“คุณแม่มีประชุมที่บริษัทครับ”
เด็กชายยืดอกพยักหน้า “อ้อ ประชุมนี่เอง”
“รีบไปกันเถอะ คุณยายรออยู่นะ” เธอวางกระเป๋าเป้ของลูกใส่ตะกร้าหน้ารถ อุ้มเด็กชายนั่งบนเบาะเด็กด้านหน้า
“วันนี้คุณแม่สั่งอะไรไว้ให้ผมกินบ้างครับ?”
ผักกาดหัวเราะเบาๆ ลูกชายตัวกลมของเธอชอบถามถึงของกินทุกวันหลังจากเลิกเรียน ก่อนจะมารับเธอจะสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นเอาไว้ พอไปถึงบริษัทพนักงานส่งอาหารก็จะขี่มอเตอร์ไซด์มาถึงพอดี
“สปาเก็ตตี้ที่ลูกบอกเมื่อเช้าไงล่ะครับ? ดีไหม?”
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก “ดีครับ”
ป้าน้ำแม่บ้านของบริษัทรับอาสาช่วยดูแลเด็กชายด้วยความเอ็นดู ั้แ่เธอได้ยินเื่ราวน่าสงสารของสองแม่ลูกก็ไปขอร้องให้คุณไวพจน์เ้าของบริษัทอนุญาตให้ผักกาดพาลูกชายมาที่บริษัทหลังเลิกเรียนได้
คุณไวพจน์กับวรภัทร์เห็นว่าผักกาดขยันขันแข็งและทำงานเก่งจึงได้อนุญาต เด็กชายมานั่งรออยู่ส่วนรับแขกของออฟฟิศั้แ่สองขวบจนตอนนี้สามขวบแล้ว
“บ๊าย บายครับ” มือขาวป้อมโบกไหวๆ ลาพนักงานในออฟฟิศของผักกาด เด็กชายสวมหมวกกันน็อคสีเหลืองมีลายเป็ดน้อยอยู่ด้านหน้า
“บ๊ายบายจ๊ะน้องพืช” ทุกคนยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู พร้อมกับโบกมือให้เด็กน้อย
วรภัทรที่อยู่ห้องทำงานชั้นสองมองสองแม่ลูกที่ขี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าแล้วยิ้มน้อยๆ วัลภาที่ยืนอยู่ด้านหลังเอียงคอมองพี่ชายก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“พี่ภัทร เอ็นดูเด็กหรือเอ็นดูแม่เด็ก?”
วรภัทรหันกลับมามองน้องสาว “ถ้าพี่เอ็นดูทั้งสองคนล่ะ?”
“คุณแม่คงไม่ยอมหรอกค่ะ พี่ภัทรก็รู้ว่าคุณแม่เคยพูดเปรยๆ ไว้แล้ว” วัลภารีบเตือนพี่ชาย เธอไปดูแลร้านกาแฟสาขาในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใน่ปีที่แล้วระหว่างที่พี่ชายออกไปตรวจงาน เธอสังเกตเห็นว่าพี่ชายให้ความสนใจกับทักษพรมากกว่าพนักงานหญิงคนอื่นจึงแอบไปฟ้องมารดา จะว่าไปเธอก็แค่พยายามตัดไฟเสียแต่ต้นลม เธอไม่อยากให้พี่ชายชอบผู้หญิงมีลูกติด พอมารดาได้ยินก็ตื่นตระหนกจึงได้พูดห้ามปรามวรภัทรอ้อมๆ
“ไม่รู้ว่าใครปากสว่างไปพูดเื่นี้กับคุณแม่? ถ้าพี่รู้นะจะไล่ออกซะเลย” วรภัทรพูดกระแทกน้องสาว
วัลภากลืนน้ำลายเล็กน้อย “จริงอยู่ ผักเป็คนทำงานเก่งและขยัน แต่เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเธอเลยนะคะ เธอเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวหลังเรียนจบ อาศัยอยู่กับเพื่อนที่เป็ทอม บางทีพวกเขาอาจจะไม่ใช่แค่เพื่อนแต่อาจจะเป็....”
