บทที่ ๓ :ความทรงจำของฟางเซียน
เวลาเดียวกันนั้น...
เกี้ยวที่ตกแต่งด้วยลายักำลังถูกแบกหามอย่างนุ่มนวลตรงไปยังพระราชตำหนักดอกเหมยภายในนั้นมีร่างขององค์ฮองเฮาบรรทมหลับสนิทอยู่ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบวังเวงแต่ก็มีเสียงของผู้ติดตามหลายคนกำลังซุบซิบอย่างหวาดหวั่น ในเื่ที่ว่า ‘องค์ฮองเฮาเป็ผีดิบ’
“เ้ารู้หรือไม่ว่ามิมีผู้ใดรอดพ้นจากพิษวิสลายิญญาได้เชียวแต่องค์ฮองเฮาก็ทรงรอดพ้น ราวกับว่าไม่ได้ต้องพิษอย่างไรอย่างนั้น” นางในผู้ดูแลองค์ฮองเฮาพูดขึ้นเบาๆ ขณะที่ขันทีนายหนึ่งตอบกลับแบบตัวสั่น “ข้าว่าเ้าอย่าพูดอะไรแบบนี้ ในตอนนี้จะดีกว่า เ้าจำรับสั่งขององค์ไทเฮาได้หรือไม่ว่าให้พวกเรานำร่างขององค์ฮองเฮากลับพระตำหนักด้วยสีหน้าแบบไหนซึ่งพวกเราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพระนางที่อยู่บนเกี้ยวยังมีชีวิตอยู่จริงหรือเปล่า หรือทรงเสด็จตไปแล้ว” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง พร้อมกลืนน้ำลายอึกโต “หรือทรงมีิญญาร้ายมาสิงสู่แทนจนทำให้ร่างกายขยับได้อีกครั้งก็เป็ได้”
ขนตายาวกระพริบถี่ๆภายในเกี้ยวสวย ฟางเซียนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างช้าๆพระองค์ตื่นขึ้นเพราะการแบกหามที่โคลงเคลงเนื่องจากผู้แบกเกี้ยวนายหนึ่งเกิดอาการขาอ่อนหมดแรงแบบเฉียบพลัน
ภาพเบื้องหน้าของฟางเซียนมีเพียงความมืดสลัวเมื่อพระองค์ทรงหรี่ตามองไปรอบๆ ก็แลเห็นแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างของเกี้ยวเข้ามา
“นี่เราอยู่ที่ไหนเนี่ย”ใบหน้าสวยกลับมามีเืฝาดอีกครั้ง ดวงตากลมโตกวาดสายตาไปรอบๆกายแบบมึนงง แน่ล่ะ! เพราะสิ่งสุดท้ายที่องค์ฮองเฮาทรงจดจำได้ก็คือพระองค์กำลังนั่งอยู่ในส้วมของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ฮุ่ยหวง
“ตายแล้วงานที่หัวหน้าหวังให้จัดการยังไม่เสร็จเลย แล้วนี่เราใส่เสื้อผ้าบ้าบออะไรเนี่ยแถมจะว่าไป เรายังฝันพิลึกอีกด้วย สงสัยเป็เพราะฤทธิ์ส้มตำปูปลาร้าแหงแซะ”สองแขนขององค์ฮองเฮายื่นออกไปข้างหน้าเพื่อตรวจดูเครื่องแต่งกายของตัวเองใบหน้าซีดเผือดลงเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น!
ใครกันนะที่จับเขาแต่งตัวรุ่มร่ามเฉกเช่นนี้...อี้ เฟยหลงตาเบิกกว้างดึงเสื้อผ้าสูงศักดิ์ขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า บัดนี้...ิญญาของเขาได้มาอาศัยอยู่ในร่างองค์ฮองเฮาผู้งดงามที่สุดในอาณาจักรฉีใช่!...เขาได้ย้อนเวลากลับมาถึงสองพันกว่าปีและกำลังอยู่ในราชวงศ์จีนโบราณอันโด่งดังเลื่องชื่อ...
