“ตกลงว่ามันเื่อะไรกัน” จางเป่าจินถามเมื่อเห็นว่าทุกคนกินข้าวอิ่มแล้ว และเขาก็แอบถอนหายใจเมื่อเห็นน้องสาวกับน้องเขยกินข้าวกันอย่างกับว่าทั้งคู่ไม่เคยกินข้าวเลยอย่างไรอย่างนั้น
“คุณจะรีบไปทำไมคะ ไม่เห็นหรือว่าอาซินกับอาเซ่อยังกินข้าวไม่อิ่มเลย” หลี่ปิงปิงหันไปมองน้องสามี “เอาซาลาเปาเพิ่มอีกสักลูกไหม เหมือนว่าพวกเธอจะยังกินไม่อิ่มนะ”
“ไม่แล้วค่ะพี่สะใภ้ พวกเราอิ่มแล้ว” จางซินรีบปฏิเสธและรู้สึกอายที่เมื่อครู่เธอกับสามีกินบะหมี่ไปกันคนละตั้งสองชามแล้ว
แต่หลี่ปิงปิงก็ไม่สนใจ เธอเดินไปสั่งซาลาเปาไส้หมูมาอีกสี่ลูก ถึงแม้ร้านนี้จะเป็ร้านสวัสดิการรัฐ แต่ผู้ดูแลร้านกลับไม่ได้ทำท่ารังเกียจครอบครัวชาวนาอย่างพวกเธอ ขอแค่คนที่เข้ามาซื้อมีคูปองและเงินมาชำระค่าอาหาร ทุกคนล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ซึ่งเื่นี้สร้างความพอใจให้กับหลี่ปิงปิงสุดๆ เพราะน้อยนักที่เธอจะเจอคนมีความคิดเช่นนี้ ดูอย่างร้านค้าสหกรณ์นั่นอย่างไร เวลาจะซื้อของแต่ละทีต้องดูสีหน้าพนักงานขายก่อน
“จะพูดได้หรือยัง” จางเป่าจินถอนหายใจ “เล่ามาเถอะ”
“พ่อกับแม่ของอาเซ่อน่ะสิคะ พวกเขาให้พวกเราออกไปทำงานในไร่เพื่อแลกแต้มค่าแรงให้ได้วันละสิบแต้ม พี่ก็น่าจะรู้ว่าจะได้ค่าแรงสิบแต้มต้องทำงานหนักขนาดไหน อาเซ่อน่ะยังพอไหวเพราะเขาตัวโตแล้วก็แรงเยอะ แต่พี่ดูฉันสิคะ” จางซินชี้เข้าที่ตัวเองอย่างโมโห “ตัวฉันก็แค่นี้เอง ทำงานได้ค่าแรงวันหกแต้มแปดแต้มก็ดีเท่าไหร่แล้ว แต่นี่ยังไม่เท่าไหร่นะคะ พี่สามรู้ไหมว่าแต่ละวันพวกเขาให้ฉันกับอาเซ่กินแค่น้ำซาวข้าว พวกเขาบอกว่าฉันกับอาเซ่อเป็พวกใช้แรงงานแต่ไม่ได้ใช้สมองไม่จำเป็ต้องกินข้าว สู้เก็บข้าวไว้ให้คนพี่ชายกับน้องสาวของอาเซ่อกินยังจะดีเสียกว่า”
“แล้วพวกเธอก็ยอมหรือ” จางเป่าจินระงับความโกรธไว้ ความรู้สึกที่ต้องทำงานทั้งที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องนั้นเขาเข้าใจเป็อย่างดี
“ไม่ยอมแล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ฉันไม่อยากเอาเื่ของฉันมาทำให้บ้านเราเดือดร้อนด้วย” จางซินเริ่มร้องไห้
“เธอโง่หรือเปล่า! คิดว่าฉันกับพี่ใหญ่พี่รองใจร้ายกันขนาดนั้นเลยหรือไง” จางเป่าจินหันไปถลึงตาใส่น้องเขย “นายก็เหมือนกัน ตัวโตเสียเปล่า ปล่อยให้คนอื่นมารังแกเมียของตัวเองได้ยังไง ถ้ารู้ว่านายจะไม่ได้เื่อย่างนี้ฉันน่าจะอาละวาดให้งานแต่งล่มไปเลย”
“ผม...ผม...” อาเซ่ออยากปฏิเสธแต่ก็พอไม่ออก
“พี่สาม อย่าดุอาเซ่อเลยค่ะ ถึงแม้เขาอยากจะช่วยแต่มันก็ช่วยไม่ได้หรอก พี่ก็รู้ว่าคนบ้านนั้นเป็ยังไงไม่ใช่หรือ” จางซินรีบพูด
“ทีเมื่อก่อนฉันพูดจนปากจะฉีกเธอก็ไม่เชื่อ คิดจะแต่งกับเ้าหมอนี่ให้ได้ มาตอนนี้ทำไมไม่เถียงฉันต่อแล้วล่ะ” จางเป่าจินพูดไปตามอารมณ์ของเ้าของร่างเดิม แต่ส่วนหนึ่งก็เป็ความคิดของเขาเองเหมือนกัน
