ร้ายซ่อนรัก

    ตอนที่ 29

    “แล้วต้องทำไงวะตาล ถึงจะได้ใจเธอคืน” “นายถามฉันหลายครั้งแล้ววะอาร์ม ไม่เบื่อบ้างเหรอที่ถามซ้ำๆแบบนี้”ตาลพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความเบื่อหน่ายออกมา แต่ก็ยังแอบหลุดให้อาร์มได้เห็น“เธอก็บอกมาดิตาล อยากให้เราเป็นแบบไหน เราเป็นให้เธอทุกอย่าง”ชายหนุ่มยังคงร้องขอคำตอบจากเธอ“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำไรแล้ว ยิ่งคุยกันก็ยิ่งพูดกันคนละเรื่อง เห็นทีเราต้องกลับแล้วอะอาร์ม สายมากแล้วต้องเข้าบริษัท”ยิ่งคุยยิ่งหงุดหงิดตาลลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋ามาถือไว้ เตรียมจะออกจากห้อง “ไหวเหรอ เธอหยุดซักวันไม่ได้เชียว” อาร์มหรี่ตามองตาลทั่วตัว เขารู้ดีว่าเมื่อคืนใช้พลังงานไปเท่าไหร่ เธอนอนกี่ชั่วโมงกันยัยโง่ ดูหน้าดิ ซีดขนาดนี้ยังบอกจะไปทำงาน“เพื่ออะไร ให้เราอยู่กับนายแบบนี้เหรอ” ตาลถามกลับด้วยน้ำเสียงที่รู้ทันเริ่มจะเบื่อกับคำถามโง่ๆของชายหนุ่มตรงหน้า สมองกลับหรือไงถึงเอาแต่นั่งถามนั่นนี่“เอาจริงเมื่อคืนเธอไม่เมื่อยไม่เหนื่อยหรือไงยัยอึด” อาร์มพูดขำๆแต่ส่งผลให้ตาลแก้มแดงทันตาเห็น พวงแก้มแดงของตาลน่ามองแค่ไหนยัยนี่คงไม่รู้“แต่ว่าฉันมีงาน”เธอยังยืนยันคำเดิม“ก็โทรไปบอกดิ เธอจะไปทั้งที่สภาพร่างกายไม่ไหวแบบนี้ได้เหรอ หน้าเธอแม่งโคตรโทรมเลย”“ก็ใครมันทำละ” ตาลฉุนขึ้นมาทันที เพราะไม่ใช่ไอ้ฤทธิยาบ้านั่น ร่างกายเธอคงไม่ยับเยินขนาดนี้ แล้วไอ้ผู้ชายหื่นที่อยู่ตรงหน้ามันก็ได้โอกาสพอดี คิดแล้วพาลหัวร้อน“พูดดีๆ ใครเริ่ม” เขาล้อเลียนเธอหนักยิ้มทั้งตาและปาก กวาดสายตาทั่วร่างงาม“ไอ้บ้า ”เธอทั้งเขินและโมโห ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนมันมากกว่ากัน มือเล็กๆจึงหาทางระบายด้วยการทุบลงบนหน้าอกแข็งแกร่งของเขา อาร์มปัดป้องพอเป็นพิธีและใช้แรงที่เยอะกว่ารวบตัวเธอมากอดไว้“พักก่อน ตอนเย็นไปส่งนะครับ” เขาไม่รู้ว่าน้ำเสียงที่ใช้กับเธอมันอ่อนโยนแค่ไหน แต่ทำให้ตาลหยุดดิ้นได้ “ยังไม่กลับก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่านายห้ามยุ่งกับฉันอีก”เธอเสียงอ่อนลงมาก จริงๆเธอโคตรเหนื่อย ร่างกายบอกไม่ไหวและเธอก็ไม่อยากฝืน“กลัวเหรอ” เขาไม่วายแซะเธอได้อีก “ตอบฉันดิว่านายทำได้ไหม”เธอขอคำตอบที่ชัดเจน“โอเค ไม่ยุ่งก็ได้ แต่ถ้าเธอเริ่มก่อนนี่ไม่เป็นไรใช่ไหม”ใบหน้ายิ้มๆแบบนั้น ตาลอยากซัดซักผลัวะจริงๆเลย “ไอ้หื่น ”“ฉันเป็นห่วงเธออะตาล คำนี้เข้าใจปะ ทั้งห่วงและหวง” ไปๆมาๆอาร์มมันก็วกมาแต่เรื่องเดิม ที่บอกว่าคิดถึงฉัน ห่วง อะไรอีกเยอะแยะ คำเลี่ยนๆที่มันใช้ไม่ใช่ตัวมันเลย ใครจะไปเชื่อลง ฉันได้แต่ปลงไม่อยากโกรธมันเท่าไหร่ ไหนๆมันก็ช่วยให้ฉันรอดพ้นจากไอ้ผู้ชายชั่วคนนั้นและรับผลกรรมของมันแล้ว“เออ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเราจากไอ้ชั่วนั่น”“ต่อไปก็อย่าไปเที่ยวที่แบบนั้นอีกนะ หรือถ้าอยากไปจริงๆให้บอกเรา เดี๋ยวพาไปเอง”“เออ ”ตาลกระแทกเสียงตอบรับไปส่งๆ ใครมันจะบอกให้โง่ อีกหน่อยเธอต้องกลับภูเก็ตแล้ว“ไปนอนเถอะ ”อาร์มคว้ากระเป๋าฉันวางไว้และลากแขนฉันพาไปห้องนอน และดันฉันขึ้นเตียงโดยที่เขาตามมานอนข้างๆติดๆ เขากอดฉันไว้แน่น ซบลงตรงซอกคอหอมกรุ่น“ฉันหายใจไม่ออกอะอาร์ม กอดแน่นไป”“ตาล ฉันไม่อยากให้เธอจากไปไหนอีกแล้ว อย่าไปจากฉันได้ไหม”อาร์มเป็นบ้าอะไร เอาแต่พร่ำบอกคำพูดพวกนี้หลายครั้ง “นายเริ่มพูดไม่รู้เรื่องวะอาร์ม ถ้านายเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่อยากเจอนายแล้วนะ ถ้าจะให้ฉันอยู่ต่อก็อย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ” ฉันหันหลังให้อาร์มและหลับตาลงโดยไม่สนใจว่ามันจะรู้สึกยังไง ฉันหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ รู้ตัวอีกทีเกือบห้าโมงเย็น เหลียวมองรอบๆห้องไม่เจอใคร อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้องนอนเจออาร์มนอนดูโทรศัพท์อยู่หน้าโซฟา“ตื่นแล้วเหรอ หิวไหม”“นิดหน่อย”“ไปหาอะไรกินข้างนอก เดี๋ยวแวะส่งเธอพอดี”อาร์มพาฉันมากินร้านอาหารที่ฉันชอบ ไม่นึกว่ามันจะยังจำได้ แม้แต่อาหารจานโปรดมันก็ยังสั่งให้ฉันได้ถูก “เป็นไง รสชาติเหมือนเดิมปะ ” อาร์มถามฉันเมื่อเห็นฉันรวบช้อนและกำลังดื่มน้ำ“มาก อร่อยเวอร์ คนยังเยอะเหมือนเดิมเลยเนอะ” ฉันมองรอบๆร้าน โต๊ะเต็มหมดทุกที“ถ้าเธอชอบ ไว้ฉันจะพามาบ่อยๆนะตาล”“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ชอบทานอะไรซ้ำๆ” คำตอบของตาลทำให้อาร์มชะงักไปทันที เขาทำหน้าไม่พอใจแต่สักพักก็ปรับสีหน้าให้ปกติได้“บางทีฉันก็ลืมไป ว่าอะไรมันก็เปลี่ยนกันได้ ไปเถอะตาล” อาร์มเซ็งจนไม่มีอารมณ์ที่จะชวนตาลไปซื้อของต่อ ชายหนุ่มจัดการค่าอาหาร ระหว่างรอพนักงานจัดการกับบัตรเครดิตเขาจึงได้มองไปรอบร้าน สายตาสบกับหญิงสาวคนหนึ่งโดยบังเอิญ เธอมองเขาอยู่ก่อนแล้วและเดินมาหาเขาทันที“อาร์มมากับใครคะ แนะนำให้พะแพงรู้จักหน่อยสิคะ”“นี่ตาลครับ ตาลนั่นพะแพง” ตาลแค่พยักหน้าตอบรับไม่ได้พูดอะไร เพราะตาลเห็นแววตาที่หญิงสาวมองเธอมีแต่ความอวดดี ปราศจากความเป็นมิตร“ยินดีที่ได้รู้จักคะ” พะแพงถือวิสาสะนั่งลงข้างอาร์ม“จะกลับแล้วเหรอคะอาร์ม“ เธอส่งสายตาแพรวพราวให้เขาและกระซิบข้างรูหูชายหนุ่ม“อืม”“พะแพงโทรหาได้ไหม” แม้เสียงเธอที่คุยกับอาร์มจะแค่กระซิบกัน แต่ตาลก็ได้ยินเต็มสองรูหู“ผมไม่ว่าง” อาร์มตอบกลับแบบไร้เยื่อใย โดยมีสีหน้าเรียบเฉยติดออกจะรำคาญด้วยซ้ำ“กลับกันเถอะตาล”เมื่อพนักงานส่งบัตรคืนเขาจึงลุกขึ้นยืนและเดินออกไปนอกร้าน โดยไม่ได้บอกลาพะแพง โดยมีตาลมองยิ้มๆ“ไงมึง โดยเทละสิ ” เพื่อนของพะแพงแซวเมื่อเห็นใบหน้าสวยทำหน้างอกลับมาที่โต๊ะ “กูไม่เคยโดนใครเท” พะแพงตอบกลับด้วยความมั่นใจ“จริงสิเนอะ” เพื่อนของเธอทำสีหน้ายิ้มๆ ในใจนึกเหยียดเพื่อน ทำเป็นอวดดี มั่วไปทั่วแบบนี้ผู้ชายที่ไหนมันอยากจะเอา ต่อให้รวยก็เถอะ “แล้วนี่มึงเอาไงต่อ”“กูไม่ยอมแพ้แน่มึงคอยดู”“แต่คนเมื่อกี้นี้สวยมากเลยเนอะ คู่แข่งมึงน่ากลัววะ”“เด็ดสู้กูได้หรือเปล่าละ รอให้พี่อาร์มอยู่กับกูสักคืนเถอะอีนั่นได้ปลิวแน่”“เออ กูจะรอชม”