ตอนที่ 2 ความทรงจำฟื้นกลับคืน
อาไน่ใช้โอกาสนี้ยื้อแย่งอาซีกลับมา
และเนื่องจากมีเด็กเพศหญิงปรากฏตัวอีกคนหนึ่ง คนต่างเผาจึงหยุดการใช้กำลังยื้อแย่ง
“ั้แ่อาซีตื่นขึ้นก็เอาแต่ทุบตีหัวตัวเองตลอดเวลา พูดทำนองว่าเป็ไปไม่ได้ จะเป็ไปได้อย่างไร ทะลุมิติแล้ว คำพูดอะไรที่ฟังไม่เข้าใจเทือกๆ นี้” อาไน่เอ่ยกับหมอผี
“เช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว” หมอผีหัวเราะลั่น “นี่อธิบายได้ว่าอาซีได้สติกลับมาแล้ว”
หัวหน้าฝ่ายหญิงตบไหล่อาไน่เบาๆ “เช่นนี้เ้าก็สามารถผูกสัมพันธ์กับอาซี สามารถให้อาซีให้กำเนิดลูกของเ้าได้แล้ว”
อาไน่ยิ้มร่า
เดิมทีอาซีเป็คนธรรมดาๆ ในสมัยศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดคนหนึ่ง
เนื่องจากสาเหตุบางประการ หลังจากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ิญญาหลุดออกจากร่างแล้วก็มาอยู่ที่นี่ บัดนี้ได้สติกลับมา และความทรงจำสิบหกปีก็ฟื้นคืนกลับมาทั้งหมดแล้ว
อาซีไม่กล้าเชื่อว่าตัวเองที่เป็คนมาจากยุคที่มีอารยะ จะใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยยุงและแมลงวันเต็มผืนฟ้า เปลือยหน้าอก และปล่อยนกเขาเพ่นพ่านกันทั้งเผ่าแห่งนี้มาสิบหกปีแล้ว ช่างอุจาดตาเสียจริง
ในยุคดึกดำบรรพ์ที่ไร้ซึ่งความกระดากอาย การทำตัวเองให้ท้องอิ่ม ผ่านฤดูหนาวไปให้ได้ต่างหากที่เป็ภารกิจหลักอันดับหนึ่ง ใครจะสนใจว่าอาหารที่ว่าคืออะไรกันเล่า
พูดแล้วท้องอาซีก็เกิดหิวขึ้นมา
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็จงอยู่ที่นี่ให้เป็สุข พยายามใช้ชีวิตต่อไปแล้วกัน!
มีคนร่างั์คนหนึ่ง ซึ่งเป็คนที่มีรูปร่างกำยำล่ำสันราวกับหินผาก็ไม่ปาน แหวกหนังสัตว์เข้ามาปรากฏกายอยู่ภายในกระโจม
อาซีที่ถูกทำให้ใสะดุ้งไม่กล้าขยับตัวแม้น้อย
อาซีรู้เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายเป็คนร่างั์ หารู้ไม่ว่าตนเองก็เป็หญิงร่างั์ที่มี่ส่วนสูงเกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเช่นกัน
หลังจากอาซีฟื้นขึ้นมาแล้ว อาไน่ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติกับนางเช่นไรดี
ทั้งสองต่างฝ่ายต่างเบิกตาเรียวเล็กจนโต
เนิ่นนานจนกระทั่งอาซีเป็ฝ่ายทำลายความเงียบ “อาไน่ ข้าหิว”
อาไน่รู้สึกดีใจอยู่ในอก อาซียังคงจำเขาได้
อาไน่หยิบผลไม้เปลือกแข็งออกมาจากซอกมุมหนึ่ง “กินอันนี้ก่อน ข้าจะไปย่างเนื้อเดี๋ยวนี้แหละ”
