สี่ทุ่มครึ่ง กรินทร์สตาร์ทเครื่องอีกครั้งก่อนเสียงทุ้มแตกพร่าของสี่สูบคันโปรดจะค่อยๆเคลื่อนออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าตรงเข้าหลังมหาวิทยาลัยไปยังร้านที่ปรเมนทร์บอก ละแวกนั้นคือแหล่งท่องเที่ยวของเด็กในมอแต่มักมีคนภายนอกเข้าไปนั่งชิล เหล่หนุ่ม หาสาวเสมอ
ชายหนุ่มจอดรถมุมหนึ่งของร้านโทรหาเพื่อนว่านั่งโต๊ะไหนก่อนเดินเข้าด้านในกวาดสายตามองหาตามตำแหน่งที่ปรเมนทร์บอกก่อนจะเห็นเพื่อนโบกมือเรียกเข้าไปมุมลึกตอนนั้นเองที่หญิงสาวอีกคนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นเขาเดินผ่าน
“เป็อะไร หืม”ชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าลากเสียงถามยิ้มบางละมุนมองเธอดวงตาฉายความอ่อนโยนก่อนเขาจะเหลือบดูตามเมื่อเห็นเธอลุกลี้ลุกลนมองไปด้านข้างแต่ต้นเสามันบังเธอเอาไว้
กันฐกาญจน์ไม่คิดว่าคืนนี้จะบังเอิญเจอกรินทร์ปกติเขาจะไม่ค่อยเที่ยว นับว่ายังดีที่นี่ ไฟในร้านตกแต่งด้วยสีโทนส้มเหลือง และไม่เปิดสว่างมากนักทำให้บรรยากาศดูสลัวหญิงสาวได้แต่หวังว่าเขาจะไม่เห็นตัวเอง
“ทำไม แคร์เขามากกว่าพี่เหรอ” นราธิปถาม
“ไม่ใช่ค่ะพี่นัท เกดก็ แคร์ทุกคนนั่นแหละ”
“หืม ไม่ดีใจเลยเหมือนมีเยอะนะ”
“ทำไมล่ะคะ แล้วพี่นัทล่ะ แคร์เกดบ้างหรือเปล่าคนที่มีเยอะน่าจะเป็พี่นะ”
นราธิปชักสีหน้า จ้องเธอดวงตาแข็งกัดฟันจนกรามนูนปูดแต่รีบกะพริบตาสูดหายใจเข้าปอดก่อนทอดถอนเพื่อไล่ความรู้สึกไม่ดีออกจะไปว่าเธอก็ไม่ได้เพราะเขาเองก็ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน
ชายหนุ่มค่อยๆ ลดเปลือกตาลงครุ่นคิดบางทีเวลาเดินผ่านเธอกับผู้หญิงคนอื่น เธอจะรู้สึกเช่นไร อีกอย่างก่อนคบก็ตกลงกันไว้ั้แ่แรกแล้วว่าจะให้โอกาสกันเป็เขาเองที่คบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ผิดกับเธอที่มีเพียงกรินทร์กับตัวเขา
“พี่ขอโทษนะ ถ้ากลัวเขาเห็นอยากย้ายร้านไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะเกดไม่อยากทำให้พี่นัทลำบากเพราะเกด”
“งั้น กลับห้องก็ได้”
“แต่เราเพิ่งมาเองนะคะ อาหารก็เพิ่งได้ยังไม่ได้กินสักคำ เพลงก็ยังไม่ได้ฟังสักเพลงเลย” กันฐกาญจน์อ้าง
ความจริง หญิงสาวอยากอยู่ดูว่า กรินทร์จะมีใครมาด้วยไหมและถ้าเกิดเขาเห็นตนเองนั่งอยู่กับรุ่นพี่ จะหวงกันบ้างหรือเปล่าถ้ามีผู้หญิงมากับเขาจริงๆ ตนจะรู้สึกอย่างไร