“พอได้แล้วค่ะเป่าจิน คุณไม่เห็นหรือว่าอาซินกับอาเซ่อทำตัวไม่ถูกแล้ว” หลี่ปิงปิงรีบปรามก่อนที่คู่หมั้นจะพูดมากไปกว่านี้ “พวกเธอบอกมาเถอะว่าอยากให้เราช่วยเื่อะไร”
“เราสองคนไม่อยากกลับไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้วค่ะ พี่สาม พี่สะใภ้ พวกพี่ช่วยพูดกับพ่อแม่ให้เราหน่อยได้ไหมคะ”
“พวกเธออยากย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านหรือ” จางเป่าจินถาม
“ได้ไหมคะ” จางซินถามเสียงเบา
“ถ้าพวกเธอถามพี่ พี่ก็ต้องยอมอยู่แล้ว ครอบครัวจางของเราจะทอดทิ้งกันได้ยังไง แต่ตอนนี้พี่ว่าเรากลับไปปรึกษาพ่อกับแม่ก่อนดีไหม ยังไงก็ให้พวกเขารับรู้ปัญหาของเธอสักหน่อย”
“พี่ใหญ่ เ้าสาม เราไปจัดการกับคนบ้านต่งกันเถอะ ดูสภาพน้องเล็กสิ เราจะยอมให้คนบ้านนั้นรังแกน้องสาวเราได้จริงหรือ ผมไม่เชื่อหรอกว่าเราสามคนจะสู้คนบ้านนั้นไม่ได้” จางหนานถลกแขนเสื้อเหมือนเตรียมพร้อมจะสู้เต็มที่
“นั่นสิ น้องเล็กเป็น้องสาวคนเดียวของเรา เราจะปล่อยให้เขามาทำร้ายน้องเราฝ่ายเดียวไม่ได้” จางเกินที่เป็คนใจเย็นที่สุดกลับไม่สามารถเก็บอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้ พอมองไปที่น้องสาวกับน้องเขยแล้วก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม
“ไปกันเถอะพี่ใหญ่ พี่รอง ผมก็คันไม้คันมือจะแย่แล้ว” จางเป่าจินสนับสนุน
“พวกแกหยุดเลย! อยากให้เื่มันบานปลายไปมากกว่านี้หรือไง” ตาเฒ่าจางห้ามลูกชาย
“พ่อหมายความว่าจะปล่อยให้น้องเล็กถูกรังแกไปเปล่าๆ หรือครับ” จางหนานถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่จัดการ เพียงแต่เราต้องจัดการแบบที่ไม่ให้พวกเขากลับมาสร้างปัญหาให้น้องสาวของแกได้อีกต่างหาก”
“แล้วเราจะทำยังไงหรือครับพ่อ” จางเกินถาม
“อีกไม่นานเราก็จะแยกบ้านกันแล้ว พ่อปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านเื่ที่ดินที่จะซื้อให้พวกแกไว้ปลูกบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนั้นพ่อยังไม่รู้เื่ของอาซิน ตอนนี้เราควรมาปรึกษาเื่นี้กันก่อนดีไหม”
“จะไปยากอะไรครับพ่อ” จางเป่าจินตอบอย่างรวดเร็ว “ก่อนที่ผมจะพาน้องกลับมาที่บ้านก็ได้คิดกันไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกผมเป็ผู้ชายแยกบ้านออกไปสร้างครอบครัวเองก็เป็เื่ธรรมดา ตอนแรกพวกเราสามคนยังเถียงกันอยู่เลยว่าอยากจะรับพ่อกับแม่ไปอยู่กับพวกเราด้วย แต่พ่อก็เอาแต่ปฏิเสธ ถ้าน้องเล็กย้ายกลับมาอยู่กับพวกเราก็ดีสิครับ น้องเล็กจะได้อยู่ดูแลพ่อกับแม่ บ้านหลังนี้ก็ยกให้น้องเล็กกับน้องเขยไป เท่านี้พ่อกับแม่ก็จะได้อาศัยอยู่บ้านหลังเดิมแล้วยังมีคนมาคอยดูแล ยังจะต้องปรึกษาอะไรกันอีกล่ะครับ”
“แต่ที่ดินของบ้านหลังนี้กว้างกว่าที่พ่อเตรียมไว้ให้พวกแกอีกนะ”
“พ่อครับ...พวกเราสามคนเป็ผู้ชาย ต่อไปพวกเราอยากได้อะไรพวกเราจะสร้างมันขึ้นมาเองครับ พ่อไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก” จางเกินบอก
“พี่คะ” จางซินหันไปมองพี่ชายทั้งสามแล้วร้องไห้