อาซีรับผลไม้มาแล้วออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย ผลไม้ก็แตกดังกร็อบแล้ว
อาซีกรีดร้องในใจไฉนแรงถึงได้เยอะขนาดนี้เล่า นี่ยังใช่ผลไม้เปลือกแข็งอยู่หรือเปล่า
ผลไม้ส่งกลิ่นหวานหอมโชยมา จนอดสูดจมูกฟุดฟิดไม่ได้ อยากกินจังเลย
อาไน่ยิ้มกล่าว “ไยเ้าชอบกินแต่เพียงสิ่งนี่กัน”
รสชาติที่ถูกปากอาซีมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากผลไม้ชนิดนี้แล้ว ก็ไม่กินอย่างอื่น
หลังจากกินข้าวแล้ว อาไน่ก็พาอาซีออกไปข้างนอก เนื่องจากมีเื่เื่หนึ่งต้องพูดกับคนในเผ่า
พอออกมาจากกระโจม กวาดสายตาออกไปแวบหนึ่ง มีหกคนในสิบคนกำลังเปลือยล่อนจ้อน ช่างอุจาดตาอาซีอย่างยิ่ง
ในฐานะคนยุคปัจจุบันที่มีการศึกษาคนหนึ่งจะสามารถมองภาพเหล่านี้ได้อย่างไรเล่า
ทำไมพวกเขาไม่สามารถใช้หนังสัตว์ปิด่สะโพกได้เหมือนอาไน่ล่ะ เอาหนังสัตว์ชิ้นน้อยๆ ปิดจุดยุทธศาสตร์เอาไว้ก็ยังดี
อาซีหลบอยู่หลังกายอาไน่ ใช้อาไน่บดบังสายตาของตัวเองไว้
“ถึงแม้อาซีจะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังคงขี้ขลาดตาขาวปานนั้น หลังจากนี้จะกลายเป็หมอผีได้อย่างไร!”
“ก็ไม่ใช่เพราะพวกเ้ารังแกอาชีตลอดทั้งวันหรอกรึ”
“ต่อให้นางพลังตื่นขึ้น ก็ไม่อาจผูกสัมพันธ์กับอาไน่ได้เช่นกัน”
ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย อาซีผ่อนลมหายใจครั้งหนึ่ง
เมื่อลอบมองแวบหนึ่ง ก็เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ภายในกระโจมใหญ่โตนุ่งห่มด้วยหนังสัตว์อยู่ทุกคน
เท่านี้ก็วางใจได้แล้ว นางไม่อยากเห็นนกเขากับไข่ของคนอื่นเป็อย่างยิ่ง ต่อให้ใหญ่ขนาดไหนก็ไม่อยากเห็น ช่างอุจาดตา
“อาซี เ้ามานี่สิ” หมอผีเอ่ยเรียก
อาซีเดินผละออกจากข้างกายอาไน่ไป “หมอผี”
“เ้ายังจำข้าได้ ดีๆ”
“ไม่ว่าใครก็จำได้ทั้งนั้น ไม่ได้ลืมอะไรไปจนหมด” อาซีกล่าว
ถ้าหากไม่ใช่การปกป้องคุ้มครองของหมอผีตลอดสิบหกปีมานี้ เกรงว่าอาซีคงถูกกลั่นแกล้งจนตายไปแล้ว
ผู้คนที่นั่งอยู่นั้นต่างหัวเราะประดักประเดิด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ก็ตามว่าอาซีเป็หมอผีฝึกหัด ทว่าพอเห็นว่าก่อนหน้านี้นางมีท่าทีทึ่มทื่อ ก็ยังคงอดที่จะเหยียดหยาม มองข้าม และรังแกไม่ได้
อาซีนั่งลงข้างๆ หมอผี ผงกศีรษะให้กับหัวหน้าเผ่าและเหล่าหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ต่างๆ
