ปีศาจมดสามตาตัวนั้นตื่นตระหนกสุดขีดมันแค่เดินผ่านมาโดยบังเอิญ แต่กลับถูกสัตว์ประหลาดอัจฉริยะสองตัวจ้องมอง
เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินยืนนิ่งอยู่กับที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีการสื่อสารใดๆ กันเลย
แต่ถ้าสายตาเปรียบเสมือนดาบคมกริบทั้งสองคงปะทะกันไปแล้วสามร้อยรอบ
การถ่ายทอดสด กล้องซูมไปที่ใบหน้าของทั้งคู่
คนหนึ่งคือสาวน้อยอัจฉริยะแห่งตระกูลมู่หรงส่วนอีกคนคือม้ามืดหนุ่มน้อยที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
การแข่งขันระหว่างคนทั้งสองทำให้ชาวเน็ตต่างคาดหวังเป็อย่างมาก
หยางซวี่ถือไมโครโฟนด้วยมือซ้ายและกำหมัดแน่นด้วยมือขวา
“ท่านผู้ชมครับ แม้จะอยู่หน้าจอผมก็ยังััได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของทั้งคู่”
“ใครจะสามารถฆ่าปีศาจมดสามตาได้ก่อนกัน?”
“ดูสิ! นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ลงมือแล้ว!”
ในพริบตา เซี่ยวซิงอวี่ลงมือก่อน
หมาป่าสายลมเพลิงนรกปลดปล่อยทักษะการต่อสู้[พันธนาการเพลิงนรก] โซ่ร้อนสีแดงแปดเส้นพุ่งเข้าตรึงร่างของมดสามตาทันที
หยางซวี่ะโอย่างตื่นเต้น
“พลังของเพลิงนรก ช่างน่าสะพรึงกลัว!”
“เปลือกของปีศาจมดสามตาขึ้นชื่อเื่ความหนาและแข็งแกร่งเกราะป้องกันของมันสูงกว่าสัตว์อสูรประเภทเดียวกันถึงห้าเท่า”
“แต่เพลิงนรกของหมาป่าสายลมเพลิงนรกมีผลในการละเลยเกราะป้องกัน สามารถสร้างความเสียหายจริงให้กับศัตรูได้โดยตรง!”
ปีศาจมดสามตาถูกโซ่เพลิงนรกตรึงไว้ขยับไม่ได้ ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
“เฮยเฟิง เก็บ!”
เซี่ยวซิงอวี่ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
ในขณะที่หมาป่าสายลมเพลิงนรกกำลังจะสังหารปีศาจมดสามตาคลื่นเสียงก็พุ่งเข้าใส่
คลื่นเสียงเปลี่ยนเป็คมมีดลมจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้หมาป่าสายลมเพลิงนรกต้องหลบหลีก
หยางซวี่ตบโต๊ะร้องลั่น
“มู่หรงซินซินลงมือแล้ว!”
“ค้างคาวกระดูกปีกอสูรปล่อยคมมีดลมจากคลื่นเสียง ขัดขวางท่าไม้ตายของหมาป่าสายลมเพลิงนรก!”
“เพียงชั่วพริบตาค้างคาวกระดูกปีกอสูรปลดปล่อยทักษะการต่อสู้ [อัคคีกระดูกเยือกแข็ง]!”
“มู่หรงซินซินฆ่าปีศาจมดสามตาได้สำเร็จนี่แหละหญิงแกร่งไม่แพ้ชายชาตรี ใครว่าหญิงด้อยกว่าชาย!”
