เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงจวนไป๋ก็หยุดให้เด็กหนุ่มทั้งสองลงจากรถองค์ชายจื่อเหยาไม่รอช้ารีบเดินนำหน้าเข้าไปภายในจวนอย่างรีบร้อนเมื่อถึงห้องโถงรับแขกก็ออกคำสั่งให้ไป๋ลี่จ้งตามทุกคนที่อยู่ในจวนออกมารวมตัวกัน
เมื่อเรียกทุกคนมารวมกันทั้งหมดก็ยังไม่เห็นเงาของไป๋ลี่จิง“มากันครบหมดทุกคนหรือยังแล้วไป๋ลี่จิงทำไมนางจึงยังไม่ออกมาเรา้าพูดครั้งเดียวให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน”
ไป๋ลี่จ้งยังไม่วางใจผู้มาเยือนจึงไม่ให้ไป๋ลี่จิงผู้เป็น้องสาวออกมาพบหน้าแขกที่อ้างตัวว่าเป็คู่หมั้น“องค์ชายก่อนที่ท่านจะพบน้องสาวกระหม่อมช่วยหาจดหมายมาให้ได้ก่อนมิเช่นนั้นจะเชื่อได้อย่างไรกันเล่าว่าที่พระองค์พูดเป็ความจริง”
องค์ชายจื่อเหยาก็พยักหน้าว่าเหตุผลนี้พอเข้าใจได้และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งเกล้าอย่างเอาเื่“เมื่อสามวันก่อนท่านแม่ทัพไป๋ส่งม้าเร็วนำจดหมายมาส่งให้คุณชายไป๋ลี่จ้งใครเป็ผู้รับจดหมายทำไมคุณชายไป๋จึงยังไม่ได้รับ”
ทุกคนในจวนต่างหันมองหน้ากันและเริ่มสอบถามว่ามีใครเห็นจดหมายบ้างชั่วครู่เด็กรับใช้ประจำตัวไป๋ลี่จ้งก็นึกขึ้นได้รีบคลุกเขาลงด้วยอาการสำนึกผิดก่อนจะรายงานว่า
“ข้าน้อยเป็คนรับจดหมายมาเมื่อวานขอรับแล้วก็เอาไปวางไว้ที่โต๊ะหนังสือของคุณชายแต่ข้าน้อยลืม...ไม่ได้เรียนคุณชายว่าท่านแม่ทัพส่งจดหมายมา”
ไป๋ลี่จ้งเดินกลับเข้าไปที่ห้องส่วนตัวเมื่อเดินมาหยุดที่โต๊ะหนังสือก็เห็นซองจดหมายยื่นออกมาจากตั้งหนังสือที่ตนวางทับไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีจดหมายวางอยู่ในใจก็คิดตำหนิเด็กรับใช้อยู่ในใจจดหมายสำคัญเช่นนี้เหตุใดไม่ส่งให้ถึงมือ
ไป๋ลี่จ้งคลี่จดหมายออกอ่านเนื้อความในจดหมายทำให้เข้าใจเื่ทั้งหมดครั้งนี้เขาเองไม่อาจขัดพระราชประสงค์ของท่านอ๋องโจวที่จะรับน้องสาวตนไปเป็บุตรบุญธรรม
อีกใจก็พลันคิดได้ว่านี่อาจจะเป็ทางออกที่ดีสำหรับไป๋ลี่จิงที่นางจะได้ออกจากที่คุมขังภายในจวนแห่งนี้แล้วไปมีชีวิตใหม่อย่างมีตัวตนในฐานะองค์หญิง
ไป๋ลี่จ้งเดินถือจดหมายเดินตรงไปที่ห้องน้องสาวเพื่อแจ้งข่าวแม้จะอดใจหายไม่ได้แต่ข้อเสนอดีๆแบบนี้จะหาได้ที่ไหนอีกเล่า “ไป๋ลี่จิงพี่กลับมาแล้ว...เ้าอยู่ในห้องหรือไม่? พี่ขอเข้าไปในห้องหน่อยได้ไหมพี่มีเื่สำคัญจะคุยด้วย”
ไป๋ลี่จิงพึ่งอาบน้ำเสร็จกำลังสวมใส่เครื่องแต่งกายด้วยชุดสีชมพูอ่อนบางเบาให้เรียบร้อยแล้วจึงะโอนุญาตพี่ชายให้สามารถเข้ามาได้
