ตอนที่ 59 แผนการของเหรัญญิกหลี่
ขณะที่ฉู่เจี้ยนกั๋วก้าวเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงเหรัญญิกหลี่กำลังพูดจาดูถูกเหยียดหยามครอบครัวหาน
บนใบหน้าของเขามีแววกระอักระอ่วนเล็กน้อยคนที่อายุมากแล้วยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีแค่พี่น้องบ้านหานเท่านั้น
ในกลุ่มยุวชนของพวกเขานั้นก็มีคนหนุ่มสาวที่อายุมากแล้วยังไม่ได้แต่งงานอยู่หลายคนรวมถึงตัวเขาเองด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นพูดคุยนี้ก็พอจะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดในตอนนี้ได้
“เหรัญญิกหลี่คุณพูดแบบนี้ผมก็รู้สึกอายเหมือนกัน พูดตามตรง ผมอายุมากกว่าซานหยางตั้งหลายปีผมนี่แหละที่ถ่วงแข้งถ่วงขา! ”
ตอนที่เหรัญญิกหลี่ได้ยินเสียงนี้เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่พอหันกลับไปแล้วพบว่าเป็นฉู่เจี้ยนกั๋วความโกรธของเขาก็บรรเทาลงไปบ้าง เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยสืบประวัติของฉู่เจี้ยนกั๋วมาก่อนจึงรู้ว่าฉู่เจี้ยนกั๋วมีเส้นสาย
เขาแปลกใจมาตลอดว่า ด้วยฐานะของครอบครัวฉู่ไม่น่าจะปล่อยให้ลูกชายมาอยู่บ้านนอกนานขนาดนี้แต่ฉู่เจี้ยนกั๋วก็ยังคงอดทนอยู่ในชุมชนแห่งนี้ต่อไป
เขานั้นเคยสงสัยหรือว่าครอบครัวฉู่จะทอดทิ้งฉู่เจี้ยนกั๋วไปแล้วแต่เขาก็รู้ดีว่าฉู่เจี้ยนกั๋วไม่ใช่คนที่เหรัญญิกชุมชนอย่างเขาจะไปยุ่งเกี่ยวหรือทำให้ขุ่นเคืองได้
“สหายฉู่ มาแล้วเหรอ อย่าเข้าใจผิดนะผมไม่ได้ดูถูกคนอายุมากที่ยังไม่ได้แต่งงานหรอก”
ครอบครัวหานมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเหรัญญิกหลี่ต่างก็พูดไม่ออกช่างเป็นคนที่รู้จักเลือกปฏิบัติจริงๆ!ไม่แปลกใจเลยที่เหรัญญิกหลี่จะเอาตัวรอดมาได้หลายปีขนาดนี้
“เหรัญญิกหลี่มีธุระอะไรแต่เช้าตรู่เหรอครับ?”
เหรัญญิกหลี่: "..."
“นายก็มาแต่เช้าเหมือนกันไม่ใช่รึไง?”
“ผมมีธุระราชการต้องมาคุยกันนิดหน่อยแล้วสหายฉู่มาทำอะไรแต่เช้าเหรอครับ?” เหรัญญิกหลี่ไม่คิดจะเปิดเผยแผนการของตัวเอง
“ตอนนี้ผมฝากท้องไว้กับครอบครัวหานครับ”ฉู่เจี้ยนกั๋วพูดอย่างเรียบเฉยไม่ปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างเขากับครอบครัวฉู่ในปัจจุบัน
เมื่อเหรัญญิกหลี่ได้ยินว่าฉู่เจี้ยนกั๋วฝากท้องไว้กับบ้านหานเขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที “โอ้ สหายฉู่ ถ้าจะหาที่ฝากท้องทำไมไม่มาที่บ้านผมล่ะ? อาหารการกินที่บ้านผมดีกว่าบ้านหานตั้งเยอะ”
ระหว่างที่พูดเหรัญญิกหลี่ก็เหลือบมองอาหารบนโต๊ะด้วยท่าทีรังเกียจหลังจากนั้นสายตาเขาก็สะดุดเข้ากับใบหน้าที่งดงามของหานชีเยวี่ย
หรือว่าฉู่เจี้ยนกั๋วมากินข้าวที่บ้านหานเป็นเพราะหานชีเยวี่ยรึเปล่า?
ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องชอบอยู่แล้ว ฉู่เจี้ยนกั๋วคงหลงเสน่ห์ของเธอเข้าแล้วสิท่า?
ก็ลูกสาวบ้านเขาไม่เอาไหน หน้าตาไม่ได้สะสวยถ้าสวยล่ะก็ สหายฉู่คงมาเป็นลูกเขยตั้งนานแล้ว
เดิมทีเหรัญญิกหลี่หมายตาจะให้ลูกสาวของเขาหลี่เสี่ยวหรงแต่งงานกับฉู่เจี้ยนกั๋วอยู่แล้วแต่ลองเชิงถามดูหลายครั้งหลายครา กลับถูกฉู่เจี้ยนกั๋วปฏิเสธอย่างสุภาพทุกครั้งต่อมาตอนที่ฉู่เจี้ยนกั๋วย้ายออกไปอยู่คนเดียวเขาก็เคยลองชวนให้ฉู่เจี้ยนกั๋วไปอยู่ที่บ้านเขา แต่ก็ถูกปฏิเสธเหมือนเดิม
“ผมว่ากินข้าวที่บ้านหานก็ดีอยู่แล้วครับ”ฉู่เจี้ยนกั๋วยิ้มบางๆ
ถ้าไปกินข้าวที่บ้านหลี่เดาว่าเพียงไม่กี่วันก็จะมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วพอมีข่าวลือเรื่องเขากับลูกสาวบ้านหลี่แพร่ออกไปเหรัญญิกหลี่คงจะบังคับให้เขาแต่งงานกับหลี่เสี่ยวหรงแน่ๆ แบบนั้นคงไม่คุ้มกัน!
เหรัญญิกหลี่ก็รู้ว่าฉู่เจี้ยนกั๋วต้องปฏิเสธแน่ๆแต่นั่นไม่สำคัญ เขาเพียงต้องการแสดงเจตนาที่ดีก็แค่นั้น
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ประตูบ้านหานก็ถูกเปิดออกอีกครั้งครั้งนี้คนที่เข้ามาคือผู้นำชุมชนกู้อวิ๋นฉีที่ดูโกรธจัด
“เหรัญญิกหลี่มาทำงานที่นี่แต่เช้าเลยเหรอ?”
บนใบหน้าของผู้นำชุมชนแต้มด้วยรอยยิ้มทว่าในสายตาของเหรัญญิกหลี่ กลับรู้สึกว่ามันอันตราย
“ผู้นำชุมชน ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะมีคนมารายงานว่าหานชีเยวี่ยไม่ยอมทำงาน เที่ยวเล่นไปวันๆผมก็เลยมาแจ้งให้หานชีเยวี่ยไปทำงาน”
เหรัญญิกหลี่อธิบายอย่างละเอียดพอเห็นหานลู่หยางที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้นำชุมชน เขาก็จ้องมองด้วยสายตาอาฆาต
หานชีเยวี่ยแค่นเสียงในใจนี่เป็นมาแจ้งให้เธอไปทำงานหรือว่ามาข่มขู่บ้านหานกันแน่?
“เหรัญญิกหลี่เมื่อกี้คุณยังพูดเรื่องจะประชุมที่ลานนวดข้าวอะไรเทือกนั้นอยู่เลยแค่มาแจ้งให้ฉันไปทำงานเอง ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้!”
เหรัญญิกหลี่เองก็ไม่ได้พูดเรื่องพวกนี้ออกมาใครจะไปรู้ว่าหานชีเยวี่ยจะพูดออกมาแบบนี้ล่ะเขาจ้องมองหานชีเยวี่ยด้วยความไม่พอใจ ช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย
หน้าตาสวยๆ แบบนี้ เสียดายจริงๆผู้นำชุมชนฟังหานลู่หยางเล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว จึงรู้ว่าเหรัญญิกหลี่พูดอะไรบ้าง
เขาทำหน้าบึ้งแล้วพูดว่า “เหรัญญิกหลี่คุณเป็นกรรมการชุมชน เรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนไม่ควรพูด คุณน่าจะรู้ดีนะ”
เหรัญญิกหลี่ถูกผู้นำชุมชนกล่าวตักเตือนแบบนี้ในใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างมาก แต่ก็ต้องจำใจยอมรับ
“หลายปีมานี้ชุมชนเราไม่เคยมีการประชุมที่ลานนวดข้าว การที่คุณพูดแบบนี้คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?อยากให้คนทั้งชุมชนหยุดทำงานแล้วมาวุ่นวายกับคุณรึไง?”
“ผู้นำชุมชน คุณพูดแบบนี้ไม่ถูกต้องนะครับผมก็ทำเพื่อการปฏิวัติ ทำไมถึงเรียกว่าวุ่นวายล่ะ?”
“ไม่วุ่นวายงั้นเหรอ? เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องทำเรื่องใหญ่โต? ฉันยังไม่ตายนะ!” ผู้นำชุมชนได้ยินเหรัญญิกหลี่ยังเถียงกลับเลยโกรธขึ้นมา
เหรัญญิกหลี่พูดว่า“หานชีเยวี่ยไม่ยอมลงไร่ทำงาน มีแนวคิดนายทุน ผมก็แค่จะสั่งสอนเธอ”
“ใครบอกว่าหานชีเยวี่ยไม่ทำงาน? ฉันเป็นคนจัดการงานของหานชีเยวี่ยเอง” ผู้นำชุมชนพูดออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
อะไรนะ?
ทุกคนมองผู้นำชุมชนด้วยความตกใจแต่หานชีเยวี่ยกลับเข้าใจความหมายในคำพูดของผู้นำชุมชนเป็นอย่างดี
เธอยกยิ้มมุมปากผู้นำชุมชนคนนี้ก็ยังพอใช้ได้อยู่นะ!
“ผู้นำชุมชนคุณจัดหางานอะไรให้หานชีเยวี่ย ทำไมผมไม่รู้เรื่อง?” เหรัญญิกหลี่ร้อนใจ
ช่วงนี้หานชีเยวี่ยไม่ได้ไปทำงานที่ไร่นาเลยแต่ส่งหญ้าจู่เฉ่าเลี้ยงหมูหนึ่งกระบุงให้ชุมชนทุกวันได้คะแนนแค่วันละหนึ่งคะแนนเท่านั้น
ผู้นำชุมชนจ้องตาเขม็งแล้วพูดว่า“งานอะไรแบบไหนทำไมฉันต้องมารายงานคุณด้วย? คุณเป็นผู้นำชุมชนหรือฉันเป็นผู้นำชุมชน?”
เหรัญญิกหลี่พูดไม่ออกรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก! ในใจเขาสาปแช่ง ไอ้แก่บ้านี่ใช้อำนาจบาดใหญ่ข่มเหงเขา คอยดูว่าเหรัญญิกคนนี้จะจัดการไอ้แก่ผู้นำชุมชนนี้ยังไง
ผู้นำชุมชนมองออกว่าเหรัญญิกหลี่ไม่พอใจและแค้นเคือง
แต่จะทำยังไงได้?ตราบใดที่จำนวนคนในบ้านหลี่ยังไม่มากกว่าบ้านกู้เขาก็ได้เป็นแค่เหรัญญิกของชุมชน!
“เดี๋ยวฉันกลับไปบันทึกคะแนนให้ชีเยวี่ยเด็กคนนี้วันละแปดคะแนน ไม่สิ สิบคะแนนเลย”
คราวนี้ เหรัญญิกหลี่ทนไม่ไหวอีกต่อไปใบหน้าที่ไม่ค่อยหล่อเหลาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งบิดเบี้ยวไปกันใหญ่
“ถึงคุณจะเป็นผู้นำชุมชนคุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ หานชีเยวี่ยไม่ทำอะไรเลย ทำไมถึงได้วันละสิบคะแนน?ผมไม่ยอม!”
คะแนนถือว่ามีค่ามากผู้ชายที่โตเป็นชายฉกรรจ์ทำงานปกติได้วันละสิบคะแนน ถ้าทำงานหนักจริงๆถึงจะได้สิบสองคะแนน
ส่วนผู้หญิง ปกติจะได้วันละเจ็ดคะแนนผู้หญิงที่ทำงานไม่เก่งบางคนก็ได้แค่ห้าคะแนน แต่ไอ้หมาแก่กู้อวิ๋นฉีนี่กลับให้หานชีเยวี่ยวันละสิบคะแนน นี่กะจะเอาให้คะแนนเต็มเลยหรือไง
เหรัญญิกหลี่คิดอย่างรวดเร็วว่าจะใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
เมื่อกี้ยังคิดหาโอกาสอยู่เลยตอนนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว แค่ทำลายชื่อเสียงของกู้อวิ๋นฉีเขาก็อาจจะได้เป็นผู้นำชุมชน
ผู้นำชุมชนยังไม่รู้ว่าในใจเหรัญญิกหลี่กำลังวางแผนอะไรอยู่