ตอนที่9
“เ้าหายโกรธข้าเหรอยังฟางหรง” อ๋องฉีมาหาแต่เช้าด้วยคิดว่าสหายรักคงจะหายโกรธตนแล้วป่านนี้
“หายแล้ว” ฟางหรงตอบเป็เสียงห้วนๆ ไม่ใช่เขาไม่พอใจแต่เพราะ้าจะแกล้งหยอกมากกว่า
“งั้นดีเลย เรามาเข้าเื่ของเราเสียทีข้ารอจะคุยกับเ้าตั้งนาน แต่เพราะเกิดเื่เสียก่อนข้าก็เลยไม่ได้คุยกับเ้าเสียที” เหมือนอ๋องฉีจะรู้ทันความคิดของฟางหรงที่้าจะแกล้งเขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีนั้น
“เ้ามีเื่อะไรจะมาคุยกับข้ารึ” ฟางหรงมองหน้าอ๋องฉีเลิกคิ้วขึ้นสูงถามเพราะความอยากรู้
“ที่จริงแล้วข้ามีข่าวั้แ่วันนั้นแหละที่จะคุยกับเ้าแต่เพราะข้าอยากจะแกล้งเ้าก็เลยไม่ได้พูดเลย เพราะเ้ามัวแต่อารมณ์หึงขึ้นหน้าอยู่ ข้าก็เลยอยากคิดจะแกล้งก่อนสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้คุย”
“นี่เ้า” ฟางหรงถึงกับขบกัดกรามแน่นเพราะเพื่อนตัวดีมาลองใจตน ดีนะที่เขาไม่ลงมือกับเพื่อนตัวเองเขายังยับยั้งช่างใจได้ในตอนนั้น
“ข้าอยากจะลองใจเ้าดูว่าเ้ามีใจให้นางหรือไม่แต่มาบัดนี้ข้ารู้แล้วว่าเ้านะรักนาง หัดยอมรับเสียเถิดว่าเ้ามีใจให้นาง”
“ใช่ ข้ามีใจให้นาง แล้วเ้าอย่ามาคิดที่จะแย่งเมียของข้าล่ะ”
“โอ๊ย..ข้าไม่คิดหรอกเพราะข้ามีคนที่ข้าหมายปองเรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานพอความรักเริ่มสุกงอมข้าจะไปหมั้นหมายกับนางไว้รอให้อายุครบแต่งงานก่อนถึงจะออกเรือนกับนาง”
“เ้ากินเด็กรึแล้วนางผู้นั้นเป็ใคร ข้าว่าเ้ากินเด็กแล้วจะต้องอายุยืนแน่นอน” ฟางหรงถึงกับกลั้นขำพูดติดตลกเมื่อสหายตัวดีกำลังมีความรักแถมยังเป็เด็กสาวอีก
“เ้านี่ก็นะมาแกล้งข้าได้ ก็คนที่ข้าเจอที่ร้านผ้านั่นแหละ ข้าไปสืบมาแล้วว่านางเป็ลูกสาวคนโตแม่ทัพจวินิ”
“อืม...ถ้าเ้าชอบนางก็รีบหมั้นหมายนางไว้ก่อนที่คนอื่นจะแย่งเ้าไป” ฟางหรงพูดด้วยความเป็ห่วงเพราะถ้านางสวยนางดีและนางเป็ที่หมายปองของเขาแล้วล่ะก็ต้องรีบนานๆ จะได้เจอนางในฝันก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ
“เดี๋ยวข้าต้องไปหาพ่อตาข้าที่จวนบ่อยๆแล้ว ข้าไม่อยากจะเสียนางให้ใคร นานๆ เจอผู้หญิงที่หมายปองข้าย่อมไม่พลาด”
“อืม...งั้นก็รีบเลย ข้าจะได้ตัดชุดไว้รอ”