“เชิญเ้าค่ะ...ท่านพี่ไป๋ลี่จ้ง...มีเื่อะไรหรือเมื่อครู่น้องได้ยินเสียงเด็กรับใช้ด้านนอกเอะอะเสียงดังเชียว”
ไป๋ลี่จ้งส่งจดหมายในมือให้น้องสาว“เ้าอ่านจดหมายนี้จากท่านพ่อแล้วเ้าจะเข้าใจทุกอย่าง”
เด็กสาวยืนมือไปรับจดหมายก้มลงอ่านข้อความด้วยสีหน้ากึ่งดีใจกึ่งใไม่อยากจะเชื่อว่านางจะได้หลุดพ้นจากการถูกกักขังได้เร็วขนาดนี้ไป๋ลี่จิงะโกอดคอพี่ชายด้วยความดีใจ
“ท่านพี่ไป๋ลี่จ้ง....ข้ารอดแล้ว...ข้าไม่ต้องถูกขังอีกแล้วท่านพี่ดีใจกับข้าหรือไม่เ้าค่ะ”
ไป๋ลี่จ้งแสดงสีหน้าเศร้าหมองด้วยไม่อยากแยกจากน้องสาวอันเป็ที่รักแต่ก็ต้องแสร้งทำเป็ยินดี“พี่ต้องดีใจกับเ้าอยู่แล้ว แต่ที่พี่รู้สึกไม่ยินดีเพราะเราสองคนพี่น้องต้องแยกจากกันไม่รู้เมื่อไหร่จะได้พบหน้ากันอีก”
ไป๋ลี่จิงลืมคิดไปว่าหากไปอยู่ที่ชายแดนเหนือก็ต้องพัดพรากจากพี่ชายไม่รู้ชาตินี้จะได้พบกันอีกหรือไม่นางจึงเริ่มมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาในดวงตาอย่างกั้นเอาไว้ไม่อยู่
“ข้าไม่อยากจากท่านพี่ไป...ท่านพี่ช่วยพูดขอร้องกับท่านพ่ออย่าส่งตัวข้าไปได้หรือไม่ต่อให้ต้องถูกขังในจวนไปตลอดชีวิตข้าก็ยินดีขอเพียงได้พบหน้าพูดคุยท่านพี่ทุกวันข้าก็มีความสุขมากแล้ว”
ไป๋ลี่จ้งเองก็ไม่อยากแยกจากน้องสาวแต่นี้เป็เื่ที่ขัดไม่ได้อีกทั้งไม่ว่าอย่างไรเขากับน้องสาวก็ต้องแยกจากกันในสักวัน
เพราะต่อไปในภายภาคหน้าเขาสอบเข้ารับราชการก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกโยกย้ายไปประจำการอยู่ที่ใดเขาเองไม่สามารถอยู่เคียงข้างนางไปได้ตลอดชีวิตคนเราเมื่อเติบโตก็จำต้องมีหนทางเป็ของตนเอง
“น้องพี่...เ้าจงฟังคำพี่ให้ดีนี่เป็ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเ้าบนโลกนี้ไม่มีใครไม่แยกจากกันอย่างไรเสียสักวันพี่ก็ต้องรับราชการออกไปเผชิญโลกภายนอกอันกว้างใหญ่ไม่อาจรั้งอยู่เป็เพื่อนเล่นกับเ้าได้ไปตลอด
เ้าเองก็ต้องมีชีวิตเป็ของตนเองพี่ให้สัญญาถ้าเว้นวางจากงานราชการเมื่อใดจะเดินทางไปเยี่ยมเยื่อนเ้าที่ชายแดนเหนืออย่างแน่นอนเ้าสบายใจได้”
ไป๋ลี่จ้งพูดปลอบโยนน้องสาวมือก็ถือผ้าเช็ดหน้าซับคอยซับน้ำตาให้“ไปที่ห้องโถงกันเถอะมีคนรอพบเ้าอยู่” ไป๋ลี่จิงทำหน้าสงสัยใคร่รู้
“องค์ชายจื่อเหยาเสด็จมารับเ้าด้วยพระองค์เองเ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเพื่อนเล่น ต่อไปองค์ชายก็จะมีฐานะเป็พี่ชายของเ้า”
