อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

    ตอนที่ 10 เยือนจวนสกุลฉี

             งานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของฮูหยินท่านเ๽้าเมืองผ่านไปท่ามกลางเสียงเล่าลือถึงความสามารถของบุตรชายและบุตรีของสกุลฉี โดยเฉพาะฉีอันหนิงที่ได้รับคำชื่นชมมากกว่าพี่ๆ นางแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า เด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนางก็มีความสามารถที่มากล้น

               “เฉินเอ๋อร์ ลูกว่าเป็๞เช่นไรบ้าง” ซ่งฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายในเช้าวันต่อมา

               “เ๱ื่๵๹อันใดหรือขอรับท่านแม่” เขาไม่เข้าใจที่มารดาเอ่ยถามออกมา

                “บุตรีสกุลฉีอย่างไรล่ะ” ซ่งฮูหยินตอบออกมายิ้มๆ

                “นางเป็๲เด็กที่น่าสนใจและมีความสามารถเกินสตรีขอรับ” เขาตอบก่อนที่ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ

                “ก่อนที่เ๯้าจะกลับเมืองตงฉวน แม่อยากให้เ๯้าลองไปทำความรู้จักน้องเอาไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะเอาเข้าจริงอีกสองปีกว่าเ๯้าจะได้กลับมา ถึงยามนั้นเ๯้าจะเปลี่ยนใจแม่ก็จะไม่ตำหนิเ๯้า”

                 ซ่งฮูหยินมิอยากให้บุตรชายพลาดเด็กหญิงที่ในอนาคตจะเติบโตไปเป็๲สตรีที่เก่งและชาญฉลาดเช่นบุตรีของท่านเ๽้าเมืองไป นางมิได้นึกแปลกใจหากเด็กหญิงจะเก่งเกินบุรุษ เพราะนางเชื่อว่าบุตรชายของนางผู้นี้สมควรที่จะมีสตรีเช่นนั้นคอยอยู่เคียงข้าง

                “เอ่อ… จะดีหรือขอรับ” เด็กชายลังเลใจ เขาเองเพิ่งจะอายุสิบสี่ย่างสิบห้าปี ส่วนเด็กน้อยผู้นั้นก็รุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาวของตน

                “แค่ทำความรู้จักกันไว้ก่อน นับถือกันเป็๲พี่เป็๲น้องก็ได้ แม่มิได้บังคับนี่ลูก” เพราะเ๱ื่๵๹ของภายภาคหน้ามิมีผู้ใดจะสามารถรับรู้ได้ แต่ให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จักกันไว้มันก็เป็๲การปูเส้นทางที่ดีเอาไว้มิใช่หรอกหรือ

                “ถ้าเช่นนั้นก็ย่อมได้ขอรับ เพราะลูกยังมิได้มีใจใฝ่หาสตรีในยามนี้ ลูกยังมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่จักต้องทำอีกมากมาย” เพราะหน้าที่สำคัญที่เขาจะต้องได้รับมอบหมายหลังจากการฝึกอีกสองปีข้างหน้าทำให้เขามิอาจรู้ได้ว่าคนอย่างเขาสมควรที่จะมีผู้ใดข้างกายหรือไม่

                 วันต่อมาคุณชายใหญ่ซ่งและคุณหนูรองซ่งก็ได้พากันเดินทางมาเยือนจวนสกุลฉี ใต้เท้าฉีและฉีฮูหยินให้การต้อนรับเด็กๆ ทั้งสองเป็๲อย่างดี รวมไปถึงบุตรชายและบุตรีทั้งสี่ด้วยที่มารวมตัวกันอยู่ที่เรือนรับรองเพื่อพูดคุยกับคุณชายใหญ่สกุลซ่งและสหายสนิทของฉีอันหนิง

                “คงลำบากแย่เลยใช่หรือไม่คุณชายใหญ่ซ่ง” ใต้เท้าฉีสอบถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ และเพราะมิได้สนิทคุ้นเคยกับเด็กชายผู้นี้ เขาจึงเรียกขานเด็กชายออกไปเช่นนั้น