อ๋องฉีหัวเราะชอบใจก่อนจะหันซ้ายแลขวามองภรรยาของเพื่อน
“ว่าแต่ภรรยาเ้าไปไหนเสียล่ะ ั้แ่ข้ามานั่งไม่เห็นนางเลย”
“อ้อ...นางไปขายของอยู่ที่ตลาด”
“ขายของ!!” อ๋องฉีทำหน้าใเมื่อได้ยินในสิ่งที่ฟางหรงพูด เพราะนางเป็ถึงคุณหนูจะให้ออกไปขายของได้อย่างไรกันนางเป็สาวเป็แซ่อย่างนั้นหน้าตาก็สละสลวย
“ใช่ อยู่จวนข้านางต้องทำงานจะนั่งเฉยๆ ก็ไม่ได้เ้าก็น่าจะรู้นะว่าฐานะของข้าเป็แค่พ่อค้าธรรมดา”
“นี่เ้าเนอะ นางเป็ถึงคุณหนู เ้าก็มาใช้งานอย่างกับทาส”
“เปล่า ข้าไม่ได้ใช้นางอย่างกับทาสเสียหน่อย ข้าแค่้าสอนให้นางทำงาน จะได้มีเงินใช้” แม้ว่าในใจจะรู้สึกสงสารนางไปบ้าง แต่เพื่อพิสูจน์หลายอย่างนางย่อมต้องอดทนได้
“คิดดีแล้วใช่ไหมถึงต้องแกล้งนาง” อ๋องฉีมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจในเหตุผลนั้น ถ้าหากรักนางทำไมไม่บอกเื่ทุกอย่างให้นางได้รู้และพานางกลับไปบ้านเมืองไปครองรักกันที่โน่นทำไมต้องทำให้มันลำบากด้วยไม่เข้าใจเหตุผลของฟางหรงเลย
“ข้าคิดดีแล้ว จะมาเป็ชายาข้าต้องมีความเพียบพร้อมเก่งทุกด้าน เพราะหากนางเจอสิ่งใดที่อยู่ในวังภายภาคหน้านางจะได้อดทนได้”
“แล้วแต่เ้านะ ถ้านางมารู้ทีหลังว่าเ้าหลอกนางระวังเถอะนางจะไม่ให้อภัยเ้าอาจจะหนีออกไปจากชีวิตของเ้าก็ได้”
“ถ้านางฟังเหตุผลของข้า นางอาจจะไม่โกรธข้าก็ได้และถ้าหากนางรักข้าจริงๆ นางจะมองข้ามสิ่งที่ข้าปิดบังนาง” พอพูดถึงความรัก เขาก็อยากจะรู้ว่านางจะมีใจให้เขาเหมือนกันหรือไม่
“ก็ตามใจเ้าแล้วกัน ว่าแต่พาข้าไปดูทีว่านางขายอยู่ที่ไหนข้าจะได้ไปอุดหนุน”
จวนเสนาบดีจาง
เสนาบดีจางไม่อยู่มีแต่ฮูหยินกับลูกสาวสองคนอยู่บ้านและมีสาวใช้มารายงานให้ฟังเมื่อได้ไปเจอสิ่งที่พบมา
“ข้าเห็นจริงๆเ้าค่ะ ว่าคุณหนูซินอี๋ค้าขายข้าวต้มซาลาเปาอยู่ที่ตลาด” สาวรับใช้เข้ามารายงานให้ฮูหยินกับลูกฟังเมื่อได้ไปเจอนางที่ตลาดมา
“อยู่เป็คุณหนูดีๆไม่ชอบ ริอ่านจะเป็แม่ค้าสมน้ำหน้านางจริงๆนะท่านแม่” อ้ายฉิงพี่คนโตลูกสาวแท้ๆเสนาบดีจางเอ่ยขึ้นเมื่อได้รู้ว่าซินอี๋ออกไปอยู่ข้างนอกลำบากลำบน นั่นก็ทำให้สะใจมากเพราะเป็นางแท้ๆ ที่ทำให้ตนต้องแต่งงานแทนกับคนตระกูลมู่ นางไม่ได้ชมชอบเขาและก็ยังไม่อยากคิดที่จะออกเรือนไปไกลพ่อแม่ด้วยยังคิดรักสนุก