ไป๋ลี่จ้งยังคงหวงแหนน้องสาวของตนไม่ยอมบอกความจริงกับผู้เป็น้องเื่ที่องค์ชายกล่าวเอาไว้ในตอนแรกว่าเป็พระคู่หมั้น
เชอะ!..คู่มง คู่หมั้นอะไรกันหากน้องสาวข้าไม่เต็มใจไม่ว่าองค์ชายหน้าไหนก็มาบังคับขู่เข็ญให้เข้าพิธีสมรสไม่ได้ทั้งนั้น!!
ไป๋ลี่จ้งเดินนำน้องสาวไปที่ห้องโถงเห็นองค์ชายจื่อเหยาประทับรออยู่“องค์ชายนี่ไป๋ลี่จิงน้องสาวของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายเงยหน้าขึ้นมองไปที่ไป๋ลี่จิงก็ทรงยิ้มอย่างพอพระทัยแล้วยืนขึ้นกล่าวคำทักทาย
“เ้าเองหรือไป๋ลี่จิงเ้าสองคนพี่น้องเหมือนกันราวกับเป็คนคนเดียวกันจริงๆหากใส่ชุดเหมือนกันเราคงแยกไม่ออกว่าใครเป็ใคร
พี่ชายของเ้าคงบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเรามาที่นี่เพื่อมารับเ้าไปที่ชายแดนเหนือรับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งเป็ท่านหญิง”
องค์ชายจื่อเหยาเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีก็แสดงท่าทีสุภาพอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดไม่แข็งเกล้าเมื่อตอนแรกทำให้ไป๋ลี่จ้งแอบพอใจอยู่ไม่น้อยที่องค์ชายรู้มารยาทกับสตรีอยู่บ้างไม่เอ่ยอ้างถือตนเฉกเช่นเมื่อตอนที่พบกันบนรถม้า
“หม่อมฉันได้อ่านจดหมายของท่านพ่อแล้วเพคะแต่หม่อมฉันมีข้อสงสัยอยากถามพระองค์การที่หม่อมฉันได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งเป็องค์หญิงซูหนี่ไม่ทราบว่าตำแหน่งนี้หม่อมฉันต้องใช้สิ่งใดแลกมาหรือเพคะ”
คำถามนี้ทำให้องค์ชายนิ่งเงียบไปชั่วขณะไม่คาดคิดว่าสตรีที่ถูกขังอยู่แต่ในจวนจะกล้าตั้งคำถามหาทางรอดไว้ให้ตัวเองได้อย่างชาญฉลาดถึงเพียงนี้
“ไป๋ลี่จิงเ้าคิดมากไปแล้วที่เ้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากเสด็จพ่อนั้นก็เพราะ้าตอบแทนบุญคุณที่ท่านแม่ทัพไป๋เคยช่วยพระองค์ไว้มิได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง”
ไป๋ลี่จิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าองค์ชายแล้วเอ่ยประโยคที่ไม่มีใครขาดคิดว่าจะออกมาจากปากของนาง“หากเป็เช่นนั้นจริงเหตุใดพระองค์ถึงต้องลดพระเกียรติยศของพระองค์เดินทางมารับตัวหม่อมฉันด้วยตนเองด้วยล่ะเพคะ
มิใช่มาเพื่อมาดูตัวหม่อมฉันว่าจะงดงามเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาในอนาคตหรือไม่หรอกหรือเพคะหากถูกพระทัยก็จะทรงรับไว้พิจารณา
แต่ถ้าไม่เกรงว่าหม่อมฉันอาจเกิดเื่ไม่คาดฝันระหว่างเดินทางไปที่ด่านชายแดนเหนือเสียก่อนกระมังไม่ทราบว่าที่หม่อมฉันกล่าวมานี้ถูกต้องหรือไม่เพคะ”