“อย่าร้องไห้เลย ถึงที่ดินผืนนี้จะใหญ่กว่าของพวกเรา แต่เธอกับน้องเขยคงได้รับจัดสรรที่ดินไม่มากนักหรอก เพราะยังไงการจัดการที่ดินทำกินคงยึดตามพ่อกับแม่ เพราะฉะนั้นที่ดินผืนนี้ก็ไม่นับว่าใหญ่โตอะไร” จางหนานหันไปมองน้องเขย “นายจะมีปัญหาอะไรไหมที่พวกเราจัดการให้นายกับน้องเล็กมาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเรา ฉันบอกไว้ก่อนนะว่านายต้องดูแลพ่อแม่ของเราให้ดี แล้วก็รีบตัดขาดกับครอบครัวฝั่งนายให้ไวๆ ถ้าฉันรู้ว่านายมีนิสัยเหมือนคนพวกนั้นแล้วล่ะก็...ฉันจะต่อยนายไม่เลี้ยงแน่”
ต่งเซ่อได้แต่มองพี่เขยทั้งสามคนอย่างหมดอาลัย ทำไมพี่ชายรูปหล่อหน้าตาดีพวกนี้ถึงเอาแต่ขู่ว่าจะต่อยเขากันนะ หรือว่าร่างกายกำยำใหญ่โตของเขาไม่ได้ทำให้คนอื่นหวาดกลัวเลย แต่ก็นะ...เขาเป็คนตัวโตก็จริง แต่นิสัยไม่สู้คนของเขามันคนละเื่กันเลย “ผมจะดูแลพ่อตากับแม่ยายให้ดีเลยครับ พวกพี่สบายใจได้”
ใกล้วันแต่งงานของจางเป่าจินและหลี่ปิงปิงเข้ามาทุกที และความคืบหน้าของบ้านหลังใหม่ของพวกเขาก็เกือบจะเสร็จแล้ว บ้านอิฐที่หลี่ปิงปิงออกแบบดูทันสมัยและสวยมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าจางเป่าจินโชคดีที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงรวย ตำนานชายี้เีตกถังข้าวสารจึงถูกพูดถึงอย่างไม่เกรงใจ ผู้ชายบางคนมองจางเป่าจินอย่างเลื่อมใสเพราะอยากโชคดีอย่างเขาบ้าง แต่บางคนกลับอยากจะถ่มน้ำลายใส่กับความหน้าไม่อายที่คิดจะเกาะผู้หญิงกิน
“คนเขาเข้าใจผิดคิดว่าคุณมาเกาะฉันกินไปหมดแล้ว แต่คุณยังมานั่งยิ้มหน้าระรื่นอยู่นี่หรือคะ” หลี่ปิงปิงที่วันนี้มีโอกาสเข้ามาตรวจบ้านใหม่พูดกับคู่หมั้นอย่างไม่จริงจังนัก
“จะไปสนใจคำพูดของคนอื่นทำไมล่ะครับ ปล่อยให้เขาเข้าใจไปอย่างนั้นน่ะดีแล้ว ถ้าพวกเขารู้ว่าเงินสร้างบ้านและเงินซื้อที่ดินครึ่งหนึ่งเป็ของผม พวกเขาก็ต้องส่งคนมาถามผมแน่ๆ ว่าผมไปร่ำรวยมาจากไหน เผลอๆ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าผมไปทำงานผิดกฎหมายมาก็ได้ ถึงตอนนั้นผมไม่อยากถูกจับไปสอบสวนหรอกนะ”
“มันก็จริงนะคะ การใส่ร้ายคนอย่างไม่มีหลักฐานมันน่ากลัวจริงๆ แต่รออีกไม่นานหรอกค่ะ ผ่าน่นี้ไปก็จะไม่มีการจับคนไปประจานหรือใช้แรงงานอีกแล้ว ต่อไปไม่ว่าใครจะทำผิดหรือถูกสงสัยยังไงก็เป็เื่ของตำรวจหรือเป็เื่ของกฎหมายแล้ว”
“ผมไม่ได้เรียนหนังสือมาเหมือนคุณ ผมไม่รู้หรอกว่า่เวลาไหนจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง”
“เอาเป็ว่าต่อไปประเทศของเราจะมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นค่ะ”
“ว่าแต่ร้านค้าที่คุณสนใจร้านนั้นเป็ยังไงบ้าง ่นี้ผมมัวแต่ยุ่งกับบ้านหลังใหม่ของเราจนเกือบลืมถามคุณเื่นี้ไปเลย”
“คุณถามเื่นี้ขึ้นมาก็ดีเหมือนกันค่ะ คุณต้องนึกไม่ถึงแน่ว่าที่เรายังซื้อร้านค้าร้านนี้ไม่สำเร็จเป็เพราะใคร”
“หมายความว่ายังไงหรือ?”