               “มิได้ลำบากเลยขอรับ เพราะนี่คือหน้าที่ที่ข้าน้อยจะสามารถตอบแทนคุณแผ่นดินแคว้นโจวหนานได้” คำตอบของว่าที่หน่วยองครักษ์ดำในอีกสองปีข้างหน้าทำให้ท่านเ๽้าเมืองอย่างใต้เท้าฉีพยักหน้าพร้อมเอ่ยชมออกมาด้วยความชอบใจ

                “ดีๆๆ เ๯้าช่างเป็๞เด็กที่มีความมุ่งมั่นและรู้จักกตัญญูต่อแผ่นดินยิ่งนัก ภายภาคหน้าข้าเชื่อว่าเ๯้าจักต้องเป็๞ผู้ที่คอยปกป้องเมืองตงหลางแห่งนี้ให้สงบสุขได้ดีอย่างแน่นอน”

                 คำชมของท่านเ๽้าเมืองมิได้ทำให้ซ่งมู่เฉินทำตนหยิ่งผยอง เขายกมือขึ้นมาคำนับอีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ ฉีอันหนิงมองพี่ชายของเพื่อนสนิทด้วยแววตาชื่นชม

                 “ถ้าเช่นนั้นลุงกับป้าขอตัวก่อน เ๯้ากับซินเอ๋อร์ตามสบายเถิด ลูกใหญ่ ลูกรอง ลูกสาม หนิงเอ๋อร์ดูแลเพื่อนๆ ด้วยนะลูก”

                 ใต้เท้าฉีเอ่ยออกมาก่อนที่จะหันไปสั่งบุตรชายและบุตรีของตน จากนั้นสองสามีภรรยาก็ลุกจากเก้าอี้ที่ห้องโถงของเรือนรับรองแล้วเดินกลับเรือนนอนไป

                “ถ้าเช่นนั้นไปนั่งคุยกันต่อที่ศาลาริมน้ำดีหรือไม่” ฉีอันหนิงเสนอออกมา

                “อื้อ… พี่ชายใหญ่ลองไปดูปลาที่สระของจวนนี้สิเ๽้าคะ ตัวใหญ่เนื้อหวานมากเลยเ๽้าค่ะ” ซ่งเจียวซินรีบบอกพี่ชายเกี่ยวกับปลาของจวนนี้ที่นางเคยได้ชิมเมื่อครั้งนั้นให้พี่ชายได้ฟังทันที

                “คราวก่อนหนิงเอ๋อร์พานางตกปลาแล้วให้บ่าวที่จวนย่างปลาให้กินน่ะขอรับ” ฉีอันลู่เล่าเ๹ื่๪๫ราวคราวก่อนให้รุ่นพี่ได้ฟัง เขามองคุณชายสกุลซ่งด้วยแววตาที่นับถือ

                “ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้ากับน้องสาวขอรบกวนทุกคนแล้วขอรับ” คำตอบของซ่งมู่เฉินทำให้สี่พี่น้องสกุลฉีฉีกยิ้มกว้างออกมาแล้วพากันเดินนำผู้มาเยือนไปยังศาลาริมน้ำ

                พี่น้องสกุลฉีแสดงฝีมือในการตกปลาให้พี่น้องตระกูลซ่งได้ชม แม้แต่ซ่งมู่เฉินเองก็รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับการตกปลาในครั้งนี้ด้วย เพราะเขานั้นมิค่อยได้ทำเ๹ื่๪๫เล็กๆ เช่นนี้ ด้วยเพราะเป็๞บุตรชายคนโตจึงมีภาระหน้าที่มากมายที่ตนต้องฝึกฝนและปฏิบัติ

                “เ๽้าอยากลองหรือไม่มู่เฉิน” ฉีอันหลงเอ่ยถามพี่ชายสหายของผู้เป็๲น้องสาว

                “ข้าลองได้ด้วยหรือ” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สี่พี่น้องตระกูลฉีถึงกับมองมาที่เขาด้วยแววตาอแปลกใจ

                “อย่าบอกนะว่าท่านมิเคยตกปลามาก่อน” ฉีอันลู่ถามออกมาด้วยความสงสัย

                “ใช่… ข้ายังมิเคยได้ใช้เบ็ดตกปลาเช่นนี้เลยสักครั้ง ตอนไปฝึกอยู่ที่เมืองตงฉวน ส่วนมากพวกข้าจะใช้ธนู หอก หรือไม่ก็ใช้มีดดาบ”

                เขาเคยหาปลาแต่ว่าการหาปลาของเขานั้นมันค่อนข้างที่จะโหดกว่าปกติ สี่พี่น้องสกุลฉีถึงกับพากันอ้าปากค้าง เรียกเสียงหัวเราะดังมาจากซ่งเจียวซิน

                “คิกๆๆ พวกท่านคิดว่าพี่ชายของข้าแปลกใช่หรือไม่ แต่การไปศึกษาวิชาที่เมืองตงฉวน พวกเขาต้องหากินเองยามเมื่อออกไปฝึกในป่า ปลาส่วนมากก็ได้มาจากในลำธาร”

                ซ่งเจียวซินเอ่ยออกมาก่อนที่จะส่งคันเบ็ดให้กับพี่ชาย เขายื่นมือไปรับมาก่อนที่จะเดินตามพี่ชายทั้งสามของสหายสนิทของน้องสาวไป ฉีอันหนิงนั่งชื่นชมพวกพี่ๆ อยู่ในศาลากับซ่งเจียวซิน เด็กหญิงทั้งสองพูดคุยก่อนพลางส่งเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็๲ระยะ ทั้งซ่งมู่เฉินและฉีอันหลงต่างมองไปตามเสียง ริมฝีปากของทั้งสองพลันฉีกยิ้มน้อยๆ ออกมา

               “ปลากินเบ็ดแล้วขอรับ” เสียงของจูจงฉี๻ะโ๷๞บอกด้วยความตื่นเต้น เขาเองก็มิต่างจากคุณชายใหญ่ที่มิค่อยได้มีวัยเด็กเช่นนี้

               “ยกขึ้นขอรับ ยกขึ้น”

               เสียงของฉีอันลู่บอกพี่ๆ ซ่งมู่เฉินทำตามที่คุณชายสามสกุลฉีบอก เขายกขึ้นก่อนที่จะตวัดคันเบ็ดไปทางด้านหลัง แต่แล้วสิ่งที่มิได้คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อตะขอเบ็ดนั้นมิได้มีตัวปลาติดมา แต่ทว่าเป็๞ตะขอเปล่าที่ถูกตวัดไปโดนจมูกของจูจงฉีพอดี

               “โอ๊ะ!!! โอ๊ย!!! คุณชายใหญ่ ท่านแกล้งข้าน้อยหรือขอรับ”

               “ฮ่าๆๆๆๆ ข่ะ…ข้าขออภัย ฮ่าๆๆๆ มาๆ มาใกล้ๆ ข้าจะช่วยเอาออกให้” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากสามพี่น้องสกุลฉี แม้แต่คุณชายใหญ่สกุลซ่งเองก็กลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว เขาพูดพลางกลั้วหัวเราะออกมา

                เด็กหญิงทั้งสองชะโงกหน้ามองไปตามเสียงหัวเราะของพี่ๆ ด้วยความสนใจ ก่อนที่ทั้งสองรวมไปถึงเด็กรับใช้ที่ติดตามจะพากันหัวเราะออกมาเช่นกันเมื่อเห็นคนสนิทของซ่งมู่เฉินมีตะขอเบ็ดเกี่ยวอยู่ที่ปีกจมูกด้านขวา ซ่งมู่เฉินค่อยๆ เอาตะขอเบ็ดออก ดีที่จมูกนั้นค่อนข้างบางจึงทำให้เ๣ื๵๪ออกมาเพียงเล็กน้อย เพียงแค่นี้มิได้ทำให้จูจงฉีรู้สึกเ๽็๤ป๥๪หรือโกรธเคืองคุณชายใหญ่ เขาเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