ท่าทางของกันฐกาญจน์นั้นนราธิปดูออก ชายหนุ่มไม่พอใจเท่าไรนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้เธอนั่งกินข้าวยิ้มหวานอยู่ตรงหน้า เฝ้าถามตัวเองทุกครั้งที่เธอหันมองกรินทร์ถึงความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวว่ามันคืออะไร
“อิ่มไหมเอาอะไรอีกหรือเปล่า” นราธิปถาม หญิงสาวส่ายหน้าก่อนหันไปมองกรินทร์นี่ก็นานแล้วเห็นมีแต่เพื่อนกลุ่มเขาและมีไม่กี่คนที่ควงแฟนมา
“ทำไมมองเขาบ่อยจัง กลัวเขามากับใครเหรอ”นราธิปถาม
“เปล่าค่ะ”เธอตอบแต่ไม่กี่นาทีกรินทร์ก็เดินผ่านหน้าพร้อมมองโทรศัพท์และรีบเดินออกร้าน
ชายหนุ่มหายไปสักพักก็เดินกลับเข้ามา กรินทร์ยังคงเดินผ่านโดยไม่มองเธอกันฐกาญจน์แอบถอนหายใจคิดว่าคงรีบออกไปรับโทรศัพท์ใคร แต่ไม่นานเขาก็กลับมานั่งคุยกับเพื่อนหน้าตาเฉย
“พี่นัทเกดว่าเราไปกันดีกว่าค่ะ เกดเริ่มง่วงแล้ว”
“ง่วงจริงเหรอ”
“ค่ะ” เธอยิ้มชายหนุ่มยิ้มตอบกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟให้มาเช็กบิล หนุ่มบริกรเดินมาทวนรายการก่อนหายเข้าไปในร้านสักพักก็กลับออกมาพร้อมบิลรายการอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกแนบอยู่ในสมุดหนังสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ
นราธิปวางเงินตามจำนวนพร้อมทิปเด็กเสิร์ฟก่อนลุกขึ้นพยักหน้าให้กันฐกาญจน์เธอลุกขึ้นขยับก้าวออกจากโต๊ะขณะนราธิปเบี่ยงตัวเองบังเธอเอาไว้ ผายมือให้เดินนำหน้าในขณะที่มือถือของกรินทร์ดังขึ้นอีกครั้งจึงขอตัวกับเพื่อนออกไปรับโทรศัพท์
“ครับคุณพ่อ ลืมเื่อะไรเหรอครับ ครับผม ครับ”ร่างสูงกดวางสายเดินออกจากเงาต้นไม้ใหญ่ขณะที่นราธิปขับรถออกมาชายหนุ่มมองรุ่นน้องอย่างไม่ไยดีโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนกันผิดกับกันฐกาญจน์ที่มองตามกรินทร์จนลับตา
“พอได้แล้ว มองพี่บ้าง” นราธิปกล่าว
หญิงสาวหันมายิ้มให้เขา ก่อนเขาจะชวนเธอไปห้องตนเองที่ที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่เข้าไปได้ ถึงนราธิปจะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่ก็ไม่เคยพาใครเข้าห้องเลยขณะที่ด้านหนึ่งในร้านเหล้ากรินทร์ก็เดินถึงโต๊ะ
“ขอโทษที คุณพ่อโทรมาอีกน่ะ”
“อ้าวนึกว่าสาวโทรหา” อานนท์แซว
“เปล่า น่าเสียดายที่ไม่ใช่”ว่าแล้วทุกคนก็หัวเราะร่วนยกแก้วขึ้นดื่มแล้วอยู่ๆ ปรเมนทร์ก็รู้สึกว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงเขาล้วงขึ้นมาดูก็พบว่าข้อความกำลังไหลขึ้นถี่จนต้องเลื่อนดู้า