“ไอ้ลูกไม่รักดีอย่างนาง ไปมีชีวิตแบบนั้นก็ถูกแล้ว” ฮูหยินเอ่ยขึ้นบ้างด้วยนึกโกรธเคืองที่ให้ลูกสาวนางต้องออกเรือนแทนและนำความอัปยศอดสูมาสู่ตระกูลนางยิ่งเกลียดขึ้นไปอีก
“ข้าว่าพวกเราไปดูสักหน่อยไหมท่านแม่ ข้าอยากจะเห็นนางลำบากเต็มสองตาของข้าโทษฐานที่นางต้องให้ข้าแต่งงานแทน และก็ดีนะที่ท่านพ่อเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน ไม่งั้นข้าคงจะไปอยู่ที่อื่นแล้วคงจะไม่ได้มานั่งตรงนี้กับท่านแม่และน้องแน่”
“ก็ได้แล้วแต่ลูกเลยแม่ตามใจเ้า แค้นนี้แล้วแต่ลูกจะจัดการ”
สามแม่ลูกมองหน้ากันแล้วหัวเราะคิกคักในสิ่งที่กำลังจะไปทำ
ที่ตลาด
“แม่ค้าเอาข้าวต้มมา3ถ้วย”
ซินอี๋เมื่อแหงนหน้าขึ้นมามองดูก็พบว่าเป็แม่ของตนกับน้องมา ซินอี๋ถึงกับมีรอยยิ้มให้กับแม่และน้องของพวกนางที่มาหาแม้ว่าพ่อไม่ให้ไปเหยียบที่จวนแล้ว แต่พวกนางนั้นก็ยังอุตส่าห์มาหานั่นย่อมเป็เื่ดีนางคิดเช่นนั้น
“ท่านแม่และน้องหญิงเชิญนั่งเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปตักข้าวต้มมาให้”
เมื่อ 3คนแม่ลูกมองดูการทำงานของหญิงที่พวกตนเกลียดก็ได้แต่เบ้ปากมองพวกนางกับสาวใช้ที่ทำงานยุ่ง ขายของพวกนี้ก็คงจะเหนื่อยและก็รวยยาก
“นี่เ้าค่ะข้าวต้ม” ซินอี๋ตักข้าวต้มมาให้ 3 แม่ลูกและมีซาลาเปามาให้เพิ่มอีก
“ข้าไม่ได้สั่งซาลาเปานะ” อ้ายเหรินที่มองเห็นซาลาเปาเอามาวางไว้ที่โต๊ะคู่กับข้าวต้มนางก็นึกแปลกใจเพราะไม่ได้สั่ง
“ข้าแถมให้ และอีกอย่างข้าไม่คิดตังแม่กับน้องหรอกแค่พวกท่านมาที่ร้านก็ถือว่าดีมากแล้ว ”
3 คนมองหน้ากันแล้วยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นซินอี๋เข้าใจว่าพวกนางหมายถึงอะไร
แม่กับน้องพวกนางตักข้าวต้มไปมาในถ้วยแต่ไม่กิน ด้วยที่ว่ากินไม่ลงของข้างทางแบบนี้ยิ่งของนางด้วยยิ่งไม่กินแค่มาดูมาให้เห็นกับตาว่าชีวิตนางตกต่ำไม่ได้จะมากินสักหน่อย และที่พวกนางมาก็เพื่อมาเยาะเย้ยพี่สาวตัวดีที่ออกเรือนมาแล้วมาทำงานตากแดดเป็แม่ค้าไม่เหมือนพวกนางที่มีหน้าที่ชี้สั่งอย่างเดียวไม่ต้องมาเหนื่อยแบบนี้เห็นหน้านางแล้วก็สมเพชจริงๆ