องค์ชายจื่อเหยาถึงกลับหรี่ตาลงมองใบหน้าหยิ่งยโสของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้เราคงประเมินมันสมองของนางต่ำเกินไปนางฝีปากกล้าแถมยังฉลาดหลักแหลมเกินใครแผนการร้ายกาจแบบนั้นนางยังคิดออกมาได้
องค์ชายต้องยอมรับแม้จะไม่เต็มใจที่ถูกเสด็จพ่อเสด็จแม่ยัดเยียดให้แต่งงานกับผู้หญิงที่วันๆถูกขังอยู่แต่ในจวนนิสัยใจคอเป็เช่นไรไม่อาจรู้ได้
แต่ถึงกระนั้นตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถคิดแผนการร้ายกาจเช่นนี้ออกมาได้ฆ่าสตรีที่ไร้ทางสู้อย่างนั้นหรือหาใช่สิ่งที่สัตบุรุษพึ่งกระทำ
“เราพึ่งพบหน้ากันเป็ครั้งแรกเ้าไม่ไว้ใจเราก็เป็เื่ธรรมดาเราว่ากลับเป็การดีเสียอีกที่เ้ารู้จักระแวดระวังภัยไม่ไว้ใจผู้อื่นโดยง่าย
แต่เราขอสัญญาว่าจะพาเ้าเดินทางไปชายแดนเหนืออย่างปลอดภัยต่อไปเราจะเป็พระเชษฐาที่ดีทำหน้าที่แทนไป๋ลี่จ้งพี่ชายของเ้าดีหรือไม่"
“ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาเพคะหม่อมฉันดูแลตัวเองได้มิกล้ารบกวนให้องค์ชายทรงเป็ห่วงอีกอย่างหม่อมฉันมีพี่ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ขอพระองค์ได้โปรดอย่าทรงขาดหวังสิ่งใดจากหม่อมฉันจะดีกว่าเพราะหม่อมฉันเกรงว่าอาจจะทำให้ทรงผิดหวัง
...พระองค์จะออกเดินทางเมื่อไหร่เพคะหม่อมฉันจะได้ไปเตรียมตัว”ไป๋ลี่จ้งถึงกับอมยิ้มพอใจกับท่าทีที่น้องสาวยกตนข่มท่านไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆสมแล้วที่เขาใช้เวลาพร่ำสอนนางมาตลอดหลายปี
องค์ชายจื่อเหยาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเขื่องแต่อย่างใดออกจะพอใจเสียด้วยซ้ำนึกว่าจะต้องมาเจอกับสตรีที่อ่อนแอหรือไม่ก็เป็สตรีประเภทที่ชอบวิ่งไล่จับผู้ชายเอาไว้เป็ที่พึ่งพา
“เ้าเป็สตรีที่ไม่เหมือนใครจริงๆพูดจาตรงไปตรงมา...ดีเราชอบ!เ้าจงไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางเอาเพียงสิ่งของที่จำเป็ก็พอพรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางออกจากเมือง”
ไป๋ลี่จ้งออกจะใจหายอยู่บ้างแต่ก็สั่งให้สาวรับใช้ที่อยู่ข้างกายน้องสาวรีบจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็เขาจูงมือน้องสาวให้เดินตามไปที่ห้องส่วนตัวนำกล่องไม้ลายฉลุออกมาวาง
พอเปิดกล่องออกก็มองเห็นกริชสองเล่มวางอยู่คู่กันเล่มหนึ่งเป็กริชอัญมณีสีงาช้างอีกเล่มนั้นคือกริชอัญมณีสีแดงเขาเอื้อมมือไปหยิบกริชโบราณประดับด้วยอัญมณีสีงาช้างยืนให้กับผู้เป็น้องสาวส่วนกริชที่เป็อัญมณีสีแดงถูกว่างเก็บรักษาไว้ในกล่องไม้ดังเดิม