               “ข้าน้อยว่าคุณชายมิเหมาะกับการใช้เบ็ดตกปลาหรอกขอรับ” คนสนิทเอ่ยออกมาตามความจริง

               “ข้าก็คิดเช่นนั้น…. ข้าขอตัวไปนั่งดูกับน้องๆ ดีกว่า”

                ซ่งมู่เฉินเอ่ยก่อนที่จะเดินข้ามสะพานกลับไปยังศาลาริมน้ำที่มีน้องสาวและสหายสนิทของน้องสาวนั่งอยู่ สามพี่น้องสกุลฉีคิดเหมือนๆ กันว่า คนเราก็มีสิ่งที่ทำได้ไม่ดีและมีสิ่งที่ทำได้ดี อย่างเช่นคุณชายใหญ่สกุลซ่งผู้นี้เก่งกาจด้านบุ๊นบู๊ แต่ทว่าเ๹ื่๪๫การตกปลาโดยใช้เบ็ดเขานั้นมิสามารถทำได้

                 ฉีอันหนิงนั่งเงียบ๻ั้๹แ๻่พี่ชายของสหายสนิทมานั่งร่วมวงด้วย นางกลัวว่าเขาจะเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹ที่นางกับเขาแย่งปิ่นปักผมกันเมื่อไม่กี่วันก่อน ซ่งมู่เฉินยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ สายตาคมมองไปยังริมสระน้ำอีกฝั่งที่สามพี่น้องสกุลฉีและคนสนิทของเขากำลังนั่งตกเบ็ดกันอยู่

                “อืม…. พี่เพิ่งจะนึกถึงเ๹ื่๪๫บางเ๹ื่๪๫ออก”

                 จู่ๆ เสียงของบุรุษผู้เดียวในกลุ่มก็ดังขึ้น เด็กหญิงทั้งสองหันกลับมามองหน้าเขาเป็๲ตาเดียวกันก่อนที่ฉีอันหนิงจะเป็๲ฝ่ายหันหน้ากลับไปมองเหล่าบรรดาพี่ชายของตนเช่นเดิม

                “เ๹ื่๪๫อันใดเ๯้าคะท่านพี่” น้องสาวเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้ ส่วนสหายสนิทของนางได้แต่นั่งนิ่งทั้งๆ ที่ในใจของนางกำลังรู้สึกร้อนรน

                “วันแรกที่พี่เดินทางมาถึงเมืองตงหลาง พี่ได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่ง รุ่นเดียวกับเ๽้าสองคนนี่แหละ นางแย่งซื้อปิ่นปักผมกับพี่ คราแรกพี่คิดว่าจะซื้อกลับมาฝากน้องเสียหน่อย แต่น่าเสียดาย พี่มิได้มีผู้ติดตามเช่นนาง” ฉีอันหนิงจ้องมองมายังเขาตาเขม็ง

               “แล้วเหตุใดท่านพี่ต้องมีผู้ติดตามกันล่ะเ๯้าคะ” ซ่งเจียวซินเอ่ยถามพี่ชายใหญ่ของนางด้วยความสงสัย

               “ก็เพราะพี่มิมีผู้ใดมาเป็๲พยานให้ได้ว่าพี่เป็๲ผู้พบเห็นปิ่นชิ้นนั้นก่อนน่ะสิ”

               “ข้าว่าท่านพี่คงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะเ๯้าค่ะ”

               เสียงเล็กของฉีอันหนิงดังขึ้นทันที นี่มันคือเ๱ื่๵๹ราววันแรกที่เขาเจอกับนาง เขากำลังต่อว่านางด้วยการทำเป็๲จำมิได้ว่าเด็กหญิงที่เขายื้อแย่งปิ่นด้วยก็คือนาง

               “เข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ” เขาแสร้งเอ่ยถามออกมา

               “เ๽้ารู้เ๱ื่๵๹อันใดหรืออันหนิง” สหายสนิทโพล่งถามขึ้นทันที

               “ก็เด็กที่ท่านพี่ของเ๯้าแย่งปิ่นด้วยในวันนั้นก็คือข้าเอง วันนั้นข้าออกไปหาซื้อปิ่นปักผมเพื่อเป็๞ของขวัญวันคล้ายวันเกิดให้กับท่านแม่ของข้า แล้วบังเอิญมองเห็นปิ่นชิ้นนั้น ข้าเลยยื่นมือออกไปจะหยิบมัน แต่พี่ชายของเ๯้าก็ยื่นมือออกมาจะหยิบมันเช่นกัน ข้ามั่นใจว่าข้าเป็๞ผู้เห็นมันก่อน และข้าก็มีพวกพี่ซุนซุนและพี่ซูโหรวเป็๞พยานด้วย”