แบงค์นักร้องสาวหล่อเคยขับรถมาส่งและรับผักกาดตอนที่เธอมาทำงานแรกๆ แต่ตอนหลังเธอซื้อมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า คนที่บริษัทจึงไม่ได้เห็นแบงค์แวะ มาอีก
วรภัทรส่ายหน้า “ภา เธอมันมองโลกในแง่ร้าย การเลี้ยงลูกคนเดียวลำบากมากเลยนะ นั่นน่ะเพื่อนของผักจริงๆ เพื่อนคนนั้นมีแฟนเป็สาวสวย พวกเขาสามคนพักอยู่ด้วยกัน ช่วยกันดูแลน้องพืช”
“นี่พี่สืบขนาดนี้แล้ว คิดจะออกตัวเหรอ?”
“ทำไม? พี่เห็นเขามาสองปีแล้วนะ ตลอดสองปีเขาก็ไม่ได้ทำตัวเสียหาย เขาเลี้ยงดูลูกอย่างดี เื่เงินทองก็ไม่เคยสร้างปัญหา”
“พี่ภัทร ทำไมคะ? ผู้หญิงโสดรอบข้างพี่ก็มีเยอะแยะ ทำไมพี่ถึงไม่ชอบ? จะไปชอบผู้หญิงมีพันธะทำไม? ผู้หญิงในบริษัทที่ดูเข้าท่าก็มีตั้งหลายคน แต่ผู้หญิงคนนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่มีทางเห็นด้วยแน่ มีแต่จะสร้างความวุ่นวาย”
วัลภารู้ว่าทักษพรเป็คนสวยน่ารัก มีผู้ชายหลายคนที่มาจีบเธอโดยแสดงความพร้อมที่จะดูแลทั้งแม่ทั้งลูก หากว่าทักษพรเป็สาวโสดที่ฐานะพอใช้ได้เธอก็คงไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะรับเป็พี่สะใภ้
“พี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ พี่อยากอยู่กับใครพี่ควรตัดสินใจได้เอง”
“ครอบครัวของเขาล่ะคะ? ไม่รู้ว่าที่บ้านของผักเป็ยังไง?”
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ “พี่รู้ พ่อแม่เขาเป็ชาวไร่ เขาเป็ลูกสาวคนเดียว ได้ยินว่าพ่อแม่เพิ่งมาเยี่ยมเมื่อเดือนก่อน”
“รู้ขนาดนี้เลยเหรอคะ? ไปสืบมาจากที่ไหน?”
“คนในบริษัทรู้เื่นี้กันทั้งนั้น ไม่เห็นจะต้องสืบ เ้าตัวเล็กก็เล่าเื่ ตายายให้พี่ฟัง”
วัลภาได้ยินก็ทำตาโต “นี่พี่ตีสนิทน้องพืชเพราะหวังจะเป็พ่อแล้วเหรอคะ? แล้วแม่เขาเห็นด้วยไหม?”
วรภัทรยิ้มน้อยๆ ตอนบ่ายที่เด็กชายธนาธิปมานั่งรอแม่ในบริษัท เขามักจะ ทำทีเดินลงไปแล้วชวนเด็กน้อยขึ้นมานั่งเล่นที่ห้องทำงานของตัวเองบ่อยๆ ทักษพรไม่ยอมให้ลูกชายเรียกเขาว่าลุงอยากที่เขา้า เธอสอนให้ลูกเรียกเธออย่างยกย่องว่า ‘คุณภัทร’
แม้วรภัทรจะพยายามออกให้ทักษพรรู้ว่าเขาสนใจเธอเชิงชู้สาว แต่เธอกลับรักษาระยะห่างในฐานะเ้านายลูกน้องเอาไว้อย่างเหมาะสม เขาข้องใจว่าทักษพรยังคงรักพ่อของน้องพืชจึงไม่ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนอื่น ั้แ่ปีแรกที่เธอมาทำงานในบริษัทของเขาก็มีผู้ชายหลายคนแวะเวียนมาก้อร่อก้อติก แต่พอรู้ว่าเธอมีลูกติด คนส่วนหนึ่งก็หายหน้าไป ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้ชายสองสามคนที่มาพูดคุยกับเธออยู่เรื่อยๆ
ผ่านมาสองปี ทักษพรยังไม่ตอบรับผู้ชายคนไหน เธอยังคงให้ทุกคนเป็เพื่อนคนรู้จักและพูดคุยกับพวกเขาด้วยความสุภาพ แม้วรภัทรจะรู้สึกดีใจแต่เขาก็หนักใจเพราะตัวเขาเองก็ไม่อาจขยับเข้าใกล้เธอได้มากกว่าที่ควร
“ก็ไม่แน่หรอก” เขายกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มหน้าผากน้องสาว “เธอมาวุ่นวายเื่พี่ แล้วตัวเองล่ะ เลือกได้แล้วเหรอผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยน่ะ?”