“อยู่ในจวนเป็ลูกคุณหนูไม่ชอบ ริอ่านจะเป็เมียพ่อค้า แล้วเป็ยังไง สมใจอยากล่ะสิท่าได้ทั้งสามีจนแถมเ้าก็ต้องมาทำงานลำบากอีก” อ้ายเหรินน้องสาวคนเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อมองสภาพพี่สาวตรงหน้าถึงกับส่ายหัว
“ข้าไม่ลำบากเลยน้องสาว ข้ากลับมีความสุขที่ข้าหาเงินได้เอง”
“ข้าว่าเพราะสามีเ้าไม่เลี้ยงดูล่ะสิ ปล่อยให้เ้ามาทำงานลำบากลำบนขนาดนี้ เ้าช่างเลือกสามีได้ดีทีเดียว” พูดแล้วพวกนางก็หัวเราะเยาะ
แต่ซินอี๋กลับไม่รู้สึกน้อยใจหรือคิดจะต่อว่าที่น้องสาวว่านางกับสามีเช่นนี้ เพราะคิดว่าพวกนางก็พูดถูกนั่นแหละ “ข้าเป็ภรรยาย่อมต้องช่วยเหลืองานสามี สามีข้าเป็พ่อค้าข้าย่อมจะต้องเป็แม่ค้าตามถูกต้องแล้ว” นางพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มมองน้องสาวของตนเองอย่างไม่นึกโกรธเคือง
เมื่อพวกนางพูดแล้วเห็นว่าพี่สาวไม่รู้สึกโกรธหรือไม่คิดจะต่อว่าพวกนาง น้องสาวถึงกับมองหน้าพี่สาวถลึงตาใส่อย่างนึกขุ่นเคืองเสียเอง
“ขอให้มันจริงเถอะและข้าหวังว่าพี่จะรวยสักวันนะค้าขายแบบนี้กว่าจะได้แดงเดียวคงเหนื่อยน่าดู”
“ขอบใจเ้ามากที่ชมพี่ พี่ก็หวังว่าสักวันพี่จะรวยให้ได้”
เมื่อ 3 แม่ลูกไม่สามารถพูดให้ซินอี๋โกรธได้ พวกนางก็เตรียมจะลุกจากไป แต่ก่อนจะลุกเดินจากไปได้หันไปหาหลิงเอ๋อที่เคยเป็สาวรับใช้ที่จวน
“นี่หลิงเอ๋อ ถ้าแม่ของเ้ารู้ว่าเ้ามาตกต่ำทำตัวลำบากเหมือนคุณหนูเ้า แม่เ้าก็คงจะห่วงน่าดูนะ” นางพูดเยาะเย้ยก่อนจะออกไป
ซินอี๋ได้แต่ตบบ่าสาวใช้เบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
ฟางหรงกับอ๋องฉีที่แอบอยู่มุมหนึ่งไม่ไกลนักได้ยินคำสนทนาของพวกนาง เห็นสีหน้าและท่าทางน้องสาวของนางต่างคนก็ต่างถอนหายใจรู้สึกหนักใจแทนซินอี๋ที่มีแม่และพี่น้องแบบนี้ แล้วอ๋องฉีไม่คิดเลยว่าเสนาบดีจางที่เป็คนดีที่ฮ่องเต้ไว้ใจจะมีภรรยาและลูกเมียเช่นนี้
“หน้าตาดี พ่อก็มีฐานะ แต่ลูกสาวสองคนพร้อมภรรยากลับเป็คนเช่นนี้ ข้านี่รู้สึกสงสารเสนาบดีจางเสียเหลือเกิน” อ๋องฉีเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นท่าทาง 3แม่ลูกที่นั่งอยู่ในร้านแล้วแสดงท่าทีที่น่ารังเกียจนั้นออกมา ตอนที่ไปที่เรือนพวกนางไม่เห็นจะมีท่าทีแบบนี้แสดงออกมาเลย
