“ยังรอพี่บีมอยู่อีกเหรอครับนานแล้วนะสิบสี่ปี”ความรู้สึกโล่งใจเกิดขึ้นมาทันที
“ค่ะ” คำตอบสั้นๆแต่ความหมายชัดเจน จนคนฟังต้องจ้องหน้าคนตอบอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่อธิบายยากยิ่งนัก
เสียงโทรศัพท์ดังเตือน2-3ครั้ง หญิงสาวชำเลืองมองสายเรียกเข้าก่อนจะกดรับ
“อยู่ข้างนอกพี่ดอมอยู่ที่โรงแรมแล้วเหรอคะ” พอวางสายหญิงสาวเหลือบมองคนตรงหน้าสักพัก ก่อนจะพูดต่อ
“พี่บีมหนูจะกลับที่พักแล้วค่ะ”
“แฟนมารอเหรอพี่จะไปส่งเดี๋ยวนี้เลย” น้ำเสียงห้วนๆช่างบาดลึกความรู้สึกเหลือเกิน หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรเขาสักคำเพียงแค่ลุกเดินนำหน้าไปที่จอดรถพัศนัยขับรถโดยไม่ได้พูดคุยกับคนข้างๆเลยจนอีกคนรู้สึกอึดอัดจนต้องถามเพื่อทำลายความเงียบ
“พี่บีมทำไมเงียบนานคะเป็อะไรคะ?” คนถูกถามหันหน้ามามองช้าๆพร้อมกับพูดตัดพ้อ
“ไหนว่ายังรอพี่บีม ที่แท้มีคนรักอยู่แล้ว” คิ้วเข้มๆแทบจะขมวดมาชนกันก่อนจะหันหน้ากลับทันทีโดยไม่สนใจสายตาคนข้างๆ
“หนูรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่างค่ะ”คราวนี้คนฟังเหยียบเบรกรถดังเอี๊ยดจนคนนั่งข้างๆหัวแทบคะมำ
“รอพี่บีมแต่มีแฟนแล้ว หึๆ” คราวนี้เขาเร่งความเร็วขึ้นอีก แล้วเหยียบเบรกรถอย่างรวดเร็วจนคนข้างๆไม่ทันระวังร้องเอะอะอย่างคนใ
“หนูกลัวขับช้าๆปกติเถอะค่ะ”
เสียงเบรกรถดังเอี๊ยดหญิงสาวเซไปข้างหน้าทันทีก่อนคนขับจะหันหน้ามาพร้อมกำชับด้วยน้ำเสียงดุ
“อยู่กับคนอื่นหมายถึงผู้ชายน่ะ ดูแลตัวเองดีๆด้วย เป็ห่วง” ปานระพีถึงกับงงในคำพูดเขายิ่งนักแต่ตัวเองกลับรู้สึกดีใจจนยิ้มแก้มแทบปริ
“พี่บีมห่วงหนูเหรอคะ ดีใจที่สุดเลยค่ะ”หญิงสาวดีใจจนลืมตัวเผลอไปกอดแขนคนข้างๆ คนถูกกอดแขนใแกมดีใจจนเผลอยิ้มแต่มิวายต้องแกล้งทำเสียงดุใส่
“ปานระพี!!!!”คนถูกเรียกชื่อเงยหน้าทันที
“คะพี่บีม”
“จำไว้นะห้าม!ไปกอดแขนใครแบบนี้อีก โดยเฉพาะเวลาขับรถอยู่” เสียงดุทำให้อีกคนรีบปล่อยแขนเขาทันที
“ขอโทษค่ะหนูลืมตัวค่ะ”
ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกว้าวุ่นในใจสับสนไปหมดเขาไม่รู้ว่าเป็อะไรทั้งดีใจทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห
ปานระพีนึกได้ว่าใส่เสื้อของเขาอยู่เลยถอดแจ็คเก็ตคืนเขาเผยให้เห็น่ไหล่ขาวเนียนชวนมองยิ่งนัก ชายหนุ่มเผลอมองจนเ้าตัวรู้สึกว่าถูกจ้องเลยรีบหยิบผ้าคลุมไหล่มาคลุมทับทันทีพัศนัยมองหญิงสาวข้างๆเขาในตอนนี้ เด็กน้อยคนนั้นกับสาวสวยคนนี้ไงคนเดียวกันคนที่เคยบอกรักเขาและตอนนี้ก็ยังแสดงอาการว่ายังรู้สึกกับเขาเหมือนในวันวานเขาจะทำอย่างไรดี ตอนนี้เขาเองก็สับสนในความรู้สึกตัวเองเช่นกันหัวใจเขาเต้นแรงไม่เป็จังหวะเอาซะเลย นานมากแล้วที่แทบไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนก่อนจะถึงโรงแรมที่พักของปานระพี ชายหนุ่มตัดสินใจหยุดรถอีกครั้ง จนหญิงสาวทักด้วยความสงสัย
“ยังไม่ถึงค่ะอีกนิดเดียวค่ะ”
“ครับ”คำตอบสั้นๆไม่พอให้หายสงสัยจู่ๆชายหนุ่มก็เลื่อนมือมาดึงผ้าคลุมไหล่ออกจากร่างบางหน้าตาเฉยส่วนคนที่ยังงงๆยังคงงงกับคนตรงหน้าต่อ จนใบหน้าคมคายคิ้วหนาเข้มยื่นหน้ามาจนริมฝีปากแทบจะชิดริมฝีปากตัวเองหญิงสาวทำตาโตร้องเอะอะโวยวายพร้อมเอามือดันหน้าเขาออกและปิดปากตัวเองไว้ข้างหนึ่ง
“จูบแรกหนูนะ ไม่ได้ค่ะ” คราวนี้คนคิ้วเข้มถึงกับหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ
“หะว่าไงนะจูบแรก รักแรก ถูกต้องไงครับ” คนฟังถึงกับหน้าแดงราวลูกตำลึงไปเลยทีเดียว
“ถึงหนูจะชอบพี่บีมแต่เราไม่ได้เป็แฟนกัน ทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะ” ปานระพีจ้องหน้าเขาเขม็งก่อนคนคิ้วหนาจะหัวเราะเบาๆพร้อมยื่นหน้ามาใกล้
“เป็ไหมล่ะ เป็เลยครับแม่สาวน้อยผมบ๊อบเต่อแก้มตุ่ย”
“หะ!”คำอุทานสั้นๆแต่ทำให้หัวใจหญิงสาวเต้นแรงมากขึ้น หญิงสาวมัวแต่ใงงกับอาการคนข้างๆจนลืมระวังตัวพัศนัยเองเผลอหอมแก้มหญิงสาวเบาๆ จนคนถูกขโมยหอมรีบผลักหน้าเขาออกสุดแรงมือ พัศนัยได้แต่ยิ้มอย่างชอบใจ
ดุษฎียืนหน้านิ่วตรงทางเข้าโรงแรมยืนสลับนั่งอย่างคนไม่เป็สุข เขาเห็นปานระพีเปิดประตูลงจากรถเก๋งสีดำเขาปรี่ตรงไปจะดูหน้าคนมาส่ง พัศนัยมองเห็นอาการของดุษฎีก็รู้สึกหงุดหงิดทันทีเขาเลยรีบบึ่งรถออกไปอย่างเร็ว
“ใครมาส่งไม่ทันเห็นหน้ารีบอะไรขนาดนั้น”
“คนรู้จักสมัยเรียนค่ะพี่ดอมเจอโดยบังเอิญ”หญิงสาวพูดพลางใช้มือดึงผ้าคลุมไหล่ให้แน่นเกรงจะหลุดกองกับพื้นอีก
“รอนานมากนะปานไปไหนมา?”
“ไปต่อร้านอาหารคุยกันธรรมดาค่ะเดี๋ยวจะนอนแล้วค่ะพี่ดอม” คนพูดทำท่าทางหาวพร้อมใช้มือปิดปากตัวแล้วขยี้ตา
“พี่เอาขนมมาฝากแค่นี้ละครับแล้วเจอกันที่กรุงเทพฯครับ”
“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมกับรับถุงขนมของฝาก ก่อนจะขอตัวขึ้นห้องพัก