เกี้ยวเอนไปทางขวาทีทางซ้ายที เฟยหลงที่โดยสารอยู่บนเกี้ยวเอียงตัวตามแบบงุนงงสับสนประตูห้องน้ำเบื้องหน้าได้หายไปแล้วแต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็ผ้าม่านสีน้ำเงินที่ใช้ปิดเกี้ยวแทนที่
ชายหนุ่มเกาศีรษะเล็กน้อยก่อนจะมองลอดหน้าต่างสลักลายัไปด้านข้าง เขาเห็นกลุ่มคนในชุดแปลกตากำลังเดินรายล้อมปิดสองข้างทางของอะไรบางอย่างที่เขาโดยสารนั่งอยู่
“ยังไม่ตื่นอีกหรือเนี่ย”เฟยหลงหลับตาปี๋เพราะคิดว่าตัวเองกำลังฝันประหลาด มือเล็กข้างหนึ่งพยายามหยิกตัวเองเพื่อพิสูจน์อีกครั้งก่อนที่ความเ็ปจะทำให้เขาส่งเสียงร้องออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ
“โอ๊ย!”
เหล่าผู้คนที่อยู่ด้านนอกเกี้ยวผงะตื่นตระหนกบางคนตัวสั่นระริก บางคนเป็ลมล้มพับลงไปกองกับพื้น เกี้ยวลายัเอนเอียงราวกับคนแบกหามกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่ภายในนั้น
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของเวลาสงัดสายลมเย็นพัดผ่านร่างของเหล่าข้าราชบริพารจนขนลุกขนชันกันถ้วนหน้าทุกคนที่ตามเสด็จองค์ฮองเฮาต่างมองหน้ากันไปมาแบบเหลอหลาก่อนที่เสียงแหลมเล็กภายในเกี้ยวจะสบถบ่นออกมาแบบโมโห
“นี่มันอะไรกันวะใครก็ได้ตอบที เพ่ยเทียน จางถู พวกแกใช่มะที่แกล้งกันเื่บ้าๆ แบบนี้” เฟยหลงขมวดคิ้วสวยเป็ปมหลังจากที่เขาะโสุดเสียงก็พลันยื่นหน้าเปิดม่านเกี้ยวออกสู่โลกภายนอก
เฟยหลงรู้สึกเสียงของเขาผิดแผกแปลกไปเสียงที่เคยทุ้มแหบก็แหลมเล็กลงราวกับไม่ใช่เสียงของเขาเองหากแต่ว่าเกี้ยวที่เขาโดยสารอยู่ก็กำลังจะคว่ำเพราะเหล่าคนแบกหามนั้นกำลังใสุดขีดเนื่องจากเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่
นางกำนัลนางหนึ่งที่กำลังเดินขนาบข้างเกี้ยวหันมาเจอเฟยหลงที่กำลังชะโงกหน้าออกมาพอดีแล้วเสียงหวีดร้องก็ดังขึ้นด้วยอาการหวาดผวา “อะอะองค์ฮองเฮากรี๊ดดดด!”
เกี้ยวถูกทิ้งลงไปกระทบกับพื้นอย่างเฉียบพลันเฟยหลงหัวคะมำไม่เป็ท่า เหล่าพลแบกเกี้ยวผงะถอยไปรวมตัวกันแบบตื่นตระหนกขณะที่เหล่าทหารอารักขาและเหล่านางในต่างวิ่งกรูกันมาเบื้องหน้าเกี้ยว...เหมือนทุกคนพยายามหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้
“อูย”ร่างงามสง่าในชุดฮองเฮาคืบตัวคลานออกมาจากเกี้ยวแบบปวดเศียรมือข้างหนึ่งคลำศีรษะตัวเองเพื่อสำรวจตรวจสอบการกระแทกแล้วเฟยหลงก็พบว่าทรงผมของเขาช่างดูพิลึกพิลั่น เขาใช้มือคลำไปรอบหัวแล้วััได้ว่ามีปิ่นปักผมกับโลหะบางอย่างตกแต่งอยู่เป็จำนวนมาก
เหล่าข้าราชบริพารอารักขาเมื่อเห็นองค์ฮองเฮาก็หน้าซีดเผือดทุกคนต่างก้มหน้าถวายบังคมโดยมิได้นัดหมาย ความกลัวเข้าครอบงำจับจิต คนทุกผู้ต่างทิ้งตัวลงคุกเข่าใบหน้าของแต่ละคนกำลังตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
แสงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญส่องสว่างพอสมควรเฟยหลงกวาดสายตามองเหล่าผู้คนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่เบื้องหน้าด้วยความใเช่นเดียวกันริมฝีปากสวยเผยอออกเอื้อนเอ่ย คำตรัสแรกพุ่งตรงออกจากปากเหมือนกับอุทาน