“ข้าก็ไม่รู้เลยว่าซินอี๋นางอยู่ในจวนนั้นจะเป็อย่างไรบ้างตอนที่ยังไม่ได้แต่งกับข้า นางก็คงจะอึดอัดหน้าดูที่ได้เจอครอบครัวแบบคนพวกนี้”
“เ้าเข้าใจความรู้สึกของนางแล้วใช่หรือไม่”
“อืม..ข้าเข้าใจแล้ว”
“ถ้าเ้าเข้าใจเ้าต้องถนอมน้ำใจนางอย่าทำให้นางต้องลำบากใจ ชีวิตนางก็ลำบากมาพอแรงแล้วมีอะไรก็หยวนๆกับนางบ้าง” อ๋องฉีพูดเตือนสติเพื่อนด้วยความหวังดี ถ้าหากจะต้องทดสอบนางก็คิดดีๆแล้วกัน
เมื่อ 3 แม่ลูกเดินจากไป หลิงเอ๋อที่สงสารคุณหนูมาก ได้แต่จับมือคุณหนูไว้เพื่อให้กำลังใจเช่นเดียวกับที่นางก็ให้กำลังใจตน
ระหว่างนั้นเองสามีและอ๋องฉีก็เดินเข้ามาในร้านที่มีโต๊ะ 3 โต๊ะเอาไว้ให้ลูกค้านั่งกินและเหลือโต๊ะ 1 ว่างพอดีพวกเขาจึงเข้าไปนั่ง
“แม่ค้าข้าขอข้าวต้ม2 ถ้วย หมั่นโถว 2 ลูก และซาลาเปาด้วย 2 ลูก ข้าอยากจะชิมฝีมือของเ้าว่าจะอร่อยแค่ไหน แต่ฟางหรงชมว่าเ้าทำอาหารอร่อย งั้นข้าต้องลองกินดู”
“ได้เ้าค่ะ” เมื่อหญิงสาวรู้ว่าสามีนางชมลับหลัง นางถึงกับมองหน้าชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่สดใส แม้ว่าเขาจะปากจัดเอาแต่ใจแต่ก็ยังอยู่เคียงข้างนาง ที่เวลานางมองออกมาก็ยังเห็นเขาอยู่ตรงหน้า และตอนนี้เขากลับทำให้นางอารมณ์ดีจากที่เมื่อกี้ยังหดหู่อยู่เลย
“เ้าเป็อย่างไรบ้างวันนี้ขายดีหรือไม่” ฟางหรงเดินมาช่วยภรรยายกของกินให้กับสหายอ๋องฉีและก็ถามไถ่นางไปด้วย
“ขายดีเ้าค่ะ ลูกค้ามาเรื่อยๆ พึ่งได้หยุดพัก”
“อดทนหน่อยนะอาจจะต้องลำบากเ้าแล้ว”
ซินอี๋ถึงกับจ้องหน้าคนพูด เมื่อวันนี้น้ำเสียงเขาฟังแล้ว นางรู้สึกถึงความอบอุ่นและความห่วงใย
“เ้าค่ะ ข้าย่อมต้องอดทนอยู่แล้ว” ต่างคนต่างมองตากันทุกอย่างอธิบายด้วยดวงตาคู่นั้น
“อย่ามัวจู๋จี๋กัน ข้าหิวแล้วนะ” เสียงอ๋องฉีะโออกมาเมื่อของกินยังไม่ถึงโต๊ะเขาเสียที
ทำให้ฟางหรงต้องหันไปทำสายตาดุใส่ก่อนจะยกไปวางตรงโต๊ะกระแทกถ้วยเสียงดังด้วยความหมั่นไส้ ผัวเมียจะทำหวานซึ้งสักหน่อยเ้าเพื่อนตัวดีก็มาขัด
“เออน่า ถ้าจะหวานกันค่อยไปทำคืนนี้ ตอนนี้ข้าหิวจริงๆ” เสียงอ๋องฉีพูดคล้ายกับกระซิบรู้กันเพียงสองคนบนโต๊ะ