“ร้านค้าที่เราไปดูไว้เป็ทำเลที่ดีมากๆ เพราะอีกไม่นานที่บริเวณนั้นจะมีการพัฒนาเป็เขตบ้านพักอาศัย จะมีการสร้างอาคารที่พักอาศัยออกขายด้วยนะคะ ความจริงแล้วเ้าของตึก้าจะขายตึกให้เราในราคาที่เคยตกลงกันไว้ แต่อยู่ดีๆ เขาก็มาขอขึ้นราคา ครั้งแรกฉันก็รู้สึกว่ามันยังคุ้มอยู่ที่จะเพิ่มราคาให้เขา แต่เขากลับมาขอเพิ่มราคาอีกเป็ครั้งที่สองนี่สิคะ ฉันเอะใจก็เลยลองให้พี่ิไปช่วยสืบดูว่ามันเกิดปัญหาอะไรขึ้นกันแน่ แต่คุณรู้ไหมว่าคนที่มายุเ้าของตึกให้ขึ้นราคากับเราคือครอบครัวของน้องเขย”
บิดาของต่งเซ่อเป็สมาชิกของพรรคและยังทำงานอยู่ในสำนักงานเทศบาลตำบล ทำให้เขารู้จักกับคนมีชื่อเสียงในเมืองอยู่ไม่น้อย แม้บ้านพวกเขาจะดูมีฐานะ แต่เื่นี้กลับไม่มีใครรู้ว่าพวกเขานั้นจนกรอบแค่ไหน ตึกแถวที่หลี่ปิงปิงสนใจก็อยู่ในความสนใจของครอบครัวต่งเช่นกัน เพียงแต่พวกเขาไม่มีปัญญาจะหาเงินมาซื้อตึกแถวห้องนั้นไว้ได้ และยิ่งรู้ว่าหลี่ปิงปิงกับจางเป่าจินสนใจจะซื้อ ตาเฒ่าต่งจึงเข้ามาขวางอย่างเต็มที่ และเ้าของตึกก็ดูจะเชื่อคำพูดของตาเฒ่าต่งมากทีเดียว เ้าของตึกจึงขอขึ้นราคากับหลี่ปิงปิงอยู่หลายครั้ง
“พวกเขาอยากเอาคืนที่เราพาคนในหมู่บ้านไปสร้างความวุ่นวายและให้พวกเขาทำหนังสือตัดความสัมพันธ์กับน้องเขยสินะ”
“คงเป็อย่างนั้นล่ะค่ะ” หลี่ปิงปิงทำท่ายิ้มเยาะ “พวกเขาคิดว่าพวกเขารู้จักคนใหญ่คนโตที่ทำงานในสำนักงานที่ดิน หากเรากับเ้าของตึกตกลงเื่ราคากันได้ การซื้อขายก็ต้องมีปัญหาอยู่ดี แต่คุณไม่ต้องเป็ห่วงเื่นี้เลยนะคะ รับรองว่าพี่ิจะจัดการเื่นี้ได้อย่างหมดจดแน่นอน ฉันก็อยากจะดูเหมือนกันว่าคนบ้านต่งจะหาทางแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นยังไง”
จางเป่าจินมองคู่หมั้นแล้วยิ้มอย่างไม่ได้สนใจอะไร ในเมื่อเธออยากทำอะไรก็ทำ เขาไม่คิดที่จะห้ามอยู่แล้ว อีกอย่างคนบ้านต่งก็หน้าไม่อายจริงๆ ตอนที่เขาพาน้องสาวและน้องเขยไปจัดการเื่ตัดความสัมพันธ์ นอกจากคนพวกนั้นจะไม่ให้อะไรน้องเขยติดตัวมาแล้ว พวกเขายังอยากให้น้องเขยส่งค่าเลี้ยงดูให้พวกเขาเป็รายเดือนอีก กว่าจะตกลงกันได้ จางเป่าจินต้องไปกระซิบเตือนอยู่หลายประโยคกว่าที่คนบ้านนั้นจะยอม ก็ตาเฒ่าต่งขี้ขลาดนั่นจะไม่ยอมได้ยังไงล่ะ เพราะมันเป็เื่ชู้สาวของลูกชายคนโตเชียวนะ ตาเฒ่าต่งที่รักหน้าตาของตัวเองเป็ที่หนึ่งจะยอมให้ลูกชายถูกจับไปประจานต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง