คุณคีตาลอยอยู่บนอากาศ !!!
ทั้งทิชาและพราวฟ้าต่างก็ช็อกกับภาพตรงหน้า...
โดยเฉพาะเธอนี่แหละ!! เธอยังไม่พูดไม่ทันจบประโยค
ร่างของคุณคีตาก็ลอยอยู่บนอากาศเสียแล้ว
และด้วยท่าทางที่ทรมานราวกับโดนใครบางคนบีบคออยู่นั้น
ทำให้พวกเธอแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ใครคือต้นเหตุที่ทำให้คุณคีตาลอยไปมาบนอากาศได้แบบนี้
“คุณทิชาคะ!! ทำยังไงดีคะเราจะปล่อยให้เป็แบบนี้ไม่ได้นะคะ!!”
พราวฟ้าที่ได้สติก่อนหันไปกระตุกแขนทิชาที่ยังตั้งสติไม่ค่อยจะได้นัก
ความคิดของเธอกำลังตีกันอยู่ในหัว เธอไม่แน่ใจว่าเธอควรจะเข้าไปห้ามดีหรือไม่
เมื่อหันไปมองหน้าคุณพราวฟ้าแล้ว แค่เห็นสายตาก็รู้ว่าเขาหวังให้เธอตัดสินใจยังไง
ทิชามองหน้าคุณพราวฟ้า สลับกับดอกกุหลาบบนฝ่ามือเธอที่ยังไม่จางหายไปดีนัก
ให้ตายสิ...ฉันขอบอกเลยนะ
ว่าถ้าฉันโดนผีคุณนลินฆ่าตายต้นเหตุก็เป็เพราะคุณพราวฟ้า
สาวน้อยสุดที่รักของคุณปู่น่ะแหละ !!
ทิชารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในตอนนั้น
วิ่งออกไปหวังจะห้ามคุณนลิน
คุณพราวฟ้าที่ดูเหมือนว่าจะวิ่งตามมาในตอนแรก
ก็ต้องถอยออกไปตามคำสั่งเธอ
มันอันตรายเกินไปสิ่งที่อันตรายที่สุดคือความอารมณ์โกรธแค้น
และมันจะยิ่งอันตายเข้าไปอีกเมื่อมันมาจากผีไม่ใช่คน !!
“คุณนลิน !!หยุดนะคะ”
ทิชาะโออกไปท่ามกลางความวุ่นวาย
เสียงไอของคุณคีตาดังลั่นเพราะขาดอากาศหายใจ
ผีคุณนลินหันขวับจ้องมองมาทางเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเื
ภาพที่เห็นทำเอาความกล้าของทิชาในคราวแรก
หดหายไปเล็กน้อย แต่ในเมื่อวิ่งมาขนาดนี้แล้วเธอคงกลับใจไม่ได้อีก
เธอพูดห้ามคุณนลินอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“พอก่อนเถอะนะคะคุณนลินอย่าฆ่าเขาเลยค่ะ”
“มันไม่ใช่เื่ของเธอ!!!! ออกไปซะ...ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจฆ่าเธอไปด้วยอีกคน”
นลินหันมาตะคอกใส่เธอด้วยความเกรี้ยวกราด
แต่ยังไม่ยอมปล่อยคุณคีตาไปไหน
ตัวเขายังลอยไปมาอยู่บนอากาศ
จนเธอเริ่มร้อนรนแล้วว่าคุณเขาจะขาดอากาศตายซะก่อน
“ไม่ค่ะ !!! ถ้าคุณนลินฆ่าเขาคุณนลินจะยิ่งทำบาปนะคะคุณอาจจะไม่ได้ไปเกิดอีก...”
“ฉันไม่สนเื่พรรคนั้นหรอก!!!ฉันขอแค่ให้ผู้หญิงโสโครกคนนี้ตาย ฉันก็ไม่้าอะไรอีกแล้ว !!!!”
“แต่ว่า...”
“หุบปาก !!!”
โอ้ยย !! นลินสาดความโกรธใส่ทิชาจนร่างเธอปลิวกระทบกับกำแพงเสียงดัง
พราวฟ้าเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งออกมาประคองทิชาเอาไว้
ทิชารู้สึกจุกตรงหน้าอกเล็กน้อย
เพราะแรงกระแทกแต่ก็ไม่ถึงกับเป็อันตราย
“ถ้าคุณไม่สงสารคุณคีตาแล้วดีนล่ะคะ!!! ลูกชายของเธอจะอยู่อย่างไรถ้าแม่เขาตาย”
นลินมีท่าทีฉุกคิดเล็กน้อยแต่ก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้น
สายตาที่ดูสับสนของเธอก็กลับมาแดงเถือกอีกครั้ง
แต่เธอยอมปล่อยคุณคีตาลงมาแล้ว
พวกเธอก็โล่งใจไปได้สักพัก
คุณนลินอ่อนไหวกับเื่ลูกๆของคุณคีตา
ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก
เพราะในตอนที่คุณคีตาผลักลูกชายแฝดคนพี่ที่ตายไปล้มจนศีรษะกลิ้ง
คุณนลินมีท่าทางโกรธและห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
พราวฟ้าเห็นอย่างนั้นจึงช่วยพูดโน้มน้าวอีกคน
“จริงด้วยค่ะ ถ้าแฝดคนน้องเสียใจแฝดคนพี่คงจะรู้สึกไม่ดีไปด้วยแน่ ๆค่ะ”
นลินได้ยินอย่างนั้นถึงกับแสยะยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างขำขัน
ตึกทั้งตึกสั่นะเืเพราะเสียงหัวเราะของเธอ
“ฮ่าๆๆ...พวกเธอนี่มันช่างน่าตลกเสียจริง...
ไอ้เด็กนั่นมันไม่มีทางรู้สึกอะไรแน่นอนเพราะอะไรรู้ไหม...?”
“...”
“เพราะเด็กคนนั้นได้ตายไปแล้วยังไงล่ะ
ชีวิตเขาไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการที่ต้องแลกชีวิตไปกับการขับรถโง่ ๆ
ของพ่อตัวเองจริง ๆแล้วเด็กคนนั้นไม่สมควรต้องตายซะด้วยซ้ำ!!!”
“แต่คนที่สมควรตายคือใครรู้ไหม?
คือแม่โง่ๆที่ไม่เชื่อว่าเด็กคนนั้นคือลูกของเธอไงเพื่อนรัก...
เธอผลักไสเขาทั้ง ๆที่เขาเอาแต่เรียกหาเธอ!!!”
“แค่กๆ...เด็กคนนั้นคือลูกของฉันจริงๆหรอ ?”
คีตาที่ยังไม่เลิกสำลักอากาศถามด้วยน้ำเสียงที่สับสน
เด็กคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่นลินสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเธอใช่ไหม ?
นลินมองมาทางเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน
แต่เพราะดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยเื
จึงทำให้เธอรู้สึกกลัวมากกว่าที่จะโกรธ
“ใช่!!! เด็กนั้นคือลูกของเธอฟังไว้ซะคีตา
เธอเคยได้รับโอกาสสุดท้ายไปแล้ว
และเธอก็ทำมันพังไปกับมือ
เพราะการไม่ยอมรับความจริงของเธอเอง”
“มะ...หมายความว่าไง? เธอหมายความว่ายังไงนลิน !!!”
คุณนลินไม่ตอบอะไรเขาทำเพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้น
ทิชานึกไปถึงตอนก่อนหน้านั้น
คุณนลินพยายามให้คุณคีตาได้เจอกับแฝดคนพี่ที่ตายไปแล้วหลายครั้ง
จนถึงขนาดว่าปล่อยให้เจอกันตามลำพัง
โดยใช้อุบายว่าเขาคือตัวช่วยในการหนีของคุณคีตา
แต่คุณคีตาไม่เชื่อจึงวิ่งหนีอยู่อย่างนั้น
นี่สินะ ตัวช่วย ที่คุณนลินหมายถึงในตอนนั้น
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม
ความจริงที่ว่าคุณคีตาผลักไสลูกของตัวเองคือเื่จริง
และท่าทางที่โกรธจัดของคุณนลินในตอนนี้ช่างไม่น่าไว้ใจเลย
คนที่ปฏิเสธความจริงอย่างคุณคีตา
กำลังจะโดนความจริงทำร้าย...
ทิชามัวแต่คิดหาทางออกอื่น
แต่ไม่ทันที่จะมีความคิดดีๆผุดมาในหัว
ผีคุณนลินก็ตั้งท่าจะเข้าไปทำร้ายคุณคีตาอีกแล้ว
“นี่เธอหลอกให้ลูกที่ตายของฉันมาไล่ฆ่าฉันงั้นหรอ!!”