“เพื่อนดูนี่”ปรเมนทร์สะกิดกรินทร์แล้วเอาโทรศัพท์ยื่นให้ดูรูปตอนเดินออกจากสนามบาสเกตบอล “คราวนี้ดูเหมือนผู้ชายพวกนั้นคิดว่าพี่ตาลยอมแค่นายว่ะ”
“หืม” กรินทร์รับโทรศัพท์มาดู
ภาพที่ปรากฏมันเป็ด้านหลังอัฒจันทร์ถ่ายจังหวะที่ญาณินท์เดินนำหน้าและเขาเดินตามหลังเธอแต่รุ่นพี่อีกสองคนหลุดเฟรม สายตาของกรินทร์เริ่มไล่อ่านข้อความอันร้ายกาจ
‘ยัยแม่มดมากับหนุ่มอีกแล้วทุกคน,
คนเดิมหน้าเดิมด้วยไม่เปลี่ยนเลย,
หรือเพราะแบบนี้ เราถึงจีบไม่ติด,
นั่นสิยอมแพ้กันดีไหมพวกเรา,
ยัยปากแจ๋วนั่นชอบช้างศึกจริงๆ เหรอเนี่ย,
ผมไม่เห็นชอบเลยหน้าตาน่ารักแต่ปากเสีย,
ใช่ คุยด้วยโดนด่าไม่รู้ใหญ่โตมาจากไหน,
จริง สวยตายล่ะ,
มิน่าล่ะนางมารร้ายปฏิเสธผม,
เฮ้ย แต่ผมว่าเร้าใจดีนะ,
ใช่ๆ สวยใสแต่ไม่ไร้สติ,
Eดอกนี่ อยากรู้จังเลยว่ะถ้าโดนกูเอาจะร้องเสียงหลงเป็ลิงติดสัดไหม,
จีบให้ติดก่อนมึง ค่อยพูดเื่เอาอย่าไปฉุดเขาเชียว เข้าซังเตคนในกลุ่มไม่เกี่ยวนะเว้ย,
โหเดินกับหนุ่ม นักกีฬาด้วย,
ยัยราชินีนำแข็งใจไม่แข็งนี่นา,
เอลซ่าปลอม,
เมดูซ่ามากกว่าว่ะ นั่งลงข้างหน้าทีไรตัวแข็งทื่อ,
เออว่ะ ฮ่าๆๆๆ คิดได้ไง,
ทำไม โดนด่าเหรอ ฮ่าๆๆ,
เห็นบ่อยแล้วนะ กับคนนี้,
แหม เข้าหาทีไรโดนด่าเช็ด,
เออ ประชดประชันเก่ง,
ปากดีโดนจูบสักทีจะเป็ยังไงนะ,
นายคงโดนเธอตบว่ะ,
ฮ่าๆๆๆ,
เฮ้ย อย่าทำอะไรเกินเลยไปมากกว่าพยายามจีบนะโว้ย เดี๋ยวโดนตัดสิทธิ์ ถ้าเื่บานปลายกลายเป็เื่ใหญ่โต โดนกันหมดเลยนะพวกถูกไล่ออกไม่รู้ด้วยนะมึง’
รู้แค่พวกเราน่า อย่าพากันเอาไปพูดนอกกลุ่มสิ,
คำพูดของแต่ละคนแต่ละประโยคที่ไหลผ่านสายตามีทั้งรุนแรงและตลกขบขันปะปนกับก่นด่าคำพูดบางคนเริ่มรบกวนใจกรินทร์ กลัวว่าเธอจะมีอันตรายขึ้นมาจริงๆแต่ประโยคที่บอกว่าเดี๋ยวโดนตัดสิทธิ์มันคือสิทธิ์อะไรและคนเหล่านี้มีจุดประสงค์อะไร
กรินทร์แคปหน้าจอแล้วส่งเข้าเมลตัวเองอีกครั้งใครพูดจาว่าร้ายลงใต้สะดือเขาเปิดเข้าโปรไฟล์แคปรูปออกมาเผื่อเอาไว้เป็หลักฐานมัดตัวแต่ละคนหากเกิดเื่จริงๆ
“เราจะหาตัวต้นเื่ได้ยังไงนะ ดูสิ มีคนหนึ่งใช้คำว่าเดี๋ยวโดนตัดสิทธิ์” เพื่อนทุกคนที่อยู่ในโต๊ะหันมองกรินทร์ก่อนอานนท์ที่ไม่พาแฟนมาด้วยจะขอดูโทรศัพท์
“นี่ช้าง อย่าลืมประโยคหน้านะ”
“อะไรเหรอ” เขาหันไปถามอานนท์
“นี่ไง” อานนท์ชี้ “พยายามจีบ”