ภาพถ่ายทอดสดที่น่าตื่นเต้นและคำบรรยายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ทำให้ชาวเน็ตต่างขนลุกซู่
ริมหน้าผา
ปีศาจมดสามตากลายเป็เถ้าถ่านในเปลวเพลิงสีเขียว
เหลือเพียงแก่นอสูรหนึ่งอันบนดินที่ไหม้เกรียม
มู่หรงซินซินก้มลงเก็บแก่นอสูรแล้วมองไปยังเซี่ยวซิงอวี่ที่อยู่ไม่ไกล ไม่ได้พูดอะไรสักคำแต่ดูเหมือนจะพูดทุกอย่างไปแล้ว
“นักเรียนมู่หรงภายนอกเธอดูเ็าไร้ความรู้สึก ฉันยังนึกว่าเธอไม่สนใจผลการทดสอบซะอีก ที่ไหนได้เธอก็ขี้งอนเหมือนกันนะ~”
เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มเยาะ
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลบนตารางคะแนนก็อัปเดต
เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินมีจำนวนการล่าสัตว์อสูรเท่ากัน คือ 51 ตัว
หยางซวี่ถึงกับตื่นเต้นจนคิ้วกระตุก
“ท่านผู้ชมครับเื่ราวเริ่มน่าสนใจขึ้นแล้ว”
“จนถึงตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินเสมอกัน ทั้งสองคนได้คะแนนอันดับหนึ่งร่วมกัน!”
“เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดใครจะรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งไว้ได้ มารอดูกัน!”
การทดสอบดำเนินมาถึงจุดนี้ความสนใจของผู้คนทั้งหมดก็พุ่งเป้าไปที่เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินสองคนนี้
มู่หรงซินซินเป็ตัวแทนของสี่ตระกูลผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่
เซี่ยวซิงอวี่เป็ตัวแทนของชนชั้นสามัญชนไม่มีอำนาจ ไม่มีอิทธิพล ไม่มีพื้นเพ
ตลอดประวัติศาสตร์ไม่เคยมีเื่ราวของเด็กหนุ่มสามัญชนพลิกโฉมเอาชนะอัจฉริยะตระกูลดังได้เลย
หลังจากนั้นมู่หรงซินซินและเซี่ยวซิงอวี่ก็ยังคงแข่งขันกันต่อไป
เซี่ยวซิงอวี่ไปไหน มู่หรงซินซินก็ไปที่นั่น
เขาหยินหนาน แบ่งออกเป็หลายพื้นที่ ได้แก่ทะเลสาบ น้ำตก ป่าทึบ และทุ่งหิมะ
สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันไป
ไม่ว่าเซี่ยวซิงอวี่จะไปล่าสัตว์อสูรที่พื้นที่ใดมู่หรงซินซินก็จะตามไปข้างๆ เพื่อแย่งคิลของสัตว์อสูร
พลั่ก~
กระดูกที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีเขียวพุ่งออกมาจากร่างของค้างคาวกระดูกปีกอสูรทะลุเข้าที่ศีรษะของเม่นขนโลหิต
สมองของเม่นขนโลหิตกระจายเกลื่อนพื้นภาพที่เห็นน่าเวทนาจนแม้จะเซ็นเซอร์ก็ยังน่ารังเกียจทำให้ชาวเน็ตในที่ดูถ่ายทอดสดรู้สึกไม่สบายใจ
หยางซวี่หัวเราะอย่างขมขื่น“ดูเหมือนมู่หรงซินซินจะแค้นเขามากเธอตามติดเซี่ยวซิงอวี่และแย่งคิลของเขาไปอีกแล้ว!”
ข้อมูลบนตารางคะแนนอัปเดต
อันดับหนึ่ง : มู่หรงซินซิน จำนวนการล่า 89ตัว
อันดับสอง : เซี่ยวซิงอวี่ จำนวนการล่า 81ตัว
ใต้น้ำตกที่ไหลเชี่ยวก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนห่างกันห้าเมตร
เซี่ยวซิงอวี่อยู่ทางซ้ายมู่หรงซินซินอยู่ทางขวา
ในแอ่งน้ำใต้น้ำตก
หมาป่าสายลมเพลิงนรกที่เต็มไปด้วยเพลิงนรกสีดำเปิดเผยเขี้ยวอันแหลมคม ขนทั่วตัวลุกชันด้วยความโกรธจัด
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรบินวนอยู่ในอากาศส่งเสียงร้องคำรามดุดัน ท่าทางดูโอ้อวด
“นักเรียนมู่หรง แค่การทดสอบเองทำไมต้องเอาจริงเอาจังขนาดนี้ด้วย?”