“เ้าจงเอากริชเล่มนี้ติดตัวเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเ้าจะได้เอาไว้ป้องกันตัว”
ไป๋ลี่จิงมองกริชอัญมณีสีงาช้างในมือนางรู้ดีว่ามันเป็สมบัติอันล้ำค่าที่พี่ชายรักและหวงแหนไม่เคยให้ใครแตะต้อง
“กริชคู่นี้ท่านพี่เก็บรักษาไว้อย่างดีเหตุใดจึงยกมันให้กับข้า”
ไป๋ลี่จ้งเอามือลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดูแววตาห่วงใยลึกซึ้ง
“สิ่งใดที่เป็ของพี่สิ่งนั้นยอมเป็ของเ้าั้แ่เล็กจนโตไม่ว่าสิ่งใดหากเ้าอยากได้มีครั้งไหนบ้างที่พี่ให้เ้าไม่ได้กริชคู่นี้ก็เหมือนกันพี่เก็บรักษามันไว้อย่างดีก็เพื่อส่งมอบมันให้กับเ้าหนึ่งเล่มยามที่เราต้องแยกจากกัน...
น้องพี่...เ้าเก็บรักษากริชเล่มนี้เอาไว้ให้ดีเมื่อเ้าเห็นมันจงระลึกไว้เสมอว่าหากวันใดที่เ้ามีอันตรายหลับตาลงแล้วนึกถึงพี่คนนี้...ตัวพี่จะไปอยู่ข้างกายเ้าในทันที!”
ไป๋ลี่จิงโผเข้ากอดพี่ชายคำพูดปลอมประโลมนี้บอกเป็ความนัยว่าชีวิตต่อจากนี้ไปนางต้องพึ่งพาตนเองนางไม่มีพี่ชายแสนดีผู้นี้มาคอยปกป้องอีกแล้วน้ำตายังคงไหลรินอาบทั้งสองแก้มรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี...ขอท่านพี่ได้โปรดวางใจข้าจะไม่ทำให้ท่านพี่ผิดหวังในตัวข้าเป็อันขาดแม้ท่านพี่จะไม่ได้อยู่ข้างกายข้าแต่ข้าจะจดจำทุกคำสั่งสอนของท่านพี่เอาไว้ให้ขึ้นใจไม่มีวันลืม...ข้าไม่อาจอยู่ดูแลท่าน
ขอท่านพี่โปรดดูแลตัวเองให้ดีอย่าอ่านหนังสือจนดึกดื่นร่างกายจะรับไม่ไหวกินอาหารให้ตรงเวลามีเื่ใดที่ไม่สบายใจก็เขียนจดหมายไปหาข้าอย่าเก็บไว้คนเดียวเข้าใจหรือไม่"
เด็กฝาแฝดเกิดมามีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งเริ่มั้แ่ยังอยู่ในครรภ์มารดาเติบโตร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันความรู้สึกที่ต่างต้องฝืนใจหากแต่จำใจยอมรับการจากลาครั้งนี้
ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไรทั้งสองต่างสาบานต่อหน้าบรรพบุรุษตระกูลไป๋ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีวันทอดทิ้งกันเป็นอันขาด*************************************************
เด็กสาวที่ถูกขังให้อยู่แต่ในจวนบัดนี้นางได้ออกมาเผชิญโลกกว้างมาลุ้นกันต่อไปว่านางยังต้องประสบพบเจอกับเื่ราวอะไรบ้าง
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM