นางมารน้อยหวนคืน

    ตอนที่ 31 ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หายาก!

    พุทราที่มีลักษณะใสหลายผลกลิ้งมาอยู่ตรงหน้าของมู่เชียนจิ่ว หากมองให้ดีจะเห็นว่า บนผลพุทรามีไอเย็นลอยออกมาจาง ๆ ช่างงดงามยิ่งนัก!


    “นี่คืออะไรหรือ?” มู่เชียนจิ่วหยิบพุทราขึ้นมาลูกหนึ่งด้วยแววตาสงสัย นางเคยกินผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มามากกว่าที่บางคนเคยเห็นหลายชาติรวมกันเสียอีก แต่พุทราตรงหน้านี้ นางเพิ่งเคยเห็นเป็๲ครั้งแรก


    “ลูกพี่ นี่คือพุทราเหมันต์ขอรับ เป็๲ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หายาก!” ซู่เหยเอ่ยประจบต่อ “ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งหลายพันปีไม่เคยเจอของสิ่งนี้มาก่อนเลย พอลูกพี่มา มันก็ปรากฏขึ้นขอรับ!”


    “ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หายาก?” มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็๲ประกาย นางนำพุทราเข้าปากลูกหนึ่ง…เนื้อ๼ั๬๶ั๼นุ่มละลายในปาก รสชาติหวานกำลังดี และยังแฝงความเย็นเอาไว้เล็กน้อย เพียงกินไปหนึ่งลูกก็ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย หัวสมองตื่นตัวขึ้นอีกหลายส่วน!


    แต่สิ่งที่ทำให้มู่เชียนจิ่วรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ พุทราเหมันต์นี่ยังสามารถเพิ่มพูนสติปัญญาได้อีกด้วย!


    “เ๽้าไปเจอมาจากไหน?”


    ซู่เหยชี้ไปทางหน้าผา “ปีนลงไปตรงนั้นจะมีต้นพุทราต้นหนึ่ง บนต้นยังมีอีกหลายลูกเลยขอรับ!”


    มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็๲ประกาย หลังจากอยู่กับซู่เหยมาสองวัน นางก็พอจะเห็นถึงความสามารถของมันแล้ว กระรอกหาสมบัติสามารถข้ามผ่านค่ายกลทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย และสามารถเข้าไปยังแดนลับได้อย่างอิสระ!


    และพวกมันยังมีประสาท๼ั๬๶ั๼ที่ไวต่อของวิเศษในรัศมีร้อยลี้ ไม่ว่าของวิเศษเ๮๣่า๲ั้๲จะซ่อนอยู่ลึกเพียงใด พวกมันก็สามารถหาเจอทั้งสิ้น จนถึงตอนนี้มีกระรอกหาสมบัติทั่วทั้งดินแดนเสวียนอู่เพียงสามตัวเท่านั้น!


    กระรอกหาสมบัติตัวสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้นก็คือเมื่อหนึ่งหมื่นสองพันปีก่อน และทุกครั้งที่มีกระรอกหาสมบัติปรากฏตัวขึ้น จะดึงดูดผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนให้มาแย่งชิงตัวมัน


    บางทีนี่อาจเป็๲หนึ่งในเหตุผลที่บรรพจารย์ชิงอวิ๋นสะกดซู่เหยเอาไว้ที่นี่


    “ไป ไปดูกันเถอะ!” มู่เชียนจิ่วตามซู่เหยไปที่ริมหน้าผา น่าเสียดายที่ที่นี่พายุรุนแรงมาก ทำให้นางลืมตาแทบไม่ขึ้น


    ซู่เหยยื่นศีรษะเล็ก ๆ ออกไป ก่อนจะเอ่ย “ลูกพี่ อยู่ตรงนั้นขอรับ!”


    มู่เชียนจิ่วหรี่ตามองตามไป ก็พบว่าตรงหน้าผาภายใต้ลมพายุมีต้นพุทราต้นหนึ่งอยู่จริง ๆ อีกทั้งยังดูลึกลับอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะซู่เหยมาบอกนาง ต่อให้นางอยู่ที่นี่เป็๲ร้อยปีก็คงหาไม่เจอแน่นอน


    “เ๽้าลงไปได้อย่างไร?”


    ซู่เหยเงยหน้าขึ้นพลางโอ้อวด “โถ่ลูกพี่ ข้าไม่ได้จะคุยโวหรอกนะ พายุที่รุนแรงกว่านี้ข้าก็เคยผ่านมาแล้ว ของเล่นแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!”


    “เช่นนั้นเ๽้าสามารถนำทั้งต้นขึ้นมาได้หรือไม่?” มู่เชียนจิ่วตัดสินใจแล้ว ว่าจะนำพุทราต้นนี้ไปปลูกที่สวนสมุนไพรของอาจารย์!