วัลภากำลังปวดหัวกับความรักที่แสนวุ่นวายของตนเอง หญิงสาวยกมือขึ้นทำท่าห้ามพี่ชายในทันที “พอ ไม่ต้องพูดเื่ภาแล้ว คุณแม่ให้ชวนไปกินข้าวร้านประจำ พี่ภัทรจะไปไหม?”
“พอเป็เื่ตัวเองก็เปลี่ยนไวเชียว”
หญิงสาวทำหน้าง้ำ “ตอนนี้ไม่อยากจะคิด”
“นั่นไง? พี่บอกแล้ว เื่ใครเื่มันไม่ต้องวุ่นวายกัน ดีที่สุด” ชายหนุ่มคว้ากุญแจรถใส่ในกระเป๋าเสื้อสูท “ไป ไปกินข้าว พี่กำลังหิวพอดี”
รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าขับลัดเลาะไปตามซอกซอยด้านหลังบริษัททะลุไปออกถนนใหญ่อีกแห่งหนึ่ง พอขับรถข้ามสะพานที่ไม่ใหญ่นักไปก็เป็หมู่บ้านจัดสรรที่ผักกาดกับลูกอยู่อาศัย
ป๊าของลิลี่ซื้อบ้านหลังใหญ่ในโครงการของเพื่อนเอาไว้เพื่อมอบเป็ของขวัญให้ลูกสาว ลิลี่ที่ได้ยินว่าผักกาดตั้งท้องก็รีบไปขอบ้านจากบิดา แบงค์ที่ถูกยอมรับให้เป็ลูกเขยรับปากจะจัดการค่าใช้จ่ายในบ้านและค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายในแต่ละปี
พอใกล้จะถึงร้านสะดวกซื้อ เด็กชายก็ชี้นิ้วป้อมๆ ไปยังเป้าหมาย “คุณแม่ เราแวะซื้อของไหมครับ?”
“ไม่ต้องเลย น้องพืช แม่รู้นะว่าหนูอยากไปซื้อขนม ที่บ้านเรายังเหลือตั้งหลายถุง พ่อแบงค์ซื้อให้เมื่อวาน คุณแม่เห็นนะ”
“ว้า คุณแม่รู้ทันอีกแล้ว”
หญิงสาวมองซ้ายมองขวา พอไฟเขียวสว่างขึ้นเธอก็รีบเร่งรถข้ามไฟแดงไปขึ้นสะพาน เข้าหมู่บ้านจัดสรร
แบงค์มานั่งรอสองแม่ลูกที่เปลหน้าบ้าน พอเห็นใบหน้ากลมแป้นยกมือโบกให้มาแต่ไกลก็ยิ้มกว้าง “ลูกพ่อมาแล้ว”
“พ่อแบงค์ครับ คิดถึงจังเลย” เด็กชายกางแขนออกสองข้างเพื่อให้แบงค์ช่วยอุ้มออกจากเบาะนั่งสำหรับเด็กด้านหน้า
“พ่อก็คิดถึงน้องพืชเหมือนกันครับ”แบงค์ใช้สองมือช้อนใต้รักแร้เด็กชายแล้วอุ้มขึ้น ยื่นจมูกไปหอมแก้มเด็กชายด้วยความรักใคร่
ตอนเย็นแบงค์จะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปร้องเพลงในผับใหญ่ที่อยู่ละแวกนั้น เขาตระเวนร้องอยู่สองสามร้านสลับกัน รายได้ของเขามากกว่าเงินเดือนของผักกาดถึงสามเท่า แบงค์มีรถยนต์ขนาดกลางคันหนึ่งพอได้ใช้ขับไปทำงานและบางครั้งก็พาคนในบ้านออกไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ
“ผัก ฉันหุงข้าวและก็ซื้อกับข้าวไว้สี่อย่างยังเหลือบนโต๊ะนะ”
“เออ ขอบใจ ไปทำงานเถอะ”
*************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเซ็ท
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE5ODYwMiI7fQ