“ให้ตายเถอะนี่มันกองถ่ายจากละครซีรี่ย์เื่ไหน!” หญิงสาวชั้นสูงยืนตัวตรงมองไปรอบๆสองขาออกก้าวเดินช้าๆ ด้วยความสับสนมึนงงในจิตใจ
“พะพะพวกหม่อมฉันกำลังพาองค์ฮองเฮากลับพระตำหนักพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักดอกเหมยทำไม้ทำมือคารวะแบบเร่งรีบขณะที่ฟางเซียนเดินทอดน่องครุ่นคิดไตร่ตรองไปรอบๆ
“องค์ฮองเฮานายหมายถึงใครกัน” เฟยหลงลูบคางหันกลับมาถามไถ่ผู้คนหลายสิบชีวิตกำลังคุกเข่ามองหน้ากันเหมือนงุนงงในคำถามก่อนที่ขันทีหนุ่มจะเอ่ยสำทับขึ้นว่า “ก็...ก็หมายถึงตัวพระองค์พ่ะย่ะค่ะพระองค์คือองค์ฮองเฮาของพวกกระหม่อม”
ั์ตาของเฟยหลงเบิกกว้างชายหนุ่มยกสองแขนมาตรวจดูอีกครั้งแบบไม่เชื่อสายตา...
สองมือที่เขาเห็นเบื้องหน้าเรียวเล็กขาวสวยงามมันไม่เหมือนมือของเขาที่เคยหยาบกร้านแม้แต่น้อย อีกทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์แบบแปลกๆรวมไปถึงศีรษะของเขาก็ดูพิลึกพิลั่นหลังจากใช้สองมือลูบคลำตรวจสอบ
“ฮองเฮาฉันกลายเป็ฮองเฮาเหรอเนี่ย นี่มันความฝันหรืออะไรกัน”
“กราบทูลองค์ฮองเฮาพระองค์อาจจะทรงมีผลข้างเคียงหลังจากต้องยาพิษเมื่อรุ่งสางอาจส่งผลให้ความทรงจำของพระองค์สับสนแต่...พระองค์ทรงขึ้นดำรงตำแหน่งพระยศฮองเฮามาได้สามวันแล้วหลังจากมีพระราชโองการโปรดเกล้า และมีพิธีอภิเษกอันยิ่งใหญ่...มันไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีหนุ่มก้มหน้าเรียบเรียงคำพูด เฟยหลงพยักหน้ารับฟังแบบคิดตาม
ชายหนุ่มในร่างขององค์ฮองเฮาเดินวนไปเวียนมาสมองของเขากำลังบอกตัวเองด้วยสำเหนียกห้วงลึกภายในจิตใจขึ้นว่า...
‘นี่ฉันตายแล้วเหรอแล้วย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เรอะ? หรือนี่อาจเป็ฝัน แต่ถ้าเป็ฝันทำไมหยิกแขนตัวเองแล้วเจ็บได้... แล้วถ้ามาเกิดใหม่ ทำไมเกิดใหม่แล้วโตไวขนาดนี้ที่สำคัญที่มันโลกยุคไหนกัน ดูจากเสื้อผ้าของคนพวกนี้แล้ว นี่มันยุคโบราณชัดๆให้ตายเถอะ’
“ทูลองค์ฮองเฮา...ไม่ทราบว่าองค์ฮองเฮา้าสิ่งใดหรือไม่พวกกระหม่อมยังคงรอรับพระบัญชาจากพระองค์อยู่พ่ะย่ะค่ะ”
จบประโยคของขันที...เฟยหลงก็พึมพำทวนคำ“ฮองเฮา” แล้วหนึ่งมุมปากก็ฉีกยิ้มอ่อนสมองเบิกบานลิงโลด
‘จะเป็ฝันหรือเกิดใหม่ย้อนยุค หรือจะเป็อะไรก็แล้วแต่... เป็องค์ฮองเฮาและมีข้ารับใช้มากมายขนาดนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน’
ชายหนุ่มในร่างสาวสวยหัวเราะสยองพลางหรี่ตามองไปรอบๆ และกวาดสายตาดูเหล่าราชองครักษ์ เหล่านางในและบรรดาขันทีที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง หากแต่ว่าไม่มีใครกล้าสบตากับเขาเลยสักนิด
“ในที่สุดชีวิตเราก็ไม่น่าเบื่อเสียที”องค์ฮองเฮาเอื้อนเอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์เบิกบานพลางตรัสรับสั่งด้วยอำนาจที่ตัวเองไม่เคยใช้มาก่อน “ข้าหิว...เตรียมอาหารให้ข้าทีดิ”
“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”ข้าราชบริพารน้อยใหญ่พูดตอบกลับอย่างพร้อมเพรียงคนทุกผู้ก้มหัวแนบพื้นราวกับเกรงกลัวบารมีอะไรบางอย่างก่อนที่ขันทีนายหนึ่งจะพูดแทรกว่า “ไม่ได้ยินรับสั่งรึพระองค์้าสิ่งใด รีบไปเตรียมเครื่องเสวยที่ดีที่สุดมาบัดเดี๋ยวนี้!”
เฟยหลงยิ้มกว้างั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยสั่งใครให้ทำอะไรเพื่อตัวเองมาก่อน จึงทำให้เขารู้สึกดีอยู่ไม่น้อยหากแต่ว่า...
“โอ๊ย!”ความเ็ปแล่นปราดเหมือนศีรษะกำลังแยกออกเป็สองซีก เฟยหลงในร่างองค์ฮองเฮาทรุดกายลงนั่งไปกองกับพื้นมือเรียวเล็กรีบยกขึ้นกุมขมับ แล้วภาพความทรงจำทั้งหมดของฟางเซียนก็ประเดประดังเข้าสู่สมองจนเฟยหลงต้องกระอักเืออกมา
ความรู้ความเกลียด ความพอใจ ความสุข เื่ราวต่างๆ ในอดีตของฟางเซียนกำลังหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเฟยหลงทุกอย่างที่ฟางเซียนจำได้ในอดีต เฟยหลงก็จะรับรู้ได้เฉกเช่นเดียวกัน!
วินาทีต่อมาเฟยหลงก็เริ่มน้ำตาไหล พลันเอื้อนเอ่ยกับตัวเองขึ้นว่า “น่าสงสารชะมัดเลย เธอนี่น่าสงสารเหลือเกิน ฟางเซียน เพียงเพราะเกมการเมืองโบราณคร่ำครึถึงกับทำให้ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งวิบัติได้ขนาดนี้ เป็แค่หมากหรือเบี้ยในกระดานไร้ค่า...ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการทุกอย่างแทนเธอเอง”
‘ขอบคุณอี้ เฟยหลง’ เสียงคุ้นเคยในห้วงมิติสีขาวเอื้อนเอ่ยพร้อมจางหายไปในโสตประสาท
เงาร่างขององค์ฮองเฮาฟางเซียนยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งสายตาวาวโรจน์กวาดตามองเหล่าข้าราชบริพารทุกคนอย่างเขม็งกร้าว
“ข้าต้องพิษสลายิญญาเมื่อรุ่งสางสินะแต่ข้าก็ยังไม่ตาย ใครหน้าไหนก็ตามที่คิดวางยาพิษข้าอีก ข้าจะให้มันได้รับโทษอย่างสาสม”เฟยหลงะโเสียงแหลมเล็กดังกังวาน “ยาพิษกระจอกเช่นนั้นหรือสารพัดพิษใดก็ทำอะไรข้ามิได้ เพราะข้าสำเร็จวิชาอัสนีสุริยะ...เอ่อ...พวกเ้าก็ได้เห็นด้วยตาตนเองไปแล้วนี่...ถ้าใครหน้าไหนอยากจะลองดูอีกครั้ง ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
เหล่าข้าราชบริพารน้อยใหญ่ต่างสบตากันแบบเหลอหลา
“มิกล้าพ่ะย่ะค่ะมิกล้า” คนทุกผู้รีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งขันพวกเขาก้มหน้าลงติดพื้น จนทำให้เฟยหลงแอบอมยิ้มภายในใจ “ดีดีมาก”
มันเป็เพียงแค่คำขู่ อันที่จริงคำขู่ของเฟยหลงจะใช้ได้นานสักเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแน่ล่ะ! ร่างกายของเขาในตอนนี้มิอาจต้านทานพิษใดได้หรอกแต่หากเขาไม่พูดโกหกออกไป คนร้ายในเงามืดอาจอุกอาจลงมือได้อีกครั้ง!
โปรดติดตามตอนต่อไป