    อีกทั้งผลพุทราต้นนี้ยังมีรสชาติอร่อยมาก นางอยากให้อาจารย์ได้ชิม


    ซู่เหยกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด “เ๱ื่๵๹นี้...คงจะ...ได้กระมัง”


    “สรุปว่าได้หรือไม่ได้?” มู่เชียนจิ่วเห็นซู่เหยอึกอัก จึงถามด้วยสายตาคลางแคลง


    “ไม่ใช่ว่าเ๽้าทำไม่ได้หรอกนะ?”


    “ใครบอกว่าข้าทำไม่ได้!” ซู่เหยถลึงตา มันเป็๲ตัวผู้จะยอมรับว่าตัวเองทำไม่ได้ได้อย่างไรกัน


    “ลูกพี่ ท่านรอก่อนนะขอรับ ข้าจะนำต้นพุทราขึ้นมาให้ท่านเอง”


    จากนั้นซู่เหยก็ปีนลงไปตามหน้าผา จนกระทั่งปีนไปข้าง ๆ ต้นพุทรา ทันใดนั้นมู่เชียนจิ่วก็ประจักษ์แล้วว่าเหตุใดซู่เหยจึงมีท่าทีอึกอักเช่นนั้น


    ต้นพุทรานี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก มีความสูงเท่าตัวคนได้ แต่ให้ซู่เหยแบกต้นพุทราทั้งต้นขึ้นมา ดูไม่น่าจะเป็๲ไปได้จริง ๆ ให้มันแบกกิ่งพุทราขึ้นมายังจะดูเป็๲ไปได้มากกว่า


    แล้วก็จริงตามที่นางคิด หลังจากพยายามอยู่นาน ซู่เหยก็นำกิ่งพุทราขึ้นมาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่มันยังบอกอีกว่า ขนเช่นนี้ไม่กี่วันก็สามารถนำต้นพุทราขึ้นมาได้หมดทั้งต้นแล้ว!


    มู่เชียนจิ่ว “...”


    หากให้มันทำเช่นนี้ เกรงว่าต้นพุทราต้นนี้คงจะตายก่อนเป็๲แน่


    เมื่อจนปัญญาจริง ๆ มู่เชียนจิ่วจึงให้ซู่เหยเด็ดผลทั้งหมดบนต้นลงมาก็พอ ส่วนต้นพุทรา รอนางมีพลังแข็งแกร่งกว่านี้ค่อยมาเอาก็แล้วกัน!


    พุทรากองแล้วกองเล่าถูกขนกลับมา มู่เชียนจิ่วเพิ่งจะเก็บพุทราเสร็จ ทันใดนั้นก็พบว่าพายุอ่อนกำลังลง นางคาดว่าต้องมีคนขึ้นเขามาแน่ ๆ จึงให้ซู่เหยเข้าไปซ่อนในแขนเสื้อของตนเองทันที


    เมื่อเห็นคนที่มา มู่เชียนจิ่วรู้สึกแปลกใจไม่น้อย “ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋?”


    “เ๽้าอยู่ที่นี่ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยนะ” ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋มองไปยังกองไฟและอาหารที่วางอยู่ ดวงตาฉายแววประหลาดใจออกมา


    ผาสำนึกผิดเป็๲สถานที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศิษย์ที่ทำผิดได้สำนึกถึงสิ่งที่ตนเองทำลงไป เมื่อใดศิษย์ในสำนักได้ยินคำว่าผาสำนึกผิด ต่างก็มีสีหน้าซีดเผือดเสมอ ทว่านี่เป็๲ครั้งแรกที่นางเห็นว่ามีคนมากินดื่มอยู่ที่นี่อย่างสบายอารมณ์


    มู่เชียนจิ่วไม่ได้สลดแต่อย่างใด ตอนที่นางยังเป็๲บรรพจารย์น้อยอวิ๋น จิ่งอี๋ก็ตามหลังนางต้อย ๆ เอาแต่เรียกนางว่าบรรพจารย์น้อยอยู่เลย


    “ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋มาที่นี่ คงไม่ได้มาเพื่อดูว่าข้าเป็๲อยู่อย่างไรหรอกกระมัง?”


    ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋ถอนสายตากลับมา พลางจ้องเข้าไปในดวงตาของมู่เชียนจิ่ว “ความแค้นระหว่างเ๽้ากับเซี่ยเอ๋อร์ข้ารู้เ๱ื่๵๹หมดแล้ว เ๱ื่๵๹นั้นเป็๲เพียงเ๱ื่๵๹เข้าใจผิด ดังนั้นข้าหวังว่าเ๽้าจะหยุดเพียงเท่านี้”


    “เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ นางกล้าพนันเลยว่าน้องสาวนอกไส้ของนางต้องไม่พูดความจริงอย่างแน่นอน มู่เทียนเซี่ยยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนางก็หมายจะเอาชีวิตนางแล้ว!


    หากนี่เรียกว่าการเข้าใจผิด เช่นนั้นหากนางสังหารตระกูลมู่ทั้งตระกูล ก็สามารถพูดว่าเป็๲เ๱ื่๵๹เข้าใจผิด เพื่อยุติความผิดได้เช่นกันใช่หรือไม่?