มู่หรงซินซินไม่พูดอะไรเลยเหมือนสาวน้อยออทิสติก เธอเพียงจ้องเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาเ็า
ในส่วนแสดงความคิดเห็น ชาวเน็ตต่างพากันแซว
[โบราณว่าไว้ : ตีคือรัก ด่าคือผูกพัน~]
[ไม่รู้ทำไม คู่นี้มันช่างน่าจิ้นจริงๆ!]
[ว่าไปแล้ว ทั้งหล่อทั้งสวยเข้ากันดีมากเลยนะ!]
เซี่ยวซิงอวี่ที่มีใบหน้าหล่อเหลาและนิสัยไม่ยึดติดกับอะไรรวมถึงรอยยิ้มที่บางครั้งก็ดูเ้าเล่ห์เล็กน้อยทำให้เขาดูเหมือนเพลย์บอยที่เกลือกกลั้วอยู่ในวงการรักๆ ใคร่ๆ
มู่หรงซินซินพูดน้อยไม่เคยพูดอะไรเลยั้แ่ต้นจนจบ เธอแค่จ้องมองเซี่ยวซิงอวี่เหมือนกับภรรยาขี้งอนที่กำลังงอนสามี
หยางซวี่ในฐานะผู้บรรยายมืออาชีพอดไม่ได้ที่จะจิ้นคู่คู่นี้
“ต้องบอกว่า บรรยากาศที่ควรจะตึงเครียดกลับมีกลิ่นอายความรักแทรกซึมเข้ามาเสียอย่างนั้น”
“คู่รักที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่กลับตกหลุมรักกัน ผมขอเป็หัวหน้าติ่งของคู่นี้เลยครับ!”
ใต้น้ำตก เซี่ยวซิงอวี่เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง”
“นักเรียนมู่หรงจากนี้ไปฉันจะไม่ยอมให้เธออีกแล้วนะ!”
หยางซวี่ขมวดคิ้ว“ท่านผู้ชมครับ เซี่ยวซิงอวี่หมายความว่าเมื่อครู่เขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่อย่างนั้นเหรอ?”
เหลือเวลาอีก 30นาที
เซี่ยวซิงอวี่เก็บสีหน้าขี้เล่นของเขาดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย เนตรปีศาจเปิดใช้งาน
“เฮยเฟิง ขึ้นไป!”
เซี่ยวซิงอวี่ขี่หมาป่าสายลมเพลิงนรกไล่ตามกระต่ายเหมันต์ที่กำลังวิ่งหนีอย่างลนลาน
มู่หรงซินซินสั่งค้างคาวกระดูกปีกอสูรเพื่อที่จะแย่งคิลอีกครั้ง
หยางซวี่บรรยายด้วยเสียงกระตือรือร้น
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที”
“พลังิญญาของทุกคนกำลังจะหมดลงไม่เว้นแม้แต่เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซิน”
“เมื่อเป็เช่นนี้โอกาสที่สัตว์อสูรจะปลดปล่อยทักษะการต่อสู้แต่ละครั้งจึงมีค่ามาก”
“ตอนนี้มู่หรงซินซินกำลังจะทำวิธีเดิมอีกครั้งเพื่อแย่งคิล!”
ภายใต้คำสั่งของมู่หรงซินซินค้างคาวกระดูกปีกอสูรกางปีกออกสร้างกระแสลมอันทรงพลังพัดหมาป่าสายลมเพลิงนรกกระเด็นออกไป
ตูม~
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรพ่นเปลวเพลิงสีเขียวออกจากปากปกคลุมร่างของกระต่ายเหมันต์ทั้งหมด
นี่คือทักษะการต่อสู้ประจำตัวของค้างคาวกระดูกปีกอสูรนั่นคือ [อัคคีกระดูกเยือกแข็ง]
ใน่ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาภายใต้การบัญชาการอันแม่นยำของมู่หรงซินซินค้างคาวกระดูกปีกอสูรอาศัยทักษะการต่อสู้นี้ แย่งคิลไปได้ห้าถึงหกครั้ง
หยางซวี่สังเกตเห็นเซี่ยวซิงอวี่ในกล้องซูม
“แปลกจังเซี่ยวซิงอวี่ดูเหมือนจะยิ้มนะ...”
“เดี๋ยวก่อน! มีบางอย่างผิดปกติ!”
หยางซวี่ตื่นเต้นจนะโขึ้นอีกครั้งเสียงของเขาก็สั่นเครือ
“กระต่ายเหมันต์ยังไม่ตาย!”
“พลังโจมตีของค้างคาวกระดูกปีกอสูรยังไม่พอเหลืออีกนิดเดียว!”
มู่หรงซินซินตกตะลึงไม่คิดว่าตัวเองจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาดได้
กระต่ายเหมันต์ถูกอัคคีกระดูกเยือกแข็งโจมตีได้รับาเ็สาหัส แต่ยังคงมีลมหายใจรวยริน
ในขณะที่มู่หรงซินซินกำลังตกตะลึง
ฉัวะ!
รอยกรงเล็บหมาป่าพุ่งผ่านไปชั่วพริบตา
กระต่ายเหมันต์สิ้นลมหายใจเฮือกสุดท้าย
เซี่ยวซิงอวี่เก็บแก่นอสูรแล้วยิ้มให้มู่หรงซินซิน
“นักเรียนมู่หรง ฉันจะเริ่มเอาจริงแล้วนะ”
สถาบันชิงหลง จัตุรัสกลาง
ที่นั่งกรรมการ
ผู้อำนวยการซูหรูเยียนจ้องมองหน้าจอถ่ายทอดสดและเห็นการกระทำทั้งหมดของเซี่ยวซิงอวี่
“เด็กคนนี้ดูเหมือนจะคำนวณได้อย่างแม่นยำว่าพลังโจมตีของค้างคาวกระดูกปีกอสูรจะขาดไปเล็กน้อยทำให้เขาสามารถเก็บงานได้อย่างแม่นยำ”
“หากไม่มีประสบการณ์การต่อสู้หลายปีเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีความสามารถในการคาดการณ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้”
“เซี่ยวซิงอวี่นายเป็สัตว์ประหลาดจริงๆ...”
ในตอนนี้
ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่ปรากฏสีแดงจางๆ
ในส่วนลึกของรูม่านตา มีเข็มสีดำสองอัน
เหมือนเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่กำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกา
หนึ่งในความสามารถของเนตรปีศาจคือการมองเห็นหลอดเืที่แน่นอนของทั้งผู้ควบคุมสัตว์อสูรและสัตว์อสูร
ในมุมมองของเซี่ยวซิงอวี่จะมีหลอดเืแสดงอยู่บนหัวของกระต่ายเหมันต์
พลังโจมตีของค้างคาวกระดูกปีกอสูรก็จะลดลงตามการใช้พลังิญญาของมู่หรงซินซินด้วย
เซี่ยวซิงอวี่สามารถคาดการณ์ได้อย่างง่ายดายว่าหลังจากค้างคาวกระดูกปีกอสูรปลดปล่อยอัคคีกระดูกเยือกแข็งแล้วกระต่ายเหมันต์จะยังคงเหลือเือยู่เล็กน้อย
ด้วยความสามารถนี้ตราบใดที่เซี่ยวซิงอวี่้าแย่งคิลก็ไม่มีใครแย่งเขาไปได้
“ท่านผู้ชมครับสถานการณ์เริ่มพลิกผันแล้ว!”
“เซี่ยวซิงอวี่แย่งคิลหมาป่าเพลิงคลั่งไปจากมือของมู่หรงซินซิน!”