ฟางหรงหันไปมองภรรยาสาวที่กำลังมองมาที่ตน รอยยิ้มของเขาก็ฉีกยิ้มกว้างให้แก่นาง เหมือนเป็การให้กำลังใจก่อนที่จะมีลูกค้าเดินมาซื้อของต่อนางจึงหันกลับไป ชายหนุ่มได้แต่มองดูนางทำงานจากที่เป็ลูกคุณหนูสภาพนางตอนนี้ดูไม่ได้เลยแต่ความสวยของนางก็ยังไม่หายไป แต่คิดว่านางต้องผ่านไปได้แหละ
“นี่เ้า...จะมองนางอีกนานไหมจะหันมาคุยกับข้าได้หรือยัง”
“อะไรของเ้า ไอ้ตัวปัญหา” ฟางหรงถึงกับทำเสียงเข้มจ้องมองสหายตัวดี
“โหแรง มาว่าข้าแบบนี้ได้ยังไงกัน ข้าเป็เพื่อนเ้านะไม่ใช่เ้าตัวปัญหาอย่างเ้าว่าสักหน่อย”
“ก็เ้ามันขัดข้าทุกเื่ ลองใจข้าตลอดเหมือนบ่าวรับใช้ข้าเลย”
“ข้าเป็อ๋องฉีนะ ไม่ใช่บ่าวรับใช้เ้าเสียหน่อย”
“ไม่รู้แหละ แต่ที่ข้าเห็นตอนนี้เริ่มจะเหมือนเข้าทุกทีโดยเฉพาะนิสัย” ฟางหรงกำลังหมายถึงหลินปอนั่นเองแล้วชักสีหน้าใส่เพื่อนตัวดี
อ๋องฉีถึงกับหัวเราะร่วนสนุกกับการได้แกล้งฟางหรงถึงกับส่ายหน้า
“อร่อยมาก สมกับที่เ้าชม” เมื่อข้าวต้มเข้าปากอ๋องฉีถึงกับเอ่ยชมฝีมือนางนั้นดีจริงๆ
จวนเสนาบดีจาง
“พวกเ้าไปไหนมา ข้ากลับมาถึงสาวรับใช้บอกว่าพวกเ้าไปที่ตลาด ไปซื้ออะไรมาไม่เห็นมีของสักอย่างติดไม้ติดมือมาด้วย” เสนาบดีจางเมื่อเห็นว่าฮูหยินและลูกสาวเดินเข้ามาที่จวนพอดีจึงเอ่ยทัก
“เปล่า ข้าไม่ได้ไปซื้อของ ข้าไปดูลูกสาวตัวดีของท่านที่ตอนนี้ไปขายของที่ตลาดเป็แม่ค้าขายข้าวต้มหมั่นโถว ลำบากน่าดู ดูนางจะผอมไปเยอะนะ” ฮูหยินได้ทีพูดกระแหนะกระแหนสามี
เสนาบดีจางเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็อดเป็ห่วงนางไม่ได้ ได้แต่เก็บความรู้สึกไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อย่างนั้นหรอกเหรอ เอาเป็ว่าพวกเ้าไม่ต้องไปสนใจนางตอนนี้ก็ออกไปอยู่ที่อื่นแล้วและข้าก็ตัดพ่อลูกกับนางแล้ว พวกเ้าก็อย่าไปยุ่งกับนางเลย”
“ก็ลูกแค่อยากจะไปดูว่านางมีชีวิตยังไงหลังได้สามีเป็พ่อค้าตอนนี้ลูกได้รู้แล้วว่านางนั้นเลือกผิดลูกสมเพชนางเสียเหลือเกิน”
เสนาบดีจางได้แต่เอือมระอาในคำพูดของลูกสาว นางได้แม่มาเยอะถึงได้มีนิสัยเหมือนกันเขาผิดเองที่เลี้ยงลูกตามใจจนเกินไปตามใจทั้งเมียด้วยอีกคนถึงทำให้ต้องมาเป็แบบนี้