คนที่อยู่ภายในกระโจมหลังนี้เป็คนระดับเบื้องบนของเผ่าเสือ ซึ่งมีความคิดความอ่าน และความสามารถในการมองเห็นและชื่นชมคุณค่าของสิ่งต่างๆ อยู่ระดับหนึ่ง พวกเพศผู้ล้วนพันหนังสัตว์เอาไว้ ส่วนเพศหญิงพันด้วยเสื้อแถบและสวมกระโปรงหนังสัตว์ไว้
ทุกคนกำลังนั่งขัดสมาธิล้อมกองไฟที่อยู่กึ่งกลางกระโจม เพื่อที่จะจัดการคนต่างเผ่าที่ปรากฏตัวเมื่อคืนนี้
ส่วนนี้อาซีรู้ ถ้าหากเผ่าหนึ่งไม่มีหมอผี ก็จะไม่มีคนที่เชื่อมต่อกับเหล่าทวยเทพ ซึ่งจะค่อยๆ สูญเสียพลังไป จนในที่สุดจิตใจผู้คนต่างไม่เป็อันหนึ่งอันเดียว เผ่าก็จะล่มสลายกระจัดกระจายกันไป
โดยส่วนมากคนที่ไม่มีเผ่าจะไม่สามารถทนผ่านหน้าหิมะไปได้ มีเพียงคนเพียงจำนวนน้อยนิดที่สามารถมีชีวิตต่อไปได้
หัวหน้าคนต่างเผ่าถูกพาเข้ามา กล่าวว่า “่หนึ่งก่อนหน้านี้ ในเผ่าประสบกับสัตว์ร้ายจู่โจม เพื่อที่จะช่วยชีวิตพวกข้าไว้ ทำให้หมอผีสิ้นชีพไป ซึ่งก็ไม่มีหมอผีที่จะรับ่ต่อ ได้ยินว่าที่พวกเ้านี้มีหมอผีฝึกหัดถึงสองคน เลยคิดที่จะมาชิงกลับไปคนหนึ่ง รอหมอผีทางฝั่งพวกข้านั้นเติบใหญ่ ก็ค่อยส่งกลับคืนมา”
อาซีเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้ว่าภายในเผ่ายังมีหมอผีฝึกหัดอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่นางแค่เพียงหนึ่งเดียว มิน่าล่ะหญิงเ่าั้ถึงได้กล้ารังแกนาง
“อาซี เ้าคิดจะจัดการเื่นี้อย่างไร”
อาซีเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังทอดสายตามองมาทางนาง แล้วมองไปทางอาไน่อีกครั้ง ทว่าอาไน่กลับไม่ได้ให้สัญญาณชี้แนะอะไร
หมอผีอมยิ้ม ให้กำลังใจอาซีให้กล้าพูดออกมา
อาซีมองไปทางหัวหน้าคนต่างเผ่า “อันที่จริงพวกเ้ามีหมอผีฝึกหัดอยู่แล้ว ไฉนไม่ให้นางรับ่ต่อเล่า”
หัวหน้าคนต่างเผ่าแตะไหล่เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ เบาๆ เด็กหญิงตัวน้อยจึงยื่นมือออกมา มีไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากกลางฝ่ามือนาง แต่น่าเสียดายที่ไม่ถึงสามวินาทีเปลวไฟก็ดับมอด
คนเก่าตายไป คนใหม่ก็ยังไม่โตเต็มวัย ช่างเป็เื่ที่ยากลำบากโดยแท้
“เอาเช่นนี้ เ้าให้นางมาอยู่ร่ำเรียนที่นี่ สิบวันค่อยกลับไปครั้งหนึ่ง รอจนกระทั่งเรียนสำเร็จก็จะไม่ต้องกลัดกลุ้มอีกแล้ว” อาซีเอ่ย
คนเ่าั้กระซิบกระซาบ “สิบวันคืออะไรหรือ” “อะไรคือสิบวันหรือ” “อาไน่ เ้ารู้หรือไม่”
อาไน่กล่าวถามอาซี “อะไรคือสิบวันหรือ”
