…เขมณัฏ์ฐ…
ในห้องตรวจที่คลินิกใจกลางเมืองกรุง ชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อกาวน์สั้นกำลังตรวจดูข้อเท้าของหญิงสาวผมยาวประบ่าด้วยความตั้งใจ ก่อนจะยืดตัวขึ้นและหันไปหาพยาบาล
“ช่วยไปเรียกญาติของคนไข้เข้ามาหาผมที”
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณหมอ” ฉันรีบร้องขึ้นในทันที…จะให้ไปกวนหมอนั่นตอนนี้ด้วยเื่นี้และตอนนี้ มันคงไม่ดีหรอกใช่ไหม…“อาการข้อเท้าของเขมมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอคะ ถ้ามีอะไรบอกเขมก็ได้ค่ะ”
“ข้อเท้าของคุณมีอาการบวมมาก หมอแนะนำว่าพรุ่งนี้ให้หยุดงานอยู่บ้านและหนุนเท้าข้างนี้ให้สูงเหนือหัวนะเดี๋ยวหมอจะเข้าเฝือกอ่อนและให้ยาลดบวมและยาแก้ปวดไปกินนะ มีคำถามอะไรไหม”หมอหนุ่มร่ายยาวฉันส่ายหน้าแต่อดคิดไม่ได้ว่าคนที่รออยู่ข้างนอกคงทำหน้าแบบ ‘ก็บอกแล้ว’เมื่อรู้ว่าฉันโดนหมอสั่งแบบนี้…แต่ก็นะความจริงเขาไม่จำเป็ต้องรู้ก็ได้นี่…
ฉันบอกขอบคุณหมอและเดินออกไปรอรับยาด้านนอกภาพคนที่พาฉันมากำลังนั่งคุยกับสาวร่างเล็กน่ารักปรากฎเข้ามาในสายตาท่าทางของเขาดูมีความสุขมาก ตาของฉันกรอกขึ้นเพดานอย่างอัตโนมัติก่อนจะเดินไปนั่งรอรับยาตรงที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลนักแต่ไม่รู้ทำไมตาของฉันถึงมองไปทางพวกเขาเป็ระยะ
ไม่นานพยาบาลก็ขานชื่อฉันพร้อมกับที่สาวร่างเล็กบอกลากฤษพอดีฉันเดินไปรับยา จ่ายเงิน และเดินไปหากฤษที่ดูดวงตาลอยๆฝันๆพิกล ฉันเรียกชื่อเขาแต่ดูเขาไม่รับรู้การมีตัวตนของฉันจนฉันต้องกระแอมพักใหญ่และชูถุงยาขึ้นแทนการบอกว่าฉันหาหมอเสร็จแล้วเมื่อเขาหันมาเขาจึงลุกขึ้นยืนและออกเดินไปที่รถ
ระหว่างทางกลับฉันเหลือบมองเขาเป็ระยะแม้เราสองคนจะไม่ได้พูดคุยกันเหมือนขามา แต่ขากลับนี้กฤษดูมีความสุขมากกว่าขามามากซึ่งถ้าให้ฉันเดาท่าทางมีความสุขนี้คงเกิดจากสาวร่างเล็กที่กฤษเจอที่คลินิกฉันเลยได้แต่ถอนหายใจยาว
“เธอกำลังเล่นอะไรของเธออยู่”อยู่ๆกฤษก็ถามขึ้นทำเอาฉันต้องหันไปมองหน้าเขาด้วยความงง ซึ่งเขาคงสังเกตเห็นท่าทีของฉันเลยพูดต่อ“ทำไมถึงไปพูดกับดาวแบบนั้น”
“อ๋อเื่นั้น”ฉันว่าพลางนึกถึงตอนที่ฉันแนะนำตัวกับดาว“ก็แค่คิดว่านายคงกำลังลำบากในการหาคำอธิบายให้แฟนสาวของนายฟังว่าทำไมนายถึงพาผู้หญิงคนอื่นมาหาหมอและก็นะมันคงฟังดูไม่ดีหรอกใช่ไหมถ้าเราบอกความจริงไปว่านายพาเราไปหาหมอเพราะนายขับรถชนเรา”ฉันว่าพลางลากเสียงยาวเพราะรู้สึกอยากกวนประสาทคนตรงหน้า“ว่าแต่แฟนนายน่ารักดีนะ”ฉันเปรย