ทิชาอยากจะกรี้ดกับสิ่งที่คุณคีตาพูดออกมา
นี่เขายังไม่รู้ตัวอีกงั้นหรือไง ?
หรือผู้หญิงคนนี้สมควรตายจริงๆนะ ?
“คุณทิชา...ฉันควรจะฆ่าผู้หญิงคนนี้จริง ๆ ใช่ไหมล่ะ คุณคิดเหมือนฉันใช่ไหม”
นลินที่เหมือนได้ยินความคิดในหัวของเธอ
ถามขึ้นมาจนเธอพูดไม่ถูก
ยอมรับว่าเธอก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่สมควรตายจากการโดนฆ่า
มันผิดธรรมชาติคุณปู่เคยบอกเธอและลูกพี่ลูกน้องของเธอ
ว่าผีที่ตายจากการโดนฆ่าหรืออุบัติเหตุ
คือการตายแบบผิดธรรมชาติ
ดวงิญญาจะไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้
และยังสามารถแปรเปลี่ยนเป็ดวงิญญาร้ายได้ง่ายๆ
ิญญาที่อยู่รอบตัวเธอตอนนี้มันก็มีมากพอแล้ว
เธอไม่้าเพิ่ม !!
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกสมเพชกับการกระทำของเขาขนาดไหน
เธอก็ยังคิดว่าไม่มีใครสมควรที่ถูกฆ่าอีก
ทั้งนี้เพื่อดวงิญญาของคุณนลินเองด้วย
“ไม่ค่ะ !!!คุณนลินคะ ไม่มีใครสมควรตายทั้งนั้น
คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินนะคะว่าใครควรอยู่หรือใครควรตาย”
ทิชาทำใจกล้าตอบไปอย่างนั้น
นลินหน้าหงิกทันทีที่ได้ยินในตอนแรกที่ตั้งใจจะเข้าไปทำร้ายคี-ตา
ดูเหมือนว่าคุณนลินจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็เธอแทนแล้ว
คุณนลินยืนอยู่ตรงหน้าทิชา
โดยที่คุณพราวฟ้ายังไม่ยอมถอยห่างไปไหน
ยังเกาะแขนเธออยู่อย่างนั้น
ถ้าปกติแล้วคุณนลินคงจะเข้ามากระซวกเครื่องในเธอแล้ว
แต่ดีที่พวกเราใส่สร้อยคอของคุณปู่เอาไว้
คุณนลินจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่ายืนมอง
แต่แค่คุณพราวฟ้าเท่านั้นนะ...
ทันใดนั้นทิชาก็รู้สึกเจ็บตรงฝ่ามือของตัวเอง
เมื่อก้มมองดูก็พบว่าดอกกุหลาบมีขนาดใหญ่ขึ้น
ก้านและใบของมันค่อย ๆแผ่ขยายออกไปจนเกือบเต็มแขน
ทิชาหวีดร้องด้วยความเ็ป
เธอพยายามบีบข้อมือตัวเองเอาไว้
หวังว่าจะคลายความเ็ปแต่ก็ไม่เลย
เธอรู้สึกเหมือนโดนมือหลายมือรวมกัน
บิดแขนและกระดูกของเธอให้แหลกเป็เสี่ยงๆ
อ้ากกกกกก.....!!!
“แล้วฉันล่ะใครเป็คนตัดสินว่าฉันสมควรตาย!?
ใครเป็คนตัดสินว่าฉันต้องทรมานแบบนี้!!!”
“คุณทิชาคะ!!! คุณนลิน...หยุดเถอะนะคะ”เสียงพราวฟ้าขอร้อง
“ตอบฉันมาสิทิชา!!!ใช้สมองอันน้อยๆของเธอตอบฉันมาก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอซะ !!!”
นลินคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด
ส่วนทิชานั้นได้แต่นอนกุมมือตัวเองด้วยความเ็ป
พราวฟ้าที่เห็นคนข้างๆ ทรมานด้วยความเ็ป
เธอก็แทบจะร้องไห้ออกมา
“ไม่มีใครตัดสินหรอกค่ะ...เราไม่สามารถกำหนดชะตาของตัวเองได้หมดทุกอย่างหรอกนะคะคุณนลิน...
แม้แต่พระเ้าก็ยังไม่สามารถทำได้สิ่งที่มันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้
เราเพียงแค่ต้องยอมรับมันให้ได้ค่ะ…”
ทิชาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
เพราะความเ็ปที่แขนและฝ่ามือยังไม่หายไป
แต่นลินยังมีท่าทีโกรธเคืองอยู่
แน่สิใครมันจะไปยอมรับได้
ที่ตัวเองต้องมาตายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ความผิดอะไรเลย
ไม่แปลกหรอกที่คุณนลินจะโกรธคุณคีตาขนาดนั้น
ไม่นานนักเด็กผู้ชายที่พวกเราพูดถึงก็เดินออกมาจากที่ไหนไมแน่ใจ
เขาเดินผ่านคุณคีตาไปอย่างไม่ใยดี
ก่อนที่จะเข้าไปเกาะแขนคุณนลินเอาไว้
อารมณ์ของเธอเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่คิ้วยังขมวดไว้ไม่หาย
“นลิน...ครับ...”
“ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ออกไปซะ”
“ผม...อยาก...เล่น...กลอง...ครับ”
กว่าเขาจะพูดจบประโยคทำเอาพราวฟ้าลุ้นจนเกือบลืมหายใจ
เด็กผู้ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงเนือย ๆ ไม่ต่างอะไรกับซอมบี้
“เรา...ต้อง...อยู่...ตรง...นี้...อีก...นาน...ไหม...ครับ?”
เขาหันไปพูดกับคุณนลินราวกับว่าในห้องนี้เขามองไม่เห็นใครคนอื่นเลย
แม้กระทั่งแม่แท้ ๆ อย่างคุณคีตา...
ราวกับมีคนสาดน้ำรดบนกองไฟ
ความเดือดดาลของคุณนลินก็หายไปในพริบตา
เธอนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง
เธอหันไปมองคุณคีตาก่อนจะหันมาหาทิชาอีกครั้ง
“แล้วยังไง ? เธอจะให้ฉันยอมรับและปล่อยคนที่ทำร้ายฉันไปอย่างนั้นใช่ไหมที่เธอคิด ?”
ทิชายิ้มรับกับคำถามของคุณนลิน
แม้ว่าจะยังรู้สึกเจ็บบริเวรฝ่ามืออยู่ก็ตาม
“ใช่ค่ะ...ถือซะว่าทำเพื่อเด็ก ๆเถอะนะคะ...ส่วนคนที่ทำไม่ดี
ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณคีตาต้องได้รับผลกระทบกับสิ่งที่เขาแน่ ๆค่ะ…”
“…”
“ถือว่าเป็...คำขอของฉัน...”
คีตานั่งมองเด็กผู้หญิงคนนั้นอ้อนวอนขอชีวิตแทนเธอ
ทั้ง ๆที่ตัวเขาเองเป็คนพาเธอมาเจอนลินที่นี่
แต่เธอไม่ควรถือโทษโกรธอะไรคุณทิชา
เพราะเธอทำผิดจริงๆ นี่คือสิ่งที่เธอตระหนักได้…
เธอหันไปมองเด็กผู้ชายที่เคยเฝ้าร้องเรียกหาเธอ
ในตอนนี้เขาแทบไม่สนใจเธอด้วยซ้ำ
ถ้าเด็กคนนั้นเป็ลูกของเธอที่ตายไปแล้วจริง ๆ
เธอก็คงเสียใจมาก ๆ ที่ขับไสไล่ส่งเขาไปในตอนนั้น
คีตาได้แต่นั่งร้องไห้เงียบ ๆ
คนเดียวในระหว่างที่ฟังพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับอนาคตชีวิตของเธอ
ถ้าหากว่าจะมีทางไหนที่ให้เธอได้ชดใช้ได้บ้างเธอก็อยากจะทำมัน...
ถึงแม้ว่าจะยินดีกับภาพตรงหน้าขนาดไหน
แต่พราวฟ้ายังกังวลกับอาการเจ็บของคุณทิชาในตอนนี้
คนตัวเล็กหน้าซีด
เพราะความเ็ปจนแทบจะเป็สีเดียวกับผนังสีขาวที่เขาพิงอยู่
ราวกับเขาพยายามจะต่อสู้กับความทรมาน
ที่เขากำลังได้รับและดูเหมือนว่าเขากำลังจะทนไม่ไหว
ใช่...ทนไม่ไหวอีกแล้ว
คุณทิชาคะ !!! คุณทิชา !!!!!!!
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนความมืดจะคลอบคลุมร่างกายของเธอ...