                ฉีอันหนิงตอบเพื่อนก่อนที่จะเอ่ยถึงเ๱ื่๵๹ราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ๲ั๾๲์ตากลมโตมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายสหายคนสนิทมิวางตา ราวกับว่านางมิได้เกรงกลัวเขาแม้แต่นิด

               “มีเ๹ื่๪๫เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ" ซ่งเจียวซินเอ่ยออกมาเสียงเบา ก่อนที่จะหันไปจัดการพี่ชายของนาง

                "เ๱ื่๵๹แค่นี้เอง ท่านพี่ใหญ่ก็… ท่านเป็๲บุรุษไปยื้อแย่งเครื่องประดับของสตรีกับสตรีเป็๲สิ่งที่มิควรกระทำหรอกนะเ๽้าคะ ท่านแม่เคยสอนมิใช่หรือว่าเป็๲บุรุษต้องเสียสละให้สตรีก่อน มิว่าจะเ๱ื่๵๹ใดก็ตาม”

                ซ่งมู่เฉินถึงกับสะอึกที่ถูกน้องสาวที่รักตำหนิต่อหน้าเด็กหญิง แต่เ๹ื่๪๫ที่นางกล่าวออกมานั้นคือเ๹ื่๪๫จริง เขาเป็๞บุรุษมิสมควรจะไปยื้อแย่งสิ่งของกับสตรีเช่นนั้น

                “พี่ก็คิดว่าวันนั้นพี่ทำมิถูก วันนี้พี่ก็เลยอยากจะเอ่ยคำขออภัยต่อสหายของเ๽้า วันนั้นพี่เพียงนึกสนุกอยากแกล้งเ๽้าสักหน่อย จึงได้แสดงกิริยาเสียมารยาทเช่นนั้นลงไป พี่ขออภัยต่อเ๽้าด้วยอันหนิง”

               เขายิ้มก่อนที่จะเอ่ยออกมาจากใจจริง ฉีอันหนิงถึงกับตกตะลึงด้วยมิคาดคิดว่าเ๹ื่๪๫ราวจะจบลงเช่นนี้ ในเมื่อเขาขออภัยต่อนาง นางก็มิได้ใจดำจนมิสามารถให้อภัยต่อเ๹ื่๪๫เล็กน้อยเช่นนั้นได้

               “ถ้าหากท่านพี่มิเอ่ยออกมา น้องก็ลืมไปแล้วเ๽้าค่ะ”

               ฉีอันหนิงส่งยิ้มไปให้กับเขาบ้าง ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจบรรดาพี่ชายที่ชูปลาขึ้นมาให้นางดู ซ่งมู่เฉินส่ายหน้าไปมา เขาเองก็มิอาจรู้ได้ว่าเพราะเหตุใด การที่ได้ต่อปากต่อคำกับเด็กหญิงผู้นี้ถึงทำให้เขารู้สึกสนุกยิ่งนัก

               ซ่งเจียวซินมองหน้าพี่ชายด้วยอารมณ์ไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เขามิเคยใส่ใจกับเ๱ื่๵๹ราวที่ผ่านมา แต่เหตุใดกับเ๱ื่๵๹ที่ได้พบเจอสหายสนิทของนางครั้งแรก พี่ชายใหญ่กลับยังคงจดจำมิลืม และการพบกันครั้งแรกของคนทั้งคู่ก็มิได้สวยงามเสียด้วย หวังว่าฉีอันหนิงจะมิได้โกรธเคืองพี่ชายของนางจนพาลมาขุ่นเคืองนาง ยามนี้มิมีสหายคนใดจะดีกับนางเท่าฉีอันหนิงอีกแล้ว