ชายในชุดสูทโค้งคำนับ "เรียน ท่านพระวิศวกรรม"


    อรรถขมวดคิ้วกับสรรพนามประหลาดนั้น ชายคนนั้นไม่สนใจเขา และเอ่ยต่อด้วยเสียงที่ไร้ความรู้สึก "กระผม วายุภักษ์ จากสำนักงานเ๽้าพนักงานพิทักษ์ฟ้า มี 'หมายเรียก๼๥๱๱๦์' มาแจ้งให้ท่านทราบ"


    ทันใดนั้น ม้วนกระดาษสีทองอ่อนก็ปรากฏขึ้นในมือของวายุภักษ์จากความว่างเปล่า


    สมองของอรรถพลที่เคยประมวลผลสมการที่ซับซ้อนที่สุดได้ในพริบตา...กลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ มันไม่มีแฟ้มข้อมูลสำหรับ "การเสกวัตถุจากอากาศธาตุ" ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นปราดจากท้ายทอยลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง มายากล? ไม่สิ...มันจริงเกินไป


    "เดี๋ยวๆๆ!" อรรถได้สติกลับคืนมา เขาก้าวมายืนขวาง "นี่พวกคุณเป็๲ใครกัน จะมาหาเ๱ื่๵๹หัวหน้าผมรึไง!"


    วายุภักษ์เหลือบตามองอรรถเป็๲ครั้งแรก อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมที่เคยสงบนิ่งเริ่มพัดวนรอบตัวเขารุนแรงขึ้น "เ๱ื่๵๹ของ๼๥๱๱๦์ มนุษย์อย่าสอดแทรก" เสียงนั้นไม่ได้ดังเข้าหู แต่ก้องอยู่ในหัวของอรรถโดยตรง


    แรงกดดันที่มองไม่เห็นตรึงเขานิ่งไว้กับที่ วิศวะก้าวมาวางมือบนบ่าของเขาเบาๆ แรงกดดันทั้งหมดก็พลันสลายไป "ไม่เป็๲ไรอรรถ" เขาพูดอย่างใจเย็น "เป็๲เ๱ื่๵๹เข้าใจผิดจากที่ทำงานเก่าน่ะ กลับบ้านไปก่อน แล้วลืมเ๱ื่๵๹คืนนี้ซะ"


    "แต่ว่าพี่..."


    "ไปเถอะ" วิศวะย้ำ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับวายุภักษ์ "นำทางไป"


    ทั้งสองคนหันหลังและเดินเข้าไปในเงามืดที่สุดของลานจอดรถ อรรถพยายามจะก้าวตาม แต่เพียงแค่ร่างของทั้งสองพ้นจากลำแสงไฟ...พวกเขาก็หายวับไปกับตาราวกับไม่เคยมีตัวตน


    ลมหยุดพัดกะทันหัน เสียงจิ้งหรีดกลับมาร้องอีกครั้ง ทิ้งให้อรรถพลยืนนิ่งอยู่คนเดียวกลางลานจอดรถที่ว่างเปล่า


    คำพูดประหลาดๆ ก้องอยู่ในหัวของเขา...ท่านพระวิศวกรรม... เ๽้าพนักงานพิทักษ์ฟ้า... หมายเรียก๼๥๱๱๦์...


    แล้วภาพทุกอย่างก็ประติดประต่อกันในหัวของเขา...สัญชาตญาณที่แก้ปัญหาที่เป็๲ไปไม่ได้ของสะพาน...ความนิ่งสงบผิดธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบตัวพี่วิศวะ...และการหายตัวไปเมื่อครู่นี้


    มันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ตลก ไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจ


    โครงสร้างแห่งความเป็๲จริงที่อรรถพลเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต...ไม่ได้แค่ร้าว แต่กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเขาเอง