โลกนี้ผู้คนมักจะวัดความแข็งแกร่งอยู่ที่ระบบความเชี่ยวชาญ มีระดับั้แ่ยี่สิบถึงศูนย์ ยิ่งตัวเลขต่ำเท่าไหร่ คนนั้นยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น อย่างเช่นผู้มีความเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้สำนักดาบจิริวระดับสิบแปด เมื่อต่อสู้กับผู้มีทักษะเดียวกัน แต่ระดับสิบหก แน่นอนว่าเลขต่ำกว่าย่อมชนะ
ผมนั้นเป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ อาศัยอยู่สถานเลี้ยงเด็ก ชีวิตไม่ได้มีความสุขอะไร อดมื้อกินมื้อตามประสาคนเกิดมาโชคร้าย แล้ววันหนึ่งเมื่อเราอายุสิบขวบ ต้องไปตรวจสอบความเชี่ยวชาญเริ่มต้น และต้องตรวจทุกหนึ่งปี ซึ่งผมมีดังนี้
-ความเชี่ยวชาญทางการทหาร 20
-ความเชี่ยวชาญการใช้ดาบ 20
-ความเชี่ยวชาญการเอาตัวรอด 19
-ความเชี่ยวชาญสมุนไพร 20
-ความเชี่ยวชาญการประดิษฐ์ 19
-ความเชี่ยวชาญเวทมนตร์อักษร 20
-ความเชี่ยวชาญการหลบหลีก 19
นี่คือความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่ผมมี ระดับสิบเก้านั้นคือการเริ่มต้นอย่างดี เพราะว่าคงฝึกฝนสิ่งนั้นจนเก่งขึ้นระดับหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ผมจึงได้เข้าร่วมกองทัพในอายุสิบห้า
จากนั้นก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วง จนเวลาล่วงเลยไปกว่าสิบปี ความเชี่ยวชาญของทางการทหารและการใช้ดาบ ก็ขึ้นมาเป็สิบสาม ทำให้ผมเลื่อนขั้นขึ้นมาในระดับทหารแนวหน้า เนื่องจากเรานั้นฝึกฝนอย่างเอาเป็เอาตาย เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง จะได้เป็ทหารยศใหญ่โต แล้วคงสบายในวันหน้า
ทว่าความหวังของผมก็พังทลายลง เนื่องจากจะยศใหญ่นั่น ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหน มีผลงานอะไรบ้างในสนามรบ แต่ก็ถูกลูกขุนนางแย่งตำแหน่งไปตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะมีความเชี่ยวชาญต่ำกว่าผมสามระดับก็ตาม แต่สำหรับทหารธรรมดา ระดับสิบห้า สิบหกก็ถือว่าเก่งล่ะ
แล้วไม่นานก็เกิดาขึ้น ผมอยู่ในกองทัพแนวหน้าของลูกขุนนาง และพวกเราก็กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับศัตรู แม่ทัพถูกพวกมันฆ่าตายในสนามรบ จนขวัญกำลังใจของทหารกระเจิงไปหมด ทว่าเรานั้นจะยอมแพ้ไม่ได้ เพราะว่ายังชิงอยู่นะโว้ยยยย!!!
“ย๊ากกกก!!!” ผมแหกปากเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ พร้อมกับเริ่มใช้ดาบเวทมนตร์ ที่สร้างขึ้นมาเอง ไล่ฟันกวาดผู้คนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าทหารผู้น้อยหรือเหล่านายกอง ต่างถูกคมดาบผมกวาดไม่เหลือ จากนั้นก็วิ่งตรงไปยังแม่ทัพของมัน พลางใช้ความเชี่ยวชาญหลบหลีก
“อย่าเพิ่งถอดใจสิวะ!! เดี๋ยวฉันจะฆ่าแม่ทัพมันเอง จงลุกขึ้นสู้เพื่อมีชีวิตรอด!!” ผมะโปลุกกำลังใจเพื่อนร่วมรบ เมื่อพวกเขาเห็นทหารผู้น้อย กำลังฝ่ากองกำลังมากมายไปข้างหน้า อย่างไม่อาจจะมีใครหยุดได้ ก็เริ่มมีขวัญกำลังใจมากขึ้น นักเวทและพลธนูหลังพยายามยิงสกัดผม แต่ความเชี่ยวชาญการหลบหลีกของเราอยู่ที่สิบสี่
“อะไรกัน!!? มีคนเก่งขนาดนี้อยู่ทัพของมันได้ยังไง ทหารรีบฆ่ามันซ๊าาาา!!!” แม่ทัพอีกฝ่ายร้องเสียงหลง ก่อนจะถูกผมวิ่งฝ่าวงล้อม พลางกวาดทหารแถวนั้นปลิวว่อน นี่แหละความแข็งแกร่งที่ฝึกมาตลอดกว่าสิบปี
ฉับ!!! เสียงดาบเวทมนตร์ของผม ได้ตัดหัวของแม่ทัพทั้งที่ยังอยู่บนม้า
“แม่ทัพมันตายแล้ว พวกเราฆ่ามันนนน!!!!” ผมะโเสียงดัง คราวนี้ทหารของอีกฝ่ายกลับเสียขวัญแทน ทำให้กระแสาเปลี่ยนทิศทันที
าครั้งนี้จึงจบลงด้วยชัยชนะของเรา ในเวลานั้นเองผมก็คิดในใจว่า ด้วยผลงานชิ้นเองคราวนี้ คงต้องได้รับยศหรือรางวัลอย่างงามแน่นอน ทว่า
“ยินดีด้วยค่ะ คุณได้เลื่อนยศหนึ่งขั้น เป็นายกองนะคะ” อะเอ๊ะ!!? เดี๋ยวสิ ผมฆ่าแม่ทัพและพาชนะาเลยนะ แต่ทำไมถึงได้เลื่อนแค่ขั้นเดียวล่ะ ทว่าทหารนายหนึ่งที่อยู่ในกองทัพเดียวกันกับผม ซึ่งเป็ลูกชายของขุนนาง กลับได้เลื่อนถึงสามขั้น
เวลานั่นทำให้ผมรู้ทันทีว่า ต่อให้เราเก่งแค่ไหน แต่เป็คนธรรมดาก็ไม่อาจจะโดดเด่นได้ ถึงแม้ประชาชนของอาณาจักรแห่งนี้จะเท่าเทียมกันหมด แต่นั่นก็เป็เพียงคำนำหน้าแสนสวยหรู เนื้อในไม่ได้มีห่าเหวอะไรเลย
จากนั้นเวลาก็ล่วงเลยไปอีกสิบปี ผมก็ได้เลื่อนขั้นอีกหนึ่งในอายุสามสิบห้า ซึ่งใกล้จะเกษียณอายุจากการเป็ทหารแล้ว ถึงแม้ความเชี่ยวชาญทหาร และการใช้ดาบ จะเป็ระดับสิบก็ตาม ทว่าก็ถูกลูกขุนนางทักษะต่ำกว่าผมห้าระดับ เลื่อนขั้นตัดหน้าไปอยู่ดี มิหนำซ้ำยังมีการอัญเชิญผู้กล้า
พวกเขามีทั้งหมดห้าคน แค่มายังโลกนี้เพียงวันเดียว ทักษะสุดยอดมากมายก็ถึงระดับสิบห้า และเพียงฝึกฝนห้าปีทักษะก็เพิ่มเป็เก้า แซงหน้าชายวัยกลางคนอายุสี่สิบอย่างผม ที่พยายามมาตลอดชีวิตหน้าตาเฉย แล้ววันหนึ่งพวกผู้กล้าก็คิดจะกำจัดั เพื่อนำเกล็ดมาสร้างอาวุธ โดยมีผมเป็ทัพหน้า ทว่าจุดจบของชายอายุเยอะก็มาถึง
พวกเราไม่สามารถทำอะไรัได้เลยแม้แต่น้อย ขนาดผู้กล้ายังต้องหนีเอาตัวรอด ทิ้งทหารคนธรรมดาอย่างพวกเรา คอยถ่วงเวลาเอาไว้ จนเวลาผ่านไป เหลือผมเพียงคนเดียวในการต่อสู้ ร่างกายเต็มไปด้วยาแ ตาซ้ายไม่อาจจะมองเห็นได้อีก ขาข้างขวาเริ่มไม่มีแรง ิัแสบร้อนไปหมด เนื่องจากโดนไฟของัแผดเผา
“แฮ่กๆๆ” ผมหายใจแรงเพราะความเหนื่อยหอบ ก่อนที่ัตรงหน้าจะแปลงกายเป็ผู้หญิงครึ่งั แล้วเดินเข้ามาหาผมพลางเรียกดาบสีทองหรูหรา มาไว้ในมือซ้ายของตนเอง
“ฮิๆๆ นี่เ้ายังไม่ตายอีกเหรอ ช่างน่าสนใจจริงๆ” ัตนนั้นหัวเราะอย่างพอใจ ส่วนผมก็ได้แต่กัดฟันแน่น อดทนต่อความเ็ปทั่วร่างกาย
“ย๊ากกกก!!!” ผมแหกปากเพื่อโจมตีครั้งสุดท้าย โดยการทุ่มสุดตัวฟันจากบนลงล่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับใช้แค่สองนิ้ว คีบดาบผมเอาไว้อย่างง่ายดาย
“อะไรกัน ความเชี่ยวชาญของฉัน!!” ผมตอนนั้นพูดออกมาอย่างใ เพราะความเชี่ยวชาญระดับสิบ ถูกรับได้เพียงแค่สองนิ้วเนี่ยนะ
“ความเชี่ยวชาญเหรอ ฮิ ฮ่าๆๆ พวกเ้านั่นยึดติดกับมันเกินไป ความเชี่ยวชาญไม่ได้บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งเสียหน่อย” ว่ายังไงนะ เ้าัตัวนั่นกำลังพูดอะไรของมัน
“แหม่ๆ อย่าทำหน้างงอย่างนั้นสิจ๊ะ เอาเป็ว่าดิฉันจะให้ของขวัญก่อนตายนะ จงเบิกตาดูซะให้ดี” เมื่อัสาวพูดจบ ผมก็สามารถมองเห็นความเชี่ยวชาญของเธอ ซึ่งเป็การใช้ดาบระดับยี่สิบ หรือต่ำสุดนั้นเอง
“โธ่เว้ย!!!” อย่ามาล้อเล่นกันนะ!! ผมที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าสิบเท่า ทำไมถึงแพ้ได้อย่างง่ายดายแบบนี้ ก่อนจะเริ่มใช้แรงทั้งหมด และทำให้ดาบของผมสั่นด้วยความถี่สูง
“ฮืมมม!!!” ัสาวใ ฉึกกกก!! ในที่สุดคมดาบของผม ก็เฉือนลงไปตรงช่องว่างของนิ้วั จนเืกระเซ็นเข้าหน้า
“ฮ่าๆๆๆ ช่างน่าสนใจอะไรเช่นนี้ ดิฉันจะบอกอะไรเ้าให้ ความเชี่ยวชาญไม่ใช่ทุกอย่าง ร่างกายของมนุษย์ในโลกนี้นั้น มีความสิ่งที่เรียกว่าก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่ ไม่เหมือนฉันในโลกก่อน ที่ไม่ว่าจะฝึกยังไงก็ไม่แข็งแกร่ง เนื่องจากร่างกายมีขีดจำกัด แต่ในโลกนี้ ถ้าเจ็บหนักซ้ำๆหลายครั้ง ร่างกายของเ้าจะพัฒนาให้ทนทานมากขึ้น หากร่างกายของเ้าหนักอึ้ง มันก็จะเริ่มชินจนทุกอย่างเบาหวิว เมื่อทำเช่นนี้ไม่จำเป็ต้องพึ่งความเชี่ยวชาญ เ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้”
“นี่แกพูดเื่อะไรกัน!!?” ผมถามไปอย่างสงสัย
“นี่เ้าไม่สังเกตจริงๆเหรอ? ทั้งที่เพื่อนตายไปหมดแล้ว ทำไมร่างกายของเ้าถึงยังทนอยู่ได้ล่ะ ก็เ้านั่นเจอความเ็ปมากกว่าใคร เลยทนได้มาจนถึงตอนนี้ แต่ว่าช่างน่าเสียดายจริงๆ ดิฉันคงต้องฆ่าเ้าทิ้งเสียตอนนี้” สิ้นคำพูดของั ดูเหมือนว่าเธอจะตวัดมือซ้ายเล็กน้อย มันเร็วจนผมมองไม่ทัน แล้วภาพตรงหน้าก็หมุนติ้วต่ำลงเรื่อยๆ และก็มืดมิดลงทันที
“อ๊ากกก!! แฮ่กๆๆๆ” ผมร้องด้วยความใ พลางลุกพรวดตื่นขึ้นมา ก็พบว่ากำลังนอนบนเตียงในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า นะๆ นี่เราฝันไปเหรอเนี่ย ไม่สิ!! ผมเพิ่งถูกัสาวฆ่าตายจริงๆ หรือว่าเราได้เกิดใหม่อีกครั้งอย่างนั้นเหรอ?