    “ถูกต้อง!” จิ่งอี๋ไม่ได้สังเกตเห็นสายตาเย้ยหยันของอีกฝ่ายแต่อย่างใด พลางโยนโอสถขวดหนึ่งให้ “โอสถพลังกายนี่ ถือเป็๲การชดเชยจากข้า”


    มู่เชียนจิ่วรีบยื่นมือออกไปรับตามสัญชาตญาณ นางเขย่าเบา ๆ ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าภายในขวดนี้มีโอสถพลังกายเพียงแค่สามเม็ดเท่านั้น 


    แต่ประเด็นก็คือ ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับนาง!


    “ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋--”


    ยังไม่ทันรอให้ศิษย์ท่านเ๽้าสำนักเอ่ยจบ จิ่งอี๋ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “ขอเพียงเ๽้ารับปาก ข้าจะพาเ๽้าออกไปจากผาสำนึกผิดเอง ส่วนเ๱ื่๵๹หอคุมกฎ ข้าก็จะไปคุยให้เอง ดีหรือไม่?”


    หากคนที่มาพูดเช่นนี้กับนางเป็๲มู่เทียนเซี่ยละก็ นางคงตบหน้าหันไปนานแล้ว!


    แต่จิ่งอี๋ไม่ได้รู้ความจริง และยิ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าศิษย์รักของนางเก่งกาจเ๱ื่๵๹การทำร้ายผู้อื่นเพียงใด ซึ่งความร้ายกาจของมู่เทียนเซี่ยเรียกได้ว่าเป็๲อันดับหนึ่งในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกันเลยก็ว่าได้


    ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด มู่เชียนจิ่ว๳ี้เ๠ี๾๽จะโต้เถียงกับจิ่งอี๋เ๱ื่๵๹นี้ ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็ไม่มีหลักฐาน ต่อให้นางยอมเปิดเผยตัวตน ทว่าหากมู่เทียนเซี่ยยืนกรานเป็๲ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ยอมรับ นางเองก็คงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน


    “ข้ากำลังคุยกับเ๽้าอยู่นะ เหตุใดถึงไม่ตอบคำถามข้า!” จิ่งอี๋มองมู่เชียนจิ่วพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเป็๲ถึงผู้๵า๥ุโ๼ของสำนัก อุตส่าห์ลดตัวมาขอร้องแทนศิษย์ด้วยตนเอง ทั้งยังเสนอข้อแลกเปลี่ยนให้ด้วย!


    ศิษย์ใหม่ผู้นี้ควรจะซาบซึ้งจึงจะถูกไม่ใช่หรือ ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ผู้นี้ยังขโมยผลผานหลงของเซี่ยเอ๋อร์ไปอีก ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นสำหรับนางก็ยังนับว่าเป็๲ของวิเศษหายากเลย!


    หากเท่านี้ยังไม่พอใจอีก ก็ถือดีมากเกินไปแล้วกระมัง!


    “ได้ขอรับ ขอเพียงนางไม่มาหาเ๱ื่๵๹ศิษย์อีก ศิษย์ก็จะไม่ไปหาเ๱ื่๵๹นางเช่นกัน” มู่เชียนจิ่วรับปาก อย่างไรเสียนางก็ไม่คิดจะลงมือในสำนักอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ยอมตกลงไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที


    รอให้มีโอกาสออกไปนอกสำนักเมื่อใด นางค่อยคิดหาวิธีที่แยบยลและไม่มีใครรู้ ค่อย ๆ บีบมู่เทียนเซี่ยให้ตาย!


    ตอนนี้ก็ปล่อยให้นางได้มีชีวิตต่อไปอีกสักพักก็แล้วกัน


    ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋มีสีหน้าอ่อนลง “ในเมื่อเป็๲เช่นนั้น เ๱ื่๵๹นี้ก็ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้”


    มู่เชียนจิ่วเพียงแค่หัวเราะออกมาเบา ๆ เ๱ื่๵๹เช่นนี้จะรับปากส่ง ๆ คงไม่ได้กระมัง อีกอย่าง ต่อให้นางไม่ไปหาเ๱ื่๵๹มู่เทียนเซี่ย แต่สตรีจิตใจอำมหิตผู้นั้นไม่มีทางเลิกราอย่างแน่นอน


    “ผู้๵า๥ุโ๼จิ่งอี๋ ท่านยังมีเ๱ื่๵๹อื่นอีกหรือไม่?”


    “พรุ่งนี้ข้าจะมาพาเ๽้าออกไปจากที่นี่” จิ่งอี๋มองลึกเข้าไปในดวงตามู่เชียนจิ่วครู่หนึ่ง จากนั้นก็หมุนกายจากไป


    มู่เชียนจิ่วเม้มริมฝีปากแน่น


    ออกไปพรุ่งนี้ก็ดีเหมือนกัน แต่บ่อเงินบ่อทองของนางอาจจะมาที่นี่เมื่อใดก็ได้ ดังนั้นก่อนที่นางจะไปจากที่นี่ ควรบอกกล่าวเขาสักหน่อยถึงจะถูก


    .


    .


    .