“ดาวไม่ใช่แฟนเรา เราสองคนเป็เพื่อนร่วมงานกัน”กฤษตอบเสียงเรียบ
“แต่นายชอบเธอใช่ไหม”ฉันถามสิ่งที่คาใจออกไปโดยไม่ทันได้คิดเป็จังหวะเดียวกับที่กฤษหยุดรถหน้าบ้านฉันพอดี
“ถึงแล้ว ลงไปได้แล้ว” เขาว่าพลางหันมามองฉันด้วยสายตาไม่เป็มิตรทำเอาฉันได้แต่ถอนหายใจยาว บอกขอบใจตามมารยาทและลงจากรถไป
คืนนั้นฉันนอนพลิกไปมาพลางนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่สองวันที่ผ่านมาความจริงแล้วมันก็ไม่ได้มีเื่ราวอะไรมากเป็พิเศษแต่อาจเป็เพราะการได้พบเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งในวันที่ฉัน้าพล๊อตเื่ไปเขียนนิยายรักมาที่สุดและการที่เขาคนนั้นคือกฤษ คนที่ฉันเคย(?)แอบชอบและไม่ได้เจอมานานเกือบ 10 ปีทำให้ฉันรู้สึกกึ่งๆเหมือนฝัน แต่ฉันก็เข้าใจดีว่าต่อไปนี้เราสองคนคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วเพราะท่าทางกฤษก็ไม่ได้อยากเจอฉันนัก และอีกอย่างฉันไม่มีช่องทางติดต่อกับกฤษเลยฉันมองข้อเท้าอันบวมเป่งของตัวเอง ก่อนถอนหายใจยาวและตัดสินใจเข้านอน …ท่าทางพรุ่งนี้คงต้องโทรลางานจริงๆ…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สาวผมทองเปิดประตูห้องนอนเข้ามา วางของและเดินไปเปิดม่านร่างสูงบนเตียงส่งเสียงครางเล็กน้อยก่อนจะพลิกตัวไปอีกทาง ทำเอาเธอได้แต่ถอนหายใจและตัดสินใจเดินเข้าไปปลุก
“เขม เฮ้ยเขมตื่นได้แล้วมั้ง”วิว่าพลางเขย่าร่างเพื่อนของเธอ ซึ่งได้ผล…มาก เพราะเพื่อนของเธอพลิกตัวไปอีกข้างและนอนต่อ “ไอ้เขมตื่น!!”วิว่าเสียงดังพลางใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ของเขมและดึงเธอเข้ามาหาตัวเองได้ผล…จริงคราวนี้คนผมสีน้ำตาลประกายแดงขยี้ตาด้วยความง่วงนอนก่อนจะมองไปข้างหน้าและกระเด้งตัวออกจากสาวผมทองแทบในทันใด
“เฮ้ยวิ มาอยู่นี่ได้ไง” ฉันร้องลั่นพลางมองซ้ายมองขวาอย่างลุกลี้ลุกลนภาพคุ้นตาของห้องนอนตัวเองปรากฎเข้ามาในสายตา คำถามคือทำไมวิถึงมาอยู่ที่นี่แต่ดูเหมือนวิจะเดาใจฉันออก เธอชูกุญแจบ้านฉันขึ้น
“ลืมไปแล้วหรือไงเขมเธอให้กุญแจบ้านเราไว้ชุดนึงเผื่อเหตุฉุกเฉิน”เธออธิบาย …จริงวิและฉันต่างมีกุญแจบ้านของกันและกันเพราะเราต่างอยู่คนเดียวและอยู่ค่อนข้างไกลญาติ
“ว่าแต่มีอะไรหรอวิแวะมาตอนเข้าแบบนี้ไม่ไปทำงานหรือไง”ฉันถามหลังพอได้สติบ้างแล้ว
“เช้าบ้าอะไรของเธอยัยเขม นี่มันเที่ยงแล้ว”วิตอบทำเอาดวงตาฉันเบิกกว้างออก …เที่ยง…และฉันพึ่งเริ่มงานได้ไม่นานและนี่วิกำลังจะบอกว่าฉันไม่ได้โทรลางานหรือบอกเหตุผลที่ฉันหยุดเนี่ยนะ…แย่แล้ว!!
