พุทราที่มีลักษณะใสหลายผลกลิ้งมาอยู่ตรงหน้าของมู่เชียนจิ่ว หากมองให้ดีจะเห็นว่า บนผลพุทรามีไอเย็นลอยออกมาจาง ๆ ช่างงดงามยิ่งนัก!
“นี่คืออะไรหรือ?” มู่เชียนจิ่วหยิบพุทราขึ้นมาลูกหนึ่งด้วยแววตาสงสัย นางเคยกินผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มามากกว่าที่บางคนเคยเห็นหลายชาติรวมกันเสียอีก แต่พุทราตรงหน้านี้ นางเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก
“ลูกพี่ นี่คือพุทราเหมันต์ขอรับ เป็ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หายาก!” ซู่เหยเอ่ยประจบต่อ “ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งหลายพันปีไม่เคยเจอของสิ่งนี้มาก่อนเลย พอลูกพี่มา มันก็ปรากฏขึ้นขอรับ!”
“ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์หายาก?” มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็ประกาย นางนำพุทราเข้าปากลูกหนึ่ง…เนื้อัันุ่มละลายในปาก รสชาติหวานกำลังดี และยังแฝงความเย็นเอาไว้เล็กน้อย เพียงกินไปหนึ่งลูกก็ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย หัวสมองตื่นตัวขึ้นอีกหลายส่วน!
แต่สิ่งที่ทำให้มู่เชียนจิ่วรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ พุทราเหมันต์นี่ยังสามารถเพิ่มพูนสติปัญญาได้อีกด้วย!
“เ้าไปเจอมาจากไหน?”
ซู่เหยชี้ไปทางหน้าผา “ปีนลงไปตรงนั้นจะมีต้นพุทราต้นหนึ่ง บนต้นยังมีอีกหลายลูกเลยขอรับ!”
มู่เชียนจิ่วดวงตาเป็ประกาย หลังจากอยู่กับซู่เหยมาสองวัน นางก็พอจะเห็นถึงความสามารถของมันแล้ว กระรอกหาสมบัติสามารถข้ามผ่านค่ายกลทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย และสามารถเข้าไปยังแดนลับได้อย่างอิสระ!
และพวกมันยังมีประสาทััที่ไวต่อของวิเศษในรัศมีร้อยลี้ ไม่ว่าของวิเศษเ่าั้จะซ่อนอยู่ลึกเพียงใด พวกมันก็สามารถหาเจอทั้งสิ้น จนถึงตอนนี้มีกระรอกหาสมบัติทั่วทั้งดินแดนเสวียนอู่เพียงสามตัวเท่านั้น!
กระรอกหาสมบัติตัวสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้นก็คือเมื่อหนึ่งหมื่นสองพันปีก่อน และทุกครั้งที่มีกระรอกหาสมบัติปรากฏตัวขึ้น จะดึงดูดผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนให้มาแย่งชิงตัวมัน
บางทีนี่อาจเป็หนึ่งในเหตุผลที่บรรพจารย์ชิงอวิ๋นสะกดซู่เหยเอาไว้ที่นี่
“ไป ไปดูกันเถอะ!” มู่เชียนจิ่วตามซู่เหยไปที่ริมหน้าผา น่าเสียดายที่ที่นี่พายุรุนแรงมาก ทำให้นางลืมตาแทบไม่ขึ้น
ซู่เหยยื่นศีรษะเล็ก ๆ ออกไป ก่อนจะเอ่ย “ลูกพี่ อยู่ตรงนั้นขอรับ!”
มู่เชียนจิ่วหรี่ตามองตามไป ก็พบว่าตรงหน้าผาภายใต้ลมพายุมีต้นพุทราต้นหนึ่งอยู่จริง ๆ อีกทั้งยังดูลึกลับอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะซู่เหยมาบอกนาง ต่อให้นางอยู่ที่นี่เป็ร้อยปีก็คงหาไม่เจอแน่นอน
“เ้าลงไปได้อย่างไร?”
ซู่เหยเงยหน้าขึ้นพลางโอ้อวด “โถ่ลูกพี่ ข้าไม่ได้จะคุยโวหรอกนะ พายุที่รุนแรงกว่านี้ข้าก็เคยผ่านมาแล้ว ของเล่นแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!”
“เช่นนั้นเ้าสามารถนำทั้งต้นขึ้นมาได้หรือไม่?” มู่เชียนจิ่วตัดสินใจแล้ว ว่าจะนำพุทราต้นนี้ไปปลูกที่สวนสมุนไพรของอาจารย์!
อีกทั้งผลพุทราต้นนี้ยังมีรสชาติอร่อยมาก นางอยากให้อาจารย์ได้ชิม
ซู่เหยกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด “เื่นี้...คงจะ...ได้กระมัง”
“สรุปว่าได้หรือไม่ได้?” มู่เชียนจิ่วเห็นซู่เหยอึกอัก จึงถามด้วยสายตาคลางแคลง
“ไม่ใช่ว่าเ้าทำไม่ได้หรอกนะ?”
“ใครบอกว่าข้าทำไม่ได้!” ซู่เหยถลึงตา มันเป็ตัวผู้จะยอมรับว่าตัวเองทำไม่ได้ได้อย่างไรกัน
“ลูกพี่ ท่านรอก่อนนะขอรับ ข้าจะนำต้นพุทราขึ้นมาให้ท่านเอง”
จากนั้นซู่เหยก็ปีนลงไปตามหน้าผา จนกระทั่งปีนไปข้าง ๆ ต้นพุทรา ทันใดนั้นมู่เชียนจิ่วก็ประจักษ์แล้วว่าเหตุใดซู่เหยจึงมีท่าทีอึกอักเช่นนั้น
ต้นพุทรานี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก มีความสูงเท่าตัวคนได้ แต่ให้ซู่เหยแบกต้นพุทราทั้งต้นขึ้นมา ดูไม่น่าจะเป็ไปได้จริง ๆ ให้มันแบกกิ่งพุทราขึ้นมายังจะดูเป็ไปได้มากกว่า
แล้วก็จริงตามที่นางคิด หลังจากพยายามอยู่นาน ซู่เหยก็นำกิ่งพุทราขึ้นมาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่มันยังบอกอีกว่า ขนเช่นนี้ไม่กี่วันก็สามารถนำต้นพุทราขึ้นมาได้หมดทั้งต้นแล้ว!
มู่เชียนจิ่ว “...”
หากให้มันทำเช่นนี้ เกรงว่าต้นพุทราต้นนี้คงจะตายก่อนเป็แน่
เมื่อจนปัญญาจริง ๆ มู่เชียนจิ่วจึงให้ซู่เหยเด็ดผลทั้งหมดบนต้นลงมาก็พอ ส่วนต้นพุทรา รอนางมีพลังแข็งแกร่งกว่านี้ค่อยมาเอาก็แล้วกัน!
พุทรากองแล้วกองเล่าถูกขนกลับมา มู่เชียนจิ่วเพิ่งจะเก็บพุทราเสร็จ ทันใดนั้นก็พบว่าพายุอ่อนกำลังลง นางคาดว่าต้องมีคนขึ้นเขามาแน่ ๆ จึงให้ซู่เหยเข้าไปซ่อนในแขนเสื้อของตนเองทันที
เมื่อเห็นคนที่มา มู่เชียนจิ่วรู้สึกแปลกใจไม่น้อย “ผู้าุโจิ่งอี๋?”
“เ้าอยู่ที่นี่ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยนะ” ผู้าุโจิ่งอี๋มองไปยังกองไฟและอาหารที่วางอยู่ ดวงตาฉายแววประหลาดใจออกมา
ผาสำนึกผิดเป็สถานที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศิษย์ที่ทำผิดได้สำนึกถึงสิ่งที่ตนเองทำลงไป เมื่อใดศิษย์ในสำนักได้ยินคำว่าผาสำนึกผิด ต่างก็มีสีหน้าซีดเผือดเสมอ ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นว่ามีคนมากินดื่มอยู่ที่นี่อย่างสบายอารมณ์
มู่เชียนจิ่วไม่ได้สลดแต่อย่างใด ตอนที่นางยังเป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋น จิ่งอี๋ก็ตามหลังนางต้อย ๆ เอาแต่เรียกนางว่าบรรพจารย์น้อยอยู่เลย
“ผู้าุโจิ่งอี๋มาที่นี่ คงไม่ได้มาเพื่อดูว่าข้าเป็อยู่อย่างไรหรอกกระมัง?”
ผู้าุโจิ่งอี๋ถอนสายตากลับมา พลางจ้องเข้าไปในดวงตาของมู่เชียนจิ่ว “ความแค้นระหว่างเ้ากับเซี่ยเอ๋อร์ข้ารู้เื่หมดแล้ว เื่นั้นเป็เพียงเื่เข้าใจผิด ดังนั้นข้าหวังว่าเ้าจะหยุดเพียงเท่านี้”
“เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ นางกล้าพนันเลยว่าน้องสาวนอกไส้ของนางต้องไม่พูดความจริงอย่างแน่นอน มู่เทียนเซี่ยยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนางก็หมายจะเอาชีวิตนางแล้ว!
หากนี่เรียกว่าการเข้าใจผิด เช่นนั้นหากนางสังหารตระกูลมู่ทั้งตระกูล ก็สามารถพูดว่าเป็เื่เข้าใจผิด เพื่อยุติความผิดได้เช่นกันใช่หรือไม่?
“ถูกต้อง!” จิ่งอี๋ไม่ได้สังเกตเห็นสายตาเย้ยหยันของอีกฝ่ายแต่อย่างใด พลางโยนโอสถขวดหนึ่งให้ “โอสถพลังกายนี่ ถือเป็การชดเชยจากข้า”
มู่เชียนจิ่วรีบยื่นมือออกไปรับตามสัญชาตญาณ นางเขย่าเบา ๆ ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าภายในขวดนี้มีโอสถพลังกายเพียงแค่สามเม็ดเท่านั้น
แต่ประเด็นก็คือ ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับนาง!
“ผู้าุโจิ่งอี๋--”
ยังไม่ทันรอให้ศิษย์ท่านเ้าสำนักเอ่ยจบ จิ่งอี๋ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “ขอเพียงเ้ารับปาก ข้าจะพาเ้าออกไปจากผาสำนึกผิดเอง ส่วนเื่หอคุมกฎ ข้าก็จะไปคุยให้เอง ดีหรือไม่?”
หากคนที่มาพูดเช่นนี้กับนางเป็มู่เทียนเซี่ยละก็ นางคงตบหน้าหันไปนานแล้ว!
แต่จิ่งอี๋ไม่ได้รู้ความจริง และยิ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าศิษย์รักของนางเก่งกาจเื่การทำร้ายผู้อื่นเพียงใด ซึ่งความร้ายกาจของมู่เทียนเซี่ยเรียกได้ว่าเป็อันดับหนึ่งในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกันเลยก็ว่าได้
ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด มู่เชียนจิ่วี้เีจะโต้เถียงกับจิ่งอี๋เื่นี้ ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็ไม่มีหลักฐาน ต่อให้นางยอมเปิดเผยตัวตน ทว่าหากมู่เทียนเซี่ยยืนกรานเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ยอมรับ นางเองก็คงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
“ข้ากำลังคุยกับเ้าอยู่นะ เหตุใดถึงไม่ตอบคำถามข้า!” จิ่งอี๋มองมู่เชียนจิ่วพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นางเป็ถึงผู้าุโของสำนัก อุตส่าห์ลดตัวมาขอร้องแทนศิษย์ด้วยตนเอง ทั้งยังเสนอข้อแลกเปลี่ยนให้ด้วย!
ศิษย์ใหม่ผู้นี้ควรจะซาบซึ้งจึงจะถูกไม่ใช่หรือ ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ผู้นี้ยังขโมยผลผานหลงของเซี่ยเอ๋อร์ไปอีก ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นสำหรับนางก็ยังนับว่าเป็ของวิเศษหายากเลย!
หากเท่านี้ยังไม่พอใจอีก ก็ถือดีมากเกินไปแล้วกระมัง!
“ได้ขอรับ ขอเพียงนางไม่มาหาเื่ศิษย์อีก ศิษย์ก็จะไม่ไปหาเื่นางเช่นกัน” มู่เชียนจิ่วรับปาก อย่างไรเสียนางก็ไม่คิดจะลงมือในสำนักอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ยอมตกลงไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
รอให้มีโอกาสออกไปนอกสำนักเมื่อใด นางค่อยคิดหาวิธีที่แยบยลและไม่มีใครรู้ ค่อย ๆ บีบมู่เทียนเซี่ยให้ตาย!
ตอนนี้ก็ปล่อยให้นางได้มีชีวิตต่อไปอีกสักพักก็แล้วกัน
ผู้าุโจิ่งอี๋มีสีหน้าอ่อนลง “ในเมื่อเป็เช่นนั้น เื่นี้ก็ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้”
มู่เชียนจิ่วเพียงแค่หัวเราะออกมาเบา ๆ เื่เช่นนี้จะรับปากส่ง ๆ คงไม่ได้กระมัง อีกอย่าง ต่อให้นางไม่ไปหาเื่มู่เทียนเซี่ย แต่สตรีจิตใจอำมหิตผู้นั้นไม่มีทางเลิกราอย่างแน่นอน
“ผู้าุโจิ่งอี๋ ท่านยังมีเื่อื่นอีกหรือไม่?”
“พรุ่งนี้ข้าจะมาพาเ้าออกไปจากที่นี่” จิ่งอี๋มองลึกเข้าไปในดวงตามู่เชียนจิ่วครู่หนึ่ง จากนั้นก็หมุนกายจากไป
มู่เชียนจิ่วเม้มริมฝีปากแน่น
ออกไปพรุ่งนี้ก็ดีเหมือนกัน แต่บ่อเงินบ่อทองของนางอาจจะมาที่นี่เมื่อใดก็ได้ ดังนั้นก่อนที่นางจะไปจากที่นี่ ควรบอกกล่าวเขาสักหน่อยถึงจะถูก
.
.
.