กรินทร์เอียงคอขมวดคิ้วคิดก่อนจะนึกถึงวันนั้นได้จึงเล่าให้เพื่อนฟังว่า มีคนแวะเวียนมาจีบเธอจริงและดูเหมือนในวันเดียวกันจะมากผิดปกติแต่ตนไม่ได้เอะใจ
อานนท์พยักหน้าก่อนเปิดแอคเคาท์คนที่พูดให้เพื่อนคนอื่นดูว่ามีใครพอรู้จักคนนี้เป็การส่วนตัวไหมหรือมีคนรู้จักที่สนิทกับเขาหรือเปล่า ปรากฏว่าแอคเคาท์ชายคนนั้นเป็แฟนหนุ่มของน้องสาวอิสรา
“อะอ้าว นั่นแฟนยัยอุ้มนี่หว่าแบบนี้ก็แจ๋วเลยเพื่อน เดี๋ยวฉันนัดบอร์ดเอง ดื่มๆ อย่าเพิ่งเครียด” อิสราบอกก่อนยกแก้วขึ้นชูชนกันในกลุ่ม
กรินทร์และเพื่อนนั่งดื่มกินกันจนถึงตีสองแล้วจึงแยกย้ายกันกลับกรินทร์ไม่ได้ดื่มมากนักเพราะทั้งกลุ่มก็เน้นกินกับแกล้มนั่งคุยเื่สนุกกันไม่เน้นเมาอีกอย่างพ่อมักโทรกำชับตลอดเมื่อรู้ว่าลูกออกเที่ยว พ่อของเขาจะโทรหาทุกคืนวันศุกร์เสมอ หากลืมเตือนลูกก็จะโทรมารอบสอง
ขณะที่คนหนึ่งค่อยๆ ขับรถกลับบ้าน คนหนึ่งนอนมองเพดานผ่านแสงสลัวในห้องก่อนพลิกตัวตะแคงซุกกอดร่างบางที่ชวนกลับคอนโดที่เช่าไว้พักพิงระหว่างเรียนใบหน้าทั้งคู่ใกล้ชิดจนเกือบแนบสนิททว่าเธอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียหลังกิจกรรมใต้ผ้าห่มเพิ่งจบลงไม่นาน
นราธิปบรรจงจูบหน้าผากได้รูปก่อนขยับห่างเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าเนียนให้ชัดลูบไล้นิ้วลงพวงแก้มแ่เบาภายในรู้สึกอบอุ่นและวางใจเมื่ออยู่กับเธอ ก่อนจะซุกหน้าเข้าจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มปลุกให้ตื่นอีกครั้งแล้วกระซิบบอก
“ลูกเกด พี่ขออีกรอบนะ”
“ไม่นอนเหรอคะ” กันฐกาญจน์ถามเสียงแ่
“นอนนะ แต่ตอนนี้พี่อยากกอดลูกเกดมากกว่า”
ปากว่ามือคลำ ลูบไล้เคล้นคลึง กดห้านิ้วกุมทรวงอกแทรกขาเข้าระหว่างขาเธอ แนบกายเบียดก่อนริมฝีปากจะััจูบแลกไออุ่นอย่างนุ่มนวล ปล่อยลมหายใจร้อนผ่าวรดลงเรือนร่างอันเปลือยเปล่าพลิกตัวขึ้นทาบทับกายที่กำลังบิดเร่าตอบสนองอย่างเย้ายวน ปากอ้ารับสองก้อนซาลาเปาอวบฟูก่อนตวัดปลายลิ้นโลมเลียสลับดูดกิน
อา เสียงครางกระเส่าร่านระริกของเธอยิ่งกระตุ้นอารมณ์อย่างยากจะอดกลั้นเสียงครางเบาหวิวสอดแทรกผ่านความมืดแห่งราตรีมันเร้าอารมณ์ และเมื่อ่ล่างของเขาแข็งขืนบวกกับความพร้อมของเธอที่ชุ่มแฉะลำเนื้อก็ถูกดันดึงเข้าออกอยู่แบบนั้น ทางรักที่กระเพื่อมประสานรับความแข็งแรงอย่างโอนอ่อนสองร่างขยับขับเคลื่อนไฟราคะ บรรเลงไปตามจังหวะสื่อสารด้วยภาษากาย ต่างคนต่างเต็มใจสนองความใคร่อยากให้กันและกันตามความ้า