อาซีครุ่นคิดหาคำศัพท์มาแทนคำคำนี้ “ดวงอาทิตย์ขึ้นสิบครั้ง ดวงอาทิตย์ขึ้นสิบครั้ง เ้าค่อยมารับนางกลับไปอยู่สักสองสามวัน ค่อยส่งกลับมาร่ำเรียนว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้เป็หมอผี”
“ตกลง ตกลง” นี่ก็เป็ความหวังหนึ่งเช่นกัน พวกเขานึกไม่ถึงกันหรือนี่
อาซีมองไปทางหมอผี หมอผีเองก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ทำอย่างนี้ก็แล้วกัน”
“แล้วคนที่ถูกโจมตีเ่าั้เล่า” หัวหน้าเผ่าเอ่ยประโยคหนึ่ง
“ข้าชดใช้เอง ชดใช้ ด้วยสัตว์ร้ายระดับสูงสามตัว สัตว์ธรรมดาสิบตัว” หัวหน้าคนต่างเผ่ากล่าว
ทุกคนต่างยิ้มแย้ม “ตกลง ตกลง”
หากสามารถอยู่ร่วมกันเป็มิตรได้ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากทะเลาะเบาะแว้ง
เมื่อเื่ภายนอกคลี่คลายแล้ว หมอผีจึง้าพูดคุยกับอาซีเพียงลำพัง
“เ้ามีอะไรอยากจะพูดกับข้าหรือเปล่า” หมอผีเอ่ยถาม
มีอะไรบ้างที่สามารถพูดกับหมอผีได้ หากพูดแล้วหมอผีจะเชื่อหรือ หมอผีจะสามารถเข้าใจได้หรือไม่
อาซีรู้สึกสับสันพัลวัน
เห็นนางพูดไม่ออก หมอผีจึงถามอีกว่า “หลายปีมานี้เ้าไปไหนมาหรือ”
พูดตามความจริงอาซีเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปที่ไหนมา เพียงแค่หลับไปตื่นหนึ่งเท่านั้น
นางรู้ว่าตัวเองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตอยู่ทางโน้น ร่างกายก็ถูกเผาเป็จุณแล้ว ซึ่งพ่อกับแม่ก็ได้รับสินไหมชดใช้แล้ว จากนั้นก็เข้าสู่ความมืดมน ตื่นมาอีกทีก็เป็ตอนนี้แล้ว
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
อาซีคิดว่าตนเองเป็คนต่างถิ่น ในด้านพฤติกรรมก็มีส่วนที่แตกต่างไปอยู่บ้าง แล้วจะถูกฆ่าอยู่ที่นี่หรือว่าถูกขับไล่ออกไปหรือเปล่านะ
หมอผีลูบศีรษะของอาซี “กลับมาก็ดีแล้ว”
หลังจากอาไน่พาอาซีออกไป หมอผีก็พูดกับหัวหน้าเผ่าว่า “เมื่อคืนเ้าเห็นแล้ว การที่ร่างลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟนั่น มิใช่ใครก็จะสามารถเปรียบเทียบได้ นางคือหมอผีรุ่นถัดไป คุ้มครองนางให้ดี”
ตำแหน่งหัวหน้าเผ่า ขอแค่เป็คนที่เข้มแข็งห้าวหาญก็สามารถเป็ได้ทั้งสิ้น ส่วนหมอผี มีเพียงคนที่มีความสามารถท่ามกลางผู้คนที่เหล่าเทพเลือกเท่านั้นจึงจะมีโอกาส
ในเมื่ออาซีคือหมอผีรุ่นถัดไป ดังนั้นก็ต้องคุ้มครองให้ดี
“ถ้าหากให้คนนอกรู้เข้าว่าที่พวกเรามีหมอผีสองคน จะต้องนำมาซึ่งความยุ่งยากอย่างยิ่งเป็แน่ อาหลู่ เ้าต้องให้คนในเผ่าเก็บเป็ความลับไว้”
“ข้ารู้”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72