“น่าเสียดายที่ครั้งนี้พลังโจมตีของค้างคาวกระดูกปีกอสูรยังขาดไปอีกนิด!”
“โชคชะตาเล่นตลกจริงๆเสือดาวกลางคืนที่เืใกล้หมด ถูกหมาป่าสายลมเพลิงนรกเก็บงานไปในพริบตา!”
“เป็เพราะมู่หรงซินซินโชคร้ายหรือเป็เพราะความสามารถในการคาดการณ์ของเซี่ยวซิงอวี่แข็งแกร่งกันแน่?”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหลือเวลาอีกเพียง 5นาที ก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง
ข้อมูลบนตารางคะแนนอัปเดต
อันดับหนึ่ง : เซี่ยวซิงอวี่ จำนวนการล่า 110ตัว
อันดับสอง : มู่หรงซินซิน จำนวนการล่า 89ตัว
การถ่ายทอดสดเดือดพล่านข้อความในส่วนแสดงความคิดเห็นหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
หยางซวี่กำไมโครโฟนแน่นกรีดร้องด้วยเสียงอันดัง
“เหลือเชื่อ! เหลือเชื่อ! เหลือเชื่อ!”
“นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่ทำลายสถิติเก่าที่เย่ซวงหนิงเคยทำไว้แล้ว!”
“เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง เซี่ยวซิงอวี่ทำลายสถิติได้แล้ว เขาจัดการสัตว์อสูรไปแล้ว110 ตัว!”
ในตอนนั้นเย่ซวงหนิงเข้าร่วมการทดสอบเขาหยินหนานและสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการล่าสัตว์อสูรได้ 109 ตัว
ผู้คนต่างคิดว่าสถิตินี้จะคงอยู่ไปอย่างน้อยห้าสิบปี
แต่เพียงหนึ่งปีต่อมาสถิตินี้ก็ถูกเซี่ยวซิงอวี่ ศิษย์น้องของเย่ซวงหนิงทำลายลง
ถ้าจะพูดถึงผู้ที่เคราะห์ร้ายที่สุดก็ไม่ใช่เย่ซวงหนิง แต่เป็มู่หรงซินซิน
ั้แ่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วจำนวนการล่าสัตว์อสูรของมู่หรงซินซินก็หยุดอยู่ที่ 89 ตัวมาตลอด
หลังจากนั้นทุกครั้งที่มู่หรงซินซินโจมตีสัตว์อสูรจนเืใกล้หมดก็จะถูกเซี่ยวซิงอวี่แย่งคิลไป
นี่ก็เป็เหตุผลที่เซี่ยวซิงอวี่สามารถทำลายสถิติของเย่ซวงหนิงได้เพราะมู่หรงซินซินส่งแอสซิสต์ (เป็ศัพท์เกมหมายถึง ช่วยสังหารแต่ไม่ใช่คนสุดท้ายที่ฆ่า) ให้เขาอย่างน้อยยี่สิบครั้ง
เซี่ยวซิงอวี่เก็บแก่นอสูรแล้วมุมปากก็เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“นักเรียนมู่หรง ขอบคุณที่ส่งคิลมาให้นะ”
“ฉันทำลายสถิติของรุ่นพี่เย่ซวงหนิงได้ก็มีเธอเป็ส่วนหนึ่งด้วย!”
มู่หรงซินซินจ้องเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสายตาขุ่นเคืองในที่สุดก็เอ่ยปากพูดออกมา
“เ้าเล่ห์!”
นี่เป็ครั้งแรกที่มู่หรงซินซินพูดกับผู้ชายคนอื่นนอกเหนือจากมู่หรงหยางซั่วพี่ชายแท้ๆ ของเธอ
“นักเรียนมู่หรง ขอบคุณสำหรับคำชม!”
“...”
ครั้งล่าสุดที่มู่หรงซินซินถึงกับพูดไม่ออกก็คือครั้งก่อนนั่นแหละ