“เออใช่เขม เราเอาใบรับรองแพทย์ไปให้หัวหน้าแล้วนะ”วิพูดเหมือนนึกขึ้นมาใด้
“ใบรับรองแพทย์?”ฉันทวนคำ
“ใช่ใบรับรองแพทย์เื่ที่เธอต้องหยุดงานเพราะข้อเท้าเธอไงเมื่อวานกฤษเอามาให้เราบอกว่าเธอฝากให้หัวหน้าและบอกว่าเธอจะขอลาหยุดพรุ่งนี้แต่เขมเราว่าพอเธออาการดีขึ้นแล้ว ไปทำเื่ลาให้เรียบร้อยตามระเบียบก็ดีนะ”วิร่ายยาว แต่คิ้วของฉันก็ยังคงขมวดเป็ปม
“เดี๋ยวนะกฤษบอกเธอว่าเราฝากมาบอกว่าเราจะลาวันนี้อย่างนั้นเหรอ”ฉันถามเพื่อความแน่ใจอีกที
“ใช่ ว่าแต่เธอนี่ร้ายใช่เล่นนะมีการลากกฤษไปซื้อของและยังลืมของไว้บนรถกฤษอีก จนเดือดร้อนกฤษต้องเอามาฝากฉันเอาของมาคืนเธอเพราะวันนี้เขาไม่ว่าง”วิว่าพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เธอพูดอะไรอ่ะวิเราไม่ได้ลากกฤษไปไหนเลยนะเมื่อวาน”ฉันถามความงงเพิ่มขึ้นจากเดิม 200%
“อ้าวชั่งมันเถอะเอาเป็ว่าเราวางพวกของใช้ไว้ตรงนี้ก็แล้วกันนะ เอ้อเธอคงยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหมเดี๋ยวเราไปอุ่นอะไรมาให้กินนะ”วิว่าพลางตั้งท่าจะเดินออกไป
“ขอบใจมากนะ แต่ไม่ต้องหรอกตู้เย็นเรามันค่อนข้างจะโล่ง เพราะงั้นไม่น่ามีอะไรให้อุ่นได้”ฉันว่าพลางรู้สึกอายนิดๆ
“อ้าวก็อาหารที่เธอซื้อมาและลืมไว้ในรถกฤษไง”วิว่า แต่คงเป็เพราะเธอเห็นฉันทำหน้างงเธอเลยถอนหายใจยาวและเดินออกไป ฉันค่อยๆลงจากเตียงและไปรื้อๆของที่วิบอกว่าฉันซื้อมาเมื่อวานดูในถุงมีผ้ายางยืดสำหรับพันข้อเท้า ยาทาแก้ปวดถุงน้ำร้อนแบบที่ถ้าหักเหรียญข้างในก็จะร้อนวิตามินและอุปกรณ์จำเป็อื่นๆอีกมากมายที่ฉันจำไม่เคยได้ว่าฉันเป็คนซื้อมาและวิก็คงไม่บ้าพอจะซื้ออุปกรณ์พวกนี้มาให้ฉัน ไม่สิ เธอไม่ควรจะรู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้ฉันจะลางานเพราะงั้นก็เหลือคำอธิบายเดียวนั่นคือ…กฤษ…เสียงถอนหายใจยาวดังออกจากปากของฉัน จริงอยู่ที่เขาเป็ต้นเหตุของอาการาเ็ในครั้งนี้แต่ฉันไม่เคยคาดหวังว่าจะได้รับการดูแลจากเขาแบบนี้ …เพราะนายเป็แบบนี้ไงหล่ะฉันถึงทำอะไรไม่ได้นอกจากชอบนาย… แต่แล้วภาพสาวร่างเล็กที่ฉันเจอเมื่อวานและท่าทางของกฤษหลังได้คุยกับเธอก็ปรากฎเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้งที่เสียงถอนหายใจดังออกจากปากของฉัน …บางทีการที่ไม่ได้เจอเขาอีก อาจจะดีกับฉันมากกว่าแต่ถ้าเป็ไปได้ ฉันก็อยากเจอเขาอีกซักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อกล่าวขอบคุณในสิ่งที่เขาทำให้ฉันถึงแม้เขาจะแค่ทำไปด้วยความรู้สึกผิดก็ตามแต่สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดเลยคือโอกาสนั้นจะมาถึงทันทีที่ฉันเปิดคอมทำงาน…